• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 119
  • จำนวนผู้ชม : 137001
  • จำนวนผู้โหวต : 294
  • ส่ง msg :
more
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/adisak
วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม 2549
ด้วยรักและหวังดีกับ "อาจารย์สมคิด"
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 437 , 14:02:12 น.  
พิมพ์หน้านี้


 26 พฤษจิกายน 49

                    ขอฝากข้อเขียนไปถึง อาจารย์สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ผมรู้จักและนับถืออย่างตรงไปตรงมาว่าอย่าปล่อยให้ "นักการเมือง" มาอาศัยความรู้ความสามารถและความเป็น "คนดี" ของอาจารย์ไป "ขุดบ่อล่อปลา" เพื่อตั้งพรรคการเมืองใหม่รองรับการเมืองในอนาคต ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่

  ผมรู้จักอาจารย์สมคิดมายาวนานเกินกว่า 10 ปี ทั้งในฐานะความสัมพันธ์ส่วนตัวและการอ่านความคิดของอาจารย์ผ่านข้อเขียนบทความนำเสนอความเห็นในเชิงยุทธศาสตร์ประเทศไทยอย่างต่อเนื่องในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันและบนเวทีอภิปรายทุกๆ โอกาส

                       แบรนด์หรือยี่ห้อของอาจารย์สมคิดคือ "ผู้เชี่ยวชาญการคิดเชิงกลยุทธ์" ที่สามารถผสมผสานความรู้เชิงทฤษฎีในตำราเล่มหนาๆ กับความรู้เชิงประสบการณ์ของอาจารย์สมคิดที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงธุรกิจควบคู่ไปกับอาชีพสอนหนังสือที่เชียวชาญวิธีคิดเชิงกลยุทธ์

                        อาจารย์สมคิดมีโอกาสรู้จักนักธุรกิจรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่พอๆ กันในช่วงที่มีส่วนในการศึกษาภาวะธุรกิจและสถานะทางการเงินของบริษัทไทยที่มีความสนใจเข้า "ระดมทุน" หรือ "หาเงิน" จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในยุคแรกๆ โดยไม่ต้องไปเสียดอกเบี้ยกู้เงินมาขยายกิจการ

  อาจารย์สมคิดมักให้คุณค่าในระดับสูงกับนักธุรกิจรุ่นเก่าที่ผ่านการต่อสู้แบบเสื่อผืนหมอนใบจนประสบความสำเร็จ  ด้วยการใฝ่รู้ รู้ประสบการณ์การทำธุรกิจของบรรดาเจ้าสัวจากจีนแผ่นดินใหญ่  แล้วพยายามถ่ายทอดสู่ข้อเขียนและบทความในภาษาง่ายๆ เพื่ออธิบายในเชิงทฤษฎีผสมผสานกับภาคปฏิบัติที่อิงวิถีตะวันออก

                        มุ่งหวังในการส่งต่อประสบการณ์อันเชี่ยวกราก และความรู้ในเชิงกลยุทธ์ของบรรดาเจ้าสัวไปสู่นักธุรกิจรุ่นใหม่ๆ ที่ไม่ได้ผ่านการต่อสู้ชีวิตอย่างเข้มข้นมากพอ

  อาจารย์สมคิดไม่ใช่นักวิชาการที่เอาแต่บ่นเป็นห่วงอนาคตประเทศไทย  แต่พร้อมจะกระโจนเข้าไปหาโอกาสในการ "ทำงาน" เพื่อรับใช้อุดมการณ์นี้ที่เสมือนเป้าหมายในชีวิต

                       อาจารย์สมคิดอยากให้ประเทศไทยก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมี "ยุทธศาสตร์ประเทศ" เพราะนักการเมืองส่วนใหญ่ไม่เคยคิดถึงยุทธศาสตร์ประเทศในระยะยาว แต่มักคิดเฉพาะหน้าว่าจะหาทางเอาชนะเลือกตั้งได้อย่างไร

                      การตัดสินใจเข้าไปทำงานในฐานะที่ปรึกษากลุ่มชินวัตรของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่ช่วงแรกๆในการเข้าตลาดหุ้นของบริษัทชินวัตร น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของ "วิธีคิดแบบสมคิด" เพื่อให้ตัวเองมีโอกาสไปถ่ายทอด "ความเชื่อ" ของตัวเองเกี่ยวกับยุทธศาสตร์อนาคตประเทศไทยให้กับนักธุรกิจรุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ.ต.ท.ทักษิณในยุคนั้นที่ได้รับฉายา "อัศวินลูกที่สาม"

                      ในขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นมหาเศรษฐีที่มีนิสัยชอบสะสม "คนเก่ง" ให้ทำงานอยู่แวดล้อม  โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจารย์สมคิดในฐานะนักวิชาการที่มีแนวคิดในเชิงยุทธศาสตร์ ช่วย "ลับคม" ความคิดของตัวเองให้แหลมคมมากยิ่งขึ้น จึงได้เรียกหาใช้บริการความเป็น "สมคิด" มาตั้งแต่ตัดสินใจแหย่ขาลงการเมืองในตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ

                       จนเมื่อคุณทักษิณก้าวสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2544 จึงมั่นใจว่า "สมคิด" เป็นตัวเลือกที่ "ดูดี" และ "ไว้วางใจ" ได้มากที่สุดในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  แม้ว่าในสายตาคนภายนอกยังมองไม่ค่อยเห็นศักยภาพความเป็น "ขุนคลัง" ของอาจารย์สมคิด  เมื่อเทียบชื่อชั้นคุณสมบัติและประสบการณ์กับอดีตรัฐมนตรีคลังคนก่อนๆ

                        อันที่จริงแล้ว อาจารย์สมคิดยังมีสถานะเป็น "ที่ปรึกษาตลอดกาล" ให้กับกลุ่มสหพัฒนพิบูล  ตั้งแต่ยุค นายห้างเทียม โชควัฒนา แล้วส่งไม้ต่อมายัง "พี่ใหญ่" เสี่ยบุณยสิทธิ์  โชควัฒนา จนแทบจะกล่าวได้ว่าอาจารย์สมคิดเป็นเครือญาติคนหนึ่งของตระกูลโชควัฒนาที่ไม่มีวันทอดทิ้งกัน

                       คนในตระกูลโชควัฒนายอมรับนับถือในความเป็น "คนเก่ง-คนดี-เหลาซิก" ของอาจารย์สมคิดอย่างเต็มเปี่ยม แม้กระทั่งในช่วงรัฐบาลทักษิณที่ยาวนาน 5 ปีที่อาจารย์สมคิดสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี,รัฐมนตรีคลังและรัฐมนตรีพาณิชย์

                         ผู้บริหารกลุ่มสหพัฒน์หลีกเลี่ยงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวใดๆ กับงานของอาจารย์สมคิด เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาใดๆ เกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนและคงจะต้องการให้อาจารย์สมคิดทำงานการเมืองอย่างปลอดโปร่งตามความเชื่อ  โดยไม่มีใครนินทาได้ว่าเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มสหพัฒน์ ดังเช่นเกิดขึ้นกับกลุ่มทุนอื่นๆ ที่ส่งคนของตัวเองเข้าไปอยู่ในรัฐบาลทักษิณ

                      อาจารย์สมคิดเสมอต้นเสมอปลายกับทุกคน  เมื่อก่อนเป็นเพียงนักวิชาการนักคิดในเชิงกลยุทธ์ที่มีอุปนิสัยสุภาพอ่อนน้อม  เทียบกับเมื่อนั่งอยู่ในเก้าอี้ "ขุนคลัง" ของรัฐบาลทักษิณยังเป็น "สมคิด" คนเดิม

                      อาจารย์สมคิดจึงเป็นรัฐมนตรีคนเดียวในรัฐบาลทักษิณช่วง 5 ปีที่ผมสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาได้ด้วยความสบายใจ  ด้วยความเชื่อมั่นว่าเป้าหมายของอาจารย์สมคิดในการทำงานการเมืองเพื่อต้องการมีส่วนในการกำหนดอนาคตในเชิงยุทธศาสตร์ประเทศไทยตามความเชื่อของตัวเอง โดยไม่มุ่งหวังตำแหน่ง ลาภยศ ผลประโยชน์ใดๆ และไม่มีความทะเยอทะยานทางการเมือง

                  แม้ว่าในช่วงประมาณ 1-2 ปีท้ายรัฐบาลทักษิณ ฟังน้ำเสียงอาจารย์สมคิดแล้วแปร่งๆ ไปจากเดิม  ด้วยความน้อยใจที่ไม่ได้รับความไว้วางใจจากคุณทักษิณ จนถูกโยกย้ายจากตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง  แต่อาจารย์สมคิดไม่ได้ท้อถอยกลับทำงานเพื่อสูจน์ว่าการนั่งในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีตำแหน่งเดียวก็สามารถทำงานได้

                    จนกระทั่งในช่วงวาระสุดท้ายของคุณทักษิณ ช่วงปลายปีที่แล้วเป็นต้นมา  หลังถูกกระแสสังคมที่แปรเปลี่ยนจาก "ความมั่นใจ" เป็น "ความไม่ไว้วางใจ" ในการทำงานของคุณทักษิณ

                     ทุกสายตาจับจ้องมายังอาจารย์สมคิดเห็นว่าเป็น "คนเก่ง-คนดี" ที่สังคมพอจะมอบความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ "นายกรัฐมนตรี" คนต่อไปได้ หากคุณทักษิณ "เว้นวรรค" ทางการเมืองจริงๆ

                    แม้ว่าอาจารย์สมคิดเป็นนักคิดในเชิงกลยุทธ์ แต่กลับไม่ค่อยมีเล่ห์เหลี่ยมให้เห็นมากนัก  ไม่มีนิสัยฉวยโอกาสและยังเป็น "คนดี" ที่ไม่เคยลืมบุญคุณผู้มีพระคุณ

                  จึงไม่ได้ช่วงชิงโอกาสทองในช่วงนั้นที่อาจจะเกิดขึ้นได้ครั้งเดียวในชีวิตเพื่อก้าวไปสู่ตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" และหากคิดย้อนกลับไปได้น่าจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของอาจารย์สมคิดแล้ว

   มิเช่นนั้น ทุกขลาภอันหนักหน่วงจะถาโถมไปยังอาจารย์สมคิดที่ไม่สามารถสลัดความเป็น "นอมินี" ของคุณทักษิณและประเทศไทยยังปั่นป่วน จากความแตกแยกของสังคมที่มีความเชื่อคนละขั้ว

                  ผมเขียนถึงอาจารย์สมคิดด้วยความรักและปรารถณาดีอย่างจริงใจ  ขอร้องอย่าหวนกลับมาเกลือกกลั้วกับการเมืองอีกเลย

                ตลอดช่วง 5 ปีของการมีตำแหน่ง "ทางการเมือง" น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับการใช้ต้นทุนความเป็น "คนเก่ง-คนดี" ที่ยังไม่เสื่อมถอยลงไปมากนัก  แม้ว่าจะมีเสียงนินทาอยู่เนืองๆ ว่าอาจารย์สมคิดนิ่งดูดายปล่อยให้เกิดการทุจริตเกิดขึ้นทนโท่ และยังทำเป็นมองไม่เห็นผลประโยชน์ทับซ้อนของคุณทักษิณที่เกิดขึ้นมากมาย

                 อย่าไปหลงคารมนักการเมืองหัวหน้ามุ้งหลายคน ที่เคยชวนอาจารย์สมคิดไปกินข้าวที่ร้านอาหารอิตาลี  แล้วอาจารย์สมคิดกลับไม่ตัดสินใจผละเรือเพื่อทำให้รัฐนาวาทักษิณที่โคลงเคลงอับปางลงเร็วขึ้น  ซึ่งจะทำให้พวกเขายังอยู่ในศูนย์อำนาจรัฐได้เช่นเดิม เท่านั้นเอง

                คราวนี้พวกเขากำลังดิ้นรนหา "กลยุทธ์" กลับเข้าสู่ "วังวนผลประโยชน์และอำนาจ" ที่จะเป็น "วงจรอุบาทว์" อีกครั้ง ด้วยการรวบรวมไพร่พลจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่แล้วต่อท่อกับศูนย์อำนาจใหม่ หลังจากกระโดดออกจากพรรคไทยรักไทยที่กำลังจะถูกยุบพรรคหลังรัฐประหาร

                ครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่ไม่รู้ว่าครั้งที่เท่าไรแล้วที่ "นักการเมือง" เหล่านี้จะจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่อีก  โดยไม่เคยมีอุดมการณ์ใดๆ ในการทำงานเพื่อประเทศชาติ

                 หัวหน้ามุ้งหัวหน้าวังเหล่านี้ไม่หลงเหลือความน่าเชื่อถือใดๆ จากสังคมแล้ว  ธาตุแท้ของคนเหล่านี้เป็นเพียง "นักการเมือง" ที่มุ่งผลประโยชน์เข้าตัวเองทุกหนทาง  การอุ้มชูระบอบทักษิณมานาน 5 ปีก็เพราะตัวเองยังได้ประโยชน์

                   อาจารย์สมคิดไม่มีบุญคุณใดๆ จะต้องทดแทนนักการเมืองเหล่านี้เลย  อย่าไปเกรงใจอ้ำๆ อึ้งๆ ไม่พูดให้ชัดว่าอนาคตของตัวเองจะเลือกทางเดินอย่างไร ทั้งๆ ที่ในใจได้เลือกเส้นทางชีวิตแล้วว่าจะกลับสู่วิชาการ

                  อย่าปล่อยให้ "นักการเมือง" เอาชื่อเสียงความเป็น "คนดี-คนเก่ง" ของอาจารย์สมคิดไป "สร้างภาพ" เพื่อทำให้สังคมเห็นว่าพรรคการเมืองใหม่มีหัวหน้าพรรคที่มีคุณสมบัติครบถ้วน "คนดี-คนเก่ง" ในการเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

                 พวกเขากำลังเอา "แบรนด์อันทรงคุณค่า" ของอาจารย์สมคิดไป "ปั่นหุ้นหาเงิน" เพื่อเก็บสะสมเอาไว้เมื่อถึง "เทศกาลเลือกตั้ง"  เป้าหมายอย่างเดียวคือกลับเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ "ถอนทุน" มากกว่าคิดถึงอนาคตประเทศชาติจะเดินไปอย่างไร

                   มิเช่นนั้น อาจารย์สมคิดจะถูกสังคมสงสัยว่ายังเป็น "นอมินี" ของคุณทักษิณอยู่เช่นเดิม เพราะอาจารย์สมคิดเป็นคนดีที่รู้จักบุญคุณคน ไม่ข้ามคนล้ม  จึงไม่ยอมเปิดโปงความชั่วร้ายของคุณทักษิณต่อสาธารณชน แม้ว่าจะถูกสังคมกดดันให้เลือกระหว่างทดแทนบุญคุณกับผลประโยชน์ประเทศ

                     อาจารย์สมคิดจะถูกสังคมสงสัยด้วยว่าความเป็น "คนดี-คนเก่ง" ที่ไม่เคยแสดงให้เห็นว่าทะเยอทะยานทางการเมืองเป็นสิ่งที่ "สร้างภาพ" มาโดยตลอดและไม่เป็นความจริงอีกต่อไป

                     อาจารย์สมคิดจะไม่ใช่ "สมคิดคนเดิม" อีกต่อไป  ความเป็น "คนดี-คนเก่ง" ของอาจารย์สมคิดจะถูกนักการเมืองเหล่านั้นใช้เปลืองจนเสื่อมไปในที่สุด  จนอาจารย์สมคิดก็ไม่แตกต่างจากนักการเมืองคนหนึ่งที่มีกลยุทธ์ในการ "สร้างภาพ" เพื่อให้ตัวเองก้าวไปสู่ตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" ที่มีความหอมหวนทั้งอำนาจและผลประโยชน์

                    ผมขอร้องเถอะครับอาจารย์สมคิด  วันที่ 30 พฤศจิกายน ในงานประกาศเกียรติคุณของคณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ที่ยกย่องอาจารย์สมคิดให้เป็น "ศาสตราพิชาน"  สิ่งนี้น่าจะเป็นหนทางชีวิตการทำงานของอาจารย์สมคิดทางด้านวิชาการอีกครั้งหนึ่ง  ซึ่งจะทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ ป้อนความคิดสร้างคนรุ่นใหม่ได้มากกว่าการยอมเป็น "หัวหน้าพรรคการเมือง" ที่ยังเต็มไปด้วยนักการเมืองรุ่นเก่า

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
arch ( guest ! ) วันที่ : 13/02/2007 เวลา : 16.53 น.

ผมมีโอกาสได้ทำงาน (ออกแบบ) ให้กลุ่มสหพัฒน์ ยอมรับเลยครับ องค์กรนี้ตรงไปตรงมา ไม่มีนอกมีใน ผมว่าน่าศึกษาครับ วัฒนธรรมองค์กรแบบน้
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2006 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31