พิมพ์หน้านี้
|
3 ธันวาคม 49 ด้วยความเป็นห่วงในอาการหันรีหันขวางและหน้าตาเคร่งเครียดมากขึ้น รอยยิ้มน้อยลงของนายกรัฐมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ กับประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน จนต้องเดินหน้าถอยหลังในหลายๆ ปัญหา และปล่อยบางปัญหาให้ลอยเท้งเต้งไร้จุดหมายไปก่อน อาจจะทำให้ความคาดหวังของประชาชนที่มีอยู่สูงหลังรัฐประหารวันที่ 19 กันยายน กลายเป็นความเบื่อหน่ายในวิธีทำงานของผู้นำรัฐบาลกับผู้นำคมช.ได้ในอีกไม่นานนี้ "อาการออก" แบบนี้ของรัฐบาลและคมช. น่าจะเกิดขึ้นมาจากการแก้ปัญหาแบบชักเข้าชักออกของรัฐมนตรีหลายคน นับตั้งแต่รัฐบาลเริ่มทำงานเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา จะทำให้เข้าใจได้มากขึ้นว่า "คำเตือน" นี้ ไม่ใช่เรื่องเกินเลยความเป็นจริง หาก พล.อ.สุรยุทธ์ยังบริหารงานในแนวทางกระจายอำนาจให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงว่ากันไปเองเป็นส่วนใหญ่ เมื่อยังไม่หลงทางเข้ารกเข้าพงหนักหนาสาหัสจะไม่ยอมเข้าไป "ล้วงลูก" เป็นอันขาด ตรงกันข้ามกับอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ที่ "ล้วงลูก" ทุกเรื่อง จนรัฐมนตรีสมองไม่ทำงาน "คิดงาน" เองไม่เป็น รอให้คุณทักษิณสั่งอย่างเดียว จนถึงขั้นยอมให้ล้วงตับไตไส้พุงผลประโยชน์ไปจนหมด เพื่อแลกกับการไม่ถูกปลดจากรัฐมนตรี ส่วนพล.อ.สนธิยังอยู่ใน "ภวังค์อาการกลัว" ผู้คนจะมองว่ากำลังวางแผนสืบทอดอำนาจหลังเกษียณอายุ ทำให้ไม่อยากใช้อำนาจที่มีอยู่ในมือจัดการปัญหาด้านความมั่นคงพวกคลื่นใต้น้ำให้จบๆ ไปโดยเร็ว เริ่มจากกระทรวงสาธารณสุข คุณหมอมงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงหนึ่งเดียวน่าจะได้รับฉายา "ขิงแก่แรงฤทธิ์" เพราะลีลาการทำงานถึงลูกถึงคน ตั้งแต่ยังไม่ได้แถลงนโยบายกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สไตล์มวยบุกออกหมัดเร็วและแรงหนักหน่วง แต่น่าเป็นห่วงว่ามักบุ่มบ่ามไม่ค่อยระวังอาวุธของคู่ต่อสู้ อาจจะเสียรังวัดถูกหมัดสวนโดนน็อกแบบไม่รู้ตัวได้ในอนาคต เรื่องฮือฮามากที่สุดคือการประกาศ นโยบายห้ามโฆษณาเหล้าในทุกสื่อตลอด 24 ชั่วโมง เสียงเชียร์ดังกว่าเสียงค้าน เพราะอ้างเรื่องคุณธรรมนำหน้า จนเสียงค้านต้องหลบกระแสลงต่ำเล่นเกมโอนอ่อนเป็นเด็กดีประชดด้วยการประกาศเลิกโฆษณา แม้ว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความการออกคำสั่งของคณะกรรมการอาหารและยาว่าไม่มีอำนาจทำได้ คุณหมอมงคลหน้าแตกมีบาดแผลเล็กๆ แต่แพทย์สนามยังเย็บให้ชกต่อได้ หลังจากไม่สามารถบังคับใช้ประกาศห้ามโฆษณาเหล้าในทุกสื่อวันที่ 3 ธันวาคม ก่อนวันเฉลิมพระชนมพรรษาได้ แต่ทำให้ความน่าเชื่อถือของรัฐบาลถูกกัดกร่อนไปพอสมควรว่าจะเอาไงกันแน่! ส่วนนายกฯ สุรยุทธ์อยู่ในอาการพูดไม่ออกบอกไม่ถูก หลังรู้ว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความอย่างนั้น นายกฯ สุรยุทธ์เป็นคนดีแต่ออกจะขี้เกรงใจมากเกินไป คงไม่ได้ถามเจ้ากระทรวงคุณหมอมงคลว่าทำไมคุณหมอไม่ดูตาม้าตาเรือให้ดีก่อนจะออกหมัดชุด จนภาคเอกชนกลุ่มธุรกิจเหล้า,กลุ่มธุรกิจโฆษณา,กลุ่มธุรกิจภัตตาคารร้านอาหาร กลายเป็น "คนเลว" ในสังคม หากคัดค้านโยบายนี้ นโยบายห้ามโฆษณาเหล้าดีมาก แต่การลงมือปฏิบัติบังคับใช้ไม่รอบคอบ หักด้ามพร้าด้วยเข่า ทำให้กลุ่มเอกชนที่ถูกกระทบกัดฟันกรอดๆ ฝืนใจปฏิบัติ ในที่สุด จะไม่สามารถบังคับใช้ได้ผลตามเป้าหมาย คุณหมอมงคลยังถูกนินทาว่า มีพฤติกรรมไม่แตกต่างจากนักการเมืองรัฐมนตรีหญิงหน่อยในยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่มีการเล่นพรรคเล่นพวกในการโยกย้ายข้าราชการในกระทรวงสาธารณสุข เพียงแต่ยุคนี้เป็นยุคของกลุ่มหมอชนบทเป็นใหญ่ ใครไม่ได้อยู่ในกลุ่มนี้เป็นต้องโดนย้ายออกไปนั่งตบยุง ทั้งๆ ที่ตั้งใจทำงานและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ยังไม่ต้องไปพูดถึงการยกเลิกคำว่า "30 บาทรักษาทุกโรค" ที่ได้รับเสียงตบมือกราวใหญ่ แต่กลับไม่ชัดเจนว่า จะเดินหน้าอย่างไรกับปัญหางบประมาณไม่เพียงพอ ในโครงการหลักประกันถ้วนหน้า หลังจากถูกคณะรัฐมนตรีตัดงบประมาณรายหัวลงไม่ได้ตามตัวเลขที่ขอไป กระทรวงการคลังเป็นกระทรวงต่อมาที่เจ้ากระทรวงอยู่ในอาการ "เมาหมัด" มากกว่าใคร เจ้ากระทรวง ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล หวุดหวิดจะถูกน็อกอยู่แล้ว ยังดีที่หัวหน้าคณะพล.อ.สุรยุทธ์รู้ทาง สั่งถอยถอนร่างพระราชบัญญัติหวยบนดินออกมาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติก่อนจะครบยกลงมติที่มีโอกาสแพ้แต้มได้ "คุณชายอุ๋ย" เปิดรูปมวยออกมาดีมีชาติตระกูล ถูกมองว่าอนาคตไกลถึงขั้นอาจจะขึ้นชั้นเป็นนายกรัฐมนตรีได้ แต่อาจจะกรำงานหนักมากเกินไป ในช่วงไม่มี "รัฐมนตรีช่วย" ทำให้ออกอาการเป๋อยู่หลายครั้ง จนเริ่ม "เมาหมัด" หากไม่รีบแก้ไข อาจจะเพลี่ยงพล้ำถูกหมัดน็อกที่จะทำให้เสียหายทั้งคณะรัฐมนตรีได้ เกิดเสียงอื้ออึงสนเท่ห์ ถามว่าทำไม ? คุณชายอุ๋ยต้องรีบออกมารับประกันการซื้อขายที่ดินของกองทุนฟื้นฟูระบบสถาบันการเงินให้กับคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ศรีภริยาคุณทักษิณว่าโปร่งใสถูกต้อง แต่ยังดีที่ไหวตัวทันหลบฉากไม่ยอมเอ่ยปากเรื่องนี้อีก หลังถูกท้วงว่าผิดกฎผลประโยชน์ทับซ้อนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอยู่ทนโท่ นายกฯ สุรยุทธ์ควรจะรีบเรียกคุณชายอุ๋ยไปปรับรูปมวยใหม่โดยด่วน เพราะนอกจากอาการเมาหมัดที่ปรากฏออกมาแล้ว ยังกลายเป็น "สายล่อฟ้า" ฟาร์มเพาะศัตรูเก่าในหมู่พันธมิตรให้ลุกขึ้นมาเล่นทุกรูปแบบ ทั้งวิธีการใต้ดิน-บนดิน เพื่อทำลาย "รูปมวยดีชาติตระกูลสูง" และชำระแค้นในอดีตที่ทำให้เจ็บช้ำน้ำใจ สมัยเป็นผู้ว่าการแบงก์ชาติแอบสั่งตัดน้ำเลี้ยงเงินกู้ จนทำให้ศัตรูเก่าเจ้าของสื่อต้องลุกขึ้นมาโหวกเหวกลั่นไปหมด ส่วนกระทรวงคมนาคม ที่มีอาจารย์ของพล.อ.สุรยุทธ์นั่งเป็นเจ้ากระทรวง พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ คงจะเป็นเพราะกระทรวงนี้มีเรื่องเน่าๆ ในสมัยคุณทักษิณทำไว้มาก จนแตะลงไปที่ไหนเป็นได้เจอแผลสดๆ กำลังเน่าได้ที่ จะต้องหาทางเยียวยาโดยด่วน มิเช่นนั้น ประเทศชาติจะเหลือแต่ "กระดูก" อย่างที่พล.อ.สนธิบอกไว้จริงๆ ความเละเทะฟอนเฟะของสนามบินสุวรรณภูมิเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด ที่ยังเคว้งคว้างหา "เจ้าภาพ" ลงมือหาทางออกไม่ได้ ความภาคภูมิใจของคนทั้งชาติ กลายเป็นความอับอายของคนในชาติ จนไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน จากสภาพความไม่พร้อมของสนามบินสุวรรณภูมิ คุณทักษิณ "ดันทุรัง" เร่งรีบให้ได้ในวันที่ 28 กันยายน 2549 แต่ในวันเปิดใช้เต็มรูปแบบ คุณทักษิณกลายเป็นอดีตนายกฯ ที่ทำตัวเป็น "สัมภเวสี" ในต่างแดน โดยไม่ต้องรับผิดชอบกับความน่าอับอายที่เกิดขึ้นกับคนไทยทั้งชาติ สื่อฝรั่งประจานว่า สนามบินสุวรรณภูมิไม่พร้อมเปิดให้บริการสักอย่าง เริ่มตั้งแต่ห้องสุขาไม่เพียงพอ การบริการกระเป๋าแย่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความโลภของร้านค้าปลอดภาษี "คิงเพาเวอร์" ที่ได้รับอนุญาตสร้างดักทางเดินเข้าออกภายในสนามบิน เพื่อให้ผู้ใช้บริการจะต้องเดินผ่าน ชุมชนคนไทยที่อาศัยอยู่รอบๆ สนามบินสุวรรณภูมิต้องทะเลาะเบาะแว้งกับผู้บริหารสนามบินเรื่อง "เสียงดัง" เกินไป ที่เป็นปัญหาขี้ปะติ๋วเดียวที่ควรจะหาทางแก้ไขก่อนเปิดสนามบิน สนามบินสุวรรณภูมิเปิดใช้บริการมาได้ 2 เดือนกว่า ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีใครที่มี "อำนาจ" ลงมือแก้ปัญหาแบบเบ็ดเสร็จได้ นายกฯ สุรยุทธ์มอบหมายให้ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกและผู้ช่วยเลขาธิการคมช.ไปนั่งเป็นประธานคณะกรรมการบริษัท การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. ด้วยเป้าหมายล้างทุจริตที่เกิดขึ้นในยุครัฐบาลคุณทักษิณที่กำลังตรวจสอบอยู่กว่า 100 สัญญา ส่วนพล.ร.อ.ธีระ ยังคงต้องใช้เวลาเรียนรู้งานในกระทรวงคมนาคม ที่มีขอบเขตภารกิจกว้างขวาง แม้ว่ากระทรวงนี้มีรัฐมนตรีช่วยว่าการที่รู้งานประเภทเมกะโปรเจคเป็นอย่างดีอย่างอาจารย์สรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม ทั้งพล.ร.อ.ธีระกับพล.อ.สพรั่ง รวมทั้ง พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ ที่ได้รับมอบหมายงาน "เฉพาะกิจ" หลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน ให้ไปอำนวยการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่ 28 กันยายน ที่เปิดให้เครื่องบินขึ้นลงได้อย่างคล่องตัวพอสมควร แม้ว่าผู้โดยสารจะบ่นอุบกับการบริการที่แย่มาก พล.อ.อ.ชลิต อำนาจการทำงานเปิดสนามบินลุล่วงไปได้แค่นี้ แม้ทุลักทุเลมากก็นับว่าเก่งแล้ว เพราะสนามบินสุวรรณภูมิถูก "ฝูงแร้ง" สมัยรัฐบาลคุณทักษิณรุมทึ้งผลประโยชน์ไปจนเหลือแต่ "กระดูก" จริงๆ ลองมองจากมุมสูงบนเครื่องบินลงมา จะมองเห็น "โครงกระดูก" ที่เป็นอาคารผู้โดยสารของสนามบินที่ยาวที่สุดในโลก ข้างใน "โครงกระดูกอาคารผู้โดยสาร" เละจนสุดจะบรรยายได้ อาการความภูมิใจของคนทั้งชาติหายไปหมดแล้ว คำคุยโม้โฆษณาชวนเชื่อสมัยคุณทักษิณที่บอกว่า หลังจากเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว ประเทศไทยจะกลายเป็น "ฮับ" ธุรกิจการบินในภูมิภาคนี้เป็นเรื่องโกหกคำโต แต่ปัจจุบันไม่มีผู้บริหารทอท.คนไหนกล้าพูดให้คนไทยได้ยินอีกแล้ว ผมยกตัวอย่างขึ้นมาแค่ 3 กระทรวงใหญ่ๆ ที่อยากจะให้นายกฯ สุรยุทธ์ลงไป "ล้วงลูก" เรียกรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง 2 คน ที่เป็น "ขิงแก่" และอีก 1 คนเป็น "ขิงหนุ่ม" มา "ปรับรูปมวยใหม่" โดยด่วนที่สุด หรือหาใครไปประกบสอนมวยให้มากกว่านี้ กำหนดภารกิจให้ชัดว่า ควรจะทำอะไรก่อน-หลังตามความสำคัญและระยะเวลาทำงานแค่ 1 ปีเพื่อให้เป็นไปตามแนวนโยบายของรัฐบาลมากที่สุด กำชับให้อย่าสร้างปัญหาใหม่ๆ จนหัวหน้าค่ายต้องออกไป "อุ้ม" หรือ "ล่อเป้า" เบี่ยงความสนใจของคู่ชก ระมัดระวังในการ "ออกหมัด" ไม่ให้ถูกสวนกลับ เพราะหัวหน้าค่าย พล.อ.สุรยุทธ์ยังมี "งานใหญ่-งานหิน" อีกมากรออยู่ข้างหน้า เช่น การปรับโครงสร้างตำรวจ , การปรับกระบวนการยุติธรรม , ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 3 จังหวัด ยังไม่ลดลง , ผลสอบทุจริตรัฐบาลคุณทักษิณจะจับใครเข้าคุกได้หรือไม่ , คลื่นใต้น้ำสาวกอำนาจเก่าจะลองของหนักขึ้น , การร่างรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อปฏิรูปการเมือง ฯลฯ เหนื่อยแทนนายกฯ สุรยุทธ์ที่เริ่มอยู่ในอาการยิ้มไม่ค่อยออกแล้ว หลังเวลาผ่านมาได้แค่ 2 เดือนกว่ายังทุลักทุเลขนาดนี้ เหลือเวลาอีกประมาณ 10 เดือน เมื่อเทียบกับภารกิจชำระล้างความสกปรกโสมมของสังคม การเมืองและเศรษฐกิจภายใต้เวลา 5 ปีของระบอบทักษิณแล้ว ทุกฝ่ายที่หวังดีกับประเทศจะต้องลงแรงช่วยกันโดยด่วน มิเช่นนั้น คุณทักษิณจะกลับมา "เอาคืน" ได้อย่างแน่นอน |
| << | ธันวาคม 2006 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||