• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 119
  • จำนวนผู้ชม : 137001
  • จำนวนผู้โหวต : 294
  • ส่ง msg :
more
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/adisak
วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม 2549
"สื่อทีวีสาธารณะยุคดิจิทัล/เพิ่ม"ช่อง"ป้องกัน"ระบอบทักษิณ"ฟื้น
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 538 , 09:56:23 น.  
พิมพ์หน้านี้


  24 ธ.ค.49  

           คำถามชวนให้ช่วยกันคิด : ข้อสันนิษฐานสถานีโทรทัศน์ไอทีวี คงจะไม่สามารถอยู่ในสภาพเดิม หลังสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เรียกค่าปรับผิดสัญญานับแสนล้านบาท ในขณะที่ "เจ้าของตัวจริง" เป็นกลุ่มเทมาเส็กจากสิงคโปร์ ยังมีแนวโน้มว่าจะขอประวิงเวลาต่อสู้ในเชิงกฎหมาย เพื่อหาช่องรอดพ้นจากการถูกปรับ แต่โอกาสเช่นนั้นคงจะน้อยลง หากมองในมิติความมั่นคงของรัฐ ที่ไม่ควรให้ต่างชาติเป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์
            คำถามต่อมา อยากให้ช่วยกันคิดให้ลึกให้กว้างหลายมิติ หลุดออกจากกรอบเดิมหลังพฤษภาทมิฬที่พูดแค่ "ทีวีเสรี" แล้วในที่สุด ก็ล้มเหลวจริงๆ
            คราวนี้หากยึด "ไอทีวี" กลับมาเป็นของรัฐ จะทำให้เป็น "สื่อเพื่อสาธารณะ" ได้หรือไม่,อย่างไร,เมื่อไร และจะต้องไม่ให้ล้มเหลวอีก ในการสร้าง "ทีวีเสรี" ที่เป็น "สื่อเพื่อสาธารณะ" อย่างแท้จริง
           คำตอบที่ได้รับคงจะหลากหลายตามความเข้าใจของแต่ละคน และความรุ่มร้อน "ใจร้อน" ของแต่ละกลุ่ม
          ในมุมมองของกลุ่มญาติวีรชนพฤษภาทมิฬ 2535 และนักเคลื่อนไหวมวลชนมองเห็นหนทางเดียว ไม่ประนีประนอมคือ ยึดไอทีวีกลับมาเป็นของ "รัฐ" โดยทันที แล้วแปรสภาพให้กลายเป็น "ทีวีเสรี-ทีวีสาธารณะ" ตามเจตนารมณ์ก่อตั้ง
         หากถาม "นักนิเทศศาสตร์" ส่วนใหญ่จะอยู่บนพื้นฐานความต้องการ "สื่อเพื่อสาธารณะ" แต่ยังละล้าละลังกับข้อเสนอ "ยึดไอทีวีกลับมาเป็นของรัฐ" เพื่อทำให้เป็น "โทรทัศน์สาธารณะ" เยี่ยงเดียวกับสถานีโทรทัศน์บีบีซีของอังกฤษ 
         เพราะมองเห็นหนทางยากลำบากแสนเข็ญและยาวไกล ทำไปทำมาเมื่ออยู่ภายใต้การกำกับของรัฐโดยตรง น่าจะมีแนวโน้มกลายเป็นแหล่งผลประโยชน์ เยี่ยงเดียวกับ "ช่อง 11 แห่งที่สอง" มากกว่า "โทรทัศน์สาธารณะ" หรือหากเปิดประมูลใหม่ให้เอกชนรายใหม่เข้ามารับสัมปทานไป โดยที่สปน.ไม่สามารถลดค่าสัมปทานได้ เพราะจะถูกกลุ่มเทมาเส็กฟ้องได้
        รูปการณ์นี้คงยังมีกลุ่มเอกชนหลายรายสนใจ เสนอตัวรับสัมปทานไอทีวี แม้ว่าจะเป็นภาระหนักหน่วงปีละกว่า 1 พันล้านบาท มากกว่าทีวีช่องอื่นๆ ไม่น้อยกว่า 4-5 เท่าตัว แต่เมื่อคิดถึงผลตอบแทนเชิงธุรกิจในอนาคต สามารถแตกช่องเป็น "ดิจิทัล" มากกว่า 1 ช่อง น่าจะคุ้มค่ากับการจ่ายค่าสัมปทานรายปี
       ช่วงที่กลุ่มชินคอร์ปรับช่วงซื้อหุ้นเพิ่มทุนเข้าไปในไอทีวี ก็มีแนวคิดนี้แอบซ่อนอยู่ มิเช่นนั้นคงจะไม่คุ้มค่าในเชิงธุรกิจ
       "นักเทคโนโลยี-สารสนเทศ" ในแวดวงบรอดคาสติ้งก็มองเห็น "โอกาส" หากยึด "ไอทีวี" กลับมาเป็นของรัฐ นั่นหมายถึง การยึด "คลื่นความถี่" ระบบยูเอชเอฟกลับมาทำประโยชน์มากกว่าการเปลี่ยนสภาพความเป็น "เจ้าของไอทีวี" จากกลุ่มเทมาเส็ก มาเป็น "รัฐ" แต่เพียงอย่างเดียว
         จำนวน "คลื่นความถี่" ที่เป็นสมบัติของชาติในย่านต่างๆ มีจำกัด ควรได้รับการจัดสรรอย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด หาก "รู้จักใช้ให้เป็น" จะกลายเป็นทรัพยากรที่มีค่าอย่างไม่จำกัด และเกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในเชิงพาณิชย์และสาธารณะ
          นักเทคโนโลยีด้านบรอดคาสติ้ง จะมองเห็น "โอกาส" ในการนำ "คลื่นความถี่ยูเอชเอฟ" ของไอทีวี ที่ออกอากาศระบบอนาล็อก มาทำ "โทรทัศน์ระบบดิจิทัล" ที่มี "ช่อง" มากขึ้นอย่างน้อย 4-5 ช่อง ที่มีความเป็นไปได้ ทั้ง "สื่อสาธารณะ" กับ "สื่อเชิงพาณิชย์"
         นิยามสื่อสาธารณะ จะต้องมีจุดมุ่งหมายเน้นการสร้างและส่งเสริมวัฒนธรรมด้านต่างๆ  โดยเป็นเสมือน "พื้นที่สาธารณะ" ของประชาชนทุกคนในประเทศ อย่างหลากหลายไม่เว้นแม้ชนกลุ่มเล็กๆ ในสังคม
         ส่วนนิยามสื่อเชิงพาณิชย์ จะมีเป้าหมายทางการค้าและมีรายได้หลักมาจากค่าโฆษณา  ผู้ชม จึงเปรียบเสมือนเป็นตลาดที่เป็นพื้นที่ให้ผู้ซื้อและผู้ขายมาพบกัน
         หลักคิด "ทีวีเสรี" ของรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 เกิดขึ้นจากรัฐบาล พล.อ.สุจินดา คราประยูร ปิดกั้นสื่อโทรทัศน์ที่มีอยู่ 5 ช่อง และวิทยุทุกคลื่นไม่ให้รายงาน "ความจริง" บนถนนราชดำเนิน ที่มีการชุมนุมต่อต้าน "นายกรัฐมนตรีคนนอก" ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และคัดค้านการสืบทอดอำนาจของคณะนายทหาร รสช.
        หลักคิด "ทีวีเสรี" หลังเหตุการณ์รัฐประหารวันที่ 19 กันยายน 2549 ยังไม่ชัดเจนว่าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มีแนวคิดอย่างไรกับปรากฏการณ์ไอทีวีที่ถูกแปรสภาพ กลายเป็น "ทีวีกลุ่มชิน" และกลายเป็น "ทีวีต่างชาติ"   รวมทั้ง "สื่อโทรทัศน์" ถูกแทรกแซงและยึดครองในสมัยรัฐบาลทักษิณจากวิธีการต่างๆ
        ท่ามกลาง "สื่อทางเลือก" ที่เกิดขึ้นมากมาย เช่น เวบไซต์ โทรทัศน์ดาวเทียม การชุมนุมสาธารณะ เคเบิลทีวีท้องถิ่น ฯลฯ ที่มีข่าวและการวิพากษ์,ตรวจสอบรัฐบาลทักษิณอย่างเข้มข้น แต่ผู้บริโภค "สื่อทางเลือก" เหล่านี้ จะต้อง "จ่ายเงิน" เพิ่ม เช่น ซื้อจานดาวเทียม เป็นสมาชิกเคเบิลทีวีท้องถิ่น ซื้อคอมพิวเตอร์ ซื้อสมาชิกอินเทอร์เน็ต เดินทางมาชุมนุม ฯลฯ
       ในขณะที่บทบาทของไอทีวี กลายเป็น "ทีวีกลุ่มชิน" อย่างสมบูรณ์แบบ นับตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2544 หลังจากพรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย จึงกลายเป็นกระบอกเสียงโฆษณาของคุณทักษิณและพรรคไทยรักไทยในการสร้างกระแส "บริโภคนิยม" กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับรากหญ้าให้คึกคัก ตามแนวนโยบาย Dual Track
      ไอทีวีในช่วง 1-2 ปีสุดท้ายของรัฐบาลทักษิณยัง "จงใจ" ละเลยการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของรัฐบาลทักษิณแต่หันไปสู่การตรวจสอบทุจริตของ "เจ้าหน้าที่ของรัฐ" ระดับล่างๆ ที่ไม่มีอำนาจใดๆ เช่น ดักถ่ายรูปตำรวจทางด่วนเก็บส่วย ใช้กล้องเล็กๆ แอบถ่ายเจ้าอาวาสมั่วสีกาในกุฏิ เปิดโปงทุจริต อบต. ฯลฯ
    แล้วพยายามสร้างภาพมุ่งช่วยเหลือสังคม เพื่อปลอบประโลมจิตวิญญาณบางๆ ของคนทำงานในไอทีวีที่ยังมีอยู่ แต่น่าจะเรียกว่า ในรูปแบบ "ทีวีสังคมสงเคราะห์" มากกว่า "ทีวีสาธารณะ" เพราะหลีกเลี่ยงแตะต้องเชิงนโยบายของรัฐ เช่น รับบริจาคเงินช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม จัดรายการเป็นปากเสียงร้องทุกข์ชาวบ้าน ฯลฯ
     เกริ่นมายืดยาว เพื่อ "ชวนคิด" ให้กว้างกว่า "ความสะใจ" ยึดไอทีวีมาเป็นของรัฐ  แล้วยังหันรีหันขวางไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้เป็น "ทีวีเสรีเพื่อสาธารณะ" ตามเจตนารมณ์เดิมเดือนพฤษภาคม 2535 และโจทย์ยากป้องกันไม่ให้เกิด "ระบอบทักษิณ" รอบใหม่
    มองเข้าไปใน "ไอทีวี" น่าจะมีค่าใช้จ่ายในการบริหารงานทั่วไป เพื่อออกอากาศได้ไม่น้อยกว่าเดือนละ 100 ล้านบาท หรือปีละ 1,200 ล้านบาท โดยไม่นับค่าลงทุนด้านอุปกรณ์เพิ่มเติม เพื่อบำรุงรักษาระบบการออกอากาศที่มีสถานีถ่ายทอดสัญญาณทั่วประเทศ 36-38 แห่ง เพื่อให้การรับสัญญาณครอบคลุมกว่า 98-99% ของพื้นที่ประเทศไทย
     "ความดี" ของกลุ่มทุนไอทีวี คือการลงทุนอุปกรณ์การผลิตข่าว-รายการและระบบออกอากาศในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ที่มุ่งเน้นไปสู่ "ระบบดิจิทัล" เป็นส่วนใหญ่ 
      หากสปน.ตัดสินใจยึดไอทีวีมาเป็นของรัฐ ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นภายหลังจากนี้ประมาณ 6 เดือนข้างหน้า หลังจากไอทีวีไม่สามารถจ่ายค่าปรับได้ภายใน 45 วัน และต่อเวลาได้อีก 45 วัน อุปกรณ์หลักๆ ของไอทีวี สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการสร้าง "ทีวีสาธารณะ" ในระบบดิจิทัลได้มากกว่า 1 ช่อง อย่างน้อยที่สุดไม่น้อยกว่า 4-5 ช่อง ในระบบดิจิทัล
      การนำคลื่นความถี่ "ยูเอชเอฟ" ของไอทีวีกลับคืนมาเป็นของรัฐ จึงควรจะมุ่งไปสู่การพัฒนาให้เป็น "โทรทัศน์ดิจิทัล" ที่เป็นกระแสหลักของโทรทัศน์ทั่วโลก ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลปัจจุบันไม่ได้ลงทุนมากมายอย่างที่เคยกลัวกัน
      หากสามารถทำให้ "ไอทีวี" กลายเป็นโทรทัศน์ดิจิทัลเพิ่มเป็น ไอทีวีช่อง 1-ช่อง 5 "สื่อเพื่อสาธารณะ" จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้จริงและทลายข้อจำกัดจำนวนช่องลง สามารถกำหนด "เนื้อหา" ให้เป็นช่องการศึกษา,ช่องเยาวชน,ช่องวัฒนธรรม,ช่องสาธารณะ ฯลฯ แล้วเปิดทางให้ "กลุ่มเอกชน" เสนอตัวเข้ามารับผิดชอบการผลิตและบริหารช่อง โดยการบริหารการออกอากาศเป็นหน้าที่ของสปน.
     รัฐควรเรียกเก็บค่าสัมปทานใช้ช่องสัญญาณในอัตราต่ำลง อาจจะเฉลี่ยจากอัตราเดิมได้เพื่อใช้ในการบริหารระบบออกอากาศแบบโทรทัศน์ดิจิทัล 4-5 ช่อง และกำหนด "เนื้อหา" ให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ในขณะเดียวกัน ยังอยู่ได้เชิงพาณิชย์ที่ไม่ได้หวังค้ากำไรมากๆ เพิ่มสร้างมูลค่าหุ้นดังเช่น ช่อง 3 และช่อง 9
     กรณีการยกเครื่อง "ไอทีวี" เลิกระบบอนาล็อกเป็นระบบดิจิทัล สามารถทำได้ไม่ยากด้วยการเพิ่มเติมอุปกรณ์บางอย่าง ที่ภาษาช่างเรียกว่า "Digital Moderator" ที่มีราคาต่อช่องไม่แพงและลงทุนปรับปรุงอุปกรณ์สถานีขยายสัญญาณทั่วประเทศ เพื่อให้สัญญาณในระบบดิจิทัลสามารถไปได้ทั่วประเทศ
     ข้อจำกัดน่าจะอยู่ที่ "ภาครับ" ชาวบ้านทั่วไป ที่มี "เสาอากาศเดิม" จะไม่สามารถรับชมไอทีวีได้ จะต้องลงทุนซื้อ "กล่องรับสัญญาณ" ไปติดเพิ่มเติม แต่กล่องรับสัญญาณที่ไม่มีการเข้ารหัสสมาชิกแบบยูบีซีเคเบิลทีวีจะมีราคาถูกลงเรื่อยๆ ในระดับไม่เกิน 1,000-1,500 บาทต่อเครื่อง
     ข้อเสนอ "สื่อเพื่อสาธารณะ" ในยุคดิจิทัล หลังการยึดคืน "ไอทีวี" จึงควรจะใช้ประโยชน์จาก "คลื่นยูเอชเอฟ" และอุปกรณ์ส่วนใหญ่ของไอทีวี ทำให้กลายเป็น "โทรทัศน์ระบบดิจิทัล" ด้วยเงินลงทุนเพิ่มเติมไม่น่าจะเกินกว่า 500 ล้านบาทในภาคส่ง ให้เป็น 4-5 ช่องดิจิทัล แล้วสร้างกลไกให้เกิดการแข่งขันใน "ภาครับ" ที่ในที่สุดจะมีแคมเปญแจก "กล่องรับสัญญาณ" ที่มีราคาถูกลงเรื่อยๆ
      สื่อทีวีเพื่อสาธารณะยุคดิจิทัลจะตอบโจทย์ได้หลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำลายการผูกขาดของฟรีทีวี 5 ช่อง และสร้างทางเลือกหลากหลายของ "ทีวีเพื่อสาธารณะกับกึ่งสาธารณะ" ให้เกิดขึ้นได้อีกหลายช่อง อาจจะมากกว่า 5 ช่อง หากพิจารณาภาพรวม "สื่อรัฐ" อย่างช่อง 5 ช่อง 9 และช่อง 11 ที่ควรจะกำหนดบทบาทแตกต่างกัน หรือนำ "คลื่นความถี่" บางคลื่น มาปรับเป็น "โทรทัศน์ระบบดิจิทัล" ได้อีก


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
Esamu วันที่ : 12/01/2007 เวลา : 18.51 น.
http://www.oknation.net/blog/esamu

ข้อจำกัดน่าจะอยู่ที่ "ภาครับ" ชาวบ้านทั่วไป ที่มี "เสาอากาศเดิม" จะไม่สามารถรับชมไอทีวีได้ จะต้องลงทุนซื้อ "กล่องรับสัญญาณ" ไปติดเพิ่มเติม แต่กล่องรับสัญญาณที่ไม่มีการเข้ารหัสสมาชิกแบบยูบีซีเคเบิลทีวีจะมีราคาถูกลงเรื่อยๆ ในระดับไม่เกิน 1,000-1,500 บาทต่อเครื่อง
>>>>> จุดนี้ไม่ใช่ปัญหาเลยครับด้วยกลไกการตลาดแบบง่ายๆ Demand VS Supply เผลอๆอาจจะแจกฟรีได้เลยครับเสาอากาศที่ว่า อยู่ที่ว่าภาครัฐจะกล้าลงทุนหรือเปลี่ยน โมเดลระบบส่งสัญญาณของไอทีวีรึป่าวเท่านั้น
ผมว่าน่าจะมีคนที่เข้าใจทั้งระบบการตลาดและเทคนิคในรัฐบาลนี้นะครับ เพราะเห็นท่านเคยบอกเด็กๆว่าขิงแก่ยิ่งเผ็ด ผมชักอยากจะชิมกับเคสไอทีวีนี้แล้ววซิ คริคริ
ความคิดเห็นที่ 2
BlueHill วันที่ : 03/01/2007 เวลา : 18.28 น.
ชมรม OK NATURE @ Save Nature Save Life

เห็นด้วยครับ
ความคิดเห็นที่ 1
Watchpuppy วันที่ : 27/12/2006 เวลา : 13.14 น.

ผมแค่ตอบไปในข้อสอบของผมว่า"ให้รัฐสัมปทานใหม่"โดยที่ไม่ได้คิดเลยว่า เทมาเส็กอาจจะฟ้องร้องเพราะสัมปทานราคาที่ต่างกัน
บางครั้งเราก้ต้องใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์เอามัน...
ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย ระบบดิจิตอลเป็นทางเลือกใหม่จริงๆนะครับ...
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2006 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31