พิมพ์หน้านี้
|
ผมจำได้ว่าเคยได้ยินศัพท์คำว่า "อย่าใส่เกียร์ว่าง" จากปากคุณทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่เคยใช้ในช่วงต้นๆ ของการเข้ามาเป็นรัฐบาลครั้งแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการประชุมแบบ workshop กับข้าราชการที่ส่วนใหญ่มีวัฒนธรรมการทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม ไม่ทันใจความใจร้อนของคุณทักษิณที่คุ้นเคยกับการบริหารแบบซีอีโอ ยุคหลังทักษิณ (Post-Taksin) นับจากวันรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ได้ยินศัพท์คำนี้บ่อยขึ้น เมื่อมีการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มี พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด หนึ่งในสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ที่ถูกมองว่า "แปลกแยก" จากสมาชิกคมช.สายทหารที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับคุณทักษิณ คุณโกวิทอยู่ก้ำกึ่ง "คนในระบอบทักษิณ" หรือไม่ เพราะหลายครั้งออกอาการดื้อเงียบแบบอารยะขัดขืนที่มักเป็นข้ออ้างข้าราชการไทยทั่วไป ทำทียังมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ข้าราชการไทยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ยอมเดินตามหลังคุณทักษิณต้อยๆ เหมือนกับอดีตผบ.ตร.พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ เพราะถือว่าคุณทักษิณไม่ได้เลือกตัวเองเป็นผบ.ตร. แต่คุณทักษิณอยากให้พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์เป็นมากกว่า เพียงแต่ "ฟ้า" ผ่าลงมาค่อนข้างแรงจนคุณทักษิณปฏิเสธไม่ได้ จำยอมให้คุณโกวิทเป็นผบ.ตร.แทน คุณโกวิทจึงมักทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนไม่ต่างจากการใส่ "เกียร์ว่าง" ปล่อยให้คุณทักษิณ "ล้วงลูก" เรียกใช้นายตำรวจที่ไว้วางใจให้ทำงานลับอยู่เป็นประจำ จนยุคทักษิณถูกขนานนามว่าไม่ต่างจาก "รัฐตำรวจ" ที่ตำรวจเป็นใหญ่เหนือกว่าทหาร ซึ่งจะว่าไปแล้ว อาการของคุณโกวิทนับจากวันรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 จึงไม่ค่อยต่างจากอาการเดิมคือ "ปล่อยเกียร์ว่าง" แต่คุณทักษิณแกเล่นเป็นแต่ไม่ใช่สุภาพบุรุษแบบนายกฯ สุรยุทธ์ จึงล้วงลูกเป็นว่าเล่นประหนึ่งว่าไม่มีผบ.ตร. คนติดตามหิ้วกระเป๋าคุณทักษิณที่รู้จักกันทั่วว่าชื่อ "ป๋าดุง" นั่นแหละเป็นผบ.ตร.ตัวจริง เข้า "เกียร์หน้า" เดินหน้าตลอด 24 ชั่วโมง คอยโทรศัพท์สั่งการนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่โดยตรงไม่ผ่านผบ.ตร.โกวิทให้ทำโน่นทำนี่ตาม "คำบัญชา" (ส่วนใหญ่น่าจะเป็นเสียงบ่นดังๆ) ของคุณทักษิณ ที่หลายครั้งไม่แน่ใจว่าใช่คำบัญชาของคุณทักษิณหรือไม่ จ นเกิดการสถาปนา "รัฐตำรวจ" ขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อว่ามาจากคนวงในรอบๆ คุณทักษิณไม่กี่คนเท่านั้น แม้ว่าบางครั้ง "ป๋าดุง" ทำงานนอกคำสั่งด้วยความหวังดีกับนายใหญ่ แต่ส่วนใหญ่ปฏิบัติการของตำรวจตาม "คำสั่งป๋าดุง" ล้วนปลอดภัยเป็นที่พึงพอใจของคุณทักษิณเพราะตำรวจทำงานรวดเร็วมีประสิทธิภาพมาก เช่น คดีฟ้องคุณสนธิ ลิ้มทองกุลหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ การอำนวยความสะดวกคาราวานคนจนเข้ามาชุมนุมที่สวนจตุจักร ฯลฯ ผู้คนในสังคมจำพวกที่ไม่ชอบคุณทักษิณอย่างรุนแรงและเห็นดีเห็นงามกับการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 จึงเคียดแค้นชิงชังมองตำรวจในยุคโพสต์ทักษิณว่าขาดความกระตือรือร้นในการทำงานภายใต้รัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ ยังอยากจะกลับไปอยู่ภายใต้ระบอบทักษิณที่ถือเป็นยุครัฐตำรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพล.ต.อ.โกวิทที่กลับทำตัวเป็น "นินจา" อยู่เป็นประจำแม้กระทั่งเหตุระเบิดถล่มกรุงเทพฯ กลับปล่อยให้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกมาแถลงเจื้อยแจ้วน้ำท่วมทุ่งไม่ค่อยได้เนื้อหาสาระสักเท่าไรอยู่หลายครั้ง และคุณโกวิทยังปูนบำเหน็จตำแหน่งใหญ่ๆ ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้กับนายพลตำรวจหลายคนที่คุณทักษิณยืมตัวไปใช้งานเฉพาะกิจในหน่วยงานนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างออกนอกหน้าให้สามารถกลับมาสังกัดเดิมตำแหน่งใหญ่ขึ้น แตกต่างโดยสิ้นเชิงกับข้าราชการพลเรือนในหลายกระทรวงที่เคยรับใช้ระบอบทักษิณออกหน้า กลับตกกระป๋องแช่แข็งตำแหน่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอธิบดีกรมสรรพากร คุณศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์กับข้าราชการสรรพากรอีก 5 คนยังถูกไล่ออกจากราชการโทษฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ไม่เก็บภาษีโอนหุ้นญาติพี่น้องคุณทักษิณทำให้เกิดความเสียหายกับรัฐ แม้ความผิดต่อรัฐโทษฐานละเว้นของคุณศิโรตม์เมื่อคิดเป็นตัวเงินหลายร้อยล้านบาท แต่ยังน่าจะน้อยกว่าความเสียหายกับรัฐจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดจากน้ำมือตำรวจที่ลุแก่อำนาจปฏิบัติเกินหน้าที่ ปฏิบัติการตามสั่งของคุณทักษิณแบบเกินคำสั่งอย่างจงใจ จนเกิดข้อกังขามากมายในคดีฆ่าตัดตอนสงครามยาเสพติด 2,500 ศพ อยากให้ลองกลับไปอ่านคำแถลงสดๆ ของคุณอชิรวิทย์ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2549 เวลาประมาณ 20.00 น. 2 ชั่วโมงหลังเหตุการณ์ระเบิดในกรุงเทพฯ และนนทบุรีพร้อมกัน 6 จุด จะเห็นว่าเป็นคำแถลงท่ามกลางภาวะวิกฤติที่ไม่ได้ช่วยทำให้สถานการณ์ความอุ่นใจของชาวบ้านดีขึ้นเลย มิหนำซ้ำยังให้ข้อมูลเฉไฉถึงขั้นผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เช่น อักษรย่อ IRK ที่พยายามโยงไปเกี่ยวกับกลุ่มโจรภาคใต้ การยกตัวอย่างขบวนการไออาร์เอของอังกฤษ การยืนยันไม่มีผู้เสียชีวิต งานเคาท์ดาวน์ปีใหม่ยังไม่ควรเลิก ฯลฯ การแถลงคืนนั้นควรจะทำในนามโฆษกรัฐบาลนายแพทย์ยงยุทธ มัยลาภเพื่อให้ความมั่นใจกับประชาชนได้ว่ารัฐบาลควบคุมสถานการณ์ไว้ได้และโฆษกคมช.ที่มีหน้าที่ดูแลความมั่นคงในภาพรวม แล้วให้ตำรวจแถลงเสริมการสืบสวนสอบสวนและรักษาความปลอดภัยให้ประชาชน แต่ดูเหมือนว่าโฆษกหมอยงยุทธยังเป็น "คนดีขี้เกรงใจ" แบบฉบับเดียวกับนายกรัฐมนตรีพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ จึงปล่อย "เกียร์ว่าง" นั่งอยู่ข้างๆ ไม่ทักท้วงโฆษกตำรวจแถลงออกทะเลไปถึงเรียกร้องให้สมานฉันท์กับคนชั่วๆ รวมทั้งอ้างอิงปฏิบัติการของขบวนการไออาร์เอของอังกฤษ ที่ทำให้ชาวกรุงลอนดอนต้องระมัดระวังตัวทุกฝีก้าวจนกลายเป็นกิจวัตรปกติ วิธีการพูดวกวนของคุณอชิรวิทย์ทำให้คนฟังชาวบ้านทั่วไปที่ไม่ค่อยรู้เรื่องราวมากนัก เข้าใจไปว่าอักษรย่อ IRK ที่ตำรวจพบในที่เกิดเหตุอาจจะไปพัวพันกับขบวนการไออาร์เอและภาคใต้กลายเป็น "คนละเรื่องเดียวกัน" ได้ ทั้งๆ ที่ในเวลาอีกประมาณ 1 ชั่วโมงต่อมานายกฯ สุรยุทธ์ได้ออกมาย้ำว่าน่าจะมาจากผู้เสียประโยชน์ทางการเมืองไม่เกี่ยวกับโจรภาคใต้ ข อแนะนำให้ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ที่ "ปล่อยเกียร์ว่าง" มีเวลาว่างมากอยู่แล้ว ควรจะเปิดอ่านข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตใน Blog ของนักข่าวของเนชั่นแชนนัลที่ค้นคว้าข้อมูลอักษรย่อที่พ่นอยู่ตามที่สาธารณะว่าเป็นมาอย่างไร ทาง http://www.oknation.net/blog/baramee รวมทั้งข้อสังเกตเรื่องเส้นทางการเดินทางของผู้วางระเบิด 6 จุดในวันที่ 31 ธันวาคม ของช่างภาพเครือเนชั่น ทาง http://www.oknation/blog/kittinunn ที่ทั้งสองคนไม่ได้ใส่ "เกียร์ว่าง" จึงช่วยกันหาข้อมูลและเขียนข้อสังเกตหลายอย่างที่น่าจะเป็นประโยชน์กับการทำงานของตำรวจไทยในยุคโพสต์ทักษิณที่ใส่ "เกียร์ว่าง" ตั้งแต่คืนวันรัฐประหารจนถึงคืนวันระเบิดกรุง "เกียร์ว่าง" จึงน่าจะเป็นศัพท์การเมืองใหม่ล่าสุดที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานภาพของรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ที่มีอายุเหลืออีกประมาณ 10 เดือนเท่านั้นที่กำลังตกอยู่ในสภาพ "เกียร์ถอยหลัง" เพราะค่อนข้างเห็นได้ชัดว่าข้าราชการหลายกระทรวงกำลังทำตัวแบบ "เกียร์ว่าง" ไม่ริเริ่มทำงาน ไม่ช่วยแก้ปัญหาที่มองเห็นอยู่โทนโท่จากความผิดพลาดล้มเหลวในยุคทักษิณ ยิ่งถ้าหากรัฐมนตรี "ขิงแก่" ไม่รู้เรื่อง แต่พยายาม "ทำเก่ง" ดื้อตาใสไม่สั่งการให้แก้ปัญหาจะไม่เกิดการแก้ปัญหา รากเหง้าความเลวร้ายของระบอบทักษิณจะยังดำรงอยู่เช่นเดิม มิหนำซ้ำอาจจะซ่อนตัวอย่างเงียบๆ เพื่อรอวันระบอบทักษิณคืนชีพ พวกข้าราชการจำนวนหนึ่งที่สวามิภักดิ์กับระบอบทักษิณแล้วได้ดิบได้ดียังอยากจะกลับไปอยู่ในระบอบทักษิณมากกว่าอยู่ใต้รัฐบาลสุรยุทธ์ที่มีอายุสั้นมาก กลับชอบเน้นแต่คุณธรรมที่เป็น "นามธรรม" ทำได้ยากและใช้เวลาปลูกฝัง แตกต่างจากรัฐบาลคุณทักษิณไม่เคยสั่งสอนคุณธรรม แต่เน้น "รูปธรรม" วัดได้ด้วย "เงิน" ประเภท Quick Rich หรือ Ample Rich จดหมายของคุณทักษิณจากกรุงปักกิ่งฉบับล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2550 หลังเหตุการณ์ระเบิดกรุงเทพฯ ได้ 2 วัน เนื้อหาจดหมายที่เขียนด้วยลายมือดูเหมือนว่ากำลังนับวันนับคืนวันหมดอำนาจผ่านพ้นไปแล้ว 100 วัน แล้วพยายามโยงให้เห็นว่าการระเบิดเป็นผลมาจากการรัฐประหารและความด้อยประสิทธิภาพของรัฐบาลสุรยุทธ์ รวมทั้งยังแสดงให้เห็นว่าแม้คุณทักษิณหมดอำนาจไปโดยนิตินัย แต่โดยพฤตินัยยังมีอำนาจแฝงในสายตำรวจเพราะอ้างอิงข้อมูลจากการสอบถามตำรวจว่าตำรวจสงขลาจับผู้ต้องสงสัยขึ้นมาก่อเหตุในกรุงเทพฯ ได้ เ นื้อหาจดหมายจากปักกิ่งของคุณทักษิณ มีนัยชัดเจนส่งสัญญาณ ไ ปถึงสาวกระบอบทักษิณว่ากำลังนายใหญ่ "เข้าเกียร์" รอวันกลับทวงคืนอำนาจ และพร้อมจะตอบโต้ข้อกล่าวหาทุจริตและการไม่จงรักภักดีต่อราชบัลลังก์ในทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ว่า "อำนาจเงิน" ยังคงใหญ่กว่า "อำนาจกระบอกปืน" จึงไม่แปลกที่คุณนพดล ปัทมะ อดีตนักเรียนทุนอานันทมหิดลและอดีตเลขานุการผู้นำฝ่ายค้านนายชวน หลีกภัยที่แปรพักตร์มาเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยในยุคปลายทักษิณ แล้วได้ปูนบำเหน็จจากคุณทักษิณเป็นรางวัลของการหักหน้าคุณชวน ตั้งให้เป็น "ผู้ช่วยรัฐมนตรี" ในช่วงวาระสุดท้ายของรัฐบาลทักษิณ ก่อนจะได้รับความดีความชอบไว้วางใจ "ว่าจ้าง" ให้เป็น "ทนายความ" ครอบครับชินวัตรในยุคโพสต์ทักษิณแล้วเลื่อนฐานะเป็น "โฆษกคุณทักษิณ" ที่ "ใส่เกียร์ห้า" เดินหน้าชนรัฐบาลและคมช.ทุกวัน สถานการณ์ระเบิดถล่มกรุง 31 ธันวาคม จึงเป็นการจุดชนวนระเบิดใส่รัฐบาลสุรยุทธ์กับคมช.ที่เป็นสุภาพบุรุษเกินไปกับสภาพ "เกียร์ว่าง" ที่เกิดขึ้นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติและข้าราชการหลายกระทรวงที่รอวันหมดอายุรัฐบาลสุรยุทธ์กับคมช. ซึ่งกำลังจะเริ่มเข้าสู่ภาวะ "เกียร์ถอยหลัง" หากไม่ปรับวิธีทำงานให้เป็นเชิงรุกและกำหนดยุทธศาสตร์ทำงานให้ชัดกว่านี้มากกว่าวิธีทำงานแบบตั้งรับ เพราะคุณทักษิณส่งสัญญาณจากปักกิ่ง "ใส่เกียร์" เดินหน้าชนแล้ว
|
| << | มกราคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||