• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 119
  • จำนวนผู้ชม : 137001
  • จำนวนผู้โหวต : 294
  • ส่ง msg :
more
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/adisak
วันจันทร์ ที่ 15 มกราคม 2550
คนชังทักษิณเริ่มหดหู่,คนรักทักษิณกำลังเริงร่า
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 626 , 20:16:41 น.  
พิมพ์หน้านี้


สิ้นเสียงระเบิด 8 จุดในวันสิ้นปี 31 ธันวาคม 2549 สังคมไทยในปี 2550 จะไม่มีวันเหมือนเดิมแล้วจริงๆ
    โดยเฉพาะในสัปดาห์ที่สอง หลังจากควันระเบิดเริ่มจางลงเหลือแต่เสียงขู่ระเบิดเป็นระยะๆ  คนไทยเริ่มหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ปรับทุกข์กันถึงความไม่แน่นอนในอนาคตของประเทศกันอีกแล้ว
    เพราะหลายเรื่องกำลังเริ่มออกอาการ "กลับตาลปัตร" รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ กับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ กำลังเริ่มพลาดหลายอย่าง ที่ส่วนใหญ่อยู่ในลักษณะการ "ทำงานไม่เป็น" เลือก Timing ไม่เหมาะสม แม้ว่าเจตนาจะดีก็ตาม จึงทำให้เสียงตอบรับออกมาในเชิงลบมากกว่าเชิงบวก อาทิเช่น
       การเสนอร่างพระราชบัญญัติธุรกิจแก้นิยมธุรกิจต่างด้าวของรองนายกฯ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล แนวทางหลักการแก้ไขดีจะได้โปร่งใส แต่มาผิดเวลา คือเร็วไปหน่อย ขาดการสื่อสารทำความเข้าใจกันก่อนกับกลุ่มหอการค้าต่างชาติ เพื่อไม่ให้ตื่นตระหนก
      ประธานคมช.บอกว่าจะเลิก "หน่อมแน้ม" แล้ว เริ่มคลำถูกทางแล้ว แต่ผิดเวลา คือช้าไปหน่อย กว่าถั่วจะสุกงาไหม้ไปหมดแล้ว กลุ่มอำนาจเก่าเริ่มต่อท่อน้ำเลี้ยงส่งเสบียงตั้งหลักได้แล้ว คลื่นใต้น้ำกล้าขึ้นมาก่อเหตุเป็นคลื่นเหนือน้ำ เล่นกันซึ่งๆ หน้า วางระเบิด 8 จุดที่ผ่านมาแล้ว 13  วัน ที่ตำรวจเพิ่งบอกว่าคืบหน้ามาเกิน 50%
     นายกฯ สุรยุทธ์บอกว่าคนเข้าใจผิดว่า เป็นคนธัมมะธัมโม แท้จริงเป็น "โจรกลับใจ"   ขอสาธุให้เป็น "โจรกลับใจ" จริงๆ "นิวสุรยุทธ์" ที่เลิกมัวแต่เกรงใจปกป้องรัฐมนตรี "ขิงแก่" ที่ร้อนวิชาออกหมัดกันชุลมุนตามความถนัดของตัวเอง


     ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษของพล.อ.สุรยุทธ์ ที่ไม่ตำหนิ แต่กลับออกมา "อุ้ม" อยู่หลายเรื่องแล้ว โดยรัฐมนตรีขิงแก่ร้อนวิชาไม่ได้รู้เหนือรู้ใต้ว่า รัฐบาลชุดนี้ควรจะบริหารแบบ Crisis Management มีเวลาทำงานเหลืออีกเพียง 10 เดือนกว่าๆ ควรจะเลือกลงมือ "ผ่าตัดปัญหาใหญ่ๆ" ที่รัฐบาลทักษิณทำผิดพลาดไว้ก็พอแล้ว
     กรุณาอย่าแข่งกันเสนอโครงการไม่เร่งด่วน ที่ล้วนมาจาก "ตัณหาตัวเอง" อยากจะให้ประเทศไทยเป็นไปอย่างที่ตัวเองต้องการ โดยไม่ได้ใส่ใจกับปัญหาใหญ่ๆ ที่สมควรจะสะสางเร่งด่วนในเวลาจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการทุจริตและทุจริตเชิงนโยบายในทุกกระทรวง ที่ยังฝังรากอยู่ ที่เป็นความเก่งของคุณทักษิณในการ "ผลิตโครงการใหม่" เพื่อผลาญงบประมาณเข้าพวกพ้องอย่างเป็นล่ำเป็นสัน
     "กลุ่มขาเชียร์" นายกฯ สุรยุทธ์ที่ส่วนใหญ่ชิงชังคุณทักษิณ ชินวัตร จึงเริ่มตกอยู่ในภาวะจิตใจหดหู่ หม่นหมอง ไม่มีกะจิตกะใจฉลองปีใหม่ หวั่นวิตกว่ารัฐบาลกับคมช.คงจะพลาดล้มคะมำเข้าสักวัน แล้วคุณทักษิณจะกลับมาเป็นใหญ่ได้อีก
     กรณีกลับตาลปัตรตลกร้ายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นตัวอย่างของอีกความพยายามลบล้างคำสบประมาท "หน่อมแน้ม" ของคมช. 3 คนใน 8 คน ด้วยรูปแบบ "การคุกคามสื่อ" แบบเหวี่ยงแห ซึ่งได้ผลลบตรงกันข้ามกับเป้าหมายเชิงรุก


    พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่พ้นตำแหน่งไป "อย่างไม่เต็มใจ" กลายเป็น "ผู้ลี้ภัยโดยพฤตินัย" ไปแล้ว หลังจากถูกกระทรวงการต่างประเทศ ถอนสิทธิถือพาสปอร์ตปกสีแดง
      ฝากบอก ทนายความคุณนพดล ปัทมะ ที่ได้เรียนหนังสือจบเมืองนอก จนได้ดิบได้ดีจากทุนอานันทมหิดล แต่กลับมารับจ้างคุณทักษิณ หลังจาก 3 นายพลเอกแห่งคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ออกมา Exercise ยืดแข้งยืดขา เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่ได้ "หน่อมแน้ม" ออกปากขอร้องแกมบังคับห้ามสื่อโทรทัศน์กับวิทยุออกข่าวคุณทักษิณและบริวารในลักษณะ "กระบอกเสียง"
     คุณนพดลบอกว่า "คุณทักษิณทราบเรื่องนี้แล้ว อยากให้เสรีภาพสื่อกลับมาเหมือนเดิมเพราะการเสนอข่าวที่ทำได้ยากขึ้น จะทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศถูกมองในทางลบ หวังว่ามาตรการนี้จะมีไม่นาน โดยจะมีการคืนเสรีภาพนี้โดยเร็ว"
     ฟังคุณนพดลแล้ว ต้องร้องอุทานดังๆ "โอ...พระเจ้าจอร์จ" มันจะเป็นไปได้ยังไงวะ  คุณทักษิณห่วงการปิดกั้นเสรีภาพสื่อในประเทศไทย จะทำให้ภาพลักษณ์เสียหาย
     ธาตุแท้ของคุณทักษิณไม่เคยเปลี่ยนจริงๆ คุณทักษิณห่วงตัวเองว่า จะไม่ได้กลับมาเป็นใหญ่ในประเทศไทยอีก ไม่ได้ห่วงภาพลักษณ์ของประเทศจริงๆ หรอก
     เพราะพฤติกรรมของคุณทักษิณในสมัยเป็นนายกรัฐมนตรี เต็มไปด้วยการแทรกแซง แทรกซื้อ แทรกซึม คุกคามและขู่เข็ญสื่อมวลชนรายใดก็ตาม ที่วิพากษ์วิจารณ์คุณทักษิณแม้เพียงเล็กน้อยก็โดนทั่วหน้า
    แต่เชื่อหรือไม่ว่า วิธีการแทรกแซงสื่อของคุณทักษิณแยบยลกว่าคมช.อย่างเทียบกันไม่ได้  "บ่าวผมขาว" คนเดียว สามารถกระทำการร้ายกาจและอุบาทว์สิ้นดีด้วย "โทรศัพท์" สั่งเป็นส่วนใหญ่ แต่สามารถคุมสื่อได้เบ็ดเสร็จอย่างเหลือเชื่อ
     แสนสงสารและเห็นใจ "บิ๊กตุ่น" นายพลผมขาว พล.อ.วินัย ภัททิยกุล เลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และปลัดกระทรวงกลาโหม กับผู้ช่วยเลขาธิการอีก 2 คน คือ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ที่ล้วนเป็น "มือใหม่หัดขับ" ในการแทรกแซงสื่อ ที่ "ไม่เนียน" เอามากๆ
     Timing และวิธีการเชิญประชุมแบบ "ด่วนที่สุด" ไล่โทรศัพท์กันในตอนเช้าวันที่ 10 มกราคม เรียกบรรณาธิการข่าวสื่อโทรทัศน์และวิทยุกว่า 50 คน ไปฟังการระบายความในใจของ "บิ๊กตุ่น" ที่สื่อโทรทัศน์และวิทยุบางช่อง ได้โพนทะนา "จดหมายจากปักกิ่ง" ของคุณทักษิณ ที่บอกว่าให้เวลาคมช.กับรัฐบาลมามากพอแล้ว กับคำสัมภาษณ์ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่ปรามาส คมช.กับรัฐบาลว่า ปกครองประเทศไม่เป็น
     วาทะเด็ดของพล.อ.วินัย "ใครจะว่าเป็นเผด็จการก็ยอม.....ถ้าไม่เชื่อฟังก็ให้ตัดรายการออกไปจากสถานี ถ้าท่านยังใช้วิจารณญาณไม่เหมาะสม ผมจะใช้วิจารณญาณของผมช่วยท่านบริหารงานเอง"
      ตรงกันข้ามกลับตาลปัตรกับท่าทีของคมช.ในช่วงที่ผ่านมา ค่อนข้างแสดงกัลยาณมิตรกับสื่อทุกแขนง แม้ว่าจะส่งทหารไปประจำการสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง แต่คราวนี้กลับตาลปัตรกลายเป็นการคุกคามสื่ออย่างโจ่งแจ้ง
     พิสูจน์ได้ว่า ความรอบจัดของ "บ่าวผมขาว" กับมือใหม่หัดขับ ของ "นายพลผมขาว" ได้ผลลัพธ์แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
     สมัยคุณทักษิณ สมาคมวิชาชีพสื่อมวลชนได้ออกแถลงการณ์ครั้งแล้วครั้งเล่านับไม่ถ้วนด้วยถ้อยคำรุนแรงสุดๆ จนไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาประณามการแทรกแซง กดขี่เสรีภาพสื่อยุคทักษิณว่าเลวร้ายบัดซบแค่ไหน แต่ดูเหมือนว่าไม่เคยมีหลักฐานแบบจะจะอย่างที่พล.อ.วินัย เรียกผู้บริหารสื่อโทรทัศน์และวิทยุไปขอร้องแกมบังคับ
      สมัยคุณสุรยุทธ์ จุลานนท์ กับคุณสนธิ บุญยรัตกลิน แถลงการณ์ของสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยกับสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ที่ออกมาคัดค้านไม่เห็นด้วยในวันที่ 11 มกราคม กลับเขียนด้วยถ้อยคำสุดแสนจะนุ่มนวล ถ้อยทีถ้อยอาศัยกับคมช.
     จนพอจะอนุมานได้ว่า ตัวแทนองค์กรวิชาชีพสื่อหลัก 2 องค์กร ยังแสดงกัลยาณมิตรให้โอกาสแก้ตัวกับความหน่อมแน้มของคมช. แม้ว่าถ้อยคำของพล.อ.วินัยคือการคุกคามสื่อโดยตรงก็ตาม
     สิ่งที่ พล.อ.วินัยควรจะทำอย่างยิ่ง (คิดว่ายังไม่สาย หากคิดว่าจะทำ) คือเมื่อเห็นว่าโทรทัศน์หรือวิทยุรายการไหนทำตัวเป็นกระบอกเสียงให้คุณทักษิณแบบเดียวกับการอ่านจดหมายจากปักกิ่งวันละ 3 เวลา ควรจะเชิญ "บรรณาธิการ" มาพูดคุย ขอทำความเข้าใจ และขอโอกาส คมช.และรัฐบาล ในการชี้แจงในห้วงเวลาใกล้เคียงกัน
     วิธีการนี้น่าจะเหมาะสมที่สุด ในสถานการณ์ "สมานฉันท์" ที่คมช.กับรัฐบาลเรียกร้องซ้ำซาก จนคนฟังเริ่มไม่ "อิน" เพราะไม่รู้ว่าอะไรคือความสมานฉันท์ หากถูกขอร้องแกมบังคับว่า จะย้อนกลับไปใช้อำนาจคณะปฏิวัติเมื่อปีมะโว้ ที่สามารถปิดทีวียึดคลื่น ประกาศเคอร์ฟิวได้
      ผมยังเชื่อว่า บรรณาธิการข่าวของสื่อโทรทัศน์ช่องนั้น (คงไม่ต้องเอ่ยก็น่าจะนึกออกว่าช่องไหน) ยังมีจิตวิญญาณของคนทำสื่ออยู่พอสมควร ในการให้ความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียมในการแก้ข้อกล่าวหา แม้ว่า "ใจ" ยังฝักใฝ่อยู่กับคุณทักษิณที่เป็นนายจ้างเก่า
     การขอเปิดพื้นที่สื่อใน "สื่อของฝ่ายตรงกันข้าม" น่าจะเกิดประสิทธิผลในการสื่อสารทำความเข้าใจกับมวลชนระดับรากหญ้าอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ยังจงรักภักดีกับคุณทักษิณที่มักนิยมดูช่องนี้อยู่แล้ว มากกว่าขอร้องแกมบังคับแบบมือใหม่หัดขับ ไม่ให้เผยแพร่ในช่องทางเดิมนั้น
    แล้วในที่สุด ด้วยสัจธรรมความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ทุกชาติทุกภาษา ข่าวเรื่องใดยิ่งถูกปิดกั้น ไม่ให้เผยแพร่ จะยิ่งยั่วยวนใจเสาะหา เพื่อรับรู้จากช่องทางอื่น ที่ยุคนี้มีสื่อทางเลือกเกิดขึ้นมากมาย 
    ในช่วงแรกๆ ของการรัฐประหาร คมช.เคยเชิญแกนนำของพรรคไทยรักไทย ที่เป็นวงในของคุณทักษิณมาทำความเข้าใจ ค่อนข้างได้ผลในแง่จิตวิทยา อย่างน้อยที่สุดบางรายจำใจหลบหน้าหลบตาจากวงสังคม บางรายเริ่มออกอาการถอดใจจะเลิกยุ่งการเมืองอีก บางรายถูกสะกดรอยจับตาความเคลื่อนไหว ฯลฯ 
      แต่เหตุใด คมช.และรัฐบาล 07'ค่อนข้างล้มเหลว ใน "ยุทธการชิงพื้นที่สื่อ" โดยสิ้นเชิงในการสื่อสารกับประชาชน เพื่อทำความเข้าใจกับเหตุผลการรัฐประหาร 4 ข้ออย่างต่อเนื่อง
      ทำไมไม่เปิดพื้นที่สื่อโทรทัศน์ให้กว้างขวางกว่านี้ ในการเปิดโปงความชั่วร้ายของระบอบทักษิณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีต่างๆ ที่คตส.กับป.ป.ช.กำลังเดินหน้าอย่างขึงขัง ควรจะให้เวลาโทรทัศน์กับคตส.และป.ป.ช.ชี้แจงหลักฐานการกล่าวโทษคุณทักษิณกับพวกพ้องในทุกคดี
      ตรงกันข้ามกับคุณทักษิณ ที่มีเพียง "ทนายรับจ้าง" เพียงคนเดียว แต่สามารถเอาชนะใน "ยุทธการชิงพื้นที่สื่อ" เพื่อส่งสัญญาณไปถึง "คนรักทักษิณ" ว่า อย่าเพิ่งท้อถอย หมดกำลังใจ แล้ว "ทักษิณ" จะกลับมาในเร็ววันนี้ จะเห็นได้ว่างานเลี้ยงพระทำบุญปีใหม่ของพรรคไทยรักไทยคึกคักอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ 3-4 เดือน
     ขอร้องคมช.และรัฐบาลอย่าไป "หมกหมุ่น" กับคำสบประมาท "หน่อมแน้ม" แล้วต้องออกมาแสดงบทเข้มแข็งเด็ดขาดให้สังคมเห็น แต่กลับทำไม่ถูกที่ เลือกไม่ถูกเวลา จะได้ไม่ตรงเป้าหมาย มิหนำซ้ำจะแย่กว่าเดิม
     วิธีการฮึ่มๆ "โฉ่งฉ่าง" เหวี่ยงแหหลงยุค คือการคุกคามสื่อขนานแท้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการทำลายความสมานฉันท์กับสื่อมวลชน ที่ส่วนใหญ่อยากให้ประเทศไทยผ่านพ้นยุคทักษิณไปแล้วไม่หวนคืนกลับอีก ขอเถอะอย่าให้เกิดขึ้นอีกเป็นอันขาด


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7
Jane Lambert ( guest ! ) วันที่ : 28/02/2007 เวลา : 17.57 น.
http://google.com

Google is the best search engine
ความคิดเห็นที่ 6
หมดศรัทธา ( guest ! ) วันที่ : 02/02/2007 เวลา : 20.40 น.

"คลื่นใต้น้ำกล้าขึ้นมาก่อเหตุเป็นคลื่นเหนือน้ำ เล่นกันซึ่งๆ หน้า วางระเบิด 8 จุด"

เล่นบทพิพากษากันแบบทันทีทันใดเลยหรือครับ
ความคิดเห็นที่ 5
Penz ( guest ! ) วันที่ : 31/01/2007 เวลา : 15.35 น.

คมช ต้องการทำให้ประเทศ เกิดความสงบ อาจจะต้องมีการทำอะไรเกินหน้าเกินตาสักหน่อย แต่ก็เป็นผลดีของทุกคนนะครับ เป็นผลดีต่อประเทศ อย่างน้อยก็ช่วยหยุดการทะเลาะกันของทั้งสองผ่านด้วย
ความคิดเห็นที่ 4
Owann ( guest ! ) วันที่ : 26/01/2007 เวลา : 20.16 น.

ควรจะมีอีกกลุ่มนะ คนรักความถูกต้อง เป็นธรรม และเป็นกลาง ก็กำลังหดหู่.. เพราะคนที่ลืมความเจ็บปวด จากรอยแผลเมื่อหลายปีก่อน กำลังเพิ่มจำนวนขึ้น
บทเรียนการโค่นล้ม คนรวยจอมโกงที่ใส่หน้ากากแนบเนียนครั้งนี้ ไม่ได้ทำให้คนส่วนใหญ่ของประเทศ เรียนรู้กลโกงการเมืองเพิ่มขึ้นมาเลย

ความคิดเห็นที่ 3
Esamu วันที่ : 20/01/2007 เวลา : 11.03 น.
http://www.oknation.net/blog/esamu


จัดให้
ความคิดเห็นที่ 2
ไชโย ( guest ! ) วันที่ : 17/01/2007 เวลา : 17.41 น.

คมช มัวแต่หาเรื่องกับ ทักษิณ ก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่าการยึดอำนาจนั้นไม่ถูกต้อง คนเราจะเสแสร้งทำดีอย่างไร อีกหน่อยก็หลุด ถึงตอนนี้ก็ได้เห็นแล้วว่ายึดอำนาจเพราะอะไร ไม่มีอะไรเป็นแก่นสาร ต้องการเพียงรักษาผลประโยชน์ของพวกพ้องตัวเองเหมือนกัน มัวแต่วิเคราะห์ว่า ทักษิณ ทำแบบนั้นแบบนี้ น่าจะย้อนดูตัวเองได้แล้วว่า แน่ใจนะว่ามาถูกทางแล้ว ประชาชนกำลังมองดู คมช อยู่เหมือนกัน
ความคิดเห็นที่ 1
Suki วันที่ : 17/01/2007 เวลา : 08.52 น.
http://www.oknation.net/blog/baramee
โลกเราขาวไม่เท่ากัน

ความบริสุทธิ์ทางการเมืองของ คมช.และรัฐบาลนี้ ตามไม่ทันพวกอำนาจเก่าที่เชี่ยวชาญเกมการเมืองแน่ๆ แต่เชื่อว่าอีกหน่อยทหารและรัฐบาลจะ "เนียน" มากขึ้น ว่าแต่จะทันการณ์ครบกำหนด 1 ปีหรือเปล่าไม่รู้ เพราะอีกไม่นานรัฐบาลก็ "หมดอายุ" ซะแล้ว
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31