พิมพ์หน้านี้
|
อาจารย์สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นนักคิดเชิงยุทธศาสตร์ในสายเลือด ทุกจังหวะก้าวของเส้นทางชีวิต ล้วนแต่ผ่านการกลั่นกรองความคิดหลายชั้น มองไปข้างหน้าหลายก้าว ก่อนจะตัดสินใจทุกเรื่อง ในช่วงกว่า 10 ปีบนเส้นทางการเมืองที่พยายามรักษาคราบนักวิชาการไม่ให้เจือจางลง นับเป็นนักวิชาการน้อยคนนักที่ประสบความสำเร็จบนเวทีการเมืองมาก จนครั้งหนึ่งสังคมส่วนใหญ่ตั้งความหวังว่าน่าจะเป็นตัวเลือก "นายกรัฐมนตรี" คนต่อไป หากอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตัดสินใจเว้นวรรคทางการเมืองจริงๆ เพื่อลดแรงต่อต้านของกลุ่มคนชังทักษิณ เพราะกลุ่มนี้ยังให้การยอมรับอาจารย์สมคิดพอสมควร หลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ได้ประมาณ 2 เดือน อาจารย์สมคิดเริ่มกลับมาปรากฏตัวในสังคม แล้วเลือกขึ้นเวทีวิชาการพูดเน้นเรื่อง "เศรษฐกิจพอเพียง" มาได้ระยะหนึ่งเพื่อจูนภาพตัวเอง พร้อมกับการเผยแพร่หนังสือของดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ ศิษย์เอกของอาจารย์สมคิดที่เลือกใช้ชื่อว่า "จุดเปลี่ยนประเทศไทย เศรษฐกิจพอเพียงในกระแสโลกาภิวัตน์" มาได้ประมาณ 2-3 เดือนแล้ว ชื่อนี้เป็นหัวข้อเดียวกับการปาฐกถาพิเศษของอาจารย์สมคิดที่สถาบันศศินทร์ เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ การเคลื่อนไหวเหล่านี้ย่อมไม่ใช่เกิดขึ้นมาลอยๆ แต่ผ่านการวางแผนเพื่อรีแบรนด์ "เศรษฐกิจพอเพียง" ในเกมใหม่ของอาจารย์สมคิด เพื่อล้างภาพหัวขบวน "ทักษิโณมิกส์" ลองไปอ่านคำนิยมของอาจารย์สมคิดในหนังสือเล่มนี้ จะเข้าใจจังหวะความคิดใหม่ของอาจารย์สมคิดอย่างแจ่มแจ้ง แล้วในวันนั้นก็ได้รับการแต่งตั้งอย่างเซอร์ไพรส์สุดๆ จาก พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ให้เป็นประธานคณะกรรมการประสานงานและกระชับความสัมพันธ์เศรษฐกิจระหว่างประเทศ ย่อมไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมายของอาจารย์สมคิดที่เป็นนักยุทธศาสตร์อีกเช่นกัน กับปฏิกิริยาของสังคมจากแต่ละกลุ่มที่มีความแตกต่างกัน แต่กลับสามารถจำแนกเหตุผลได้ไม่ยากว่าทำไม ?พวกเขาคิดเช่นนั้นที่ส่วนใหญ่อยู่บนผลประโยชน์ตัวเองเป็นลำดับแรก กลุ่มนักธุรกิจรายใหญ่จำนวนมากเอือมกับนโยบายเศรษฐกิจของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ล้วนแต่ชื่นชมการตัดสินใจของ พล.อ.สุรยุทธ์อย่างออกนอกหน้าไม่เกรงใจคุณชายอุ๋ย ซึ่งน่าจะมาจากความหวังลึกๆ ว่าสักวันหนึ่งอาจารย์สมคิดอาจจะเป็น "ตัวเลือก" ของพล.อ.สุรยุทธ์ เพื่อเข้ามาเป็นผู้กุมบังเหียนในตำแหน่งรองนายกฯ เศรษฐกิจแทน "คุณชายอุ๋ย" ที่ในแวดวงธุรกิจมีแต่คนส่ายหน้า กลุ่มนักการเมืองฝ่ายค้านเดิม 2 พรรคใหญ่คือ "ขิงแก่" ประชาธิปัตย์ "ชวน หลีกภัย" กับ "ขิงแก่" ชาติไทย "บรรหาร ศิลปอาชา" ค่อนข้างหงุดหงิดและมองเห็นตรงกันว่า พล.อ.สุรยุทธ์จะได้ไม่เท่าเสียและอาจารย์สมคิดไม่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอในการรับหน้าที่อธิบาย "เศรษฐกิจพอเพียง" เพราะเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจผู้ผลักดันให้เกิดแนวทาง "ทักษิโณมิกส์" นักการเมืองก็ยังเป็นนักการเมืองวันยังค่ำ ย่อมคัดค้านการตีลังกากลับหลังหันของอาจารย์สมคิดเข้ามาหยิบแนวคิด "เศรษฐกิจพอเพียง" มาพูด โดยการเห็นชอบอย่างเป็นทางการจากนายกฯ พล.อ.สุรยุทธ์ ย่อมสร้างราคาให้อาจารย์สมคิด "ชุบตัว" ใหม่ จนอาจจะมีโอกาสเปล่งราศีเป็น "ตัวเลือก" นายกรัฐมนตรี" ได้ เพราะรับรู้ว่าสังคมกำลังเหลียวหน้าเหลียวหลังด้วยความวังเวงกับตัวเลือกอันจำกัด หัวหน้าพรรคการเมืองปัจจุบันคนเก่าๆ ที่มีโอกาสเป็น "นายกรัฐมนตรี" หากมีการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในช่วงปลายปีนี้ บนสมมติฐานนายกรัฐมนตรีจะต้องมาจากการเลือกตั้ง กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เริ่มจากความเห็นแตกเป็น 2 ขั้ว ขั้วแรกนำโดยคุณสนธิ ลิ้มทองกุลแห่งกลุ่มผู้จัดการ-ASTV ที่มีน้ำเสียงให้โอกาสอาจารย์สมคิดประกาศจุดยืนวิพากษ์ระบอบทักษิณก่อนจะเดินหน้าอธิบายเศรษฐกิจพอเพียง แต่สะใจกับการเสียหน้าอย่างแรงของ "คุณชายอุ๋ย" ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯ เศรษฐกิจที่เป็นคู่ปรับของคุณสนธิ แต่รู้เรื่องนี้จากนักข่าวแทนที่จะมาจากปากของนายกฯ สุรยุทธ์ แต่ปฏิกิริยาอีกขั้วที่ออกมาจากปากคุณสุริยะใส กตะศิลา เริ่มจากคัดค้านเสียงดังแล้วเริ่มเสียงอ่อนลงในวันต่อมา ขอให้อาจารย์สมคิดพูดให้ชัดว่าไม่เอากับระบอบทักษิณอีกแล้ว ในขณะที่บรรดาสมาชิกแฟนพันธุ์แท้ "คนชังทักษิณตลอดกาล" ได้ระดมแสดงความเห็น ผิดหวังอย่างรุนแรงผ่านเวบบอร์ด www.manager.co.th กลุ่มนักวิชาการยังหลากหลายในความเห็น แต่การใช้เวทีสถาบันศศินทร์ของอาจารย์สมคิดในการปาฐกถาพิเศษ "จุดเปลี่ยนประเทศไทย เศรษฐกิจพอเพียงในกระแสโลกาภิวัตน์" หลังจากได้รับการแต่งตั้งจาก พล.อ.สุรยุทธ์ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งคับคั่งไปด้วยนักวิชาการค่ายจุฬาฯ แม้กระทั่งนักการเมืองในพรรคไทยรักไทยที่หลบหน้าหลบตาสังคมอย่างคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่มองเห็นหุ่นเพรียวขึ้นแวบๆ เวทีวิชาการสถาบันศศินทร์ย่อมมีนัยสำคัญถึงการวางยุทธศาสตร์ในความพยายามแสวงหาจังหวะ "จุดเปลี่ยน" ของอาจารย์สมคิด จากอดีต "มือขวา-ทายาท" อดีตนายกฯ ทักษิณ ที่เคยถูกวางตัวให้เป็นทายาททางการเมืองให้สามารถยูเทิร์น 180 องศา กลับเข้ามาสู่เส้นทางการเมืองอีกครั้ง ด้วยการแอบอิง "เศรษฐกิจพอเพียง" คงไม่ต้องพูดถึงอาการงุนงงของบรรดารัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจที่รู้เรื่องการแต่งตั้งอาจารย์สมคิดจากสื่อมวลชน ไม่ได้รับรู้จากปากของนายกฯ สุรยุทธ์ ที่ควรจะบอกกล่าวภายในก่อนออกประกาศ ซึ่งน่าจะผิดวิสัยของนายกฯ สุรยุทธ์ที่มีความเป็นสุภาพบุรุษมากกว่าอดีตนายกฯ ทักษิณหลายเท่า "คุณชายอุ๋ย" รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เก็บอาการไม่อยู่จนอุทานออกมา "จริงเหรอ" อาจารย์โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่พูดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงได้รู้เรื่องที่สุดในรัฐบาล ดูเหมือนจะเก็บอาการวางตัวเป็นผู้ใหญ่ได้ดีพอสมควร ยินดีที่มีคนมาช่วยอธิบายเศรษฐกิจพอเพียงอีกคนหนึ่ง ผมลองวิเคราะห์เดาใจอาจารย์สมคิดอีกครั้งว่ากำลัง "ซื้อเวลา" ประเมินปฏิกิริยาจากทุกกลุ่มของสังคม แล้วจะใช้ยุทธวิธีก้มหน้าก้มตาทำงานไประยะหนึ่งในตำแหน่งใหม่ เพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าได้ตัดขาดจากระบอบทักษิณจริง เพราะอาจารย์สมคิดมีนิสัยไม่เคยแตกหักกับใคร แม้กระทั่งระหว่าง "ชาติกับบุญคุณส่วนตัว" ในช่วงคุณทักษิณประกาศเว้นวรรคในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลอกๆ หลังเลือกตั้ง 2 เมษายน 2549 อาจารย์สมคิดถูกคนในพรรคไทยรักไทยชูขึ้นเป็น "ว่าที่นายกรัฐมนตรี" คนต่อไปของพรรค แต่อาจารย์สมคิดกลับใช้ยุทธวิธีทอดเวลาไม่ตอบรับ-ไม่ปฏิเสธตำแหน่ง "ว่าที่นายกรัฐมนตรี" แล้วพยายามอธิบายให้ผู้คนกลุ่มต่างๆ ขอให้เข้าใจในจุดยืนอันยากลำบากของตัวเองที่ยากต่อการตัดสินใจระหว่าง "2 ไม่" จะไม่ยอมเป็น "หุ่นเชิดในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี" แม้จะบอกว่าบุญคุณของคุณทักษิณกับตัวเองหมดไปแล้ว จะไม่ยอม "ถอนตัว" ออกมาเพื่อให้รัฐบาลทักษิณพังลงไป แล้วคุณทักษิณกับพรรคไทยรักไทยตกที่นั่งลำบากยิ่งขึ้น ในขณะที่อาจารย์สมคิดบอกกับ "ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง" ว่าพร้อมจะ "เสียสละ" เลือก "ชาติ" มากกว่า "บุญคุณ" หากได้รับสัญญาณโดยตรงเพื่อให้มารับตำแหน่งสำคัญที่ทำให้ประเทศผ่านวิกฤติได้ แต่จนแล้วจนรอดอาจารย์สมคิดก็คิดแล้วคิดอีก "สมชื่อ" ไม่กล้าตัดสินใจใดๆ จนแกนนำในไทยรักไทยกับสังคมบางส่วนอยู่ในอาการเลิกหวัง ท้อแท้ในชีวิตปล่อยให้ประเทศเผชิญชะตากรรมความขัดแย้งในสังคมที่มีแนวโน้มรุนแรงนองเลือดมากขึ้นทุกวัน จึงอย่าไปหวังว่าอาจารย์สมคิดจะออกมาวิพากษ์นโยบายทักษิโณมิกส์ที่สังคมกำลังเรียกร้องให้ "สารภาพบาป" พิสูจน์ตัวเองว่าตัดขาดจากระบอบทักษิณ เปิดโปงวิพากษ์ความล้มเหลวของนโยบายในรัฐบาลทักษิณที่เรียกโดยรวมว่า "ทักษิโณมิกส์" เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการสร้างภาพใหม่ "เศรษฐกิจพอเพียง" ในกระแสโลกาภิวัตน์ แต่เชื่อว่าการตัดสินใจออกคำสั่งแต่งตั้งของพล.อ.สุรยุทธ์ ที่เป็นคนลุ่มลึกในเชิงยุทธศาสตร์ยุทธวิธีเช่นเดียวกัน คงไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่อาจารย์สมคิดในฐานะคนรู้จักกันกับนายกฯ สุรยุทธ์ เดินเข้าไปบอกว่าอยากจะมาช่วยชาติในการอธิบาย "เศรษฐกิจพอเพียง" แล้วทำให้นายกฯ สุรยุทธ์ลงนามแต่งตั้ง แม้ว่า "คนชง" ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจะเป็นที่ไว้วางใจนายกฯ สุรยุทธ์มากแค่ไหน คงน่าจะผ่านการทดสอบอย่างเข้มข้นว่าอาจารย์สมคิดสลัดออกจากเงาของคุณทักษิณจริง แล้วพร้อมจะเสียสละตัวเองทำงานเพื่อชาติเพื่อ "ในหลวง" อย่างแท้จริง ท่ามกลางข้อสงสัยเคลือบแคลงใจในการ "เลือกข้าง" มาอยู่กับรัฐบาลสุรยุทธ์ ผมหวังว่าการวิเคราะห์เดาใจอาจารย์สมคิด "นักยุทธศาสตร์" ที่ไม่กล้าตัดสินใจผิดพลาดทั้งหมด อาจารย์สมคิดจะเป็นสมคิด "คนใหม่" ที่กล้าสารภาพบาปวิพากษ์ความล้มเหลวของนโยบายทักษิโณมิกส์ เริ่มจากการตอบคำถาม 10 ข้อของเวบไซต์กรุงเทพธุรกิจ www.bangkokbiznews.com ก่อนจะเดินสายพูดเรื่อง "เศรษฐกิจพอเพียง" แล้วพิสูจน์ด้วยการเสียสละทำงานเพื่อชาติเพื่อ "ในหลวง" อย่างจริงใจ โดยไม่ได้หวัง "ชุบตัว" กลับสู่เส้นทางการเมืองครั้งใหม่ มุ่งมั่นอธิบาย "เศรษฐกิจพอเพียง" กับสังคมโลกให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องว่าประเทศไทยไม่ได้ปิดประเทศ แต่กำลังปรับแต่งประเทศให้กลับสู่ร่องแห่งความถูกต้อง หลังจากเดินผิดทิศผิดทางมานานกว่า 5 ปี ซึ่งอาจารย์สมคิดปฏิเสธไม่ได้เป็นอันขาดว่ามีบทบาทสำคัญในความผิดพลาดนั้น |
| << | กุมภาพันธ์ 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | |||