• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 96
  • จำนวนผู้ชม : 55032
  • จำนวนผู้โหวต : 129
  • ส่ง msg :
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2550
"ปฏิรูปสื่อ"วนเรื่องเก่า-คิดแบบ "อะนาล็อก" (1)
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 519 , 14:46:57 น.  
พิมพ์หน้านี้


ข้อถกเถียงเรื่องแนวทางการ "ปฏิรูปสื่อ" ได้เกิดขึ้นมาอีกแล้ว! (ครั้งที่เท่าไรจำไม่ได้จริงๆ)

แต่ดูเหมือนว่ายังวนอยู่ในอ่างใบเก่า หมกมุ่นกับเรื่องโทรทัศน์สาธารณะและวิทยุสาธารณะที่เป็นแนวคิดย้อนยุคโลกตะวันตกที่รัฐบาลต้องการชี้นำกำหนดวิธีคิดของชาวบ้าน มากกว่าอำนวยความสะดวกให้ชาวบ้าน "คิดเอง-ทำเอง-สื่อกันเอง" ในรูปแบบ Citizen Reporter ที่เป็นแนวโน้มใหม่ของสื่อโลกดิจิทัล 

แต่คราวนี้ "ก้าวถอยหลัง" หนักขึ้นไปอีก  เมื่อมีข้อเสนอจะให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติออกกฎหมายจัดตั้งองค์กรใหม่ชื่อ "พรบ.องค์การแพร่ภาพและกระจายเสียงสาธารณะ "บริหาร" ช่องทีวีสาธารณะ" เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีพื้นที่ "เนื้อหา" เชิงสร้างสรรค์ของช่องทีวีใหม่จริงๆ เสียที  เลิกไปยุ่งกับฟรีทีวี 6 ช่องเดิมที่ถูกอิทธิพลธุรกิจครอบจนหมดสิ้นแล้ว

ข้อเสนอนี้ดูเหมือนว่ามาจากกลุ่มนักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์เป็นหลัก จึงละเลยหรือแทบไม่ได้ให้น้ำหนักพูดถึงมิติด้านเทคโนโลยีการกระจายเสียงและภาพโทรทัศน์ รวมทั้งอุปกรณ์การผลิตรายการโทรทัศน์ที่ก้าวข้ามระบบอะนาล็อกสู่โลกดิจิทัลไปจนเกือบหมดแล้วทั้งโลก  ซึ่งจะทำให้มี "ทางเลือก" ของ "ทีวีสาธารณะ" แบบใหม่ๆ ที่ไม่ใช่ระบบอะนาล็อกอีกต่อไปแล้ว 

การถกเถียงกันอย่างกว้างขวางเรื่องการ "ปฏิรูปสื่อ" ควบคู่ไปกับ "ปฏิรูปการเมือง" ครั้งหลังสุดเกิดขึ้นเมื่อ 14 ปีที่แล้ว หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 ที่ส่วนหนึ่งเกิดจากรัฐบาล พล.อ.สุจินดา คราประยูร ปิดกั้นและบิดเบือน "สื่อโทรทัศน์" ไม่ให้รายงานข้อเท็จจริงบนถนนราชดำเนินที่มีกลุ่มประชาชนจำนวนมากชุมนุมขับไล่ "นายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง"

หลังจากนั้นจึงเป็นจุดกำเนิด "ทีวีเสรี" ที่หลักการถูกเพื่อให้เกิดทางเลือกสื่อโทรทัศน์ แต่วิธีการผิดมาตั้งแต่เริ่มเมื่อ ตัดสินเลือกผู้ชนะการประมูลสัมปทาน "โทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟ" ด้วยคะแนนสูงสุดด้าน "เงินขั้นต่ำตลอดอายุสัมปทาน" 25,000 ล้านบาท ที่สูงกว่าเงื่อนไขขั้นต่ำทีโออาร์ถึง 1 เท่าตัว  ซึ่งเสนอโดยกลุ่มพันธมิตรธนาคารไทยพาณิชย์-สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์-สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น-หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เป็นแกนหลัก

ไม่ใช่การตัดสินจากคะแนนสูงสุดด้าน "คุณภาพรายการ" ที่เป็นของกลุ่มพันธมิตรเนชั่น-แปซิฟิค (นำทีมโดยอาจารย์สมเกียรติ อ่อนวิมล)-กลุ่มมติชน-กลุ่มสามารถ ซึ่งต่อมาอีกประมาณ 2 ปีกลุ่มพันธมิตรที่ชนะการประมูลได้เชิญให้ กลุ่มเนชั่น เข้าไปร่วมถือหุ้น 10% รับผิดชอบด้านการผลิตข่าวและรายการเชิงข่าวทั้งหมด

สถานีโทรทัศน์ไอทีวี ออกอากาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2539 ในช่วง 3 ปีแรกได้ทำหน้าที่สมกับเจตนารมณ์การจัดตั้งเป็น "ทีวีเสรี" เป็นสถานีโทรทัศน์ที่สร้างจุดแข็งประกาศตัวเป็น "สถานีข่าว" ที่พร้อมรายงานข่าว breaking news ตลอดเวลา 

ซึ่งแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีบางช่องในปัจจุบัน ที่ชิงประกาศตัวในภาวะไอทีวีเพลี่ยงพล้ำเป็นสถานีข่าวของครอบครัวข่าว  แต่กลับไม่เคยยอมสูญเสียรายได้จากการเช่าเวลาหรือเวลาโฆษณาที่ถูกตัดออกเมื่อต้องเข้ารายงานข่าวด่วน  ดังเช่นไอทีวีเคยทำมาตลอด 3 ปีแรก และในช่วงหลังจากนั้นก็ยังมีให้เห็นบ่อยมากกว่าฟรีทีวีช่องอื่น

นอกจากนี้ผลพวงจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 ยังเป็นที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนในเดือนตุลาคม 2540 ที่มีการเขียนไว้ถึงการปฏิรูปสื่อในมาตรา 39-41 ที่ว่าด้วย "คลื่นความถี่เป็นทรัพยากรสาธารณะ" ที่ควรจะมีองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อทำหน้าที่จัดสรรใหม่ให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะอย่างแท้จริง

แต่ต่อมาได้มีการฉวยโอกาสใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในระหว่างรอการจัดตั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) ที่แท้งไปแล้ว  ยึดครองคลื่นความถี่วิทยุเปิด "วิทยุชุมชน" กันเกลื่อนกว่า 3,000 สถานีทั่วทุกอำเภอและตำบลหมู่บ้าน  แต่วิทยุชุมชนกลับกลายเป็นเครื่องมือทางธุรกิจของค่ายเพลงกว่า 95% ผสมผสานไปกับอยู่ภายใต้อิทธิพลการเมืองท้องถิ่นที่มีพรรคการเมืองระดับชาติทั้งไทยรักไทย, ประชาธิปัตย์ และชาติไทย เข้าไปกำกับ หาใช่การใช้สิทธิของชุมชนอันชอบธรรมในการจับจองคลื่นความถี่วิทยุไปใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะแต่อย่างใด 

มิหนำซ้ำกรมประชาสัมพันธ์ในยุครัฐบาลทักษิณยังเอื้อประโยชน์จากสีดำให้เป็นสีเทา  ด้วยการตีเกราะเคาะไม้ไล่เข้าคอก  ออกระเบียบจดทะเบียนเข้าเป็นเครือข่ายของกรมประสัมพันธ์เพื่อให้อยู่ภายใต้อำนาจรัฐของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ อย่างเรียบร้อยดังผ้าพับไว้ในตู้

ในขณะเดียวกันการเกิดขึ้นของ "เคเบิลทีวีท้องถิ่น" หลังการใช้รัฐธรรมนูญ ปี 2540 เมื่อมีการออกกฎหมายลูกของมาตรา 40 ในมาตรา 80 ไม่ให้กรมประชาสัมพันธ์ออกใบอนุญาตวิทยุและโทรทัศน์ใหม่  จึงเกิดเคเบิลทีวี "เถื่อน" อีกมากมายทั่วทุกอำเภอจากเดิมจดทะเบียนกับกรมประชาสัมพันธ์ไว้ก่อนรัฐธรรมนูญ ปี 2540 จำนวน 78 ใบอนุญาตกลายเป็น 500 เคเบิลทีวีภายใน 1-2 ปีเท่านั้น

กรมประชาสัมพันธ์อีกนั่นแหละ ที่พยายามทำ "สีดำ" ให้เป็น "สีเทา" เคาะกะลาเรียกเข้ามาจดทะเบียนเข้าเครือข่ายภายใต้ใบอนุญาตของกรมประชาสัมพันธ์  เป้าหมายหลักก็คือจัดระเบียบเพื่อให้อยู่ในอำนาจรัฐเช่นเดียวกับวิทยุชุมชน

ในขณะที่ "ทีวีดาวเทียม" กลับผุดขึ้นเป็นจำนวนมากในยุครัฐบาลทักษิณในช่วงปี 2547-2549 ทั้งช่องข่าว, ช่องท่องเที่ยว, ช่องลูกทุ่ง ที่มีมากถึง 4-5 ช่อง, ช่องภาพยนตร์, ช่องชอปปิง, ช่องสุขภาพ ฯลฯ

กลุ่มที่ได้ประโยชน์มากที่สุด คือ "บริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด" เจ้าของดาวเทียมไทยคมที่ "ทีวีดาวเทียม" แบบเทียมๆ ส่วนใหญ่อัพลิงค์ผ่านดาวเทียมไทยคมที่สามารถรับชมได้แบบ Free to Air ด้วยจานระบบ C-Band ด้วยข้ออ้างว่ามีใบอนุญาตผู้รับสัมปทานโทรทัศน์จากรัฐบาลลาวและกัมพูชา  

รวมทั้งกรณี กลุ่มทรูวิชั่นส์ (ยูบีซีเดิม) ที่อยู่ภายใต้สัมปทาน อสมท เหมาเช่าช่องสัญญาณดาวเทียมอีกเป็นจำนวนมากเพื่อขยายบริการโทรทัศน์บอกรับสมาชิก Direct to Home ผ่านจานระบบ KU-Band ในการคิดค่าบริการถูกเท่ากับเคเบิลท้องถิ่นประมาณ  340 บาทต่อเดือน เพื่อยึดครองสมาชิกในระดับชาวบ้านต่างจังหวัดที่เป็นฐานใหญ่ของเคเบิลท้องถิ่นมีมีการอ้างว่ามีสมาชิกกว่า 2 ล้านครัวเรือนหรือผู้ชมกว่า 10 ล้านคน

ยกเว้นกรณี สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี ที่ต้องใช้ดาวเทียม NSS6 สัญชาติเนเธอร์แลนด์กับบริษัท เอเชีย บรอดแคสติ้ง เทเลวิชั่น จำกัด (ABTV) ที่ Nation Channel ขายสิทธิช่องรายการให้ส่งต่อไปยังเคเบิลท้องถิ่นที่ใช้บริการจากการสื่อสารแห่งประเทศไทยกับ ดาวเทียมเอสที 1 สัญชาติลูกผสมไต้หวัน-สิงคโปร์  ด้วยเหตุผลทางการเมืองจากคุณทักษิณ ชินวัตร นั่นแหละ ที่ใช้อำนาจรัฐขัดขวางทุกวิถีทาง   

ผมจึงไม่ค่อยเห็นพ้องกับข้อเสนอจากการศึกษาวิจัยของ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยที่ได้นำเสนอแนวคิดการจัดตั้ง "สถานีวิทยุโทรทัศน์สาธารณะ" ในระหว่างการสัมมนาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แล้วบอกว่าจะต้องปลอดการแทรกแซงจากรัฐ แต่กลับตั้งต้นด้วยการขอเงินอุดหนุนจากรัฐเป็นรายปี

เริ่มต้นจากแบมือขอเงินลงทุนครั้งแรกถึง 3,000 ล้านบาท แล้วยังจะต้องมีค่าผลิตรายการและออกอากาศ 1,700 ล้านบาทต่อปี และการสนับสนุนผู้ผลิตรายการระดับชุมชน 300 ล้านบาทต่อปี  รวมแล้วจะต้องมีค่าใช้จ่ายอีกประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อปี

เปรียบเทียบงบประมาณลงทุนและค่าใช้จ่ายต่อปีของ "สถานีโทรทัศน์สาธารณะ" แทบไม่แตกต่างจากสถานีโทรทัศน์ไอทีวีเลย  มิหนำซ้ำยังออกจากฟุ่มเฟือยเกินไปเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีการผลิตรายการที่มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงในช่วงก่อตั้งไอทีวีระหว่างปี 2537-2538 ที่เทคโนโลยีดิจิทัลยังลูกผีลูกคน  แต่ปัจจุบันก้าวหน้าไปมาก จนต้นทุนการสร้างสถานีโทรทัศน์และการผลิตรายการโทรทัศน์ต่ำลงกว่าเดิมหลายเท่า

ทำไมสถานีโทรทัศน์ PTV ที่กำลังมีข้อโต้แย้งกันระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทยว่าออกอากาศได้หรือไม่ จึงประกาศว่าจะใช้เงินลงทุนเพียงแค่ประมาณ 80 ล้านบาทและค่าดำเนินการต่อเดือนน่าจะประมาณ 25-30 ล้านบาทต่อเดือน หรือปีละประมาณ 300-400 ล้านบาทเท่านั้น

งบประมาณการผลิตรายการและออกอากาศปีละ 2,000 ล้านบาท น่าจะผลิตรายการโทรทัศน์คุณภาพดีๆ ที่เกิดขึ้นมาจากการใช้อุปกรณ์ระบบดิจิทัลและการออกอากาศในระบบดิจิทัลได้ไม่น้อยกว่า 5 ช่องรายการ  ไม่ใช่ได้แค่ 1 ช่องรายการ  ซึ่งยังไม่มีหลักประกันอนาคตเลยว่าจะสามารถรักษาความเป็นอิสระไปได้นานแค่ไหน  เมื่อยังต้องแบมือขอเงินจากรัฐอยู่ร่ำไป อย่าอ้างว่ามีกฎหมายรองรับเพราะอำนาจการเมืองแก้กฎหมายได้

ข้อเสนอของ อาจารย์สมเกียรติ จึงไม่ได้แก้ปัญหา "สื่อสาธารณะ" ในระยะยาวอย่างแท้จริงเพราะมองมิติเดียว มิหนำซ้ำยังซ้ำรอยเดิมหนักข้อขึ้นไปอีก ด้วยการแบมือขอเงินอุดหนุนจากรัฐเป็นลำดับแรก แย่กว่าข้อเสนอเดิม "ทีวีเสรี" ที่ต่อมาเป็น "ไอทีวี" ที่ไม่ได้พึ่งเงินของรัฐแม้แต่บาทเดียว ซึ่งผิดพลาดจากเงินสัมปทานสูงลิ่วและโครงสร้างผู้ถือหุ้นอุดมคติจนเกินไป

และยังวนเวียนกับ แนวคิดคร่ำครึเรื่อง "โทรทัศน์สาธารณะ" ที่เกิดขึ้นมานานกว่า 20-30 ปีในประเทศอังกฤษ, สหรัฐอเมริกา, ฝรั่งเศส, ญี่ปุ่น และเยอรมนี ที่ส่วนใหญ่เปลี่ยนจากรัฐอุดหนุนไปสู่การพึ่งพาตัวเองให้ได้ เช่น สถานีโทรทัศน์บีบีซีของอังกฤษมีช่องข่าวที่เป็นสาระแต่เพิ่มช่องบันเทิงเพื่อหารายได้ เพราะรัฐสภาตัดงบประมาณ สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเคของญี่ปุ่นมี 2 ช่อง ช่องแรกเป็นการศึกษาและสาระกับช่องที่สองเป็นบันเทิงเพื่อหารายได้มาเลี้ยงช่องแรก ฯลฯ

จึงอยากให้อาจารย์สมเกียรติจากทีดีอาร์ไอ, คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) ฯลฯ รวมทั้งคณะกรรมการชุดเก่าๆ และชุดใหม่ ที่อาจารย์ธีรภัทร เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กำลังจะแต่งตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหา "ทีวีดาวเทียม", พิจารณาแก้ไขร่างพระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ ฯลฯ ช่วย "คิดใหม่" ให้กว้างกว่ามิติด้าน "เนื้อหา" อย่างเดียว จะเป็น "การปฏิรูปสื่อ" ระยะยาวและก้าวสอดคล้องไปกับโลกดิจิทัลมากกว่า

(โปรดติดตามตอนที่ 2 ข้อเสนอ "ทีวีสาธารณะ" กับการปฏิรูปสื่อแบบดิจิทัล ในวันอาทิตย์หน้า)


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
Nity วันที่ : 26/02/2007 เวลา : 19.10 น.
http://www.oknation.net/blog/nity
โลกหลากแบบ จึงมองได้หลายมุม!

ถ้าเรายอมรับความจริงบางประการของ "สื่อในอุดมคติ" และเหมาร่วม "สื่อในอุดมการณ์" ย่อมหมายรวมว่า "คนสื่อ" ก็มีอารมณ์ร่วมกับเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งเกี่ยวกับทุนหรือไม่เกี่ยวก็ตาม

แต่ในเวลาที่เราคิดว่าชาติจะวิบัติ ขับขัน เราก็ร่วมพลังต้าน ขับไล่ ก็น่าจะถือว่ามีอุดมการณ์และอุดมคติ

ฉะนั้น จะทุน ไม่ทุน แต่หากมีอุดมการณ์ เชื่อในความ "ถูกต้อง" ชาติก็น่าจะพ้นภัยอยุ่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ความคิดเห็นที่ 5
ยังเติร์ก วันที่ : 26/02/2007 เวลา : 00.07 น.
http://www.oknation.net/blog/youngturk

แย่จังเลยนะครับ
ผลประโยชน์เนี่ยไม่เข้าใครออกใครจริงๆ
แต่ผมก็ยังสนับสนุนที่จะมีทีวีเสรีอยู่ดี
เพราะเราโดนกลืนไปเสียเกือบหมดแล้วนะครับ
ความคิดเห็นที่ 4
นิธินันท์ วันที่ : 25/02/2007 เวลา : 23.42 น.
http://www.oknation.net/blog/nithinand

แวะมาเก็บความรู้เหมือนกันค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
Watchpuppy วันที่ : 25/02/2007 เวลา : 20.06 น.
http://www.oknation.net/blog/watchpuppy

คุณkittinunn พูดถูกทีเดียวเลยครับ
ระหว่าหน้าที่ต่อสังคมกับการอยู่รอดในทางธุรกิจเป็นเรื่องที่ต้องช่างน้ำหนักกันให้ดี
แต่คนส่วนมากคิดถึงแง่ธุรกิจมากกว่า...
ความคิดเห็นที่ 2
kittinunn วันที่ : 25/02/2007 เวลา : 18.49 น.
http://www.oknation.net/blog/kittinunn
Fight for what we believe in.

สถานีโทรทัศน์ในอุดมคติ กับผลประโยชน์ในการผลิต
ดูเหมือนจะเป็นเส้นขนาน เพราะคนเราหวังอยู่กับต้นทุน
มากกว่ากลยุทธ์เพื่อให้ธุรกิจสามารถอยู่รอด และให้
ประโยชน์แก่สังคม
ความคิดเห็นที่ 1
Esamu วันที่ : 25/02/2007 เวลา : 15.01 น.
http://www.oknation.net/blog/esamu

แวะมาอ่านครับ ได้ความรู้มากครับ
แสดงความคิดเห็น

  ล๊อกอินเข้าสู้ระบบ คลิกที่นี่   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณ OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28