• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 96
  • จำนวนผู้ชม : 55031
  • จำนวนผู้โหวต : 129
  • ส่ง msg :
more
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 4 มีนาคม 2550
ขอร้อง เลิกเกรงใจ ปรับใหญ่ โละ เต่าล้านปี เต่ากระดองอ่อน
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 320 , 14:50:14 น.  
พิมพ์หน้านี้


ขอพักเรื่องแนวทางปฏิรูปสื่อรอบใหม่:คิดแบบดิจิทัลตอนที่ 2 ไว้ก่อน เพราะเรื่องร้อนและด่วนกว่าคือกรณี"คุณชายอ๋อย" ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ประกาศลาออกเมื่อวันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ด้วยการทิ้งระเบิด2-3 ลูก 

                ลูกแรกกรณีอยู่ใต้อิทธิพลสื่อบางกลุ่มที่รัฐมนตรีเอื้อเฟื้ออยู่  แม้คุณชายอุ๋ยไม่เอ่ยชื่อตรงๆ ว่าสื่อกลุ่มไหนและรัฐมนตรีชื่ออะไร    แต่ผู้คนในสังคมนึกถึงชื่อ 2 คนคือ อาจารย์ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่มีหน้าที่ที่กำกับดูแลสื่อของรัฐกับ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล เจ้าของสถานนีโทรทัศน์เอเอสทีวีที่มีรายการ "ยามเฝ้าแผ่นดิน"  แล้วรัฐมนนตรีธีรภัทร์ให้เป็นนโยบายกับกรมประชาสัมพันธ์   พ่วงสัญญาณกับช่อง 11 ออกอากาศพร้อมกัน  

               แต่รายการ"ยามเฝ้าแผ่นดิน" ทำหน้าที่ "ยามพกสายล่อฟ้า" ได้เพียงแค่ 11 วัน  แทบไม่มีวันไหนเลยที่ไม่ได้เอ่ยถึงวีรกรรมของ "คุณชายอุ๋ย" ในเชิงลบสุดๆ และยังเกิดการลองของจาก "สาวกหางแถว" ของคุณทักษิณ ชินวัตรกรณีจะเปิดสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม "พีทีวี" แบบเดียวกับเอเอสทีวี   

             ระเบิดอีกลูกคือการแฉพฤติกรรมชวนสงสัยกรณีแต่งตั้ง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ให้มีหน้าที่พูดอธิบายเศรษฐกิจพอเพียง สายสัมพันธ์เก่ากับคุณทักษิณยังซ่อนเร้นอยู่ในรัฐบาล  แม้ "คุณชายอุ๋ย" ไม่เอ่ยชื่อแต่ทุกคนนึกได้ชื่อเดียวคือ ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีที่เคยเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณชินวัตรและคุ้นเคยกับดร.สมคิดเป็นอย่างดี    แต่อย่าลืมว่าดร.วีระชัยสนิทสนมกับพล.อ.สุรยุทธ์ มายาวนานยิ่งกว่าเสียอีกมาตั้งแต่รุ่นพ่อคุณสุชัย วีระเมธีกุล     

            การทิ้งบอมบ์ของคุณชายอุ๋ยได้ทำให้อาศรม "ฤาษีเลี้ยงเต่า" ของนายกรัฐมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์แทบลุกเป็นไฟ ยังดีที่นายกฯ สุรยุทธ์ "เก็บอาการ" ได้เป็นอย่างดีขอเวลา 3-4 วันจะปรับ ครม.ใหม่    แต่สังคมกลับเกิดความรู้สึก"ช็อก"  เริ่มไม่เชื่อมั่น "ภาวะการนำ" ของนายกฯ สุรยุทธ์ว่าจะยังมีความสามารถฝ่า "มรสุมลูกใหญ่" ที่ตั้งเค้าทะมึนไปได้หรือไม่  คะแนนนิยมทุกสำนักจึงหล่นฮวบอย่างน่าใจหาย  

            พักนี้เจอหน้าผู้คนมากหน้าหลายตาในสังคมจึงได้ยินเสียงบ่นดังๆ พร้อมกับอาการถอนหายใจด้วยความเป็นห่วง  กลัวว่านายกฯ สุรยุทธ์จะถอดใจ แล้วรัฐบาลกับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติจะพังพาบลง  เสียท่าให้อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตรฉวยโอกาสกลับมามีอำนาจอีก    แต่การลาออกของคุณชายอุ๋ยอาจจะส่งผลลบระยะสั้น  หวังว่าระยะกลางน่าจะส่งผลดีมากกว่าเพราะแวดวงนักวิชาการและนักธุรกิจพากัน "ส่ายหน้า" กับการทำงานของคุณชายอุ๋ยที่ "ผิดฟอร์ม" ไปมาก  จนเกิดความเสียหายกับตลาดหุ้นและภาวะเศรษฐกิจที่เสื่อมทรุด  อยู่ไปนานกว่านี้น่าจะเสียหายมากกว่า  

          ผมสงสารและเห็นใจนายกฯ สุรยุทธ์เป็นอย่างมาก  อยากจะให้กำลังใจว่านายกฯ อย่าท้อถอยเป็นอันขาด  ประเทศชาติยังต้องการ "ผู้นำคุณธรรม" เพื่อเอาชนะ "อดีตผู้นำอธรรม" ที่ยังไม่เลิกเล่นเกมการเมืองตามที่ให้สัมภาษณ์ ไว้หลายครั้ง 

           สาวกในประเทศไทยกำลังเร่งสร้างกระแส "ทักษิณ" ดีกว่า "สุรยุทธ์  สร้างวาทกรรมแบบเดิมคือ "เก่งแต่โกงบ้าง" ยังดีกว่า "คนดีแต่ไม่เก่งแล้วทำงานไม่เป็น"  พยายามบอกว่าภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้ป้อแป้หมดเรี่ยวแรงลงไปมากเพราะนายกฯ สุรยุทธ์บริหารประเทศไม่เป็น

            ผมไม่อยากให้สังคมไทยต้องสูญเสีย "คนดีมีคุณธรรม" ไปอีกหนึ่งคน  ซึ่งอุตส่าห์เสียสละมาทำงานใหญ่เพื่อให้ประเทศผ่านพ้นช่วงวิกฤติหลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549  แต่กลับ "ถูกกระทำ" จากพวก "เต่าล้านปี" ที่ไม่ค่อยช่วยทำงานกับ "เต่ากระดองอ่อน" ที่ขยันสร้างเรื่องไม่เป็นเรื่อง    นายกฯสุรยุทธ์ในวันนี้ที่ผ่านมากว่า 4 เดือนเข้าสู่เดือนที่ห้า  จึงหมดสง่าราศีลงไปเป็นกอง  

            ต้นทุนทางสังคมที่ได้รับการยอมรับจากการทำงานในฐานะ "นายทหารอาชีพ" อย่างซื่อสัตย์สุจริตและยึดมั่นในหลักคุณธรรมมาเกือบตลอดชั่วชีวิต  กำลังร่อยหรอเหลือน้อยเต็มที   สถานการณ์การเมืองและอนาคตของประเทศไทยในช่วงเปลี่ยนถ่ายจากรัฐบาลภายใต้คมช.ไปสู่รัฐบาลที่มาจาการเลือกตั้งครั้งใหม่กำลังมืดมนลงอีกครั้ง   

          สังคมในเกือบทุกภาคส่วนกำลังอยู่ภาวะหดหู่ท้อแท้  อารมณ์ของผู้คนส่วนใหญ่ไม่อยากให้ประเทศไทยกลับไปสู่สถานการณ์เดิมในปีที่แล้วก่อนการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่สังคมแตกแยกแบ่งขั้วอย่างรุนแรง    ภาวะเศรษฐกิจจึงอยู่ในสภาพเสื่อมทรุดสิ้นหวังกำลังจมดิ่งลงไปเรื่อยๆ  มองไม่เห็นว่าสถานการณ์การเมืองจะดีขึ้นอย่างไรเพื่อเศรษฐกิจจะดีขึ้นตามไปด้วย  อามรณ์จับจ่ายใช้เงินของผู้คนจึงถดถอยลงไปเป็นอันมากใน 1-2 เดือนที่ผ่านมาและยังมองไม่เห็นแนวโน้มจะดีขึ้นเลย  

           พล.อ.สุรยุทธ์เมื่อครั้งเป็น"ผู้บัญชาการทหารบก" ในยุครัฐบาลนายชวนหลีกภัย รอบ 2 มีอำนาจเต็มในการบริหารกองทัพ  อยู่ประมาณ 3 ปี  จนทำให้กองทัพกลับสู่ความเป็นเอกภาพและนายทหารกลับสู่ความเป็นทหารอาชีพอย่างแท้จริง     แล้วหลังจากนั้นคุณทักษิณมาเป็นนายกฯ ในปี 2544  กองทัพถูกแทรกแซงจากการแต่งตั้งลูกพี่ลูกน้องพล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตรข้ามหัวนายทหารอาชีพที่มีความสามารถนับ10 คนเป็นผู้บัญชการทหารบกอย่างเหลือเชื่อ   แต่พล.อ.สุรยุทธ์ในฐานะ "นายกรัฐมนตรี" หลังการรัฐประหาร  กลับแทบไม่มีอำนาจแท้จริงในการบริหารประเทศเลย   

           รัฐมนตรี "เต่าล้านปี" หลายคนถูกยัดเยียดให้มาเป็นรัฐมนตรีร่วมคณะ  จึงถือเอกสิทธิ์ทำงานเฉพาะ"วาระส่วนตัว" เพื่อเก็บไว้เป็นอนุสรณ์ "ขิงแก่" งานสุดท้ายหลังเกษียณไปนานนับสิบปีที่ไม่เคยคิดว่าจะได้กลับมาทำงานใหญ่อีก   สมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติบางคน หวังดี-ขยัน-ตั้งใจทำงานเป็นพิเศษ แต่กลับกลายเป็นว่าทำไมปล่อยให้คนแวดล้อม"ชำเรา" สนามบินสุวรรณภูมิอย่างไร้รสนิยมสิ้นดี   จนเกิดเสียงครหาว่ากำลังเกิด"ขบวนการตบทรัพย์" เพื่อเก็บตุนไว้เป็นทุนเล่นการเมือง แม้ว่าซากผลประโยชน์ของสนามบินสุวรรณภูมิจะหลงเหลือให้สวาปามน้อยกว่า "อีแร้ง" ในยุคทักษิณที่รุมทึ้งไปจนแทบหมดแล้ว 

            ยังดีที่นายกฯ สุรยุทธ์ตัดสินใจรวบอำนาจการจัดการสนามบินสุวรรณภูมิกับสนามบินดอนเมืองกลับเข้ามาอยู่ภายใต้กระทรวงคมนาคม  ซึ่งนายกฯ สุรยุทธ์ไว้วางใจรัฐมนตรีที่เลือกมาเองคือพล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ 

            สมาชิก คมช.บางคนใจร้อนไฟแรงอยากให้งานของรัฐบาลเดินหน้าในอัตราเร่งยิ่งขึ้น  เมื่อหมดความอดทนกับการทำงานในสไตล์"ฤาษีเลี้ยงเต่า" ของนายกฯ สุรยุทธ์     จึงแอบๆ ใช้ "อำนาจ" ของ คมช."ล้วงลูก" รัฐมนตรีหลายกระทรวง  ซึ่งโดยความเป็นจริงแม้ว่าสมควรอย่างยิ่งจะถูกล้วงลูกเร่งให้ทำงานเร็วขึ้น  แต่ควรจะเป็น "หน้าที่" ของพล.อ.สุรยุทธ์ที่ทำได้แค่มองตาปริบๆ  รับรู้แต่ไม่รู้จะห้ามปราม คมช.ไฟแรงอย่างไร   

            ความสัมพันธ์ระหว่างนายกฯ สุรยุทธ์ในปัจจุบัน  เปรียบได้กับ คมช.เป็น"นายจ้าง" แล้วขอร้อง"หลงจู๊มืออาชีพ" มาช่วยทำงานแทน เมื่อ "หลงจู๊มืออาชีพ" ทำงานไม่เข้าตา ลูกหลาน "เถ้าแก่" จึงพากัน "ล้วงลูก"หลงจู๊" กันเป็นว่าเล่น  มิหนำซ้ำ"สมาชิกเถ้าแก่คมช." ยังมีหลายคน จึงทำให้เกิดสภาพสับสนอลหม่านในการทำงานร่วมกันระหว่าง คมช.กับรัฐบาล   

           ในขณะที่ "พี่ใหญ่"พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกและประธาน คมช.ที่เคยเป็นลูกน้อง "หลงจู๊" มาก่อนก็เป็นคนดีขี้เกรงใจ "ลูกน้อง" เกินไป  ไม่ได้เข้าไปวางกติกา "ล้วงลูก" แบบไหนจึงไม่เป็นการ "ข้ามหัว" นายเก่า  จนทำให้อยู่ในอาการท้อแท้กับบั้นปลายชีวิตที่ควรอยู่อย่างสงบแล้ว 

          นานวันเข้า ความสัมพันธ์ของพล.อ.สนธิกับพล.อ.สุรยุทธ์จึงไม่ลงตัวกลายเป็นความห่างเหิน  เพราะความสัมพันธ์ที่ไม่สมดุลระหว่างสถานะนายเก่านายกฯ สุรยุทธ์กับบทบาทใหม่ของพล.อ.สนธิอดีตลูกน้อง  ที่กลับข้างมีสถานะเป็น "นายใหม่" ของพล.อ.สุรยุทธ์  มีอำนาจปลด "นายเก่า" จากนายกฯ ได้  แม้ว่าอำนาจของนายกฯ จะปลด ผบ.ทบ.ได้ก็ตาม    

           พล.อ.สนธิเคยบ่นดังๆ กับคนใกล้ชิดว่าอยากจะขอนัดเข้าไปคุยกับพล.อ.สุรยุทธ์และคณะรัฐมนตรีเพื่อ "ปรับจูน" การทำงานให้มีเอกภาพเป็นเนื้อเดียวกันระหว่าง คมช.กับรัฐบาล  แต่เชื่อหรือไม่ว่าต้องใช้เวลานัดนานกว่า 1 เดือน  จนป่านนี้นัดพบกันได้หรือยังก็ไม่รู้จริงๆ   

          นิสัยของพล.อ.สนธิเป็นคนขี้เกรงใจ  พิมพ์มาแบบเดียวกับ "นายเก่า" พล.อ.สุรยุทธ์   ทำให้ต่างคนต่างเก็บงำความอึดอัดใจในการทำงานร่วมกันไว้  โดยไม่เคยพูดในที่สาธารณะให้ขัดเคืองกันและยังให้เกียรติซึ่งกันและกันทั้งในฐานะ "นายเก่า" กับ "นายใหม่" ที่สลับกันทำหน้าที่ฟื้นฟูประเทศไทย 

          พล.อ.สุรยุทธ์บอกว่าจะใช้เวลา 3-4 วันในการปรับคณะรัฐมนตรีใหม่และพูดคุยเพื่อปรับการทำงานร่วมกัน  ซึ่งไม่น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับสถานการณ์ ณ วันนี้ที่ศรัทธาของประชาชนที่มีต่อนายกฯ สุรยุทธ์อยู่ในช่วงขาลง   เพราะหากปรับ ครม.ใหม่แบบเดิมๆ แล้วยังไม่สามารถฟื้นคะแนนนิยมกลับมาได้  จะยิ่งเสื่อมทรุดลงไปเร็วขึ้น   

          แนวทางรอดน่าจะเป็นการ "ปรับใหญ่" ตัดสินใจโละรัฐมนตรีเต่า2 ประเภทคือเต่าล้านปี-หมดไฟทำงานออกไปสัก 2-3 คนกับเต่ากระดองอ่อน-ขยันทำงานแต่มือใหม่หัดขับสร้างปัญหา 1-2 คน    แล้วตั้งรัฐมนตรีใหม่ไฟแรงทำงานเป็นอีก 4-5 คน รวมแล้วน่าจะปรับใหญ่ไม่น้อยกว่า 10 คน  แล้วจัดระบบการทำงานใหม่และปรับความสัมพันธ์ระหว่าง คมช.กับรัฐบาลด้วยให้มีภารกิจร่วมกัน  จึงจะกระชากความเชื่อมั่นของสังคมให้กลับคืนมาได้

          พล.อ.สุรยุทธ์ไม่ควรจะ "เกรงใจ" ใครอีกต่อไปแล้ว  เพราะหากเริ่มจากรัฐบาลพัง คมช.จะไร้ความชอบธรรมมากยิ่งขึ้น สังคมจะอลหม่านสิ้นหวังยิ่งกว่าเดิม ประเทศไทยและสถาบันจะตกอยู่ในอันตรายจนอยู่ไม่ได้  กลายเป็น "โดมิโน" ล้มตามกันไป    แล้ว "สาวกทักษิณ" จะโห่ร้องตั้งแถวรอต้อนรับคุณทักษิณกลับมาชำระแค้น  คราวนี้คุณทักษิณคงจะใช้อำนาจกำจัด "ศัตรู" ให้สิ้นซากเบ็ดเสร็จจริงๆ  สังคมไทยจะกลับไปอยู่ในสภาพแตกแยกรุนแรงกว่าเดิม 

        อธรรมจะครองเมืองอย่างถาวร  "สังคมคุณธรรม" จะกลายเป็นอดีตที่ไม่มีวันเกิดขึ้นอีกแล้ว


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
warakorn วันที่ : 04/03/2007 เวลา : 19.57 น.
http://www.oknation.net/blog/warakorn
"ท้อแท้ได้ ก้าวเดินอย่างช้าๆ ได้ แต่อย่าคิดเดินถอยหลังหรือละทิ้งโอกาส เพราะนั่นคือการยอมแพ้"

ขออนุญาติ แสดงความเห็นนะครับ...
-เห็นใจนายกฯ เหมือนกัน แต่ก็อยากให้นายกฯ ออกมาชี้แจง สาเหตุที่ต้องแต่งตั้ง คุณสมคิด มาดูแลด้านเศรษฐกิจ และกลายเป็นปัญหาอย่างที่เห็นกัน ..หากชี้แจงผมว่าน่าจะดีกว่าที่ไม่พูดไรเลย อาจะทำให้คะแนนนิยมกลับคืนมาบ้างอาจจะมากแต่น่าจะดีกว่านี้
-ส่วน
เรื่องความขัดแย้ง ระหว่าง พล.อ.สุรยุทธ์กับพล.อ.สนธิ ผมว่าหากมองคิดในแง่ดี ไม่น่าทีจะมีความขัดแย้งกัน เหมือนข่าวที่ออกมาเพราะทราบว่าทั้งคู่ มีความเหนียวแน่นกันมาก เนื่องจากทั้งสองคนมาจากหน่วยเดีียวกันคือ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ อีกทั้งเคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงใหล่กันมาแล้วในสมรภูมิ ซึ่งในทางทหารหรือนักรบนั้น ผู้ที่เคยร่วมรบกันมาและมีความเข้าอกเข้าใจ รู้ใจกัน นะครับ แต่ก้เป้นสิ่งที่ดีหาก พล.อสนธิ จะเข้าไปคุย เพื่อปรับจูน การทำงานให้มีเอกภาพเป็นเนื้อเดียวกันระหว่าง คมช.กับรัฐบาล เพื่ออะไร ๆจะดีขึ้น จะได้ลบภาพความขัดแย้งไปด้วย
แสดงความคิดเห็น

  ล๊อกอินเข้าสู้ระบบ คลิกที่นี่   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณ OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31