พิมพ์หน้านี้
|
ขอพักเรื่องแนวทางปฏิรูปสื่อรอบใหม่:คิดแบบดิจิทัลตอนที่ 2 ไว้ก่อน เพราะเรื่องร้อนและด่วนกว่าคือกรณี"คุณชายอ๋อย" ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ประกาศลาออกเมื่อวันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ด้วยการทิ้งระเบิด2-3 ลูก ลูกแรกกรณีอยู่ใต้อิทธิพลสื่อบางกลุ่มที่รัฐมนตรีเอื้อเฟื้ออยู่ แม้คุณชายอุ๋ยไม่เอ่ยชื่อตรงๆ ว่าสื่อกลุ่มไหนและรัฐมนตรีชื่ออะไร แต่ผู้คนในสังคมนึกถึงชื่อ 2 คนคือ อาจารย์ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่มีหน้าที่ที่กำกับดูแลสื่อของรัฐกับ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล เจ้าของสถานนีโทรทัศน์เอเอสทีวีที่มีรายการ "ยามเฝ้าแผ่นดิน" แล้วรัฐมนนตรีธีรภัทร์ให้เป็นนโยบายกับกรมประชาสัมพันธ์ พ่วงสัญญาณกับช่อง 11 ออกอากาศพร้อมกัน แต่รายการ"ยามเฝ้าแผ่นดิน" ทำหน้าที่ "ยามพกสายล่อฟ้า" ได้เพียงแค่ 11 วัน แทบไม่มีวันไหนเลยที่ไม่ได้เอ่ยถึงวีรกรรมของ "คุณชายอุ๋ย" ในเชิงลบสุดๆ และยังเกิดการลองของจาก "สาวกหางแถว" ของคุณทักษิณ ชินวัตรกรณีจะเปิดสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม "พีทีวี" แบบเดียวกับเอเอสทีวี ระเบิดอีกลูกคือการแฉพฤติกรรมชวนสงสัยกรณีแต่งตั้ง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ให้มีหน้าที่พูดอธิบายเศรษฐกิจพอเพียง สายสัมพันธ์เก่ากับคุณทักษิณยังซ่อนเร้นอยู่ในรัฐบาล แม้ "คุณชายอุ๋ย" ไม่เอ่ยชื่อแต่ทุกคนนึกได้ชื่อเดียวคือ ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีที่เคยเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณชินวัตรและคุ้นเคยกับดร.สมคิดเป็นอย่างดี แต่อย่าลืมว่าดร.วีระชัยสนิทสนมกับพล.อ.สุรยุทธ์ มายาวนานยิ่งกว่าเสียอีกมาตั้งแต่รุ่นพ่อคุณสุชัย วีระเมธีกุล การทิ้งบอมบ์ของคุณชายอุ๋ยได้ทำให้อาศรม "ฤาษีเลี้ยงเต่า" ของนายกรัฐมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์แทบลุกเป็นไฟ ยังดีที่นายกฯ สุรยุทธ์ "เก็บอาการ" ได้เป็นอย่างดีขอเวลา 3-4 วันจะปรับ ครม.ใหม่ แต่สังคมกลับเกิดความรู้สึก"ช็อก" เริ่มไม่เชื่อมั่น "ภาวะการนำ" ของนายกฯ สุรยุทธ์ว่าจะยังมีความสามารถฝ่า "มรสุมลูกใหญ่" ที่ตั้งเค้าทะมึนไปได้หรือไม่ คะแนนนิยมทุกสำนักจึงหล่นฮวบอย่างน่าใจหาย พักนี้เจอหน้าผู้คนมากหน้าหลายตาในสังคมจึงได้ยินเสียงบ่นดังๆ พร้อมกับอาการถอนหายใจด้วยความเป็นห่วง กลัวว่านายกฯ สุรยุทธ์จะถอดใจ แล้วรัฐบาลกับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติจะพังพาบลง เสียท่าให้อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตรฉวยโอกาสกลับมามีอำนาจอีก แต่การลาออกของคุณชายอุ๋ยอาจจะส่งผลลบระยะสั้น หวังว่าระยะกลางน่าจะส่งผลดีมากกว่าเพราะแวดวงนักวิชาการและนักธุรกิจพากัน "ส่ายหน้า" กับการทำงานของคุณชายอุ๋ยที่ "ผิดฟอร์ม" ไปมาก จนเกิดความเสียหายกับตลาดหุ้นและภาวะเศรษฐกิจที่เสื่อมทรุด อยู่ไปนานกว่านี้น่าจะเสียหายมากกว่า ผมสงสารและเห็นใจนายกฯ สุรยุทธ์เป็นอย่างมาก อยากจะให้กำลังใจว่านายกฯ อย่าท้อถอยเป็นอันขาด ประเทศชาติยังต้องการ "ผู้นำคุณธรรม" เพื่อเอาชนะ "อดีตผู้นำอธรรม" ที่ยังไม่เลิกเล่นเกมการเมืองตามที่ให้สัมภาษณ์ ไว้หลายครั้ง สาวกในประเทศไทยกำลังเร่งสร้างกระแส "ทักษิณ" ดีกว่า "สุรยุทธ์ สร้างวาทกรรมแบบเดิมคือ "เก่งแต่โกงบ้าง" ยังดีกว่า "คนดีแต่ไม่เก่งแล้วทำงานไม่เป็น" พยายามบอกว่าภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้ป้อแป้หมดเรี่ยวแรงลงไปมากเพราะนายกฯ สุรยุทธ์บริหารประเทศไม่เป็น ผมไม่อยากให้สังคมไทยต้องสูญเสีย "คนดีมีคุณธรรม" ไปอีกหนึ่งคน ซึ่งอุตส่าห์เสียสละมาทำงานใหญ่เพื่อให้ประเทศผ่านพ้นช่วงวิกฤติหลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 แต่กลับ "ถูกกระทำ" จากพวก "เต่าล้านปี" ที่ไม่ค่อยช่วยทำงานกับ "เต่ากระดองอ่อน" ที่ขยันสร้างเรื่องไม่เป็นเรื่อง นายกฯสุรยุทธ์ในวันนี้ที่ผ่านมากว่า 4 เดือนเข้าสู่เดือนที่ห้า จึงหมดสง่าราศีลงไปเป็นกอง ต้นทุนทางสังคมที่ได้รับการยอมรับจากการทำงานในฐานะ "นายทหารอาชีพ" อย่างซื่อสัตย์สุจริตและยึดมั่นในหลักคุณธรรมมาเกือบตลอดชั่วชีวิต กำลังร่อยหรอเหลือน้อยเต็มที สถานการณ์การเมืองและอนาคตของประเทศไทยในช่วงเปลี่ยนถ่ายจากรัฐบาลภายใต้คมช.ไปสู่รัฐบาลที่มาจาการเลือกตั้งครั้งใหม่กำลังมืดมนลงอีกครั้ง สังคมในเกือบทุกภาคส่วนกำลังอยู่ภาวะหดหู่ท้อแท้ อารมณ์ของผู้คนส่วนใหญ่ไม่อยากให้ประเทศไทยกลับไปสู่สถานการณ์เดิมในปีที่แล้วก่อนการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่สังคมแตกแยกแบ่งขั้วอย่างรุนแรง ภาวะเศรษฐกิจจึงอยู่ในสภาพเสื่อมทรุดสิ้นหวังกำลังจมดิ่งลงไปเรื่อยๆ มองไม่เห็นว่าสถานการณ์การเมืองจะดีขึ้นอย่างไรเพื่อเศรษฐกิจจะดีขึ้นตามไปด้วย อามรณ์จับจ่ายใช้เงินของผู้คนจึงถดถอยลงไปเป็นอันมากใน 1-2 เดือนที่ผ่านมาและยังมองไม่เห็นแนวโน้มจะดีขึ้นเลย พล.อ.สุรยุทธ์เมื่อครั้งเป็น"ผู้บัญชาการทหารบก" ในยุครัฐบาลนายชวนหลีกภัย รอบ 2 มีอำนาจเต็มในการบริหารกองทัพ อยู่ประมาณ 3 ปี จนทำให้กองทัพกลับสู่ความเป็นเอกภาพและนายทหารกลับสู่ความเป็นทหารอาชีพอย่างแท้จริง แล้วหลังจากนั้นคุณทักษิณมาเป็นนายกฯ ในปี 2544 กองทัพถูกแทรกแซงจากการแต่งตั้งลูกพี่ลูกน้องพล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตรข้ามหัวนายทหารอาชีพที่มีความสามารถนับ10 คนเป็นผู้บัญชการทหารบกอย่างเหลือเชื่อ แต่พล.อ.สุรยุทธ์ในฐานะ "นายกรัฐมนตรี" หลังการรัฐประหาร กลับแทบไม่มีอำนาจแท้จริงในการบริหารประเทศเลย รัฐมนตรี "เต่าล้านปี" หลายคนถูกยัดเยียดให้มาเป็นรัฐมนตรีร่วมคณะ จึงถือเอกสิทธิ์ทำงานเฉพาะ"วาระส่วนตัว" เพื่อเก็บไว้เป็นอนุสรณ์ "ขิงแก่" งานสุดท้ายหลังเกษียณไปนานนับสิบปีที่ไม่เคยคิดว่าจะได้กลับมาทำงานใหญ่อีก สมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติบางคน หวังดี-ขยัน-ตั้งใจทำงานเป็นพิเศษ แต่กลับกลายเป็นว่าทำไมปล่อยให้คนแวดล้อม"ชำเรา" สนามบินสุวรรณภูมิอย่างไร้รสนิยมสิ้นดี จนเกิดเสียงครหาว่ากำลังเกิด"ขบวนการตบทรัพย์" เพื่อเก็บตุนไว้เป็นทุนเล่นการเมือง แม้ว่าซากผลประโยชน์ของสนามบินสุวรรณภูมิจะหลงเหลือให้สวาปามน้อยกว่า "อีแร้ง" ในยุคทักษิณที่รุมทึ้งไปจนแทบหมดแล้ว ยังดีที่นายกฯ สุรยุทธ์ตัดสินใจรวบอำนาจการจัดการสนามบินสุวรรณภูมิกับสนามบินดอนเมืองกลับเข้ามาอยู่ภายใต้กระทรวงคมนาคม ซึ่งนายกฯ สุรยุทธ์ไว้วางใจรัฐมนตรีที่เลือกมาเองคือพล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ สมาชิก คมช.บางคนใจร้อนไฟแรงอยากให้งานของรัฐบาลเดินหน้าในอัตราเร่งยิ่งขึ้น เมื่อหมดความอดทนกับการทำงานในสไตล์"ฤาษีเลี้ยงเต่า" ของนายกฯ สุรยุทธ์ จึงแอบๆ ใช้ "อำนาจ" ของ คมช."ล้วงลูก" รัฐมนตรีหลายกระทรวง ซึ่งโดยความเป็นจริงแม้ว่าสมควรอย่างยิ่งจะถูกล้วงลูกเร่งให้ทำงานเร็วขึ้น แต่ควรจะเป็น "หน้าที่" ของพล.อ.สุรยุทธ์ที่ทำได้แค่มองตาปริบๆ รับรู้แต่ไม่รู้จะห้ามปราม คมช.ไฟแรงอย่างไร ความสัมพันธ์ระหว่างนายกฯ สุรยุทธ์ในปัจจุบัน เปรียบได้กับ คมช.เป็น"นายจ้าง" แล้วขอร้อง"หลงจู๊มืออาชีพ" มาช่วยทำงานแทน เมื่อ "หลงจู๊มืออาชีพ" ทำงานไม่เข้าตา ลูกหลาน "เถ้าแก่" จึงพากัน "ล้วงลูก"หลงจู๊" กันเป็นว่าเล่น มิหนำซ้ำ"สมาชิกเถ้าแก่คมช." ยังมีหลายคน จึงทำให้เกิดสภาพสับสนอลหม่านในการทำงานร่วมกันระหว่าง คมช.กับรัฐบาล ในขณะที่ "พี่ใหญ่"พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกและประธาน คมช.ที่เคยเป็นลูกน้อง "หลงจู๊" มาก่อนก็เป็นคนดีขี้เกรงใจ "ลูกน้อง" เกินไป ไม่ได้เข้าไปวางกติกา "ล้วงลูก" แบบไหนจึงไม่เป็นการ "ข้ามหัว" นายเก่า จนทำให้อยู่ในอาการท้อแท้กับบั้นปลายชีวิตที่ควรอยู่อย่างสงบแล้ว นานวันเข้า ความสัมพันธ์ของพล.อ.สนธิกับพล.อ.สุรยุทธ์จึงไม่ลงตัวกลายเป็นความห่างเหิน เพราะความสัมพันธ์ที่ไม่สมดุลระหว่างสถานะนายเก่านายกฯ สุรยุทธ์กับบทบาทใหม่ของพล.อ.สนธิอดีตลูกน้อง ที่กลับข้างมีสถานะเป็น "นายใหม่" ของพล.อ.สุรยุทธ์ มีอำนาจปลด "นายเก่า" จากนายกฯ ได้ แม้ว่าอำนาจของนายกฯ จะปลด ผบ.ทบ.ได้ก็ตาม พล.อ.สนธิเคยบ่นดังๆ กับคนใกล้ชิดว่าอยากจะขอนัดเข้าไปคุยกับพล.อ.สุรยุทธ์และคณะรัฐมนตรีเพื่อ "ปรับจูน" การทำงานให้มีเอกภาพเป็นเนื้อเดียวกันระหว่าง คมช.กับรัฐบาล แต่เชื่อหรือไม่ว่าต้องใช้เวลานัดนานกว่า 1 เดือน จนป่านนี้นัดพบกันได้หรือยังก็ไม่รู้จริงๆ นิสัยของพล.อ.สนธิเป็นคนขี้เกรงใจ พิมพ์มาแบบเดียวกับ "นายเก่า" พล.อ.สุรยุทธ์ ทำให้ต่างคนต่างเก็บงำความอึดอัดใจในการทำงานร่วมกันไว้ โดยไม่เคยพูดในที่สาธารณะให้ขัดเคืองกันและยังให้เกียรติซึ่งกันและกันทั้งในฐานะ "นายเก่า" กับ "นายใหม่" ที่สลับกันทำหน้าที่ฟื้นฟูประเทศไทย พล.อ.สุรยุทธ์บอกว่าจะใช้เวลา 3-4 วันในการปรับคณะรัฐมนตรีใหม่และพูดคุยเพื่อปรับการทำงานร่วมกัน ซึ่งไม่น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับสถานการณ์ ณ วันนี้ที่ศรัทธาของประชาชนที่มีต่อนายกฯ สุรยุทธ์อยู่ในช่วงขาลง เพราะหากปรับ ครม.ใหม่แบบเดิมๆ แล้วยังไม่สามารถฟื้นคะแนนนิยมกลับมาได้ จะยิ่งเสื่อมทรุดลงไปเร็วขึ้น แนวทางรอดน่าจะเป็นการ "ปรับใหญ่" ตัดสินใจโละรัฐมนตรีเต่า2 ประเภทคือเต่าล้านปี-หมดไฟทำงานออกไปสัก 2-3 คนกับเต่ากระดองอ่อน-ขยันทำงานแต่มือใหม่หัดขับสร้างปัญหา 1-2 คน แล้วตั้งรัฐมนตรีใหม่ไฟแรงทำงานเป็นอีก 4-5 คน รวมแล้วน่าจะปรับใหญ่ไม่น้อยกว่า 10 คน แล้วจัดระบบการทำงานใหม่และปรับความสัมพันธ์ระหว่าง คมช.กับรัฐบาลด้วยให้มีภารกิจร่วมกัน จึงจะกระชากความเชื่อมั่นของสังคมให้กลับคืนมาได้ พล.อ.สุรยุทธ์ไม่ควรจะ "เกรงใจ" ใครอีกต่อไปแล้ว เพราะหากเริ่มจากรัฐบาลพัง คมช.จะไร้ความชอบธรรมมากยิ่งขึ้น สังคมจะอลหม่านสิ้นหวังยิ่งกว่าเดิม ประเทศไทยและสถาบันจะตกอยู่ในอันตรายจนอยู่ไม่ได้ กลายเป็น "โดมิโน" ล้มตามกันไป แล้ว "สาวกทักษิณ" จะโห่ร้องตั้งแถวรอต้อนรับคุณทักษิณกลับมาชำระแค้น คราวนี้คุณทักษิณคงจะใช้อำนาจกำจัด "ศัตรู" ให้สิ้นซากเบ็ดเสร็จจริงๆ สังคมไทยจะกลับไปอยู่ในสภาพแตกแยกรุนแรงกว่าเดิม อธรรมจะครองเมืองอย่างถาวร "สังคมคุณธรรม" จะกลายเป็นอดีตที่ไม่มีวันเกิดขึ้นอีกแล้ว |
| << | มีนาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |