• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 96
  • จำนวนผู้ชม : 55047
  • จำนวนผู้โหวต : 129
  • ส่ง msg :
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 18 มีนาคม 2550
ปฏิรูปสื่อทั้งระบบ เพื่อปฏิรูปการเมืองและสังคมยั่งยืน
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 390 , 15:18:26 น.  
พิมพ์หน้านี้


         แม้ว่าจะเห็นด้วยกับอาจารย์ดรุณีหิรัญรักษ์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยที่พูดในฐานะประธานคณะกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อกำหนดอนาคตทีไอทีวีว่าโดยส่วนตัวยังอยากจะให้"ทีไอทีวี"กลับไปสู่เจตนารมณ์เดิม"ทีวีเสรี"ที่บริหารโดยเอกชนเช่นเดิมและการพิจารณานำคลื่นความถี่ยูเอชเอฟอีก 1 คลื่นความถี่มาใช้สำหรับ"ทีวีสาธารณะ"ช่องใหม่   แต่ไม่เห็นด้วยกับการปล่อยให้สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง11 อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมประชาสัมพันธ์เช่นเดิม  ซึ่งกำลังมุ่งไปสู่การบริหารในรูปแบบ"หน่วยงานรูปแบบพิเศษ(Service Delivery Unit : SDU)ที่อ้างว่าจะยืนยันปรัชญาในการทำงานบริการสาธารณะ(Public Service Broadcasting)ที่ไม่มุ่งหวังผลกำไร   เพราะรูปแบบนี้ช่อง11 ยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐที่มี"ฝ่ายการเมือง"เข้ามามีอำนาจเหนือเช่นเดิม รูปแบบ SDU เป็นความพยายามหลบเลี่ยงระเบียบราชการเพื่อแสวงหารายได้จากการเช่าใช้อุปกรณ์การผลิตรายการ,ค่าเช่าเวลา,ค่าโฆษณา ฯลฯ ที่ยังมองไม่เห็นว่าจะมีหลักประกันอะไรให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะอย่างแท้จริง    

         ตราบใดที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกับอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ยังมีอำนาจโดยกฎหมายในการเข้าไปสั่งการโยกย้ายข้าราชการได้ เพราะรูปแบบหน่วยงานนี้เป็น "กึ่งอิสระ" ยังยึดโยงกับกรมประชาสัมพันธ์เช่นเดิม    ในที่สุดรูปแบบSDU ของช่อง 11 จะกลายเป็น "เครื่องมือ" ในการใช้อำนาจของรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองอย่างชอบธรรม  อนุมัติให้พวกพ้องเข้ามาใช้เครื่องไม้เครื่องมือช่อง 11  ยึดผังรายการช่อง 11 ที่สามารถโฆษณาเชิงธุรกิจได้แบบเดียวกับฟรีทีวีทั่วไป  ขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับมติคณะรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลพล.อ.เปรมติณสูลานนท์ เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2528 จัดตั้งสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 ที่ต่อมาได้รับความช่วยเหลือเป็นเงินให้เปล่าประมาณ 300 ล้านบาทจากสำนักความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งรัฐบาลญี่ปุ่น (ไจก้า) พร้อมกับความช่วยเหลือทางเทคนิคจากสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเค ที่เป็น "ทีวีสาธารณะ" ของญี่ปุ่น โดยมีเงื่อนไขการรับเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่านี้ตามมติคณะรัฐมนตรี6 พฤษภาคม 2539 ให้เป็นสถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษาและการประชาสัมพันธ์ของรัฐที่ไม่ให้มีโฆษณาทางธุรกิจและไม่ให้เอกชนเข้ามาร่วมดำเนินการลองเปิดช่อง11 วันนี้ดูจะเห็นโฆษณาทางธุรกิจมากมายหลบเลี่ยงในรูปแบบต่างๆ อยู่แล้ว    

         ไหนๆอาจารย์ดรุณีเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการ "ปฏิรูปสื่อ" มาตั้งแต่หลังเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 และสั่งสอนลูกศิษย์ในสายนิเทศศาสตร์มาเป็นเวลานานกว่า 30 ปีแล้ว ด้วยความเชื่อมั่นในพลังของสื่อในการเปลี่ยนแปลงสังคม   อยากจะให้ใช้จังหวะนี้ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อย มุ่งมั่นทำภารกิจนี้ให้สำเร็จเสียที  ด้วยการผลักดัน "ปฏิรูปสื่อภาครัฐ" ในกำกับของสำนักปลัดนายกรัฐมนตรีทั้งหมด ตามที่รัฐมนตรีประจำสำนักฯคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ เคยพูดไว้ว่าอยากจะถือโอกาสปฏิรูปสื่อในกำกับไปในคราวเดียวกันที่น่าจะเป็นแนวทางถูกต้องที่สุด     

         โอกาสเช่นนี้หาได้ไม่ง่ายนักที่รัฐบาลไม่ได้มาจากพรรคการเมือง แต่เป็นรัฐบาลเฉพาะกิจที่เข้ามาจากสถานการณ์พิเศษการรัฐประหาร  เช่นเดียวกับรัฐบาลนายอานันท์ปันยารชุน(2)ที่มีความมุ่งมั่นทางการเมือง( Political Will)  จนทำให้เกิด"ทีวีเสรี" เพื่อจะช่วยเป็น "สื่อทางเลือก"ที่อิสระจากอำนาจรัฐแต่บริหารโดยเอกชน แตกต่างจากฟรีทีวีอีก 5 ช่องที่เป็นทีวีของรัฐและทีวีเชิงธุรกิจ แต่การเกิดขึ้นของ"ไอทีวี" ช่องเดียวได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าด้วยเงื่อนไขโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่ผิดปกติทางธุรกิจ, จุดเริ่มต้นจากค่าสัมปทานสูงสุด ทำให้กลายเป็น "ตุ้มถ่วง"จนไม่สามารถต่อสู้ต้านทานกระแสการดำเนินธุรกิจระบบทุนนิยมเสรีได้ จึงถูกกลืนจากกลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่กุมอำนาจรัฐคือตระกูลชินวัตรของอดีตนายกฯทักษิณชินวัตร  แล้วปรับผังรายการเพิ่มพื้นที่รายการที่ไม่ก่อให้เกิดปัญญาแก่สังคมและลดค่าสัมปทานเพื่อความอยู่รอดทางธุรกิจโทรทัศน์ แนวทางการสร้าง"ทีวีสาธารณะ" ครั้งนี้ จึงควรกำจัด "ตุ้มถ่วง" ทางการเงินในทุกวิถีทางให้ "ตัวเบา" ที่สุดและหลุดพ้นจากอำนาจรัฐที่มาจากนักการเมืองในรัฐบาล จึงควรจะมองกว้างกว่า "ทีวีเสรี" ที่มีโครงสร้างแบบเดิมหรือโอนอ่อนตามกระแสข้อเรียกร้องให้ทีไอทีวีเป็น "ทีวีสาธารณะ" ช่องเดียวโดดๆ      

         หัวใจสำคัญที่เป็นรูปธรรมที่สุดน่าจะเริ่มต้นจากการจัดตั้ง "องค์กรสื่อสาธารณะ"ที่เป็นอิสระปลอดจากอำนาจรัฐ  โดยมีกฎหมายรองรับเพื่อเป็นหลักประกันไม่ให้"อำนาจรัฐ" เข้ามาแทรกแซงกำหนดเนื้อหาให้เป็นประโยชน์กับนักการเมืองที่มาเป็นรัฐบาล เพราะครั้งที่แล้วอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีที่มีงานอีกร้อยแปดจึงทำให้ "ไอทีวี" กลายพันธุ์เป็นทีวีเชิงธุรกิจ    "องค์กรสื่อสาธารณะที่เป็นอิสระ" ควรจะกำหนดภารกิจในการบริหารจัดการ "สื่อเพื่อสาธารณะและทีวีเสรี" อย่างน้อย 3 คลื่นความถี่เพื่อทำให้เกิดพลังในการแข่งขันกับทีวีภาคธุรกิจอย่างทัดเทียมมากขึ้น   

         ภารกิจที่หนึ่ง การบริหารจัดการคลื่นความถี่ยูเอชเอฟที่ใช้กับทีไอทีวี ควรจะปรับรูปแบบจากเปิดให้สัมปทาน"ผู้ประกอบการรายเดียว"เป็น "ผู้ผลิตรายการหลายราย" เพราะเอกชนรายใหม่ไม่จำเป็นต้องลงทุนอุปกรณ์ระบบออกอากาศที่มีมูลค่าลงทุนสูงมากกว่าจะได้เครือข่าย 99%ของพื้นที่ประเทศไทย หลังจากสำนักนายกฯ ยึดอุปกรณ์ทั้งหมดมาจากไอทีวีแล้ว  สามารถนำมาใช้เป็น "ทุนและทรัพย์สิน"ในการดำเนินการให้ทีไอทีวีรูปแบบใหม่เป็น"ทีวีเสรี" ที่ "องค์กรสื่อสาธารณะที่เป็นอิสระ" เป็นองค์กรบริหารการออกอากาศและควบคุมผังรายการเพื่อให้ตรงกับเจตนารมณ์ "ทีวีเสรี" เช่นเดิม  แต่เปิดโอกาสแข่งขันเสรีเพื่อคัดเลือก "ผู้ผลิตรายการคุณภาพ" อย่างน้อย 5-8 รายเข้ามาผลิตรายการป้อนตามข้อกำหนดผังรายการ 

- จัดแบ่งผังรายการ 24 ชั่วโมงใหม่ให้มีสัดส่วนของรายการข่าวและสาระ 70% กับบันเทิงที่มีสาระ 30% 

- เปิดโอกาสให้ "ผู้ผลิตรายการ" เข้ามาเสนอแข่งขันนำเสนอ "รูปแบบ" ในส่วนของผัง 70% โดยกำหนดผลตอบแทนคงที่ - เปิดโอกาสให้ "ผู้ผลิตรายการ" เข้ามาเสนอแข่งขันในส่วนของผังบันเทิงที่มีสาระ 30% แต่กำหนดผลตอบแทนขั้นต่ำ-ระยะเวลาสัญญาผลิตรายการไม่น้อยกว่า 3-5 ปี เพื่อสร้างแรงจูงใจและผู้ผลิตรายการมีเวลาในการพัฒนารูปแบบรายการ

- ควรให้มีการโฆษณาทางธุรกิจเช่นเดียวกับฟรีทีวีเชิงธุรกิจ  แต่กำหนดเงื่อนไขการจัดสรรเวลาให้ "โฆษณา" ภาพลักษณ์เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือสารคดีสั้นในท้ายชั่วโมงละ 1-2 นาที    

         ภารกิจที่สอง การโอนการบริหารช่อง 11 ให้มาอยู่ภายใต้องค์กรพิเศษที่เป็นอิสระ เพื่อทำให้ช่อง11 กลับไปสู่เจตนารมณ์เดิมคือโทรทัศน์เพื่อการศึกษาและสาธารณะห้ามมีโฆษณาเชิงธุรกิจและห้ามเอกชนร่วมดำเนินการ  ช่อง11 ควรจะทำหน้าที่เป็น "ทีวีสาธารณะ" ที่ไม่มีโฆษณา เพื่อสร้างมาตรฐานและคุณภาพรายการโทรทัศน์ให้เป็นทางเลือกของประชาชน    โดยกำหนดให้มีแหล่งเงินอุดหนุนจากหลายๆแหล่ง เพื่อให้เกิดเสถียรภาพในการบริหารงานเพื่อสาธารณะ  เช่น  ค่าตอบแทนบางส่วนจากผู้ผลิตรายการใน "ทีวีเสรี"  รายได้การผลิตรายการให้ผู้ผลิตรายการอิสระที่ได้รับเงินจากกองทุนพัฒนาสื่อสาธารณะ  รายได้จากภาษีในรูปแบบต่างๆ  งบประมาณของรัฐในระดับที่เหมาะสม ฯลฯ นอกจากนี้เครือข่ายช่อง11

         ยังมีสถานีโทรทัศน์ในส่วนภูมิภาคที่สามารถออกอากาศเฉพาะพื้นที่ได้อีก 8 พื้นที่  ยังจะช่วยทำให้เกิด "ทีวีสาธารณะในระดับภาคและท้องถิ่น"อีก 8 ช่องที่จะมีผังรายการจากผู้ผลิตรายการท้องถิ่น เช่น รายการข่าวท้องถิ่น รายการบันเทิงพื้นบ้าน รายการข่าวธุรกิจเอสเอ็มอี ฯลฯ ภารกิจที่สามควรพิจารณานำคลื่นความถี่ระบบยูเอชเอฟอีกหนึ่งคลื่นความถี่ที่อยู่ในการครอบครองของสำนักนายกรัฐมนตรีมาพัฒนาในระบบดิจิทัล  ซึ่งจะทำให้การใช้คลื่นความถี่เกิดประโยชน์สูงสุดจาก 1 ช่องโทรทัศน์กลายเป็น 5-10 ช่องรายการโทรทัศน์ที่จะสอดคล้องกับสภาพสังคมที่ซับซ้อนมากขึ้นในอนาคต ภารกิจที่สี่ ควรจะทำหน้าที่บริหาร "กองทุนเพื่อพัฒนาสื่อสาธารณะ" ที่มีแหล่งเงินจากหลายๆ ช่องทาง  เช่นภาษีเหล้าและบุหรี่  การถ่ายโอนเงินจากกองทุนส่งเสริมสุขภาพ(สสส.)  

         ส่วนแบ่งรายได้จากช่องโทรทัศน์ธุรกิจที่รัฐไม่ได้ไปกำหนดผังรายการเชิงสาระ   การบริจาคขององค์กรธุรกิจที่สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีนิติบุคคล ฯลฯ    การบริหาร"องค์กรสื่อสาธารณะที่เป็นอิสระ" ควรจะมาจากการสรรหาคณะกรรมการจากบุคคลสาธารณะที่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา  เช่น ตัวแทนนักวิชาการภาคนิเทศศาสตร์  นักวิชาการด้านเทคโนโลยีและไอที  องค์กรผู้บริโภคภาคประชาชน  องค์กรสื่อ   ตัวแทนองค์กรพัฒนาเอกชน ฯลฯ คณะกรรมการองค์กรสื่อสาธารณะจะกำกับและดูแลการพัฒนา"ทีวีสาธารณะช่องทีวีเสรี-ทีไอทีวี และทีวีดิจิทัลเฉพาะกลุ่ม" ให้มีพลังขับเคลื่อนทางสังคม สามารถถ่วงดุล "ทีวีภาคบันเทิงและธุรกิจ"คือช่อง 3 กับช่อง 7 ที่มีส่วนแบ่งคนดูไม่น้อยกว่า75-80% ได้และยังควรมีบทบาทกำหนดภารกิจของบริษัท อสมท จำกัด และสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ให้มีสัดส่วนผังรายการโทรทัศน์ที่มีสาระมากกว่ารายการไร้สาระ   

         ช่วงจังหวะกระแสความต้องการ"ทีวีสาธารณะ"และ "ทีวีเสรี" เพื่อเป็น "สองช่องคู่ขนาน" ในการต่อกร "ทีวีภาคธุรกิจ" กำลังเกิดขึ้นแล้วแต่สำคัญที่สุดจะต้องทำให้นายกรัฐมนตรีพล.อ.สุรยุทธ์จุลานนท์ เชื่อมั่นในการ"ปฏิรูปสื่อครั้งใหม่"ว่าจะเป็นกุญแจสำคัญในการ "ปฏิรูปสังคมและการเมือง" ที่จะมีความยั่งยืนมากกว่าการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ที่ไม่มีหลักประกันใดๆว่าจะไม่ถูกฉีกจากการรัฐประหารอีก 

         ด้วยการประกาศจัดตั้ง"คณะกรรมการปฏิรูปสื่อแห่งชาติ"ที่มีพล.อ.สุรยุทธ์เป็นประธานเพื่อกำหนดกรอบและแผนงานที่เป็น"วาระแห่งชาติ" ที่จะต้องใช้ความมุ่งมั่นทางการเมืองสูงมาก หากพล.อ.สุรยุทธ์กล้าตัดสินใจให้มีจุดเริ่มต้นได้จะเป็นคุณูปการกับสังคมไทยในระยะยาว  


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
wannasiri วันที่ : 19/03/2007 เวลา : 11.43 น.
http://www.oknation.net/blog/wannasiri

ในความคิดของตัวเอง การทำให้ช่อง11เป็นสื่อสาธารณะเป็นไปได้ยากค่ะ ถ้าตราบใดหน่วยงานที่ตั้งใหม่เป็นองค์กรพิเศษที่เป็นอิสระ แต่คนทำงานยังเป็นคนกลุ่มเดิมที่เป็นข้าราชการของช่อง 11 หรือกรมประชาสัมพันธ์โอนย้ายไป เพราะวัฒนธรรมข้าราชการยังคงอยู่ร้อยเปอร์เซนต์ ที่สำคัญความรู้และจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน หาได้ยากในหมู่ข้าราชการของที่นี่ คือดิฉันจะอธิบายว่า เลือดของความเป็นข้าราชการกับการเป็นนักสื่อสารมวลชนมันคนละสี จิตสำนึกมันไปคนละทาง ถ้าต้องเอาข้าราชการที่ช่อง11มานั่งทำงานและบริหารองค์กรสื่อพิเศษอิสระที่ว่านี้ เราจะได้รายการแบบที่เค้าอยากนำเสนอเท่านั้น โดยไม่นึกถึงประโยชน์ของผู้ชม ยกตัวอย่างนะคะ ประเพณีแข่งเรือยาว ก็เป็นประเพณีไทยใช่มั๊ยคะ แต่ถ้าเป็นประเพณีแข่งเรือยาวที่มีรัฐมนตรีซักคนเป็นประธานเปิดงาน สิ่งที่เราได้คืออะไร แน่นอนเราจะได้เห็นการแข่งเรือยาว แต่ภาพก็จะเน้นไปจับที่รัฐมนตรี ผู้บรรยายก็จะไม่รู้เรื่องราวของเรือยาวว่ามันเป็นประเพณีที่สำคัญยังไง ก็จะพูดไปเรื่อยเปื่อย จนรับมนตรีกลับ ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการถ่ายทอดประเพณีแข่งเรือยาว แล้วก็มาบอกว่า ได้ทำหน้าที่สื่อสาธารณะแล้ว ...น่าเบื่อมากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
Canไทเมือง วันที่ : 19/03/2007 เวลา : 00.47 น.
http://www.oknation.net/blog/canthai

ต้องเร่งมือครับ อย่าให้คลื่นนี้ตกเป็นเครื่องมือของนักการเมืองในอีก 6-7 เดือนข้างหน้า

ทำยังไงก็ได้ ให้มีกฎหมายปฏิรูปสื่อ ออกมาให้เป็นของสาธารณชนโดยด่วน

หากจะมีโฆษณาอยู่บ้างผมไม่รังเกียจครับ แต่ขอโฆษณาน้อย ๆ ไม่เกิน 20 % ผมพอรับได้ คนอื่นผมไม่แน่ใจ

อย่างน้อยผมมองว่าน่าจะมีเงินมากพอจ้างคนเก่งไว้บ้าง

ของฟรีหรือนักจัดรายการที่ไม่หวังเงินทองที่เก่ง ๆ ก็คงมีบ้าง แต่อย่างน้อยต้องให้เค้ายืดหน้าชูคอในสังคมได้ ไม่อายใคร

ไม่งั้นก็จะกลายเป็นที่ฝึกปรือฝีมือ ใ้ห้คนอื่นประมูลตัวไปใช้อยู่ดี
ความคิดเห็นที่ 1
Nity วันที่ : 18/03/2007 เวลา : 16.21 น.
http://www.oknation.net/blog/nity
โลกหลากแบบ จึงมองได้หลายมุม!

"บิ๊กแอ้ด" คงต้องแสดงความกล้าที่ต้องชัดเจน หลังจากเสียศรัทธาจากกรณี "ไอทีวี" ที่พูดกลับไป กลับมา

ฉะนั้น การตั้ง "คณะกรรมการปฏิรูปสื่อแห่งชาติ" ถือเป็นคำถามสำหรับผู้นำประเทศนี้ ว่ามั่นคงและกล้าตัดสินใจอย่างแท้จริง จึงจะสามารถแก้ปัญหาสื่อที่คาราคาซังได้ เพื่อคนรุ่นต่อไป จะได้ประโยชนืและทางเลือกในการรับฟังข่าวสารมากยิ่งขึ้น
แสดงความคิดเห็น

  ล๊อกอินเข้าสู้ระบบ คลิกที่นี่   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณ OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31