• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 114
  • จำนวนผู้ชม : 116422
  • จำนวนผู้โหวต : 234
  • ส่ง msg :
more
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/adisak
วันพุธ ที่ 21 มีนาคม 2550
อังกฤษมี BBC เป็นทีวีสาธาณะกับ ITV เป็นทีวีเสรีเอกชน(1)
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 886 , 09:21:16 น.  
พิมพ์หน้านี้


   ผมขอย่อยข้อมูลโทรทัศน์สาธารณะในประเทศอังกฤษจากในหนังสือ"โลกของการกระจายเสียง"ของอาจารย์วิภา อุตมฉันท์"เพื่อให้สมาชิก OKNATION มีความรู้พื้นฐานมากขึ้นสำหรับการวิวาทะ"ทีวีสาธารณะ"ในประเทศไทย

  ระบบกระจายเสียงเพื่อสาธารณะของ BBC ในประเทศอังกฤษเป็นต้นแบบของยุคแรกของกระจายเสียง(ครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 )ที่ประเทศส่วนใหญ่ในโลกประมาณ 3 ใน 4 มีระบบกระจายเสียงที่ทำตามอุดมการณ์เพื่อสาธารณะ

   แนวคิดนี้อยู่บนพื้นฐานปรัชญาของรัฐที่ให้ความสำคัญกบสื่อกระจายเสียงให้ทำหน้าที่ยกระดับความคิด ทัศนคติ วัฒนธรรมของประชาชนเพื่อเป็นรากฐานให้กับการเมืองในระบอบประชาธิปไตย  ปรัชญานี้เชื่อว่าสื่อกระจายเสียงจะปฏิบัติพันธกิจทางสังคม ( social commitment)ได้ ต้องเป็นอิสระทางความคิดไม่ตกอยู่ใต้อำนาจการเมือง 

   รัฐจึงออกกฏหมายให้ตั้งองค์กรกระจายเสียงที่มีรายได้จากเงินที่เก็บจากประชาชนด้วยช่องทางใดช่องทางหนึ่ง  แล้วมอบหมายภาระหน้าที่อันสูงส่งให้กับองค์กรสาธารณะ พร้อมกับให้เอกสิทธิผูกขาดการกระจายเสียงทั่วประเทศโดยไม่มีคู่แข่ง

   แต่ในครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 ระบบกระจายเสียงเพื่อสาธารณะทั้งในอังกฤษและยุโรป  ต่างประสบชะตากรรมเพราะต้องต่อสู้กับนายทุนสื่อภาคเอกชน  ทำให้ปัจจุบันระบบกระจายเสียงเพื่อสาธารณะในความหมายดั้งเดิมและรูปแบบเดิมแทบจะไม่เหลือเค้าให้เห็นแล้ว  ยกเว้นกรณี BBC ของอังกฤษกับ NHK ของญี่ปุ่นที่ยืนหยัดรักษาสถานะขององค์กรกระจายเสียงที่มีรายได้จากประชาชนเช่นเดิม   แต่ก็ต้องยอมประนีประนอม ปรับเปลี่ยนแนวทางการปฏิบัติบางอย่างเพื่อความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ

  BBC เกิดขึ้นภายใต้พระราชกฤษฎีกา Royal Charter ในสมัยพระเจ้ายอร์ชที่ 5 เพื่อจัดตั้งองค์กระกระจายเสียงเพื่อสาธารณะที่มีชื่อเต็มๆว่า British Broadcasting Corporation  หลังจากรัฐสภาอังกฤษได้มีมติเลิกล้มระบบกระจายเสียงที่ดำเนินงานโดยบริษัทเอกชน 5 บริษัท

  BBC มีสถานะพิเศษอยู่ภายใต้สถาบันพระมหากษัตริย์  จึงมีความเป็นอิสระปลอดจากอำนาจทางการเมือง มีอธิปไตยสูงสุดทั้งในฐานะองค์กรกระจายเสียง(Broadcaster) และเป็นองค์กรกำกับดูแลตนเองด้วย( Regulator)

  BBC ยังขึ้นต่อกฏหมายอีก 2 ฉบับคือ Wireless Telegraphy ACT 1949 เกี่ยวกับการให้สัมปทานคลื่นวิทยุแก่ผู้ประกอบการทุกรายรวมทั้ง BBC  สาระสำคัฐคือการควบคุมทางเทคนิค เช่น กำลังส่ง ที่ตั้ง คุณภาพสัญญาณ ฯลฯ และอีกฉบับหนึ่งคือ License and Agreement ที่กล่าวถึงความสัมพันธ์และการปฏิบัติระหว่าง BBC กับรัฐสภา โดยส่วนใหญ่เกี่ยวกับการเงิน การบริหารและการควบคุมเนื้อหารายการ โดย BBC มีรายได้จากค่าธรรมเนียมการรับชมเก็บจากครัวเรือนของประชาชนเพียงทางเดียว  แต่ค่าธรรมเนียมเหล่านี้ไม่ได้ตกแก่ BBC โดยอัตโนมัติ จะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาก่อนเป็นรายปี

การต่อสู้เพื่อคงความเป็นอิสระทางด้านรายการของ BBC น่าสนใจมาก

เพราะกฏหมาย License and Agreement ได้ให้อำนาจรัฐบาลอย่างกว้างขวางผ่านกระทรวงความมั่นคงภายในมีสิทธิ์ออกดความเห็นต่อเนื้อหารายการของ BBC ได้ตลอดเวลา  อำนาจนี้เรียกว่า Reserve Power ที่รัฐสภาสำรองไว้กับรัฐบาล  แต่อำนาจนี้ขัดแย้งโดยตรงกับเจตนารมณ์ของ Royal Charter ที่ต้องการให้ BBC มีอิสระภาพในการทำงานปลอดจากอำนาจการเมือง

ประเด็นนี้มีการต่อสู้กันในรัฐสภาอังกฤษหลายครั้ง ฝ่ายการเมืองพยายามเข้าไปแทรกแซงเช่นกัน แต่ในที่สุดมีการตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งขึ้นมาศึกษา  ปรากฏว่าคณะกรรมการชุดนี้กลับเสนอให้คงอำนาจนี้ไว้กับรัฐบาลอีกเพราะเห็นว่ากระรณีเกิดปัญหาความขัดแย้งกันในด้านเนื้อหาเหมาะสมหรือไม่ จนไม่อาจหาข้อยุติได้  ในขั้นสุดท้ายควรจะให้รัฐบาลมีอำนาจตัดสินว่ารายการนั้นเป็นภัยต่อประเทศชาติหรือไม่  แต่คณะกรรมการชุดนี้ได้เสนอรายงานกับรัฐสภาไว้อย่างน่าสนใจ

"(ด้วยอำนาจที่รัฐบาลมีอยู่ในปัจจุบัน) รัฐมนตรี(ความมั่นคงภายใน)มีความเห็นคัดค้าน(รายการของ BBC ได้) แต่ BBC สามารถปฏิเสธไม่ยอมรับการคัดค้านได้และ BBC ยังสามารถพูดกับรัฐมนตรีได้ว่า รัฐมนตรีมีสิทธิสั่งแบนรายการของพวกเขาได้ตามอำเภอใจ แต่ถ้า(รัฐมนตรี)ทำ  พวกเขา (BBC)ก็จะแจ้งให้สาธารณชนรับรู้ว่ารัฐมนตรีได้กระทำการดังกล่าวกับพวกเขา

เราจึงเชื่อว่านี่เป็นวิธีการดีที่สุดในการประสานเสรีภาพของผู้ประกอบการกระจายเสียงกับความห่วงใยของรัฐบาลเข้าด้วยกัน  และเชื่อว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะเอาเรื่องความรับผิดชอบต่อเนื้อหารายการกระจายเสียงไปวางไว้ ณ จุดที่มันสมควรจะอยู่(คืออยู่กับรัฐบาลเพราะBBC มีช่องทางที่จะต่อสู้กับรัฐบาลได้)"

ผลเป็นอย่างไร  รัฐบาลมีคำสั่งลงมาถึง BBC ไม่ถึง 10 ครั้ง และมีเพียง 2 ครั้งเท่านั้นที่คำสั่งยังมีผลบังคับใช้  คำสั่งแรกเมื่อปีค.ศ. 1927 ห้าม BBC ออกบทบรรณาธิการและคำสั่งที่สองห้าม BBC ใช้คำพูดที่มีนัยแอบแฝง ( subliminal message)

จะเห็นได้ว่การต่อสู้ของ BBC ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ  แต่แอบอิงกับสาธารณชนตลอดเวลา จึงรักษาสถานะความเป็นอิสระได้มากพอสมควร  และยังต้องได้คนดีมาอยู่ใน คณะกรรมการบริหาร BBC หรือ Board of Governors ที่รัฐสภาเป็นผู้คัดเลือกและปลดได้  คณะกรรมการชุดนี้มาจากบุคคลที่ทำงานสาธารณะมายาวนาน เช่น วงการการศึกษา  นักการฑูต  การคลัง สหภาพแรงงาน ฯลฯ โดยไม่จำเป็นต้องมีสื่อมวลชน

คนสำคัญที่สุดคือผู้อำนวยการใหญ่คือ DG director gerneral DG คนสำคัญของ BBC คือนายจอห์น ไรธ์ ที่มีพื้นฐานมาจากวิศวกรที่สามารถปรับตัวเองเป็นวิศวกรสังคมได้  ด้วยการวางรากฐานสำคัญให้ BBC แน่นหนาให้เป็น"ผู้นำทางให้รสนิยมมวลชน"ไม่ใช่คล้อยตามรสนิยมที่มักมีความโน้มเอียงไปทางที่ไหลต่ำของสังคม "นำสิ่งที่ดีที่สุดไปให้ถึงผู้ชมจำนวนมากที่สุด.....และหลีกเลี่ยงสิ่งใดก็ตามที่อาจนำมาซึ่งอันตรายสู่ผู้ชม"

ยังไม่จบครับ โปรดติดตามตอนต่อไป ITV เกิดขึ้นมาคู่กันได้อย่างไร 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
วรวิทย์_สิทธิกรณ์ วันที่ : 23/03/2007 เวลา : 11.00 น.
http://www.oknation.net/blog/worawit

แล้วโอกาสของการเกิดสื่อสาธารณะบนอินเตอร์เน็ตในลักษณะอย่างบีบีซี จะเกิดขึ้นได้มั๊ยครับ
ความคิดเห็นที่ 1
ถ้วยน้ำชา วันที่ : 22/03/2007 เวลา : 00.02 น.
http://www.oknation.net/blog/ok

ฟังอย่างนี้แล้ว โอกาสที่TITV หรือ ช่อง 11 จะเป็นแบบ BBC คงยากเต็มที หรือไม่ก็อาจถูกทำแท้งก่อนจะได้เห็น...
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31