• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 113
  • จำนวนผู้ชม : 115612
  • จำนวนผู้โหวต : 232
  • ส่ง msg :
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/adisak
วันพฤหัสบดี ที่ 22 มีนาคม 2550
ทีวีสาธารณะ BBC ฉายา"ทีวีคุณป้า" กับค้นหาทางออก TITV จากบทเรียน ITA/IBA อังกฤษ
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 1034 , 12:14:47 น.  
พิมพ์หน้านี้


     ผมขอย่อยหนังสือ"โลกของการกระจายเสียง"ของอาจารย์วิภา อุตมฉันท์ อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯที่ว่าด้วย"สื่อสาธารณะ"BBC กับสื่อทีวีเสรีเอกชน ITV ในอังกฤษให้อ่านกันประดับความรู้เพื่อใช้เป็นฐานคิดหาหนทางสร้าง"ทีวีสาธารณะ"ในประเทศไทยที่กำลังเป็นหัวข้อถกเถียงกันหลายเวทีเกี่ยวกับอนาคต TITV ที่น่าจะเป็นประโยชน์เทียบเคียงกันได้

  ปรัชญาเพื่อสาธารณะอันสูงส่งของ BBC เมื่อนำมาปฏิบัติแล้ว กลับถูกโจมตีจากหลายฝ่ายว่าผลิตแต่รายการของชนชั้นสูงในสังคมอังกฤษ( Highbrow Culture) ทอดทิ้งวัฒน์ของคนชั้นล่าง จน BBC ถูกตั้งฉายาในสมัยแรกๆว่าเป็น"คุณป้า"(Auntie) เพราะทัศนคติที่คร่ำครึ  ๆไม่ยอมตอบสนองความต้องการของผู้ชมเป็นจำนวนมาก  โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่ต้องการความบันเทิงจากสื่อกระจายเสียง

ข้อคิดประเทศไทย  การเรียกร้องให้ TITV เป็นทีวีสาธารณะแล้วปล่อยให้ช่อง 11 อยู่ภายใต้กรมประชาสัมพันธ์เช่นเดิม ในที่สุดจะเกิดสภาพ"ทีวีคุณป้า"กับ TITV แล้ว ช่อง 11 กลายเป็นทีวีสาธารณะที่มีโฆษณาเชิงธุรกิจในระบบ SDU จนกู่ไม่กลับค่อนข้างแน่นอน

  ในช่วงทศวรรษที่ 1950-1970 ประเทศต่างๆในยุโรปมีระบบกระจานเสียงคล้ายกับของอังกฤษ  ต่างประสบปัญหาแบบเดียวกันคือไม่เพียงแต่ไม่ถูกใจประชาชนบางกลุ่มที่ต้องการเสพความบันเทิงจากสื่อมากขึ้นเท่านั้น  แต่กลับเกิดสถานีวิทยุเถื่อนและสถานีโทรทัศน์เถื่อนจำนวนมากในยุโรป

  ผู้นำประเทศในยุโรป ต่างรู้สึกว่าไม่ควรเพิกเฉยต่อกระแสสังคมที่มีความต้องการเช่นนี้ จึงได้พากันปรับเปลี่ยนโครงสร้างระบบกระจายเสียงใหม่ ด้วยการเปิดโอกาสให้เอกชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจการกระจายเสียงร่วมกับภาคสาธารณะมากขึ้น

  ในช่วงแรกของการผูกขาดของ BBC ยังไม่เกิดเป็นประเด็นทางการเมือง  แม้ว่าจะมีบางคนเห็นว่าไม่เป็นประชาธิปไตยก็ตาม  แต่ DG ของ BBC นาย Jonh Reith มักพูดเสมอว่า BBC จะเป็นแบบอย่างที่ดีได้จะต้องใช้วิธีที่เด็ดขาดรุนแรงและยืนยันว่าการปล่อยให้มีการแข่งขัน  จะทำให้รสนิยมของสังคม รวมทั้งคุณภาพของรายการจะตกต่ำ

 ข้อคิดประเทศไทย  คมช.และรัฐบาลเฉพาะกาลจะกล้าใช้อำนาจจัดระบบปฏิรุปสื่อทั้งระบบเพื่อเป็นผู้นำรสนิยมรายการคุณภาพหรือไม่ แต่น่าจะถึงเวลาแล้วเพราะทีวีเอกชน 2 ช่องคือช่อง 3 กับช่อง 7 เต็มไปด้วยรายการบันเทิงที่ไม่สร้างปัญญา

    ระบบกระจายเสียงในอังกฤษจึงไม่อนุญาติให้แสวงหากำไรอย่างเสรีเหมือนอย่างในอเมริกา จะต้องขึ้นกับกฏหมายและข้อบังคับมากมายที่คอยควบคุมให้ภาคเอกชนต้องมีสำนึกที่จะทำประโยชน์ให้สังคม  ภาระหน้าที่ความรับชอบแทบไม่ต่างจาก BBC จนถือเป้นส่วนหนึ่งของโครงสร้างกระจายเสียงสาธารณะคู่กับ BBC

   เมื่อพรรคอนุรักษ์นิยม (Conservative Party) ได้รับเลือเสียงข้างมากในปี 1952  การโต้เถียงกันในรัฐสภาอังกฤษระหว่างพรรคอนุรักษ์นิยมกับพรรคแรงงาน (Labor Party)เป็นไปอย่างรุนแรง 

   พรรคอนุรักษ์นิยมสนับสนุนสื่อเอกชนเพื่อการค้า  แต่พรรคแรงงานคัดค้านหัวชนฝารูปแบบสื่อเพื่อการค้า ในขณะที่ DG ของ BBC นาย Reith ต่อต้านระบบสื่อเอกชนอย่างรุนแรง  แต่ต่อมาอีก 2 ปี กฏหมายใหม่ว่าด้วยการกระจายเสียง Broadcast Law 1954  ผ่านสภาด้วยคะแนนหวุดหวิด 296: 269 อนุญาติให้เอกชนประกอบกิจการโทรทัศน์ได้

   รัฐบาลอาศัยอำนาจของกฏหมายฉบับนี้ตั้ง Independent Television Authority (ITA) เพื่อเป็นองค์กรกระจายเสียงอีกแห่งหนึ่งมาทำหน้าที่กำกับและดูแลผู้ประกอบการโทรทัศน์เอกชนทั้งหมด  สถานะทางกฏหมายของ ITA ถูกกำหนดให้เป็นองค์กรสาธารณะไม่แสวงหากำไรเช่นเดียวกับ BBC

ข้อคิดประเทศไทย  สนช.เสนอร่างพรบ.กระจายเสียงสาธารณะน่าจะมุ่งไปในแนวทางกว้างกว่าการมองเฉพาะการจัดตั้งทีวีสาธารณะเท่านั้น  ซึ่งในที่สุดไม่รอด  แต่มองให้กว้างขึ้นจะช่วยทำให้ได้ทั้ง"กล่อง"และ"เงิน"  นักวิชาการไม่ควรรังเกียจการโฆษณาหรือเหมารวมว่านักโฆษณาจ้องจะมอมเมาแทรกแซงเนื้อหารายการเพื่อรับใช้ทุน

   ต่อมาปี 1972 รัฐบาลอนุญาตให้เอกชนทำธุรกิจวิทยุได้อีก ทำให้ ITA ต้องมากำกับดูแลวิทยุเอกชน แล้วเปลี่ยนชื่อมาอีก 2 ครั้งเมื่อมีงานในกำกับมากขึ้น รวมไปถึงเคเบิลทีวี  ITA เปลี่ยนชื่อมาเป็น IBA  Independent Broadcasting Authority แล้วต่อมาเปลี่ยนเป็น ITC  Independent Television Commission

  ITA/IBA เป็นองค์กรเพื่อสาธารณะไม่แสวงหากำไรเช่นเดียวกับ BBC จึงใช้นโยบายคล้ายกับ BBC ในการกำกับและดูแลระบบโทรทัศน์และวิทยุเอกชน  ซึ่งไม่ได้รับอนุญาติให้ค้ากำไรเกินขอบเขต  ไม่ให้แข่งขันกันเองและแข่งขันกับ BBC อย่างไร้ระเบียบ  จนสร้างความเสียหายให้กับปรัชญาการกระจายเสียงภาคสาธารณะและภาคเอกชนในอังกฤษ

   ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตนภายใต้หลักการเดียวกันคือความรับผิดชอบต่อสังคม  จนมีผู้กล่าวว่าระบบกระจายเสียงในอังกฤษคือระบบกระจายเสียงเพื่อสาธารณะแต่มีโฆษณา  โดยมีการแข่งขันกันเองทั้ง BBC กับ ITV (โทรทัศน์เอกชนทุกบริษัท รวมเรียกว่า ITV Independent Television)ในระดับหนึ่งที่ไม่ได้รุนแรงเหมือนกับระบบในอเมริกา

   อาจกล่าวได้ว่าภาคเอกชนกับภาคสาธารณะของอังกฤษร่วมกันผูกขาดการกระจายเสียงของประเทศ ( Duopoly) แทนที่จะแข่งขันกัน  กลับอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก( comfortable duopoly)

  ITA/IBA เป็นเจ้าของเครื่องส่งและบริหารอุปกรณ์เครื่องส่งที่ตั้งอยู่ทั่วประเทศ  ส่วนการผลิตรายการเพื่อออกอากาศและขายโฆษณาเป็นหน้าที่ของบริษัทเอกชนที่ได้รับสัมปทาน  ครั้งหลังสุด ITA/IBA ทำสัญญากับกลุ่มผู้ผลิตรายการที่มีชื่อรวมกันว่า Independent Television หรือ ITV ที่เป็นผู้เช่าอุปกรณ์ของ ITA/IBA เป็นระยะเวลา 8-10 ปี ดดยแบ่งโซนการออกอากาศเป็น 14 โซนเพื่อป้องกันเอกชนรายหนึ่งรายใดครองพื้นที่ออกอากาศมากเกินไปที่หมายถึงอำนาจการครอบงำทางความคิดของคนอังกฤษ

   ข้อคิดประเทศไทย ปัจจุบันสำนักปลัดนายกรัฐมนตรียึดอุปกรณ์เครื่องส่งของไอทีวีทั้งหมด น่าจะถ่ายโอนเข้ามาอยู่ในองค์กรแพร่ภาพสาธารณะที่สนช.กำลังเสนอสภานิติบัญญัติ  แล้วองค์กรนี้ทำหน้าที่แบบเดียวกับ ITA/IBA โดยไม่ใช่การประมูลคลื่นยูเอชเอฟให้เอกชนไปผูกขาดอีก 30 ปี  แต่ควรจะใช้หลักคิดเดียวกับ ITA/IBA หรือระบบสัมปทานรถไฟฟ้าใต้ดินที่รัฐลงทุนระบบราง แต่ระบบการเดินรถไฟฟ้าเปิดให้เอกชนเข้ามารับสัมปทาน 

 กรณีTITV เช่นเดียวกัน  อุปกรณ์ระบบออกอากาศและสตูดิโอทั้งหมดเป็นของสปน.แล้ว จึงน่าจะจัดตั้งองค์กรเพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการทรัพย์สินให้มีผลตอบแทนคุ้มและยังบริการสาธารณะที่ไม่ได้แสวงหากำไรสูงสุด แต่จะต้องแสวงหารายได้เพื่อเลี้ยงตัวเอง ไม่เป็นภาระงบประมาณจากรัฐที่จะเป็นช่องทางให้อำนาจการเมืองเข้ามาแทรกแซงได้อีก

  พนักงานไอทีวีชุดเดิมก็ยังสามารถรวมตัวกันจัดตั้งบริษัท์แบบ SME เพื่อยื่นข้อเสนอผลิตรายการต่างๆแข่งขันกับผู้ผลิตรายการอื่นๆอย่างเป็นธรรมตามเงื่อนไขใหม่ที่ไม่ให้เกิดการผูกขาดคลื่นความถี่


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
คุณนุ่น วันที่ : 23/03/2007 เวลา : 10.51 น.
http://www.oknation.net/blog/siwach

ปาฐกถาพิเศษ รัฐ ในประวัติศาสตร์ไทย
และ อนาคตของการศึกษารัฐ พร้อมละครเอ็นจีโอ “ตำนานแห่งสายน้ำ”

ดร.ปริตตา เฉลิมเผ่า กออนันตกูล ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เผยว่า ในการประชุมประจำปีทางมานุษยวิทยาครั้งที่ 6 “รัฐจากมุมมองของชีวิตประจำวัน” ในระหว่างวันที่ 28 – 30 มีนาคม 2550 นี้นอกจากประเด็นหลักในการประชุม อาทิ คนพลัดถิ่น-คนข้ามแดน การค้าชายแดน ชาติพันธุ์ชายแดน ชาติพันธุ์กับอำนาจ รัฐกับการจัดการอดีต มรดกโลก พิพิธภัณฑ์และโบราณคดีชาติ การเมืองเรื่องเชียงแสน ร่างกายใต้อำนาจรัฐ วัฒนธรรมการเมือง วรรณกรรม พิธีกรรม กับการเมือง รัฐกับสตรีนิยม ไทยพลัดถิ่นกับปัญหารัฐชาติ วันชาติมอญ ชาวลื้อพลัดถิ่น รัฐกับเพศสภาพ รัฐกับการจัดการเรื่องพื้นที่ สมาร์ทการ์ด มุสลิมภาคใต้ แล้ว

ดร.ปริตตา กล่าวต่อว่า การประชุมครั้งนี้มีความน่าสนใจโดยเฉพาะปาฐกถาพิเศษเรื่อง รัฐในประวัติศาสตร์ไทย โดย ศาสตราจารย์ ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ และ อนาคตของการศึกษารัฐ โดย ศาสตราจารย์ ดร.ธงชัย วินิจจะกูล นอกจากนั้นแล้วจะมีการแสดงละครเวทีเอ็นจีโอ เรื่อง ตำนานแห่งสายน้ำ เรือชีวิตของ คนไร้แผ่นดิน ละครโดยกลุ่มดอกคูณ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นการแสดง โดยใช้สื่อผสมทั้งละครใบ้ หุ่นชัก และมัลติมีเดียประกอบ แสงเสียง ซึ่งเป็นการแสดงครั้งพิเศษที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

ผู้สนใจร่วมประชุม สอบถามโทร 0 2880 9429 ต่อ 3315 หรือ www.sac.or.th


ขอขอบคุณในการประชาสัมพันธ์
ศิวัช นนทะวงษ์ : ประสานงานวิชาการ

แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31