• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 114
  • จำนวนผู้ชม : 116093
  • จำนวนผู้โหวต : 234
  • ส่ง msg :
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 29 เมษายน 2550
"ทีวีสาธารณะไทย"เป็นจริงได้-ไม่ "เพ้อฝัน"หรือ"จินตนาการ"
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 935 , 11:25:27 น.  
พิมพ์หน้านี้


        แม้ว่าไม่ค่อยเห็นด้วยกับผลการประชุมของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ 24 เมษายนที่เห็นชอบเฉพาะแนวทางการเปลี่ยนแปลงสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีเป็น"สถานีโทรทัศน์สาธารณะ" ที่ไม่มีโฆษณา โดยไม่เลือกแนวทาง "สถานีโทรทัศน์อิสระ" ที่บริหารแบบเอกชนที่มีโฆษณา 1 ช่องคู่กับโทรทัศน์สาธารณะ 1 ช่องที่ไม่มีโฆษณาที่จะดีที่สุดสำหรับสังคมไทย
        แต่ไม่ขอคัดค้านใดๆ  มิหนำซ้ำยังยกมือสนับสนุนให้ทุกฝ่ายรวมพลังผลักดันให้ "ทีวีสาธารณะ" เกิดขึ้นจริงในประเทศไทยภายในรัฐบาลนี้ให้ได้ เพราะถือเป็นภารกิจที่ยากกว่าการเกิดขึ้นอีกครั้งของ"ทีวีเสรีของเอกชน"ที่ยังไม่สายเกินไปและยังมีโอกาสในลำดับต่อไปเมื่อได้รัฐบาลจากการเลือกตั้ง 
        "สถานีโทรทัศน์สาธารณะ" แห่งแรกของประเทศไทยที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่เกิน 6 เดือนข้างหน้า (อันที่จริงควรเร่งให้คลอดทันก่อนเลือกตั้งเดือนธันวาคมสัก 2-3 เดือนเพื่อให้ "ทีวีสาธารณะ" ช่องนี้แสดงบทบาทส่งเสริมประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง)  น่าจะเป็นช่วงโอกาสเดียวจริงๆ เพราะไม่ต้องเริ่มจากการลงทุนจัดตั้งสถานีโทรทัศน์ใหม่ทั้งหมดที่ใช้เงินลงทุนมหาศาล แต่สามารถใช้อุปกรณ์เครื่องส่งและสตูดิโอของทีไอทีวีที่อยู่ในการครอบครองของสำนักปลัดนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว
       "คนข่าวทีไอทีวี" กับ "ผู้ผลิตรายการทีไอทีวี" ที่ออกมาประท้วงเมื่อวันที่ 6-7 มีนาคมที่ผ่านมาเพื่อไม่ให้ "จอดำ"  แล้วประกาศแข็งขันยกยอตัวเองว่ามีจิตวิญญาณในการทำหน้าที่สื่อมวลชนมาตลอด 10 ปี
        ควรจะชื่นชมยินดีกับมติคณะรัฐมนตรีนี้ที่กำลังพยายามออกแบบ"กลไกรายได้จาก"ภาษีพิเศษทางตรงเข้าไปยัง"องค์กรมหาชนสื่อสาธารณะ"มากพอสำหรับการทำรายการที่มีสาระและคุณภาพที่ไม่พึ่งโฆษณา 
        ควรช่วยกันคิดสร้าง "เกราะ" ป้องกันการแทรกแซงจากการเมืองและสลัดออกจากการพึ่งพารายได้โฆษณาที่อยู่ใต้อิทธิพลระบบเรทติ้งที่ไม่ได้มาตรฐานเชิงคุณภาพ  รวมทั้งยังจะต้องช่วยกันให้หลุดออกจากกรอบการทำงานแบบราชการที่จะต้องรับใช้รัฐบาลที่นักการเมืองเป็นใหญ่ดังเช่นช่อง 11
       แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา "คนข่าวทีไอทีวี" หลายคนกลับยึดหน้าจอทีไอทีวีออกมาคร่ำครวญว่าทีวีสาธารณะเป็นเรื่องในจินตนาการ  ในขณะที่ "ผู้ผลิตรายการ" หลายคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำไมรัฐบาลไม่ไปเอาช่อง11 มาทำเป็นทีวีสาธารณะ ทำไมต้องมาเอาทีไอทีวีของ "พวกเรา" ไป ฯลฯ
       ความพยายามยื้อยุดทีไอทีวีไว้เช่นเดิมบนผลประโยชน์ส่วนตน โดยไม่ยอม "เสียสละ" เพื่อผลประโยชน์สาธารณะ  ออกอาการขัดขืนไม่เห็นด้วยกับการนำ "พื้นที่ส่วนบุคคล" ไปเป็น "พื้นที่สาธารณะ" ถือเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ไม่ดีให้สังคมไทย  หากพวกคุณไม่ศรัทธาในการร่วมสร้างพื้นที่สาธารณะก็ควรจะลาออกหรือเลิกรายการไปเลย
         อันที่จริงควรจะขอบคุณรัฐบาลชุดนี้ที่แสนจะ "ใจดี" ให้เวลาอีกตั้ง 6 เดือนสำหรับ "ผู้ผลิตรายการ" เพื่อให้มีเวลาไปเสนอรายการกับโทรทัศน์เชิงธุรกิจที่อิงรายได้จากการขายโฆษณา  โดยไม่ต้องใส่ใจกับสาระและคุณภาพเพื่อสังคม  ทั้งๆ ที่ระบบโทรทัศน์เชิงธุรกิจโดยทั่วไปแจ้งปรับผังรายการล่วงหน้า 1 เดือนเท่านั้นเอง
        ลองศึกษาคุณสมบัติและแนวคิดหลักๆ ของทีวีสาธารณะในต่างประเทศแล้วจะเห็นว่าไม่ได้ยากเย็นแสนเข็ญเกินกว่าความรู้ความสามารถของคนไทยที่ร้องหา "สื่อสาธารณะ" มานานมาก  หากแปลงร่างจาก "ทีไอทีวี" ที่คนทำงานส่วนใหญ่เชื่อว่ายังมีพื้นฐานจิตสำนึก "สาธารณะ" มาตั้งแต่เปิดสถานี  เพียงแต่ในหมู่ผู้บริหารเจือจางลงมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
    - อยู่ในการกำกับดูแลของตัวแทนประชาชน  (เปลี่ยนจากระบบเอสดียูของกรมประชาสัมพันธ์ไปอิงกับรัฐสภาน่าจะคล่องตัวกว่า)
    - รายได้ส่วนใหญ่มาจากภาษีทางตรงไม่พึ่งงบประมาณเพื่อตัดขาดจากรัฐบาล (รมต.คลังคนปัจจุบันรับปากแล้ว)
     - มีกลไกการควบคุมเนื้อหารายการเชิงคุณภาพ (ภาควิชาการกับภาคประชาชนตรวจสอบอยู่เป็นประจำ)
     - ตอบสนองความต้องการของผู้ชมหลากหลายกลุ่ม (ผังรายการเดิมค่อนข้างหลากหลายอยู่แล้ว ปรับแต่งสัก30-40%)
     - มีเครือข่ายรับชมได้ทั่วประเทศ (ทีไอทีวีมีสถานีภาคพื้นดิน 50 แห่งรับชมได้ 98% ของพื้นที่)
     - เป็นอิสระจากอิทธิพลการเมืองและกลุ่มทุน (คนข่าวทีไอทีวีน่าจะดีใจในการพ้นเวรพ้นกรรมจากข้อกล่าวหาเดิมๆ เสียที)
        ลองไปเปรียบเทียบวิสัยทัศน์และพันธกิจ (Vision & Mission) ของสถานีโทรทัศน์สาธารณะต้นแบบใน 5 ประเทศที่พัฒนาแล้วจะเห็นว่าหัวใจคือการเน้นรายการเชิงคุณภาพ  ในบทบาทให้การศึกษาและให้ความบันเทิงควบคู่กันไป
        แนวทางทำนองนี้ไม่น่าจะยากเกินไปอีกเช่นกัน สำหรับการแปลงโฉมทีไอทีวีเป็น "ทีวีสาธารณะไทย" แห่งแรก  เพราะแกนผังรายการที่ถูกกำหนด 70% เป็นข่าวและสาระมีเนื้อหาในแนวสื่อสาธารณะอยู่แล้ว
       ปัญหากลับอยู่ที่ "คนทำงาน" จำนวนหนึ่งที่เป็นแกนหลักๆ ในการบริหารงานสถานีทีไอทีวี  ยังเคยชินและโหยหาระบบธุรกิจในแบบชินคอร์ป  จนคำนึงถึง "ประโยชน์สาธารณะ" น้อยลงไปมากในช่วง 5 ปีหลัง
     1.อังกฤษ BBC มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน  ด้วยการนำเสนอรายการและบริการที่ให้ข้อมูล การศึกษาและความบันเทิง ( Inform , Educate and Entertain)
      2.สหรัฐอเมริกา PBS มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตคนอเมริกัน  ด้วยรายการคุณภาพและบริการด้านการศึกษา  เพื่อให้ข้อมูลสร้างแรงบันดาลใจและสร้างความเบิกบานใจ ( Inform , Inspire and Delight )
      3.แคนาดา CBC  มุ่งให้บริการรายการวิทยุและโทรทัศน์ที่หลากหลาย  โดยมุ่งให้ข้อมูล  ความรู้และความบันเทิง (Inform , Enlighten and Entertain)
       4. ญี่ปุ่น NHK นำเสนอรายการที่มีคุณภาพและความถูกต้อง  รวมทั้งข้อมูลและข่าวสารที่เป็นกลางเพื่อยกระดับ วัฒนธรรม ความผาสุกและสร้างเสริมประชาธิปไตย(Culture , Welfare and Democracy)
       5.ออสเตรเลีย ABC สร้างคุณค่าและบูรณาการวัฒนธรรมของประเทศ โดยการนำเสนอรายการหลากหลาย โดยมีความเป็นอิสระ แตกต่างและน่าสนใจ (Inform , Educate and Entertain)
        โครงสร้าง "ระบบทีวีสาธารณะ"  ใน 5 ประเทศนี้ทุกแห่งอยู่ภายใต้กฎหมายจัดตั้งองค์กรมหาชนที่ไม่แสวงหากำไร 
         กลไกการกำกับดูแล ส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบ "คณะกรรมการ" หรือ Board of Director หรือ Board of Governers ที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้นำรัฐบาลหรือรัฐสภาที่มีระยะเวลาทำงาน 4-5 ปี
         ส่วน "ทีวีสาธารณะไทย" ควรจะจัดตั้งเป็นองค์กรมหาชนอิสระที่ขึ้นตรงกับรัฐสภา
     อย่างน้อยที่สุดก็ปลอดจากการแทรกแซงโดยตรงจากรัฐบาล แต่ถ้าหากภาคประชาชน,ภาควิชาการและภาควิชาชีพสามารถเข้ามายึดกุมเสียงส่วนใหญ่ของคณะกรรมการจะช่วยเป็น "เกราะ" ป้องกันการแทรกแซงได้
         กลไกตรวจสอบ มักจัดตั้งคณะกรรมการแยกออกมาจากคณะกรรมการบริหารอีก 1 ชุดที่มีองค์ประกอบส่วนใหญ่มาจาก "ผู้ชม" หลากหลายวิชาชีพ  เพื่อสร้างกลไกให้ประชาชนมีส่วนร่วมอยู่ตลอดเวลาในการประเมินคุณภาพรายการให้ได้ตามภารกิจและพันธกิจ
         ที่มาของแหล่งเงินและรายได้  โดยทั่วไป "สื่อสาธารณะ" ในต่างประเทศจะมาจาก "ภาษีเฉพาะ" ทางตรง, "ค่าธรรมเนียมการรับสื่อ"  งบประมาณจากรัฐ  รวมทั้งรายได้บางส่วนจากโฆษณา(กรณี CBC )หรือผู้สนับสนุนในรูปแบบsponsorship (กรณี PBS) , การขายลิขสิทธิ์รายการ ,บริการเช่าอุปกรณ์ผลิตรายการ , การระดมทุนเข้ากองทุนพัฒนสื่อสาธารณะ ฯลฯ
      สำหรับ "ทีวีสาธารณะไทย" ควรจะจัดตั้ง "กองทุนเพื่อพัฒนาสื่อสาธารณะ" ที่มีเป้าหมายส่งเสริมและสนับสนุนผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ทุกรูปแบบ  โดยแหล่งทุนมาจากหลายแหล่ง  เช่น "ภาษีบาป" ประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสถานบันเทิง, ภาษีจากค่าไฟฟ้าบ้านและอาคารเพราะการดูโทรทัศน์ต้องใช้ไฟฟ้า , การบริจาคเงินจากองค์กรธุรกิจแล้วนำไปเป็นค่าใช้จ่ายหักลดหย่อนภาษีนิติบุคคล , การบริจาคเงินจากบุคคลที่นำไปลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาได้เช่นกัน  ฯลฯ
       ที่มาของรายการ  BBC ผลิตรายการเองทั้งหมด , PBS รับซื้อรายการหรือจ้างผู้ผลิตอิสระ , NHK ผลิตเองทั้งหมด , CBCกับ ABC  มีทั้งผลิตเองและซื้อจากผู้ผลิตอิสระ
       "ทีวีสาธารณะไทย"ควรจะกำหนดให้สถานีผลิตข่าวและรายการเองประมาณ 50% แล้วเปิดโอกาสให้ "ผู้ผลิตรายการอิสระ" ที่ถูกละเลยปิดกั้นมานานกว่า 20-30 ปี  สร้างสรรค์รายการที่มีคุณภาพและมีสาระมานำเสนอขายกับสถานี
        งบประมาณรายจ่ายในการบริหารงาน 1,200 ล้านบาทต่อปีเพื่อผลิตรายการคุณภาพปานกลางกับ 1,700 ล้านบาทต่อปี เพื่อผลิตรายการคุณภาพสูง ถือว่า "มากเกินพอ" เพราะใกล้เคียงกับค่าใช้จ่ายเดิม  และเมื่อลองคำนวณออกมาอย่างหยาบๆ แล้ว สำหรับการผลิตรายการวันละ 18 ชั่วโมงจะมีงบค่าใช้จ่ายตั้งรองรับไว้แล้วถึงชั่วโมงละ 222,222 บาท กับ 261,111 บาท  แม้ว่าจะหักค่าใช้จ่ายประจำด้านบุคลากรและค่าใช้จ่ายทั่วไปลง 50%
       งบประมาณรายจ่ายรายชั่วโมงยังเหลือมาก "เกินพอ" สำหรับการผลิตรายการคุณภาพตามผังผลิตเอง 50%  แล้วเงินยัง "เหลือพอ" สำหรับการเลือกซื้อหรือจ้างผลิตรายการคุณภาพจาก "ผู้ผลิตรายการอิสระ" ที่มีวิธีการบริหารต้นทุนของตัวเองเพื่อความอยู่รอดอยู่แล้ว  พวกเขาอยากหลุดพ้นจากการพึ่งพารายได้โฆษณา จะทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์อีกมาก
     ผมจึงยังมีความหวังกับ "ทีวีสาธารณะไทย" ค่อนข้างมากว่าจะเป็น "หัวหอก" ในการสร้างมาตรฐานรายการเชิงคุณภาพที่มาจากคนทำงานที่มีจิตวิญญาณสาธารณะเพื่อให้เป็น "ทางเลือก" ของผู้ชมโทรทัศน์ไทยที่มีทางเลือกน้อยมากในการเสพสื่อโทรทัศน์มานานหลายสิบปี จึงทำให้ต้องยอมจ่ายเงินเป็นสมาชิกเคเบิลทีวีอย่าง TRUE ที่มีรายการสาระหลายช่อง
     แม้ว่า "ทีวีสาธารณะไทย" ที่แปลงร่างจากทีไอทีวีจะเป็นเพียง "เสี้ยวเล็กๆ" ของจุดเริ่มกระบวนการปฏิรูปสื่อทั้งระบบ ที่ยังมีความจำเป็นอย่างมากในการทำควบคู่ไปกับปฏิรูปการเมืองและสังคมไทยในระยะยาว 
     การเปิดพื้นที่ "สื่อสาธารณะ" ให้มากกว่าช่องเดียวและเปิดโอกาสอันหลากหลายให้เกิด "สื่ออิสระสื่อเสรีภาคเอกชน" ที่มีพันธกิจต่อสังคมมากขึ้น จะทำให้ "สื่อ" สามารถแสดงบทบาทสำคัญในการค้ำจุน, ปกป้องและพัฒนาจิตสำนึกประชาธิปไตยให้กับสังคม
  

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8
ปิรันย่า วันที่ : 05/05/2007 เวลา : 18.23 น.
http://www.oknation.net/blog/nanahahe
ฉันเป็นไม้ขีดหนึ่งก้าน จะขอจุดเทียนสักล้านเล่ม...

เสรีมาก ก็แข่งขันมากค่ะ
มีทั้งดีและไม่ดี ตราบใดที่เงินยังคงเป็นพระเจ้าสำหรับนักลงทุน
******************************
มาเชิญคุณอดิศักดิ์ ไปรับคำขอบคุณค่ะ
ที่ oknation เพิ่มพื้นที่ blog ให้ blog ละ 300Mb ที่นี่ค่ะ http://www.oknation.net/blog/nanahahe/2007/05/05/entry-3

ความคิดเห็นที่ 7
เสรีชนคนธรรมดา วันที่ : 01/05/2007 เวลา : 13.46 น.
http://www.oknation.net/blog/wewon

ทักษิณ ทำให้คำว่า ตะแบง ระบาดและนิยมไปทั่ว
ความคิดเห็นที่ 6
Suki วันที่ : 01/05/2007 เวลา : 12.35 น.
http://www.oknation.net/blog/baramee
โลกเราขาวไม่เท่ากัน

เห็นด้วยครับที่ควรให้ "ทีวีสาธารณะ" หารายได้จากทางอื่นๆ รวมถึงหาโฆษณาได้บางส่วนด้วย แต่ติดตรงที่คนทำงานทีไอทีวีตอนนี้ กลับคิดว่าหากเป็นทีวีสาธารณะ ก็เหมือนกับทำงานในมูลนิธิดีๆ สักแห่งเท่านั้น ได้เงินจากรัฐบ้างล่ะ ได้เงินจากการบริจาคบ้างล่ะ จะไปหากำไรมากๆ ก็ไม่ได้ เพราะเป็นมูลนิธิ อะไรทำนองนั้น

..."ได้กล่อง แต่ไม่ได้เงิน" พวกเขาเลยไม่อยากทำ
ความคิดเห็นที่ 5
ผู้ก่อการดี-D+ วันที่ : 01/05/2007 เวลา : 12.34 น.
http://www.oknation.net/blog/southern
ผู้ก่อการดี

ใช่แล้วเราสนับสนุนเต็มที่เลย
ความคิดเห็นที่ 4
faraway วันที่ : 01/05/2007 เวลา : 11.31 น.
http://www.oknation.net/blog/OH

ไม่มีใครยิ่งใหญ่ตลอดกาล...เสี่ยต๋อย
ความคิดเห็นที่ 3
ขุนลักษณ์ วันที่ : 01/05/2007 เวลา : 06.48 น.
http://www.oknation.net/blog/localisaan

ได้ความรู้เห็นภาพชัดเจนครับ
ความคิดเห็นที่ 2
Nity วันที่ : 29/04/2007 เวลา : 19.58 น.
http://www.oknation.net/blog/nity
โลกหลากแบบ จึงมองได้หลายมุม!

ชัดเจน แจ่มชัด และรอบด้านครับ

อื่ม.. มีขอสงสัยว่า เสี่ยต๋อยพูดในรายการคืนนี้กับสายสวรรค์ บอกว่า ค่าผลิตรายการมีต้นทุนตั้งแต่ 2 หมื่น จนถึงล้านบาท

และอ้างอีกว่า รายการสาระดีๆ ของต่างประเทศใช้ต้นสูงมาก และเมื่อรัฐเปลี่ยนเป็นทีวีสาธารณะ จะมีทุนให้มากขนาดไหน

อีกทั้งยังย้ำว่า การเป็นทีวีเสรี จะช่วยให้เกิดการแข่งขัน ประชาชนจะได้รายการที่ดีที่สุด เพราะมีทุนในการจ้างทีมงานที่เก่ง และอุปกรณ์ครบครัน ต้นทุนที่เพียงพอ

ที่ใจความสำคัญที่เสี่ยต๋อยย้ำคือ การทำให้ทีมงานผลิตสื่อมีแรงจูงใจมากเท่าไหร่ เช่น ผลตอบแทนสูง จะทำให้ประชาชนได้สิ่งที่ดีที่สุด

แต่ถ้าเป็นทีวีสาธาณะก็ไม่ต่างอะไรกับช่อง 11 ที่ถูกกล่าวหาว่าทำงานเช้าชามเย็นชาม...

ฉะนั้น ไม่รู้คุณอดิศักดิ์มีความคิดเห็นเช่นไรเกี่ยวกับมุมมองของเสี่ยต๋อยตรงจุดนี้ครับ
ความคิดเห็นที่ 1
Nummon วันที่ : 29/04/2007 เวลา : 18.16 น.
http://www.oknation.net/blog/nummon

เป็น entry ที่ยาวมากครับ เรียนตามตรงว่าอ่านไม่จบ

เมื่อวันศุกร์ ได้ดูรายการทีคุณหญิง (ที่เป็นรัฐมนตรี) ไปออกรายการสายสวรรค์ ผมมีความเห็นว่า คุณสายสวรรค์ไม่ให้เกียรติคุณหญิงเลบ

วันที่ ITV จะถูกปิดบอกว่า คนข่าว ITV ทำด้วยจิตวิญญาณ แต่เมื่อศุกร์กลับมาทวงถามผลตอบแทน

ผมว่าถ้าผมเป็นคุณหญิงผมคงคิดว่า ปืดๆ ITV ไปก็ไม่ใช่ความผิดรัฐบาล จะได้ไม่ต้องคอยมาฟังพวกนี้เรียกร้องอีก
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30