พิมพ์หน้านี้
|
แม้ว่าไม่ค่อยเห็นด้วยกับผลการประชุมของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ 24 เมษายนที่เห็นชอบเฉพาะแนวทางการเปลี่ยนแปลงสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีเป็น"สถานีโทรทัศน์สาธารณะ" ที่ไม่มีโฆษณา โดยไม่เลือกแนวทาง "สถานีโทรทัศน์อิสระ" ที่บริหารแบบเอกชนที่มีโฆษณา 1 ช่องคู่กับโทรทัศน์สาธารณะ 1 ช่องที่ไม่มีโฆษณาที่จะดีที่สุดสำหรับสังคมไทย แต่ไม่ขอคัดค้านใดๆ มิหนำซ้ำยังยกมือสนับสนุนให้ทุกฝ่ายรวมพลังผลักดันให้ "ทีวีสาธารณะ" เกิดขึ้นจริงในประเทศไทยภายในรัฐบาลนี้ให้ได้ เพราะถือเป็นภารกิจที่ยากกว่าการเกิดขึ้นอีกครั้งของ"ทีวีเสรีของเอกชน"ที่ยังไม่สายเกินไปและยังมีโอกาสในลำดับต่อไปเมื่อได้รัฐบาลจากการเลือกตั้ง "สถานีโทรทัศน์สาธารณะ" แห่งแรกของประเทศไทยที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่เกิน 6 เดือนข้างหน้า (อันที่จริงควรเร่งให้คลอดทันก่อนเลือกตั้งเดือนธันวาคมสัก 2-3 เดือนเพื่อให้ "ทีวีสาธารณะ" ช่องนี้แสดงบทบาทส่งเสริมประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง) น่าจะเป็นช่วงโอกาสเดียวจริงๆ เพราะไม่ต้องเริ่มจากการลงทุนจัดตั้งสถานีโทรทัศน์ใหม่ทั้งหมดที่ใช้เงินลงทุนมหาศาล แต่สามารถใช้อุปกรณ์เครื่องส่งและสตูดิโอของทีไอทีวีที่อยู่ในการครอบครองของสำนักปลัดนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว "คนข่าวทีไอทีวี" กับ "ผู้ผลิตรายการทีไอทีวี" ที่ออกมาประท้วงเมื่อวันที่ 6-7 มีนาคมที่ผ่านมาเพื่อไม่ให้ "จอดำ" แล้วประกาศแข็งขันยกยอตัวเองว่ามีจิตวิญญาณในการทำหน้าที่สื่อมวลชนมาตลอด 10 ปี ควรจะชื่นชมยินดีกับมติคณะรัฐมนตรีนี้ที่กำลังพยายามออกแบบ"กลไกรายได้จาก"ภาษีพิเศษทางตรงเข้าไปยัง"องค์กรมหาชนสื่อสาธารณะ"มากพอสำหรับการทำรายการที่มีสาระและคุณภาพที่ไม่พึ่งโฆษณา ควรช่วยกันคิดสร้าง "เกราะ" ป้องกันการแทรกแซงจากการเมืองและสลัดออกจากการพึ่งพารายได้โฆษณาที่อยู่ใต้อิทธิพลระบบเรทติ้งที่ไม่ได้มาตรฐานเชิงคุณภาพ รวมทั้งยังจะต้องช่วยกันให้หลุดออกจากกรอบการทำงานแบบราชการที่จะต้องรับใช้รัฐบาลที่นักการเมืองเป็นใหญ่ดังเช่นช่อง 11 แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา "คนข่าวทีไอทีวี" หลายคนกลับยึดหน้าจอทีไอทีวีออกมาคร่ำครวญว่าทีวีสาธารณะเป็นเรื่องในจินตนาการ ในขณะที่ "ผู้ผลิตรายการ" หลายคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำไมรัฐบาลไม่ไปเอาช่อง11 มาทำเป็นทีวีสาธารณะ ทำไมต้องมาเอาทีไอทีวีของ "พวกเรา" ไป ฯลฯ ความพยายามยื้อยุดทีไอทีวีไว้เช่นเดิมบนผลประโยชน์ส่วนตน โดยไม่ยอม "เสียสละ" เพื่อผลประโยชน์สาธารณะ ออกอาการขัดขืนไม่เห็นด้วยกับการนำ "พื้นที่ส่วนบุคคล" ไปเป็น "พื้นที่สาธารณะ" ถือเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ไม่ดีให้สังคมไทย หากพวกคุณไม่ศรัทธาในการร่วมสร้างพื้นที่สาธารณะก็ควรจะลาออกหรือเลิกรายการไปเลย อันที่จริงควรจะขอบคุณรัฐบาลชุดนี้ที่แสนจะ "ใจดี" ให้เวลาอีกตั้ง 6 เดือนสำหรับ "ผู้ผลิตรายการ" เพื่อให้มีเวลาไปเสนอรายการกับโทรทัศน์เชิงธุรกิจที่อิงรายได้จากการขายโฆษณา โดยไม่ต้องใส่ใจกับสาระและคุณภาพเพื่อสังคม ทั้งๆ ที่ระบบโทรทัศน์เชิงธุรกิจโดยทั่วไปแจ้งปรับผังรายการล่วงหน้า 1 เดือนเท่านั้นเอง ลองศึกษาคุณสมบัติและแนวคิดหลักๆ ของทีวีสาธารณะในต่างประเทศแล้วจะเห็นว่าไม่ได้ยากเย็นแสนเข็ญเกินกว่าความรู้ความสามารถของคนไทยที่ร้องหา "สื่อสาธารณะ" มานานมาก หากแปลงร่างจาก "ทีไอทีวี" ที่คนทำงานส่วนใหญ่เชื่อว่ายังมีพื้นฐานจิตสำนึก "สาธารณะ" มาตั้งแต่เปิดสถานี เพียงแต่ในหมู่ผู้บริหารเจือจางลงมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา - อยู่ในการกำกับดูแลของตัวแทนประชาชน (เปลี่ยนจากระบบเอสดียูของกรมประชาสัมพันธ์ไปอิงกับรัฐสภาน่าจะคล่องตัวกว่า) - รายได้ส่วนใหญ่มาจากภาษีทางตรงไม่พึ่งงบประมาณเพื่อตัดขาดจากรัฐบาล (รมต.คลังคนปัจจุบันรับปากแล้ว) - มีกลไกการควบคุมเนื้อหารายการเชิงคุณภาพ (ภาควิชาการกับภาคประชาชนตรวจสอบอยู่เป็นประจำ) - ตอบสนองความต้องการของผู้ชมหลากหลายกลุ่ม (ผังรายการเดิมค่อนข้างหลากหลายอยู่แล้ว ปรับแต่งสัก30-40%) - มีเครือข่ายรับชมได้ทั่วประเทศ (ทีไอทีวีมีสถานีภาคพื้นดิน 50 แห่งรับชมได้ 98% ของพื้นที่) - เป็นอิสระจากอิทธิพลการเมืองและกลุ่มทุน (คนข่าวทีไอทีวีน่าจะดีใจในการพ้นเวรพ้นกรรมจากข้อกล่าวหาเดิมๆ เสียที) ลองไปเปรียบเทียบวิสัยทัศน์และพันธกิจ (Vision & Mission) ของสถานีโทรทัศน์สาธารณะต้นแบบใน 5 ประเทศที่พัฒนาแล้วจะเห็นว่าหัวใจคือการเน้นรายการเชิงคุณภาพ ในบทบาทให้การศึกษาและให้ความบันเทิงควบคู่กันไป แนวทางทำนองนี้ไม่น่าจะยากเกินไปอีกเช่นกัน สำหรับการแปลงโฉมทีไอทีวีเป็น "ทีวีสาธารณะไทย" แห่งแรก เพราะแกนผังรายการที่ถูกกำหนด 70% เป็นข่าวและสาระมีเนื้อหาในแนวสื่อสาธารณะอยู่แล้ว ปัญหากลับอยู่ที่ "คนทำงาน" จำนวนหนึ่งที่เป็นแกนหลักๆ ในการบริหารงานสถานีทีไอทีวี ยังเคยชินและโหยหาระบบธุรกิจในแบบชินคอร์ป จนคำนึงถึง "ประโยชน์สาธารณะ" น้อยลงไปมากในช่วง 5 ปีหลัง 1.อังกฤษ BBC มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ด้วยการนำเสนอรายการและบริการที่ให้ข้อมูล การศึกษาและความบันเทิง ( Inform , Educate and Entertain) 2.สหรัฐอเมริกา PBS มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตคนอเมริกัน ด้วยรายการคุณภาพและบริการด้านการศึกษา เพื่อให้ข้อมูลสร้างแรงบันดาลใจและสร้างความเบิกบานใจ ( Inform , Inspire and Delight ) 3.แคนาดา CBC มุ่งให้บริการรายการวิทยุและโทรทัศน์ที่หลากหลาย โดยมุ่งให้ข้อมูล ความรู้และความบันเทิง (Inform , Enlighten and Entertain) 4. ญี่ปุ่น NHK นำเสนอรายการที่มีคุณภาพและความถูกต้อง รวมทั้งข้อมูลและข่าวสารที่เป็นกลางเพื่อยกระดับ วัฒนธรรม ความผาสุกและสร้างเสริมประชาธิปไตย(Culture , Welfare and Democracy) 5.ออสเตรเลีย ABC สร้างคุณค่าและบูรณาการวัฒนธรรมของประเทศ โดยการนำเสนอรายการหลากหลาย โดยมีความเป็นอิสระ แตกต่างและน่าสนใจ (Inform , Educate and Entertain) โครงสร้าง "ระบบทีวีสาธารณะ" ใน 5 ประเทศนี้ทุกแห่งอยู่ภายใต้กฎหมายจัดตั้งองค์กรมหาชนที่ไม่แสวงหากำไร กลไกการกำกับดูแล ส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบ "คณะกรรมการ" หรือ Board of Director หรือ Board of Governers ที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้นำรัฐบาลหรือรัฐสภาที่มีระยะเวลาทำงาน 4-5 ปี ส่วน "ทีวีสาธารณะไทย" ควรจะจัดตั้งเป็นองค์กรมหาชนอิสระที่ขึ้นตรงกับรัฐสภา อย่างน้อยที่สุดก็ปลอดจากการแทรกแซงโดยตรงจากรัฐบาล แต่ถ้าหากภาคประชาชน,ภาควิชาการและภาควิชาชีพสามารถเข้ามายึดกุมเสียงส่วนใหญ่ของคณะกรรมการจะช่วยเป็น "เกราะ" ป้องกันการแทรกแซงได้ กลไกตรวจสอบ มักจัดตั้งคณะกรรมการแยกออกมาจากคณะกรรมการบริหารอีก 1 ชุดที่มีองค์ประกอบส่วนใหญ่มาจาก "ผู้ชม" หลากหลายวิชาชีพ เพื่อสร้างกลไกให้ประชาชนมีส่วนร่วมอยู่ตลอดเวลาในการประเมินคุณภาพรายการให้ได้ตามภารกิจและพันธกิจ ที่มาของแหล่งเงินและรายได้ โดยทั่วไป "สื่อสาธารณะ" ในต่างประเทศจะมาจาก "ภาษีเฉพาะ" ทางตรง, "ค่าธรรมเนียมการรับสื่อ" งบประมาณจากรัฐ รวมทั้งรายได้บางส่วนจากโฆษณา(กรณี CBC )หรือผู้สนับสนุนในรูปแบบsponsorship (กรณี PBS) , การขายลิขสิทธิ์รายการ ,บริการเช่าอุปกรณ์ผลิตรายการ , การระดมทุนเข้ากองทุนพัฒนสื่อสาธารณะ ฯลฯ สำหรับ "ทีวีสาธารณะไทย" ควรจะจัดตั้ง "กองทุนเพื่อพัฒนาสื่อสาธารณะ" ที่มีเป้าหมายส่งเสริมและสนับสนุนผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ทุกรูปแบบ โดยแหล่งทุนมาจากหลายแหล่ง เช่น "ภาษีบาป" ประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสถานบันเทิง, ภาษีจากค่าไฟฟ้าบ้านและอาคารเพราะการดูโทรทัศน์ต้องใช้ไฟฟ้า , การบริจาคเงินจากองค์กรธุรกิจแล้วนำไปเป็นค่าใช้จ่ายหักลดหย่อนภาษีนิติบุคคล , การบริจาคเงินจากบุคคลที่นำไปลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาได้เช่นกัน ฯลฯ ที่มาของรายการ BBC ผลิตรายการเองทั้งหมด , PBS รับซื้อรายการหรือจ้างผู้ผลิตอิสระ , NHK ผลิตเองทั้งหมด , CBCกับ ABC มีทั้งผลิตเองและซื้อจากผู้ผลิตอิสระ "ทีวีสาธารณะไทย"ควรจะกำหนดให้สถานีผลิตข่าวและรายการเองประมาณ 50% แล้วเปิดโอกาสให้ "ผู้ผลิตรายการอิสระ" ที่ถูกละเลยปิดกั้นมานานกว่า 20-30 ปี สร้างสรรค์รายการที่มีคุณภาพและมีสาระมานำเสนอขายกับสถานี งบประมาณรายจ่ายในการบริหารงาน 1,200 ล้านบาทต่อปีเพื่อผลิตรายการคุณภาพปานกลางกับ 1,700 ล้านบาทต่อปี เพื่อผลิตรายการคุณภาพสูง ถือว่า "มากเกินพอ" เพราะใกล้เคียงกับค่าใช้จ่ายเดิม และเมื่อลองคำนวณออกมาอย่างหยาบๆ แล้ว สำหรับการผลิตรายการวันละ 18 ชั่วโมงจะมีงบค่าใช้จ่ายตั้งรองรับไว้แล้วถึงชั่วโมงละ 222,222 บาท กับ 261,111 บาท แม้ว่าจะหักค่าใช้จ่ายประจำด้านบุคลากรและค่าใช้จ่ายทั่วไปลง 50% งบประมาณรายจ่ายรายชั่วโมงยังเหลือมาก "เกินพอ" สำหรับการผลิตรายการคุณภาพตามผังผลิตเอง 50% แล้วเงินยัง "เหลือพอ" สำหรับการเลือกซื้อหรือจ้างผลิตรายการคุณภาพจาก "ผู้ผลิตรายการอิสระ" ที่มีวิธีการบริหารต้นทุนของตัวเองเพื่อความอยู่รอดอยู่แล้ว พวกเขาอยากหลุดพ้นจากการพึ่งพารายได้โฆษณา จะทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์อีกมาก ผมจึงยังมีความหวังกับ "ทีวีสาธารณะไทย" ค่อนข้างมากว่าจะเป็น "หัวหอก" ในการสร้างมาตรฐานรายการเชิงคุณภาพที่มาจากคนทำงานที่มีจิตวิญญาณสาธารณะเพื่อให้เป็น "ทางเลือก" ของผู้ชมโทรทัศน์ไทยที่มีทางเลือกน้อยมากในการเสพสื่อโทรทัศน์มานานหลายสิบปี จึงทำให้ต้องยอมจ่ายเงินเป็นสมาชิกเคเบิลทีวีอย่าง TRUE ที่มีรายการสาระหลายช่อง แม้ว่า "ทีวีสาธารณะไทย" ที่แปลงร่างจากทีไอทีวีจะเป็นเพียง "เสี้ยวเล็กๆ" ของจุดเริ่มกระบวนการปฏิรูปสื่อทั้งระบบ ที่ยังมีความจำเป็นอย่างมากในการทำควบคู่ไปกับปฏิรูปการเมืองและสังคมไทยในระยะยาว การเปิดพื้นที่ "สื่อสาธารณะ" ให้มากกว่าช่องเดียวและเปิดโอกาสอันหลากหลายให้เกิด "สื่ออิสระสื่อเสรีภาคเอกชน" ที่มีพันธกิจต่อสังคมมากขึ้น จะทำให้ "สื่อ" สามารถแสดงบทบาทสำคัญในการค้ำจุน, ปกป้องและพัฒนาจิตสำนึกประชาธิปไตยให้กับสังคม |
| << | เมษายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||