|
พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์เมื่อวานนี้แทบทุกฉบับบ่งชี้ในแนว "ทุกฝ่ายน้อมรับ" กระแสพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงแสงความวิตกต่อสถานการณ์บ้านเมืองในวันที่ 30 พฤษภาคมที่จะมีการตัดสินคดียุบพรรคของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ โดยทุกฝ่ายออกมาประสานเสียงว่าจะเคารพในคำวินิจฉัยของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อไม่ให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย จนสร้างความทุกข์ร้อนให้กับในหลวงอีก หาก "ทุกฝ่าย" เคารพเทิดทูน เชื่อฟังกระแสพระราชดำรัสของในหลวงอย่างจริงใจเช่นนั้นจริงๆ ทั้งคำพูดและการกระทำ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ย่อมหมดห่วงว่า "บ้านเมืองของเรา" จะเกิดความวุ่นวายจลาจลในวันที่ 30 พฤษภาคม หากทุกฝ่ายเคารพและเชื่อมั่นว่าคำวินิจฉัยของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ส่วนใหญ่เป็นผู้พิพากษา จะอยู่บน "ความถูกต้องของกฎหมาย" และจะตัดสินอย่าง "เที่ยงธรรม" ตามหลักฐานและข้อเท็จจริงของคดี แม้ว่าอาจจะ "ไม่ถูกใจ" แกนนำและสมาชิกพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรคคือพรรคไทยรักไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ ในกรณีมติศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมากให้ลงโทษสถานหนักที่สุดคือยุบทั้งสองพรรคหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง แล้วตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบทุกคนเป็นเวลา 5 ปีตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองฯ ฉบับที่ 27 ความวิตกทุกข์ร้อนของผู้คนในสังคมไทยตลอด 6-7 เดือนที่ผ่านมา ส่วนใหญ่มาจากความหวั่นไหวสะสมอันเนื่องมาจากอิทธิฤทธิ์ของ "อำนาจเงิน" จาก "อำนาจเก่า" ซึ่งมี "เบาะแส" ค่อนข้างชัดเจนว่าคงจะมีการต่อท่อ "น้ำเลี้ยง" จากแหล่งใหญ่ทั้งจากต่างประเทศและในประเทศ เพื่อสร้างเกมทวงคืนอำนาจเก่าหรืออาจจะเพียงแค่เป็นการสร้างอำนาจต่อรองของใครบางคน ไม่ให้ถูกลงโทษสถานหนักจากการทุจริตประพฤติมิชอบในช่วงรัฐบาลที่แล้ว จนเกิดปรากฏการณ์แข่งจัดตั้งกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างคึกคัก ราวกับพวกเขาเชื่อมั่นศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยมานาน แข่งกันจัดชุมนุมหลายครั้งที่น่าจะต้องใช้ทุนจำนวนมากเพื่อต่อต้านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และรัฐบาลแทนพรรคไทยรักไทยที่ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองฯ ห้ามทุกพรรคการเมืองจัดกิจกรรมทางการเมืองใดๆ อยากจะเรียกร้องไปถึงอดีตนายกรัฐมนตรีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรที่ร่อนเร่พเนจรในต่างแดนว่าพร้อมจะน้อมนำกระแสพระราชดำรัสไปปฏิบัติอย่างจริงใจหรือไม่ หากคุณทักษิณยังจงรักภักดีต่อในหลวงจริง ควรจะส่งเสียง,วิดีโอคลิปและจดหมายผ่านเวบไซต์ Hi-Taksin หรือวิทยุชุมชนในเครือข่ายไปถึงสาวก "คนรักทักษิณ" กลุ่มต่างๆ ที่กำลังขมีขมัน แข่งกัน "ทำงาน" ตามคำสั่ง "นายเงิน" (คนไหนก็ตาม) ให้ออกมาชุมนุมต่อสู้เพื่อคุณทักษิณอย่างไม่ลืมหูลืมตา หากคนเหล่านี้ "รักทักษิณ" ด้วยความจริงใจ ไม่ได้เกิดจากอามิสสินจ้างตามข้อกล่าวหาของวอร์รูมรัฐบาล เพื่อป้องกันไม่ให้คุณทักษิณถูกมองด้วยความระแวงจากสังคมว่ายังจงรักภักดีต่อสถาบันเบื้องสูงจริงหรือไม่ "คนรักทักษิณ" จงน้อมรับกระแสพระราชดำรัสด้วยการกระทำ ควรจะเลิกระดมพลนัดชุมนุมแล้วยั่วยุในทุกๆ รูปแบบเพื่อทำให้เกิดความรุนแรงในวันที่ 30 -31 พฤษภาคมนี้เสียทีเถอะ ความเป็นประชาธิปไตยไม่ได้พิสูจน์ด้วยการชุมนุมโดยสันติอย่างเดียว แต่จะต้องเคารพกฎหมายของบ้านเมืองที่ทุกคนพึงปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะ "คนรักทักษิณ" เหล่านี้ปากจะบอกว่าพร้อมน้อมนำกระแสพระราชดำรัสใส่ไว้เหนือเกล้า แต่เมื่อส่องดูการกระทำกลับยังตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง ชัดเจนว่าพวกเขากำลังเร่งปลุกเร้าสร้างกระแส เป้าหมายยั่วยุให้คมช.และรัฐบาลหมดความอดกลั้น จน "ลั่นกระสุน" นัดแรกที่จะนำไปสู่ความปั่นป่วนใน "บ้านเมืองของเรา" ในช่วงวันที่ 30-31 พฤษภาคมที่มีเชื้อไฟจากความไม่พอใจในคำตัดสินของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว น่าสงสัยว่าพวกนี้ "รักและบูชาคุณทักษิณ" ด้วยความจริงใจหรือเป็นเพียงแค่ "รักและบูชาเงินเป็นพระเจ้า" หาใช่คุณทักษิณ จึงขยันขันแข็งทำงานเพื่อให้คุ้มกับ "ค่าจ้าง" ที่ "นายจ้าง-นายเงิน" อาจจะกำหนดหลักเกณฑ์การปูนบำเหน็จจ่ายเงินตาม "ความสำเร็จ" ของงานแต่ละชิ้น คุณสุดชาย บุญไชย หัวหน้ากลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการที่มีความขยันเป็นพิเศษและมักอ้างถึงเครือข่าย 12 องค์กร (ที่มีทั้งนักวิชาการบริสุทธิ์กับนักเอ็นจีโอที่ไม่เอาเผด็จการทุกรูปแบบ ซึ่งไม่ได้รักทักษิณมากนัก) ประกาศชัดเจนว่าในตอนบ่ายวันที่ 30 พฤษภาคมจะระดมคนมาชุมนุมต่อต้านรัฐประหารมาร่วมชุมนุมที่ท้องสนามหลวงเพื่อรอฟังคำตัดสินของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยใช้มุกระดมคนจะแจก "จตุคามรามเทพรุ่นปราบกบฏ" ถึง 7 หมื่นองค์ ประเด็นที่ไม่พอใจมีประเด็นเดียวคือหากยุบพรรคไทยรักไทย แล้วตัดสิทธิทางการเมืองของคุณทักษิณเป็นเวลา 5 ปี พวกเขาถือว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจะทำให้ประชาชนต่อเนื่อง ทำไมพวกเขาไม่เคยออกมาปกป้องหรือสู้แทนพรรคประชาธิปัตย์ที่มีสถานะพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตยเช่นเดียวกับพรรคไทยรักไทยว่ากำลังถูกอำนาจเผด็จการทหารรังแกเช่นเดียวกัน คุณวีระ มุสิกพงศ์, คุณจตุพร พรหมพันธุ์, คุณจักรภพ เพ็ญแข, คุณณัฐวุฒิ ไสยเกื้อแห่งกลุ่มพีทีวี (ไม่ขอเรียกว่าสถานีโทรทัศน์เพราะนั่นเป็นเพียงวิธีการตั้งชื่อตบตาชาวบ้านว่าเป็น "สื่อมวลชน") พูดหลายครั้งว่าจะนัดชุมนุมครั้งใหญ่ในวันที่ 31 พฤษภาคมที่ลานพระบรมรูปทรงม้า แล้วจะเดินขบวนไปถวายฎีกาที่วังสวนจิตรเพื่อไม่เอาเผด็จการคมช. ธงประเด็นที่ไม่พอใจสอดคล้องกับกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการแทบไม่ผิดเพี้ยนกันเลย แต่กลับปิดตายืนกระต่ายขาเดียว ไม่ยอมรับว่าการกระทำของพวกหัวแถวในพรรคไทยรักไทยเมื่อช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2549 เป็นความผิดฉกาจฉกรรจ์ แต่พยายามอ้างถึงการต่อต้านรัฐประหารเป็นเกราะกำบังสร้างความชอบธรรมในการเคลื่อนไหวเพื่อไม่เคารพคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ กลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการกับพันธมิตรและกลุ่มพีทีวี ล้วนมีหลักคิดแทบจะพูดได้ว่าออกมาจาก "คำสั่ง" เดียวกัน ด้วยการพร่ำโพนทนาว่าชุมนุมต่อต้านเผด็จการทหารและทวงคืนประชาธิปไตย แต่กลับยกย่องเทิดทูนอาลัยอาวรณ์ "เชลียร์" คุณทักษิณจนเลี่ยนมั่กๆ ประหนึ่งว่า "บ้านเมืองของเรา" ขาดคุณทักษิณไม่ได้ คุณทักษิณเป็นคนเดียวในโลกนี้ที่มีสิทธิอันชอบธรรมในการบริหารประเทศในตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" นี้ตลอดไป แล้วพยายามพูดอยู่ตลอดเวลาว่าการสอบสวนเอาผิดกับคุณทักษิณของคมช.คือการทำร้ายรังแกประชาชนด้วยเช่นกัน ผมค่อนข้างเชื่อมั่นว่าคุณทักษิณยังมีอำนาจบารมีและอำนาจเงินมากพอ ในการเอ่ยปากขอ "คนรักทักษิณ" ให้หยุดเคลื่อนไหวยั่วยุในช่วงวันที่ 30-31 พฤษภาคมนี้ได้ เพื่อแสดงออกให้สังคมเห็นว่าคุณทักษิณน้อมรับกระแสพระราชดำรัสอย่างจริงใจ ไม่ต้องการสร้างความวุ่นวายจนประเทศล่มจม คุณจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทยเองก็ไม่ควรจะต้องโทรศัพท์ข้ามประเทศไปขอคำแนะนำจากคุณทักษิณว่าควรจะทำอย่างไรดีในวันที่ 30 พฤษภาคมเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าคุณจาตุรนต์เป็นตัวของตัวเอง พร้อมจะน้อมรับกระแสพระราชดำรัสจริงๆ เพื่อไม่ให้เกิดความปั่นป่วนในบ้านเมือง โดยไม่ต้องฟังคำสั่งของคุณทักษิณอีกต่อไปแล้ว มิเช่นนั้นจะเป็นการเพิ่มความหวาดระแวงกับกลุ่มคนชังทักษิณบางกลุ่มที่มีแนวคิดสุดโต่งแบบเดียวกับกลุ่มรักทักษิณที่รักหมดหัวใจ คนชังทักษิณเหล่านี้ไม่เชื่ออยู่แล้วว่าคุณทักษิณจะวางมือทางการเมืองจริงตามคำพูดที่ตรงกันข้ามกับการกระทำมาหลายครั้งแล้ว จะเข้าใจไปว่าแท้จริงแล้วคุณจาตุรนต์ยังเป็น "นอมินี" รับเงินมาเป็นรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เพราะจุดเปราะบางอีกแห่งหนึ่งในสถานการณ์วันที่ 30-31 พฤษภาคมคือบริเวณที่ทำการใหม่ของพรรคไทยรักไทยที่มีบริเวณกว้างพอเอื้อต่อการชุมนุมขนาดย่อมๆ ได้ แกนนำพรรคไทยรักไทยได้ส่งสัญญาณว่าจะจัดเตรียมสถานที่รองรับผู้คนจากหลายอาชีพที่ล้วนยัง "รักทักษิณ" เช่น กลุ่มแท็กซี่ กลุ่มรถตู้ กลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง กลุ่มสมาชิกพรรค ฯลฯ เดินทางมาให้กำลังใจคุณทักษิณและพรรคไทยรักไทย ประมาณไม่น้อยกว่า 5,000 คน ข่าววงในบอกถึงขั้นกำลังเตรียมการจัดเวทีปราศรัยย่อยไปทั่วทุกจังหวัดที่เป็นฐานเสียงของพรรคไทยรักไทย เพื่อแสดงความไม่พอใจคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ หากยุบพรรคไทยรักไทยและตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคทุกคนเป็นเวลา 5 ปี ข้อมูลข่าววงในเหล่านี้ทางคมช.กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติรู้บ้างหรือเปล่า ควรจะเลิกสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านด้วยการตั้งด่านตรวจค้นทุกถนนเพื่อสกัดรถยนต์จากทุกจังหวัดที่มีผู้โดยสารมามากกว่าปกติไม่ให้ระดมพลเข้ามาชุมนุมในกรุงเทพฯ ในช่วงสัปดาห์หน้า แต่ควรจะระวังการชุมนุมเวทีปราศรัยย่อยในทุกๆ จังหวัดที่ล่อแหลมจะเกิดประกายไฟลามทุ่งปะทะกันระหว่าง "คนรักทักษิณ" กับ "คนชังทักษิณ" ที่ยังไม่ยอมสมานฉันท์และเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างกันตามระบอบประชาธิปไตย โดยไม่จำเป็นต้องบังคับให้ทุกคนมีความคิดเห็นทุกเรื่องเหมือนกัน หากยังเห็นต่างกันจะต้องเข่นฆ่ากันทะเลาะกันหรือเอาเป็นเอาตายบังคับให้อีกฝ่ายเลิกคิดเช่นนั้น ผมยังเชื่อมั่นว่าธรรมชาติของ "คนไทย" ที่รักสันติจะไม่ออกมาเข่นฆ่ากันเอง เพียงเพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจต่อคำตัดสินของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญในกรณีสั่งยุบพรรคไทยรักไทยกับพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคหนึ่งพรรคใด แล้วตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคทุกคนเป็นเวลา 5 ปี หากไม่มีการต่อท่อน้ำเลี้ยง "จ่ายเงิน" จากผู้สูญเสียผลประโยชน์ทั้งสองฝ่ายจากกรณีนี้ จะสร้างความปั่นป่วนให้ "บ้านเมืองของเรา" จนเสี่ยงเกิดการปฏิวัติซ้ำหรือปฏิวัติซ้อนได้ กลายเป็นความขัดแย้งรุนแรงในสังคมอีกครั้งทั้งจาก "คนรักทักษิณ","คนชังทักษิณ" และคนรักประชาธิปไตยรังเกียจรัฐประหารที่จะไม่มีทางยอมรับการรัฐประหารซ้ำหรือซ้อนได้แล้ว "บ้านเมืองของเรา" จะสับสนอลหม่าน จนหาทางออกอย่างสันติไม่ได้และจะถูกปฏิเสธจากประชาคมโลกหากเกิดปฏิวัติซ้ำหรือซ้อน "นักฉวยโอกาสทางการเมือง" จะยุยงคนไทยที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันและใช้วิธี "จ่ายเงิน" ให้ "มือปืนรับจ้าง" บางพวกให้ใช้ความรุนแรง เพื่อจุดไฟแค้นให้ห้ำหั่นกันเพื่อทำลายล้างอีกฝ่ายให้สิ้นซากจากแผ่นดินนี้ ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ที่ไม่ได้นิยมความรุนแรงและไม่ฝักใฝ่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจนกลายเป็นลัทธิพิเศษจนตกเป็นเหยื่อของความขัดแย้งแย่งชิงอำนาจแล้ว "บ้านเมืองของเรา" จะล่มจมจริงๆ (อ่านคอลัมน์ย้อนหลังและแสดงความคิดเห็นได้ตลอด 24 ชั่วโมงทาง www.oknation.net/blog/adisak)
|