วันอาทิตย์ ที่ 3 มิถุนายน 2550
ช้าก่อน คมช.อย่าเพิ่งนิรโทษกรรม ถามก่อน 111 คน "สำนึกผิด" หรือยัง?
Posted by
อดิศักดิ์
,
ผู้อ่าน : 946
, 14:41:49 น.
พิมพ์หน้านี้
|
ช้าก่อน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.)
อย่าเพิ่งด่วนรับข้อเสนอนิรโทษกรรมนักการเมือง 111 คน ของพรรคไทยรักไทยที่ถูกคณะตุลาการ รัฐธรรมนูญตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี อันเนื่องมาจากคำวินิจฉัยกลางคดียุบพรรคเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 เพราะกระบวนการลงโทษยังไม่ได้สิ้นสุดแค่การตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี แต่ควรจะให้คณะกรรมการเลือกตั้งพิจารณาบทลงโทษทางอาญาต่อไป การนิรโทษกรรมกับคนผิดที่ยังไม่รู้จักคำว่า "สำนึกผิด" หาใช่การสร้างความสมานฉันท์ในสังคมแต่อย่างใด รังแต่จะทำให้บรรทัดฐานการกระทำความผิดเช่นนี้กลายเป็นเรื่องเล็กๆ เข้าอีหรอบ "บกพร่องโดยสุจริต" ที่เป็นประโยคชั่วร้ายแห่งศตวรรษ อันนำมาซึ่งความไร้คุณธรรมทางการเมือง สร้างค่านิยมแบบโกงบ้างแต่ทำงานเก่ง ฯลฯ เพราะหลักฐานความผิดที่ตุลาการรัฐธรรมนูญได้ประมวลให้เห็นภาพพฤติกรรมทุกขั้นตอนเป็นเรื่องร้ายแรงมาก จนไม่ควรจะ "อภัยโทษ" โดยง่ายๆ แต่ควรจะต้องลงโทษสถานหนักเป็น "คดีอาญาแผ่นดิน" เพื่อให้หลาบจำ เพื่อไม่มีใครกล้าเอาเป็นเยี่ยงอย่างอีกต่อไป เช่น การปลอมแปลงเอกสารเพื่อลงสมัคร ส.ส.การให้สินบนนักการเมืองเพื่อลงสมัคร ส.ส.หลอกลวงประชาชน สมคบกับเจ้าหน้าที่คณะกรรมการ การเลือกตั้งแก้ไขทะเบียนสมาชิกพรรค การครอบงำคณะกรรมการเลือกตั้งให้สมยอมทุกอย่าง ฯลฯ แม้ว่าจะไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับคำวินิจฉัยกลางของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญที่เสียงส่วนใหญ่ 6 ต่อ 3 ที่ยึดตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(คปค.)ฉบับที่ 27 ข้อ 3 ที่ให้มีผลย้อนหลัง แล้ว "เหมารวม" ตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคทุกคนเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้ร่วมกระทำความผิด "โดยตรง" หากตุลาการรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค แต่กลับเห็นว่าควรจะคงความศักดิ์สิทธิ์ และเคารพในคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ อันประกอบด้วยผู้พิพากษาศาลฎีกา 6 คนที่มีตัวแทนจากประธานฎีการวมอยู่ด้วย และตุลาการศาลปกครองสูงสุด 3 คนที่มีประธานศาลปกครองสูงสุดอยู่ด้วยเช่นกัน องค์ประกอบของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญชุดนี้ ที่ประกอบด้วยผู้พิพากษาอาวุโสด้วยประสบการณ์ และเกียรติประวัติไม่เคยด่างพร้อยเลย ย่อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมได้ว่าการตัดสินครั้งนี้มีความยุติธรรม และเที่ยงธรรมโดยปราศจากอคติใดๆ หากเกิดคดีอื่นใดในอนาคตที่ตุลาการรัฐธรรมนูญชุดนี้จะต้องสอบสวน และวินิจฉัยอีกจะทำให้เชื่อมั่นได้ถึงความชอบธรรมมากยิ่งขึ้น เพราะเมื่อประชาชนได้รับฟัง และเข้าใจรายละเอียดทุกขั้นตอนกระบวนการสืบสวนสอบสวนคดียุบพรรคของตุลาการรัฐธรรมนูญ ก่อนนำไปสู่การวินิจฉัยด้วยองค์คณะผู้พิพากษาทั้งหมด 9 คน จึงทำให้สังคมเกือบทุกภาคส่วนยอมรับในคำตัดสินคดีนี้อย่างไม่มีข้อกังขาใดๆ ยกเว้นผู้ถูกลงโทษที่เกือบทั้งหมดออกอาการไม่ยอมรับคำวินิจฉัย มิเช่นนั้น ตุลาการรัฐธรรมนูญคณะนี้จะยิ่งเป็น "จำเลย" ของสังคมมากขึ้น ว่าอยู่ภายใต้อำนาจคำบงการของ คมช.จริง ในทางกลับกัน คมช.จะยิ่งเสื่อมสง่าราศีลงไปอีก ว่าก้าวล่วงการใช้อำนาจเหนือตุลาการรัฐธรรมนูญได้ หากด่วนตัดสินใจสั่งให้รัฐบาลเสนอพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมนักการเมือง 111 คน ให้ลอยนวลเล่นการเมืองได้อีก มิหนำซ้ำ ยังตอกย้ำเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า คมช.ได้ไปตกปากรับคำกับนักการเมืองหลายกลุ่มที่ตัดสินใจลาออกมาจากพรรคไทยรักไทย แล้วมาก่อตั้งกลุ่มการเมืองใหม่เพื่อรอ "ไฟเขียว" จัดตั้งพรรคการเมืองใหม่เพื่อสืบทอดอำนาจผ่านพรรคการเมืองนอมินี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณสมศักดิ์ เทพสุทิน หัวหน้า กลุ่มมัชฌิมาที่เป็นกลุ่มแยกตัวจากพรรคไทยรักไทยที่ใหญ่ที่สุด ถึงกับอุทานออกมาดังๆ ให้ลูกพรรคได้ยินว่า "เราถูกหักหลัง" และยังแสดงอาการไม่พอใจคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญผ่านรายการโทรทัศน์หลายสถานี ด้วยการขู่ว่าจะกลับไปผนึกกำลังกับกลุ่มเดิมในพรรคไทยรักไทยเพื่อต่อสู้ทางการเมืองใต้ดิน แม้ว่าคณะตุลาการรัฐธรรมนูญชุดนี้มาจาก "อำนาจปากกระบอกปืน" จริงที่ไม่ค่อยชอบธรรมมากนัก เป็นดังเช่นที่ คุณจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ได้ขึ้นเวทีปลุกระดมหน้าพรรคไทยรักไทยในค่ำคืนนั้น ประกาศว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และไม่ยอมรับคำวินิจฉัยที่มาจากตุลาการรัฐธรรมนูญที่แต่งตั้งจากอำนาจปากกระบอกปืน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นได้ยืนยันมาโดยตลอดว่าพร้อมจะน้อมรับคำวินิจฉัยไม่ว่าจะออกมาอย่างไร พอจะเข้าใจได้ถึงอารมณ์ความผิดหวังของคุณจาตุรนต์ ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ทั้งๆ ที่ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องใดๆ กับการกระทำความผิดของกรรมการบริหารพรรค 2 คน คือ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองหัวหน้าพรรคกับ คุณพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รองเลขาธิการพรรค คุณจาตุรนต์เป็นนักการเมือง และนักต่อสู้โดยสายเลือดและมีอุดมการณ์สูงกว่าระดับเฉลี่ยของนักการเมืองไทย จึงน่าเสียดายอย่างมากที่คุณจาตุรนต์ "ปากเร็ว" พยายามพูดเอาใจม็อบคนรักไทยรักไทยที่เดือดปุดๆ อยากจะบอกว่าความผิดของคุณจาตุรนต์ และกรรมการบริหารพรรครวม 108 คน ที่จะต้องร่วมรับผิดชอบด้วย เพราะในช่วงนั้นคุณจาตุรนต์ กับพวกไม่ได้รู้สึกรู้สากับการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้งที่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญอย่างโจ่งครึ้มของพล.อ.ธรรมรักษ์ กับคุณพงษ์ศักดิ์ ซึ่งไม่น่าจะกระทำไปโดยพลการหรือกระทำนอกสั่ง หากไม่ได้รับ "ไฟเขียว" หรือ "คำสั่ง" จากอดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ไม่เคยต้องการวางมือทางการเมืองจริงๆ หากคุณจาตุรนต์ เป็นนักการเมืองที่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยจริงแท้ ย่อมไม่ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจหรือสมรู้ร่วมคิด ปล่อยให้เกิดขบวนการต้มตุ๋นหลอกลวงประชาชนที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 2 เมษายน 2549 และวันที่ 23 เมษายน 2549 โดยทำให้ "เข้าใจผิด" ไปว่าผู้สมัครของพรรคไทยรักไทย มีคู่แข่งขันทางการเมืองที่เป็นผู้สมัครพรรคอื่นจริง ช่วงนั้นท่าทีคุณจาตุรนต์ "วางเฉย" ไม่แสดงจุดยืนใดๆ ต่อข้อกล่าวหาฉกาจฉกรรจ์ที่มีต่อคุณทักษิณ ในกรณีขายหุ้นชิน คอร์ป โดยไม่เสียภาษีแม้สตางค์เดียว อ้างแต่เพียงว่ามาจากการเลือกตั้ง และจะให้ประชาชนพิสูจน์ในการเลือกตั้ง แม้มีเสียงเรียกร้องดังกระหึ่มจากเพื่อนพ้องคนเดือนตุลา 2516 และผู้คนจำนวนมากที่มีความเชื่อมั่นในตัวคุณจาตุรนต์ ว่ายังมีอุดมการณ์จริงๆ ขอร้องอย่างจริงใจให้คุณจาตุรนต์ แสดงความกล้าหาญลาออกจากพรรคไทยรักไทยเพื่อทำให้เวลาของคุณทักษิณ หมดเร็วขึ้น เสมือนเป็นการหาทางออกผ่าทางตันทางการเมืองเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ความขัดแย้งนำไปสู่ความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ข้อเรียกร้องเช่นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับคุณจาตุรนต์ คนเดียว แต่สังคมยังกดดันนักการเมือง "น้ำดี" อีกหลายคนในพรรคไทยรักไทยช่วงนั้น ให้แสดงจุดยืนออกมาอย่างชัดเจนต่อสาธารณะว่าไม่สามารถร่วมสังฆกรรมกับคุณทักษิณได้อีกต่อไปแล้ว แทบไม่น่าเชื่อว่านักการเมืองในพรรคไทยรักไทย ที่มีความกล้าหาญทางการเมืองลาออกมีเพียงกลุ่มคุณเสนาะ เทียนทอง และเครือญาติกับเพื่อนพ้องไม่ถึง 10 คน ที่สังคมไม่ได้เห็นว่าเป็นนักการเมือง "น้ำดี" แต่ประการใด แต่กลับมีจิตสำนึกในเชิงคุณธรรมทางการเมืองมากกว่า แม้กระทั่ง ณ เวลานี้ หลังจากตุลาการรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยความผิดของพฤติกรรม กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 2 คน ด้วยหลักฐานการกระทำความผิดอย่างชัดแจ้ง ยากต่อการหาหลักฐานมาโต้แย้งใดๆ ว่าไม่ได้กระทำความผิด ยังไม่มีอดีตกรรมการบริหารของพรรคไทยรักไทย หรือสมาชิกพรรคแม้แต่คนเดียวจาก 14 ล้านคน ออกมายอมรับว่าคนของพรรคไทยรักไทยกระทำความผิดจริง แล้วเอ่ยปาก "ขอโทษ" ประชาชนให้เป็นกิจจะลักษณะ มิหนำซ้ำ คุณทักษิณ เองก็ยังไม่ได้รู้สำนึกผิดใดๆ ว่าจะต้องออกมา "ขอโทษ" ประชาชนที่พรรคไทยรักไทยหลอกลวงให้สำคัญผิด แต่กลับเขียนจดหมายรำพึงรำพันขอโทษเฉพาะกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ที่ทำให้ต้องเดือดร้อนไปด้วย ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเทียบไม่ได้กับนักการเมืองญี่ปุ่น ที่เพียงแค่ถูกเรียกไปซักฟอกแก้ข้อกล่าวหาทุจริต แต่กลับละอายใจไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริง ตัดสินใจแขวนคอตายในบ้านพัก แต่นักการเมืองไทยที่ถูกจับได้คาหนังคาเขาว่า กระทำความผิดร้ายแรงในการเลือกตั้ง เพื่อทำให้ได้อำนาจกลับมาเป็นรัฐบาลอีก กลับยังตั้งหน้าตั้งตาเถียงคำไม่ตกฟากว่าพวกเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม ทำไมจึงถูกลงโทษรุนแรงตัดสิทธิการเมือง 5 ปี โดยยังไม่มีใครออกมายอมรับต่อสาธารณะเลยว่าคนของพรรคได้กระทำความผิดร้ายแรงจริงแล้ว "ขอโทษ" ประชาชน ผมยังมีความหวังในความเป็นชายชาติทหารของพล.อ.ธรรมรักษ์ ที่เป็นกุญแจสำคัญในคดีนี้ หากพล.อ.ธรรมรักษ์ ออกมาให้ข้อมูลแก่สังคมหรือหลักฐานว่า ทำไมจึงต้องตัดสินใจกระทำเช่นนั้นในการว่าจ้างพรรคเล็กลงสมัคร ส.ส.แล้วยังเลยเถิดไปกระทำผิดอีกหลายเรื่อง แต่จะไม่เรียกร้องไปถึง "เฮียเพ้ง" คุณพงษ์ศักดิ์ ที่มองตารู้ใจกับคุณทักษิณมานานแล้ว จนไม่มีทางจะหักหลังคุณทักษิณหรือเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้นว่ามาจาก "ใครสั่ง" ผมรู้จัก "พี่แอ้ด" เป็นอย่างดีมานานพอสมควร ยังเชื่อมั่นว่า "พี่แอ้ด" มีความซื่อสัตย์ต่อตัวเอง และประเทศชาติ ควรจะใช้โอกาสนี้แสดงความกล้าหาญเพื่อล้างมลทินให้ตัวเอง และชะล้างการเมืองไทย ให้สะอาดขึ้น ช่วยบอกกับสังคมว่าใครอยู่เบื้องหลังหรือใครเป็นผู้สั่งการให้กระทำเช่นนั้น ซึ่งชัดเจนว่าช่วยสร้างความชอบธรรมให้คุณทักษิณ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหลังเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายน 2549 หากโชคดีของประเทศไทย สามารถได้หลักฐานมัด "ตัวการ" สั่งให้กระทำความผิดในคดีนี้ แล้วนำตัวมาลงโทษอย่างสาสมกับความผิดเฉพาะบุคคลไปแล้ว หลังจากนั้นจึงสมควร "นิรโทษกรรม" ผู้ที่ไม่ได้มีส่วนสมรู้ร่วมคิดในการกระทำความผิดโดยตรงในคดีนี้ จึงจะเป็นการสมานฉันท์เฉพาะกับคนดี และไม่สมานฉันท์กับคนชั่วเพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อไป (อ่านบทความย้อนหลัง และแสดงความเห็นได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทาง www.oknation.net/blog/adisak)
|