วันอาทิตย์ ที่ 24 มิถุนายน 2550
"มิสเตอร์ชินาตรา"นายแน่มาก! "คอนเวอร์เจนซ์" กีฬา-ธุรกิจ-การเมือง
Posted by
อดิศักดิ์
,
ผู้อ่าน : 1255
, 15:21:21 น.
พิมพ์หน้านี้
|

อยากเห็นฝีมือการบริหารสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ของ "มิสเตอร์ชินาตรา" ว่าจะสามารถลบล้างคำสบประมาทของ "ขาประจำ" หรือไม่ ซึ่งมักดูถูกว่าธุรกิจที่ร่ำรวยขึ้นมาส่วนใหญ่ของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ล้วนมาจากกิจการที่มีลักษณะพิเศษคือ ธุรกิจสัมปทานผูกขาด ในอดีตกลุ่มชินวัตร(ชื่อดั้งเดิม)ก่อนเปลี่ยนมาใช้ชื่อ "กลุ่มชิน คอร์ป"เพื่อกลบเกลื่อนชื่อตระกูล "ชินวัตร" ในช่วงอดีตนายกฯ ทักษิณ ลงเล่นการเมือง เคยลงทุนในธุรกิจที่ไม่ใช่สัมปทานมักเจ๊งไม่เป็นท่ามาหลายธุรกิจแล้ว มุขให้เรียกชื่อฝรั่งว่า "มิสเตอร์ชินาตรา" แทนชื่อเดิม "มิสเตอร์ชินาวัตตรา" นับว่าเท่มากๆ อีกครั้งหนึ่ง ในความพยายามยกตัวเองเทียบชั้นกับแบรนด์ดัง "คนของโลก" อีกหนึ่งคน อย่างนักร้องระดับโลกอมตะตลอดกาลอย่าง "แฟรงค์ ซินาตรา" หลังจากเคยยกตัวเองเทียบเคียงกับอดีตนายกฯ มาเลเซีย ดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด ที่อยู่ในตำแหน่งยาวนานถึง 20 ปีในช่วงหลังชนะการเลือกตั้งครั้งแรก แล้วพยายามเทคโอเวอร์พรรคขนาดเล็กเพื่อทำให้พรรคไทยรักไทยกลายเป็นพรรคอัมโนที่ยึดครองอำนาจตลอดกาลได้ ยกตัวเองเทียบกับวิบากกรรมของ "นางออง ซาน ซูจี" ผู้นำสตรีเหล็กของพรรคฝ่ายค้านพม่าที่ถูกกักบริเวณจากรัฐบาลทหารพม่ามายาวนาน สาวกกลุ่มพีทีวี ณ สนามหลวง ยังพยายามยกย่องให้คุณทักษิณ กลายเป็นสัญลักษณ์ของ "มหาตมะ คานธี" ที่ต่อสู้ด้วยความสมถะอหิงสาทวงคืนเอกราชจากจักรวรรดินิยมอังกฤษ ปฏิบัติการซื้อทีมฟุตบอลเรือใบสีฟ้ายังทำให้ความฝันของอดีตนายกฯทักษิณ เริ่มใกล้เคียงความเป็นจริงในการสร้าง" Shin City" ในอีกมิติหนึ่งในต่างแดน ทดแทนการสูญเสียอำนาจในประเทศไทยที่เกือบจะถูกเปลี่ยนชื่อจาก "Thailand เป็น Shinland" การลงทุนครั้งใหม่ในต่างแดนของอดีตนายกฯ ทักษิณ ด้วยเงินก้อนใหญ่กว่า 81.6 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 5-6 พันล้านบาท ที่สามารถ "เม้ม" ไว้ในบัญชีต่างประเทศอย่างมิดชิด หลุดรอดจากการถูกอายัดทรัพย์สินจากคณะกรรมการ คตส.อย่างหวุดหวิด 
ถือเป็นความสามารถพิเศษในการซุกซ่อนทรัพย์สินอีกครั้งหนึ่งของคุณทักษิณ ที่เป็นนิสัยสันดานดั้งเดิมที่กลายเป็นทั้ง "คุณ" ให้คุณทักษิณเมื่อปี 2544 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลงมติ 8 ต่อ 7 ให้การซุกซ่อนหุ้นถือเป็นการบกพร่องโดยสุจริต และกลายเป็น "โทษ" ให้คุณทักษิณต้องเจอการตามล่า-ล้าง-อายัดทรัพย์สินของคณะกรรมการ คตส.และกรมสอบสวนคดีพิเศษที่เคยเป็นกลไกอำนาจหลักของคุณทักษิณ ถือเป็นการหักเหลี่ยมเฉือนคมหรือพูดอย่างไม่ค่อยสุภาพคือ "ตบหน้า" คตส.ฉาดใหญ่ที่อุตส่าห์ออกคำสั่งอายัดบัญชีเงินฝากแบบยกครัวถึง 4 ครั้ง ด้วยยอดเงินสดๆ กว่า 6 หมื่นล้านบาท ที่คิดว่าแทบหมดแล้ว แต่กลับปล่อยให้ลอยนวลไปได้ถึง 5-6 พันล้านบาท อย่างไร้ร่องรอย กิจการธุรกิจสโมสรฟุตบอลอาชีพในอังกฤษ น่าจะเป็นการท้าทายครั้งใหม่ของ "มิสเตอร์ชินาตรา" ที่จะต้องทุ่มพิสูจน์ฝีมือไม่ให้เป็นไปตามคำปรามาสของ "ขาประจำ" คนรู้ทันทักษิณ ว่าคุณทักษิณทำธุรกิจแข่งขันกับคนอื่นแบบตรงไปตรงมาไม่เคยสำเร็จ เพราะธุรกิจสโมสรฟุตบอลอาชีพในอังกฤษแข่งขันกันรุนแรงมาก ทำให้ส่วนใหญ่ประสบการขาดทุนบักโกรกจากปัจจัยแวดล้อมการแข่งขันที่ไม่เหมือนกับธุรกิจปกติ แม้ว่าความฝันครั้งใหม่ของ "มร.ชินาตรา" ในการสร้างทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้กลับขึ้นไปยืนอยู่แถวหน้าฟุตบอลดิวิชั่นหนึ่งจะไม่ง่าย เหมือนกับการบริหารธุรกิจสัมปทานโทรศัพท์มือถือในประเทศไทย แต่น่าจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าตั้งแต่ยังไม่ต้องควักเงินแม้แต่ปอนด์เดียว และยังไม่ต้องไปคิดมากเรื่องผลตอบแทนเป็นตัวเงินในระยะยาว เพราะยังไม่ทันที่กระบวนการครอบครองหุ้นเสียงข้างมากเด็ดขาดในสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์ตามกฎหมาย แต่ "มร.ชินาตรา" สามารถยึดครองพื้นที่ในสื่อยักษ์ใหญ่ของอังกฤษถึง 3 ฉบับคือ Financial Times ,The Times of London และ The Sun รวมทั้งเวบไซต์ของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่พร้อมใจกันตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ยาวเหยียดที่ครบเครื่องแผนการตลาดสร้างทีมเรือใบสีฟ้าให้เกรียงไกรแบบ Outside In ภายใน 3 ปี (คุยโม้ว่าจะสร้างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไชน่า,แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบงกอก ฯลฯ เพื่อหานักฟุตบอลเก่งมาเสริมทีม และสร้างธุรกิจต่างแดน )และการตอบโต้ข้อกล่าวหาทุจริตคอร์รัปชันในเมืองไทย ให้กลายเป็นข่าวไปทั่วโลก ขอซูฮกฝีมือ "มร.ชินาตรา" ว่านายแน่มากที่กำลังทำให้แฟนฟุตบอลเรือใบสีฟ้าออกอาการ "ฝันหวาน" ถึงอนาคตอันสดใสของทีมฟุตบอลเก่าแก่แห่งนี้ที่ตกอับมาเป็นเวลานาน โดยไม่ได้รู้เลยว่า "มิสเตอร์ชินาตรา" เคยปั่นหัวคนจนในประเทศไทย จนมีหนี้สินเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมเงินจากกองทุนหมู่บ้าน แล้วโฆษณาชวนเชื่อจนหลงระเริงเศรษฐกิจขาขึ้น จนทำให้เกิดอาการบริโภคนิยมไปทั่ว ความตื่นตาตื่นใจของแฟนพันธุ์แท้ทีมเรือใบสีฟ้า ที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ แทบไม่ต่างจากช่วงเปิดตัวพรรคไทยรักไทย ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2543 ที่มีสโลแกน "คิดใหม่ ทำใหม่" เพื่อไทยทุกคน ที่สามารถทำให้ทุกชนชั้นในสังคมไทยออกอาการ "เคลิบเคลิ้ม" ฝันหวานไปกับนโยบายประชานิยม ซึ่งแหวกออกจากกรอบนโยบายเดิมๆ ของพรรคการเมืองเก่าแก่ อย่างพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นรัฐบาลในช่วงนั้น ที่มีความสามารถพิเศษในการสร้างความเอือมระอาน่าเบื่อหน่ายสุดๆ ให้กับผู้คนเป็นอันมาก จนสังคมโหยหา "พรรคการเมืองใหม่" และ "ผู้นำใหม่" ที่มีบุคลิกตรงกันข้ามกับผู้นำเก่า คุณชวน หลีกภัย ที่ได้รับฉายา "ชวน เชื่องช้า" โดยไม่ใส่ใจไปสืบค้น "ปูมหลัง" ของคุณทักษิณ ชินวัตร ว่าเป็นคนอย่างไร สังคมรับรู้แต่เพียงว่าคุณทักษิณ เป็นมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศไทยที่อาสามาทำงานการเมือง ด้วยตรรกะแบบใหม่ "รวยแล้วไม่โกง" รวยล้นฟ้าพอแล้วขออาสาทำงานทดแทนบุญคุณแผ่นดิน ให้เมืองไทยก้าวหน้าร่ำรวยเหมือนกับการบริหารธุรกิจของตัวเอง คุณทักษิณรู้จักดี กับตรรกะนี้ ที่เป็นค่านิยมฝังลึกในสังคมไทย คนไทยโดยทั่วไปมักไม่ใส่ใจว่าคนไหนมีนิสัยคดในข้อ งอในกระดูกหรือไม่ หากเห็นว่าคนนั้นทุ่มเททำงานหนัก แล้วผลงานเป็นที่ประจักษ์ก็ยอมรับ พูดง่ายๆ ว่าส่วนใหญ่ยกมือไหว้คนรวย โดยไม่ค่อยสนใจว่าโกงมาหรือไม่ จนกลายเป็นค่านิยมยอมรับโดยทั่วไปว่าโกงบ้างแต่ทำงานเก่ง-ไม่เป็นไรเพราะทุกคนโกงทั้งนั้น ต่างกันแค่มากหรือน้อย แต่ถ้าคนนั้นทำงานเห็นผล แต่กินเล็กกินน้อยไปบ้างก็ช่างหัวมันเถอะ! บวก ลบ คูณ หารแล้วยังดีกว่าคนซื่อสัตย์สุจริตแล้วทำงานไม่เอาอ่าว! จึงน่าติดตามบทบาทนัดต่อไปของ "มร.ชินาตรา" ว่าจะทุ่มเงินเพื่อสร้างทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้ขึ้นชั้นแนวหน้าอีกครั้ง หรือจะเป็นเพียงการทุ่มเงิน "สร้างภาพ" เพื่อไม่ให้ตัวเองหายไปจากพื้นที่สื่อในประเทศไทย ทุกๆ ความเคลื่อนไหวของ "มร.ชินาตรา" ในฐานะประธานสโมสรฟุตบอลเรือใบสีฟ้า น่าจะถูกโยงเข้าไปเกี่ยวข้องกับ "เมืองไทย" ให้มากที่สุด อาทิเช่น สร้างโรงเรียนสอนฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในประเทศไทย,ส่งนักฟุตบอลเยาวชนมาฝึกที่อังกฤษ เพื่อสร้างทีมชาติไทยในอนาคตให้ยิ่งใหญ่,นำดาวเด่นนักฟุตบอลไทยไปร่วมทีมเรือใบสีฟ้าเพื่อส่งเสริมฟุตบอลไทยดังเช่นที่เคยเตรียมไว้แล้ว,บริการอาหารไทยฟรีให้กับแฟนบอลเรือใบสีฟ้า เพื่อเป็นการส่งเสริม "ครัวไทยสู่ครัวโลก" ที่เป็นนโยบายหลักของอดีตนายกฯ ทักษิณ,นำนักร้องยอดนิยมของไทยไปร้องโชว์หรือนำเชียร์ในระหว่างการแข่งขัน,นำทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตระเวนแข่งทั่วทุกจังหวัดในประเทศไทย ฯลฯ อดีต ส.ส.พรรค "ไทยรักไทย" ที่กำลังง่วนอยู่กับยุทธการแยกกันตีคงจะได้รับอานิสงส์ไปเต็มๆ จากการเคลื่อนไหวจากต่างแดน(Outside In)ของ "มร.ชินาตรา" ที่แม้ถูกตัดสิทธิลงเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี แต่กลับจะสามารถหาเสียงให้กับ "พรรคนอนิมีไทยรักไทย" ที่กำลังแข่งกันสร้างดาวคนละดาวได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ มร.ชินาตรา กับทีมเรือใบสีฟ้า จะเสมือนเป็น "ดาวฤกษ์" ส่องทางสร้างคะแนนนิยมให้กับ "ดาวกระจายพรรคนอนิมีไทยรักไทยที่ยังค่อนข้างอับแสง และท่อน้ำเลี้ยงยังไม่ชัดเจน 
แม้กระทั่ง คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ทีมสโมสรฟุตบอลนิวคาสเซิล ซิตี้ "สาริกาดง" คงจะออกอาการหนาวๆ ร้อนๆ เป็นแน่ หากวันใดที่ทีมเรือใบสีฟ้าต้องโคจรมาเจอกับทีมสาริกาดง แล้วทีมสาริกาดงเกิดโชคร้ายพ่ายแพ้ต่อทีมเรือใบสีฟ้าที่เป็นทีมรองบ่อน หลังจากทีมเรือใบสีฟ้าได้ "น้ำเลี้ยง" จากมร.ชินาตรา อย่างอิ่มหมีพีมัน จนทำให้มี "เรี่ยวแรง" มากขึ้นและยังได้แรงเชียร์จากสาวก "คนรักทักษิณ" ในประเทศไทยและกระจายอยู่ทั่วโลก คุณอภิสิทธิ์ "ว่าที่ตัวเก็งนายกรัฐมนตรี" จะรักษาคะแนนนิยมไว้ได้อย่างไรและยากต่อการตอบคำถามชาวบ้าน ไม่ให้ชาวบ้านทึกทักไปว่านับเป็นฝีมืออันเฉียบขาดของ "มร.ชินาตรา" ที่สามารถ "ขุน" ทีมเรือใบสีฟ้าให้เก่งขึ้นมาทันตาเห็น ในขณะที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)คงจะเงื้อดาบค้างฟันลมจนเหนื่อยอ่อน เพราะไม่รู้ว่าจะเอาผิดข้อหาการใช้เงินหาเสียงเลือกตั้งเกินกำหนดได้อย่างไร เพราะ "มร.ชินาตรา" ไม่ได้ลงสมัคร และคงไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับบรรดาพรรคนอมินีไทยรักไทย แต่ทุกความเคลื่อนไหวของสโมสรเรือใบสีฟ้าในต่างแดน และในประเทศไทยในช่วงเลือกตั้งปลายปีนี้ จะเท่ากับเป็นการสร้างคะแนนเสียงให้กับพรรคนอมินีไทยรักไทยโดยอัตโนมัติ เพียงแค่พรรคนอมินีไทยรักไทยเสนอนโยบายพัฒนาฟุตบอลไทยไปสู่ระดับโลกตามรอย "มร.ชินาตรา" คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.)คงจะเกิดอาการหงุดหงิดงุ่นง่านมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ "บิ๊กเปย" ว่าที่ตัวเก็งผู้บัญชาการทหารบก เมื่อ "มร.ชินาตรา" ใช้เทคนิคสร้างข่าวคุยโม้ผ่านสื่อผู้ดีอังกฤษประเภทแท็บลอยด์ที่ชอบขายข่าวประเภทคาวๆ ปนเปกีฬากับการเมืองเน่าๆ ในเมืองไทย แล้ว คมช.คงจะจนปัญญาห้ามสื่อไทยแปลมาเผยแพร่ต่อในประเทศไทยอย่างเอิกเกริก คุณทักษิณ ชินวัตร หรืออีกชื่อใหม่ "มร.ชินาตรา" นายแน่มาก! ในการหลอมรวมคอนเวอร์เจนซ์(Convergence)กีฬา-ธุรกิจ-การเมือง จนกลายเป็นเรื่องเดียวกันอย่างกลมกลืน เพียงแค่ควักเศษเงินแค่ 5-6 พันล้านบาท ในแผนการฟอกตัว "มร.ชินาตรา" ครั้งใหม่เพื่อกลับมาทวงคืนอำนาจ ตามคติประจำตัว 10 ปีไม่สาย-แค้นต้องชำระ บุญคุณ-ทดแทนแล้วหมดกัน
|