• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 103
  • จำนวนผู้ชม : 76681
  • จำนวนผู้โหวต : 187
  • ส่ง msg :
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 1 กรกฎาคม 2550
พล.อ.สนธิพึงระวัง"คิลลิ่งโซน" ล่อเสือจากถ้ำ-ล่อทหารลงการเมือง
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 788 , 15:22:32 น.  
พิมพ์หน้านี้


   สังเกตคำพูดของพล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกและประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่ายังไม่ชัดเจนว่าอนาคตหลังเกษียณอายุสิ้นเดือนกันยายนนี้จะอยู่หนไหน แต่นัยระหว่างบรรทัดในระหว่างการให้สัมภาษณ์ตีความได้ว่ากำลังจะตัดสินใจก้าวสู่เวทีการเมืองอย่างเต็มตัว
   พล.อ.สนธิ"บิ๊กบัง"มักใช้คำพูดทำนอง "ณ วันนี้ไม่เคยคิดเป็น(นายกรัฐมนตรี)............อยากพักผ่อน" หรือ "อนาคตยังพูดไม่ได้ว่าจะรับใช้ชาติแบบไหน................." และล่าสุด "หลังเกษียณอายุคงได้เห็นอะไรชัดเจนกว่านี้ทั้งการเมืองและเรื่องอื่นๆ...................."
    เมื่อส่องกล้องเปรียบเทียบกับคำพูดของพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ที่เป็นอดีตผู้บังคับบัญชา "บิ๊กบัง" กลับชัดเจนว่าเมื่อมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งแล้ว พล.อ.สุรยุทธ์จะขอไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับการเมืองอีกต่อไป
    ความหนักแน่นและน่าเชื่อถือของคำพูดของพล.อ.สุรยุทธ์กับพล.อ.สนธิเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองมีข้อแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
     สังคมส่วนใหญ่ค่อนข้างเชื่อว่า พล.อ.สุรยุทธ์กำลังนับถอยหลังออกจากภาระความรับผิดชอบในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แล้วจะไม่มีวันหวนกลับมาอีกเลยและเพื่อนพ้องของพล.อ.สุรยุทธ์ที่ถูกขอร้องไหว้วานให้มาทำงานเพื่อชาติชั่วคราวก็ไม่มีวี่แววว่าจะ"ติดใจ"ก้าวสู่เวทีการเมือง เช่น พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม,พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, พล.อ.พงษ์เทพ เทศประทีป เลขาธิการนายกรัฐมนตรี, พล.ท.นินนาท เบี้ยวไข่มุก ฯลฯ
     แต่สังคมส่วนใหญ่กลับไม่เชื่อว่าพล.อ.สนธิที่กำลังนับถอยหลังเกษียณอายุราชการออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ยังเหลือตำแหน่งประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติที่จะสิ้นสุดลงในวาระเดียวกับวาระนายกรัฐมนตรีของพล.อ.สุรยุทธ์ แล้วหลังจากนั้นจะไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับการเมือง
     เพราะคำพูดและท่าทีของพล.อ.สนธิค่อนข้างกำกวมตีความได้ว่ากำลังหาทาง"ขี่หลังเสือ"ต่อไป มากกว่าการหาหนทาง"ลงจากหลังเสือ"อย่างสง่าผ่าเผย อันเนื่องมาจากหลายๆ สาเหตุ
     โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงเรียกร้องเยินยอของเพื่อนพ้องน้องพี่ของ"บิ๊กบัง"ที่ทำท่าว่ากำลัง"ติดใจ"อำนาจวาสนาที่ได้รับอย่างล้นเหลือในช่วงหลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เช่น
      พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก"ว่าที่เต็งหนึ่ง"ผู้บัญชาการทหารบก ทุกคำพูดสะท้อนให้เห็นการสืบทอดภารกิจ 19 กันยายน 2549 ไปจนกว่าจะกำจัดระบอบทักษิณให้สิ้นซาก แม้รัฐบาลใหม่จะมาจากการเลือกตั้งปลายปีนี้แล้ว แต่เชื่อได้ว่าหากพล.อ.สพรั่งได้เป็นผู้บัญชาการทหารบกในเดือนตุลาคมนี้คงจะมีส่วนกดดันให้รัฐบาลชุดใหม่จำต้องเร่งรัดภารกิจ 19 กันยายน อย่างต่อเนื่อง
     พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน รองปลัดกระทรวงกลาโหมที่มีตำแหน่งใหญ่โตขึ้นมากหลัง 19 กันยายน 2549ในสภานิติบัญญัติ แล้วมีบทบาทอย่างสูงในฐานะ"มือทำงาน"ให้กับพล.อ.สพรั่งในการชำระล้างคราบไคลระบอบทักษิณในรัฐวิสาหกิจใหญ่หลายแห่งในกระทรวงคมนาคมและกระทรวงไอซีที เช่น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน), สนามบินสุวรรณภูมิ, บริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), การรถไฟแห่งประเทศไทย ฯลฯ
     พล.ร.อ.บรรณวิทย์เคยให้สัมภาษณ์อย่างเปิดอกว่าหลังเกษียณอายุแล้ว สนใจจะลงเล่นการเมืองอย่างเต็มตัว
     จึงเป็นที่มาของเสียงนินทาว่าพล.ร.อ.บรรณวิทย์กำลังเร่งทำงานสะสม"กระสุนดินดำ"เพื่อเตรียมพร้อมสู่เวทีการเมือง ส่วนหนึ่งเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง แต่อีกส่วนหนึ่งเพื่อเป็นตัวแทน"สืบทอดอำนาจ"ทางการเมืองในระบบเลือกตั้งที่เชื่อว่ามีความชอบธรรมมากขึ้น
      เพื่อเป็นหลักประกันอนาคตป้องกัน"เสือกัด"และยังได้"สมนาคุณ"จากการเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายของกลุ่มเพื่อนพ้องพล.อ.สนธิ, พล.อ.สพรั่ง และรวมไปถึงพล.อ.วินัย ภัททิยกุล ปลัดกระทรวงกลาโหมและเลขาธิการคมช.ที่เป็นเพื่อนรูมเมทผู้กว้างขวางมากสายสัมพันธ์ของพล.อ.สนธิ
      พรรคการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นรูปขึ้นทรงอยู่หลายกลุ่ม จึงถูกลากโยงว่าเป็นแผนการตั้งพรรค"นอมินีคมช."ที่แยบคายกว่ายุครสช.เมื่อปี 2535 ที่ต่อท่ออำนาจผ่านพรรคสามัคคีธรรมอย่างโจ๋งครึ่ม จนสังคมตั้งฉายาพรรคมาร
    ค่อนข้างแสดงตัวชัดมากที่สุดคือกลุ่มสมานฉันท์ที่มี 3 เกลอการเมืองที่เคยเป็นเชลยการเมืองของอดีตนายกฯทักษิณในการควบรวมกิจการกับพรรคไทยรักไทยเป็นแกนหลักคือ คุณสุวัจน์ ลิปตพัลลภ (เซนคาเบียลคอนเนคชั่นกับพล.อ.วินัย, คุณพินิจ จารุสมบัติ (อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติ) และคุณสุวิทย์ คุณกิตติ)
    รองลงมาคือกลุ่มมัชฌิมาของคุณสมศักดิ์ เทพสุทินที่มีแนวโน้มว่าจะสามารถรวบรวมไพร่พลอดีตส.ส.พรรคไทยรักไทยเข้ามาได้มากที่สุด หลังจากอาจารย์ชัยอนันต์ สมุทวณิช ออกมาชื่นชมนโยบายและ"แบะท่า"รอการเอ่ยปากชวนของคุณสมศักดิ์ให้เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรค
   นอกนั้นก็เป็นกลุ่มการเมืองขนาดกลางและเล็กที่กำลังก่อตัวขึ้น เช่น กลุ่มบ้านริมน้ำของคุณสุชาติ ตันเจริญ, พรรครักชาติของอดีตนายทหารกองทัพอากาศ, กลุ่มรวมใจไทยที่เพิ่งเปิดตัวโดยไม่ตั้งใจ ฯลฯ
   ขณะที่พรรคการเมืองเดิมที่ไม่ได้ถูกยุบพรรค เช่น พรรคประชาธิปัตย์ของหัวหน้าอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะที่ถูก"จับวาง"เป็นเต็งหนึ่งว่าที่นายกรัฐมนตรี(ซึ่งตามประวัติศาสตร์การเมืองแล้วว่าที่นายกฯมักวืด), พรรคชาติไทยของหัวหน้าบรรหาร ศิลปอาชาที่ได้รับฉายาโฆษกคมช.ตัวจริง, พรรคมหาชนของหัวหน้าพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ที่มีภารกิจสุดท้ายเพื่อลูกและพรรคประชาราชของหัวหน้า"ป๋าเหนาะ"เสนาะ เทียนทอง ที่มีภารกิจสุดท้ายเพื่อลูกหลานเทียนทอง
    หัวหน้าพรรคการเมืองฝั่งตรงข้ามกับพรรคไทยรักไทยของอดีตนายกฯทักษิณ ล้วนแต่แสดงน้ำใจไมตรีต่อสมาชิกคมช.บางคนที่แม้เปิดจุดอ่อนมากมายให้โจมตีได้ไม่ยาก จากการเข้ามามีอำนาจเหนือรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง แต่หัวหน้าพรรคการเมืองเหล่านี้กลับวางเฉยมองข้ามไปเพื่อแสดงน้ำใจตอบแทนบุญคุณคมช.ที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายโค่นล้มอดีตนายกฯทักษิณ
    มือพิฆาตทุจริตของพรรคประชาธิปัตย์ "อลงกรณ์ พลบุตร" จึง"ยังมองไม่เห็น"ความไม่ชอบมาพากลในการประชุมบอร์ดบริษัท ทศท ที่สั่งปลดอาจารย์วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์ โทษฐานไม่มีสัมมาคารวะและคัดค้าน"คุณขอมา"800 ล้านบาทให้กับการจัดซื้ออุปกรณ์ดักฟังสืบข่าวเพื่อความมั่นคง
    รวมทั้งเรื่องผิดปกติหลายเรื่องในร้านค้าปลอดภาษี, ท่อร้อยสายไฟ, รันเวย์สุวรรณภูมิร้าว, ที่ดินรถไฟ ฯลฯ ที่มักจะถูกจุดพลุขึ้นมาอย่างเป็นขบวนการแล้วสักพักจะค่อยๆ เงียบหายไป จนเกิดเสียงร่ำลือถึงปฏิบัติการบางอย่างเสร็จสิ้นไปแล้ว สมประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย
    

   เบาะแสเพียงแค่นี้หากเป็นช่วงการเมืองปกติ คงไม่มีทางหลุดรอดพ้นจาก"จมูกข่าว"ของอดีตคนข่าวอย่าง"อลงกรณ์ พลบุตร"หรือนักการเมืองอีกหลายคนที่ชอบจับเรื่องฉาวๆ สร้างชื่อเสียงเป็นแน่แท้
   หรือว่าพวกเขาที่เป็นนักการเมืองโดยอาชีพมานานนม เรียนรู้ประสบการณ์ว่าเวลานี้ควรโอนอ่อนกับอำนาจทหารที่มีเหนือกว่า แล้วค่อยๆ ล่อเสือออกจากถ้ำ-ล่อทหารลงการเมือง แล้วรอขย้ำบนเวทีการเมือง
   สังคมไทยเป็นสังคมที่ให้โอกาส คมช.อย่าลำพองว่าประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนให้รัฐประหารโค่นรัฐบาลทักษิณที่มีพฤติกรรมโกงกินบ้านกินเมือง แต่เมื่อเวลาผ่านไปกว่า 8 เดือนแล้ว อำนาจอันหอมหวนทำให้ภาพ"ทหารการเมือง"เข้ารุมแทะผลประโยชน์ในรัฐวิสาหกิจในอดีตกำลังกลับมา
    อีกไม่นานเมื่ออำนาจคมช.เสื่อมลงกว่านี้ ภาพเหล่านั้นคงจะปะทุกลายเป็นความไม่พอใจอย่างรุนแรง  จนเกิดกระแสคัดค้านทหารนั่งรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งพ.ร.บ.ความมั่นคงฉบับใหม่ที่ให้อำนาจทหารล้นฟ้าคงจะเป็นสิ่งที่สังคมไทยไม่ยอมรับอีกต่อไป 
   โดยยังละไว้ไม่นับรวมว่ากระบวนการฟื้น"ซากศพ"พรรคความหวังใหม่ของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธว่าอาจจะมีความพยายามต่อท่ออำนาจเกี่ยวข้องทางอ้อมกับคมช.เพื่อสร้างแรงดึงดูดให้อดีตส.ส.ไทยรักไทยในภาคอีสานเกิดความอุ่นใจว่าจะไม่ถูกระรานจากอำนาจทหาร และยังได้ท่อน้ำเลี้ยงจากอำนาจเก่าเพื่อให้ได้กลับมาเป็นส.ส.ยังดีกว่าสอบตก
    โดยมีลูกมือขาใหญ่อย่างร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ที่ด้านหนึ่งหนุนพล.อ.ชวลิตให้กลับมาเล่นการเมืองเพื่อทานอำนาจ-ต่อท่ออำนาจทหาร แต่อีกด้านหนึ่งมีเสียงร่ำลือว่า"รับงาน"มาจากอำนาจเก่าเพื่อบั่นทอนอำนาจคมช.
    ส่วนกลุ่มการเมืองสายอำนาจเก่าขนานแท้ในกลุ่มไทยรักไทยที่กำลังแย่งกันรวบรวมไพร่พลอดีตส.ส.ไทยรักไทย ระหว่างกลุ่ม 2 เจ๊"หน่อย-สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กับ แดง-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์" กับกลุ่มไทยรักไทยที่นำโดย"เสี่ยอ๋อย"จาตุรนต์ ฉายแสง ที่ในขณะนี้ คงรู้ตัวแล้วว่า"เสียรู้"คุณทักษิณที่ขอให้รักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทยในช่วงก่อนคดียุบพรรค
    คนการเมืองทั้งสายพันธุ์แท้และสายพันทางในเวทีการเมืองไทยหลงเหลือมีอยู่เท่านี้จริงๆ มองเห็นหน้านับหัวคนได้แค่นี้แล้วละเหี่ยใจ ส่วนใหญ่ฝากความหวังไม่ได้ว่าคนการเมืองเหล่านี้จะช่วยทำให้เกิดการเมืองไทยแบบใหม่แล้วประเทศจะดีขึ้นมากนัก หลังการเปลี่ยนถ่ายอำนาจจากรัฐบาลทหารไปสู่รัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งช่วงปลายปีนี้
    จึงไม่ได้ตั้งความหวังไว้มากนักกับรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ที่สภาร่างรัฐธรรมนูญมั่นอกมั่นใจว่าจะสร้างการเมืองใหม่ที่ดีกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ที่ถือเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
     ด้วยรักและห่วงใย พล.อ.สนธิพึงระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งกับการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตหลังเกษียณอายุ 30 กันยายน 2550 หากลงเล่นการเมืองตามแรงเชียร์ของเพื่อนพ้องน้องพี่ที่กำลัง"ยกยอ-ปอปั้น"ว่าเหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป นักการเมืองเหล่านี้ที่แสดงท่าทีเป็นมิตรจะ"เปลี่ยนไป" บนเวทีการเมืองที่ไม่เคยปรานีใคร แล้วมองเห็นหน้าเก่าๆ ของนักการเมืองเท่าที่มีอยู่ บอกได้เลยว่าไม่มีทางรู้ว่าในใจคิดอย่างไร
    พล.อ.สนธิควรรอให้เกษียณไปแล้วสักพักไม่น้อยกว่า 1-2 ปี อย่าเพิ่งกระโดดไปเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองเป็นอันขาด ทิ้งช่วงไม่ให้เกิดข้อครหา"สืบทอดอำนาจ"แล้วค่อยๆ เรียนรู้การเมืองโดยไม่จำเป็นต้องนั่งหัวหน้าพรรคโดยตรง สักพักพล.อ.สนธิอาจจะเปลี่ยนใจ กลับไปเลี้ยงหลานดีกว่าลงเล่นการเมืองที่มีแต่เปลืองตัวไม่รู้จบ ชีวิตบั้นปลายจะไม่มีวันสงบสุขจริงๆ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 06/07/2007 เวลา : 13.37 น.
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ถ้าพอมีเวลา รบกวนช่วยแสดงความคิดเห็น
ประเด็นนี้หน่อยนะคะ

http://www.oknation.net/blog/roungkaw/2007/07/05/entry-6
ความคิดเห็นที่ 11
คนแซ่ลิ้ม วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 02.37 น.
http://www.oknation.net/blog/greenblog

อ่านวิเคราะห์แล้วประหยัดเวลาอ่านหนังสือพิมพ์และเห็นด้วยเสียส่วนใหญ่ และถ้าจะให้สนุกหรือสะใจช่วยไปอ่าน คนแซ่ลิ้มที่ลอกไปวิเคราะห์ที่blogคุณนิธินันท์วันที่ 2กรกฎาคม ลอกมายาวเหยียด แต่น่าอ่านแน่
ความคิดเห็นที่ 10
dreamscape วันที่ : 03/07/2007 เวลา : 17.34 น.
www.wsrv.net/rc/pum


เชื่อในสิ่งที่เราทำอยู่
ความคิดเห็นที่ 9
Thaihippy วันที่ : 03/07/2007 เวลา : 17.18 น.
http://www.oknation.net/blog/Thaihippy

..บางที อำนาจ มันก๊ หอมหวาน มั๊ง?
ความคิดเห็นที่ 8
naive วันที่ : 03/07/2007 เวลา : 00.01 น.
http://www.oknation.net/blog/wickedgirl

ล่อเสือมาให้เสียหมาหรือเปล่า.. เป็นนักการเมืองจริงๆคงโดนยำเละ
ความคิดเห็นที่ 7
Dekthep วันที่ : 02/07/2007 เวลา : 12.48 น.
http://www.oknation.net/blog/dekthep
  บนเส้นทางมีจุดหมาย   ระหว่างจุดหมายมีเรื่องราว  


ยินดีด้วยครับ เนชั่นครบรอบ 36ปี ผมยังเชื่อปฌิธานที่บอกว่า เนชั่น จะทำหนังสือพิมพ์ที่เป็นกลางและอิสระ แม้ว่า
The Voice of the Nation จะเป็นอดีต แต่ยังคงทำหน้าที่ เป็น เสียงของประชาชาติ(ไทย) สื่อที่มีคุณภาพคู่สังคมตลอดไป
ความคิดเห็นที่ 6
คนเล่าเรื่อง วันที่ : 01/07/2007 เวลา : 23.46 น.
http://www.oknation.net/blog/daniel

มันเป็นกฎของธรรมชาติมนุษย์ครับ อำนาจ ผลประโยชน์ การประจบสอพลอ สิ่งเหล่านี้อมตะเสมอในการทำให้คนเสียคนมานักต่อนักไม่ว่าจะเป็นยุคศักดินาจนถึงยุคประชาธิปไตยก็ตาม
ในเวลานี้ ผมต้องบอกว่า ปชป. เป็นเพียงคนขี้ขลาดตาขาวทางการเมือง สยบต่ออำนาจทหารอย่างราบคาบเพียงเพื่อเอาตัวรอด เป็นพรรคหลักเสื่อมของคนจรยธรรมเสื่อมกลุ่มหนึ่งเท่านั้น (ดังที่คุณบอกนั่นแหละครับ เรื่องแดงโร่ขนาดเงิน 800 ล้าน ยังไม่กล้าโวย)
ชาติไทย นั่นก็สัญชาตญาณการเมืองแท้ อยู่ได้ทุกที่ที่มีผลประโยชน์ เราโทษแกไม่ได้ เพราะแกก็ไม่มีอุดมการณ์อะไรอยู่แล้ว การด่าว่าเขาก็เหมือนกับการโวยวายกับลูกจ้างว่าไม่จงรักภักดีตอนเขาลาออกเพราะคุณไม่มีเงินจ้างเขาแล้วนั่นเอง
มหาชนเป็นแค่กิจกรรมยามว่างของคนแก่หมดราคาระดับเสธเท่านั้น ไม่มีอะไรเป็นเนื้อเป็นหนัง แล้วยังไปเป็นหนังกำพร้าหุ้มลูก.......ของ คมช. อีก
ประชาราช นั่นยิ่งหนักเข้าไปอีก เป็นได้อย่างมากก็เพียงคราบไคลทางการเมืองของคนรุ่นป๋าซึ่งหลงมาจากยุคไหนก็ไม่รู้
กลุ่มอื่นๆ อย่าง มัฌชิมา รวมใจไทย นั่นเทียบได้แค่ฝุ่นละออง เถ้าธุลีที่ปลิวล่องลอยไปตามสายลมเท่านั้น การโดดลงมาเล่นการเมืองสมัยใหม่ต้องครบเครื่องด้วย นักบริหาร นักวิชาการ นักการเมือง นักธุรกิจ ซึ่งทุกพรรคต้องประกอบด้วยสี่กลุ่มที่ททำหน้าที่อย่างสมดุลย์กันภายใต้การกำกับและควบคุมของหัวหน้าพรรคที่มีบารมีมากพอที่จะทำได้
การที่บิ๊กบังคิดจะมาเล่นการเมืองนั้น ผมไม่คิดว่าเขาจะมาแบบบิ๊กสุด้วยการรวบอำนาจเอาดื้อๆ หรือมาแบบบิ๊กจิ๋วตามวิถีทางการเมือง
แต่เขาคิดจะมาด้วยการควบอำนาจเพื่อควบคุมพรรคการเมืองนอมินีบางพรรคให้ทำงานและบังคับให้รัฐบาลถวายผลประโยชน์ให้ตนกับพรรคพวกไปอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 5-6 ปี หลังจากนี้
สิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้นได้แน่ ยกเว้นแต่คนไทยเราจะรู้ทัน ตื่นจากมนสะกดของหมอผีที่กำลังครองเมืองอยู่ทุกวันนี้
ความคิดเห็นที่ 5
feng_shui วันที่ : 01/07/2007 เวลา : 23.16 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

ชอบการมองประเด็นวิเคราะห์คุณอดิศัดิ์มาค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
sixty วันที่ : 01/07/2007 เวลา : 21.38 น.
http://www.oknation.net/blog/4teen
อย่านำความขาดแคลนมาเป็นอุปสรรคในการทำงาน

วิเคาะห์ได้อย่างมีเหตุผลครับ
ความคิดเห็นที่ 3
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 01/07/2007 เวลา : 20.50 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

วิเคราะห์ได้ดีครับ โดยเฉพาะเรื่งความผิดปกติของสุวรรณภูมิ โวทให้ครับ
ความคิดเห็นที่ 2
นานา วันที่ : 01/07/2007 เวลา : 17.26 น.
http://www.oknation.net/blog/nana

การเมืองการปกครองและการทหาร
คงต้องศึกษาอย่างถ่องแท้ถี่ถ้วนรอบคอบ
ความสำเร็จไม่ใช่เพียงแค่คนรอบข้างสนับสนุน
ตรงนี้พึงควรระวังอย่างยิ่งจริงๆ ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
auguzzy วันที่ : 01/07/2007 เวลา : 15.35 น.
http://www.oknation.net/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

ผมจะพยายามเชื่อครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31