• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 108
  • จำนวนผู้ชม : 96526
  • จำนวนผู้โหวต : 214
  • ส่ง msg :
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 15 กรกฎาคม 2550
พล.อ.สนธิ : เส้นผมแห่งอำนาจกำลัง "บัง" ตา
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 960 , 14:45:41 น.  
พิมพ์หน้านี้


 

  ณ วันนี้  พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกและประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) ภายใต้รัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับปี 2549 มีอำนาจสูงสุดในประเทศไทยที่สามารถปลด "นายกรัฐมนตรี" ได้ 
  
   แต่หากประชาชนลงมติผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ในวันที่ 19 ส.ค.2550 แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธยโปรดเกล้าฯ ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ  จะทำให้สถานภาพของคมช.และรัฐบาลเสมือนเป็นเพียง "คมช.และรัฐบาลรักษาการ" เพื่อประคับประคองประเทศไปสู่การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมเพื่อให้มีรัฐบาลชุดใหม่
  
   ขั้นตอนการตัดสินใจอนาคตของพล.อ.สนธิ  จึงผูกติดกับห้วงเวลา 2 ช่วงหลักๆ คือ 19 ส.ค.วันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญกับ 30 ก.ย.วันเกษียณอายุในตำแหน่งผบ.ทบ.  การพูดจาออกไปในขณะนี้ทางใดทางหนึ่งจะส่งผลต่ออนาคตทางการเมืองของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
  
   จึงเป็นเรื่องน่าเห็นใจพล.อ.สนธิเป็นอย่างยิ่งที่กำลังอยู่ในภาวะ "เส้นผมแห่งอำนาจบังตา" ออกอาการแปลกๆ เกี่ยวกับอนาคตตัวเองว่าจะลงเล่นการเมืองหรือไม่  ทั้งๆ ที่พล.อ.สนธิไม่ควรวอกแวกเมื่อย้อนกลับไปอ่านคำประกาศช่วงหลังรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 ว่าจะผ่องถ่ายอำนาจคืนประชาชนอย่างไร
   
   จนสังคมเริ่มตั้งคำถามว่าทำไมพล.อ.สนธิจึงใช้เวลาอธิบายอนาคตตัวเองว่าจะลงเล่นการเมืองหรือไม่ ผ่านสื่อต่างๆ มากมายขนาดนี้  เมื่อเทียบกับการใช้เวลาน้อยกว่าในการอธิบายภารกิจสำคัญที่แบกอยู่บนบ่า  เช่น ปัญหาความรุนแรงในสามจังหวัดภาคใต้ที่ยังไม่ลดลง, พ.ร.บ.ความมั่นคงที่ถูกคัดค้านอย่างรุนแรง,  การปฏิบัติตามพันธะ 4 ข้อในการรัฐประหาร ฯลฯ 
   
   อาการ "ห่วงหน้าพะวงหลัง" ของพล.อ.สนธิคงจะเกิดจากภายหลังเกษียณอายุราชการจากตำแหน่ง"ผบ.ทบ."แล้ว  พล.อ.สนธิจะเหลือเพียงตำแหน่งประธานคมช.ที่ "ขาลอย" ออกจากอำนาจในกองทัพ   และยัง "อ่อนตัว" ลงเมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่หากผ่านการลงประชามติ
   
   อาการ "ห่วงหน้า" ของพล.อ.สนธิทั้งแสดงออกอย่างเปิดเผยและ "บัง" ไว้ในใจ  อาทิเช่น  สถานการณ์การเมืองจะเป็นอย่างไร,  พรรคไหนจะเป็นแกนนำรัฐบาลใหม่,  ตัวเองและเพื่อนพ้องคมช.จะถูกเช็คบิลย้อนหลังหรือไม่,  อำนาจเงินของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตรจะชนะเลือกตั้งอีกหรือไม่,  ผบ.ทบ.คนใหม่จะไว้วางใจได้ 100% หรือไม่ ฯลฯ
  
   ส่วน "พะวงหลัง" คงไม่มีใครรู้ดีเท่ากับ  หากพล.อ.สนธิเองว่าไม่เคยทำอะไรไม่ถูกต้องคงไม่ต้องเกิดวิตกกังวล "พะวงหลัง" ใดๆ
  
   แต่ถ้าหากพล.อ.สนธิ ตัดสินใจลงสู่สนามการเมืองอย่างเต็มตัว (ไม่ใช่แค่ลงสนามเลือกตั้งด้วยการเป็นสมาชิกพรรคใดพรรคหนึ่ง) ด้วยการจัดตั้งพรรคการเมืองเองเมื่อไร  พล.อ.สนธิอาจจะคาดไม่ถึงหรือเพิ่งรู้ว่าตัวเองอาจจะเผลอไปทำอะไรไม่ถูกไม่ควรไว้
   
   พล.อ.สนธิพึงระวังไว้ให้ดีว่านักการเมืองพันธุ์แท้ล้วนแต่ซ่อนความดุความเขี้ยวลากดินไว้ทั้งนั้น  คงจะไม่ยอมปล่อยให้พล.อ.สนธิเอาเปรียบทางการเมือง  ด้วยการลอยนวลเข้ามาเป็นรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีโดยไม่ผ่านการร่อนตะแกรงหลายชั้น
  
   บอกได้เลยว่าคำพูดของนักการเมืองระดับนำของหลายพรรค  ซึ่งแสดงความ "ยินดีต้อนรับ" พล.อ.สนธิเข้าสู่สนามการเมือง ถือเป็นบทเรียนแรกในการเสแสร้งเชื่อถือไม่ได้เป็นอันขาด และถือมีดซ่อนไว้ข้างหลังทุกคน  คอยจังหวะจ้วงแทง-ฟัดจมเขี้ยวเมื่อพล.อ.สนธิถอดหมวกลงสู่สนามเลือกตั้ง
  
   เรื่องจริงกับเรื่องแต่งประวัติชีวิตของพล.อ.สนธิจะกลายเป็นนิยายอัตชีวประวัติเดียวกันจนตัวเองงงเป็นไก่ตาแตก-ไส้มีกี่ขด-ภรรยากี่คน-คนไหนทำเรื่องไม่ค่อยงาม-จดทะเบียนสมรสซ้อนหรือไม่-บ้านหลังใหญ่หลังเล็กอยู่ที่ไหน-ลูกคนไหนทำตัวกร่าง-ความผิดพลาดแต่หนหลังจะถูกขึงพรืดออกมาให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาสาธารณชน
  
   หากพล.อ.สนธิคิดว่าตัวเองไม่เคยทำผิดพลาดใดๆ ในชีวิต  และมั่นใจว่าผ่านการรบพิเศษนอกรูปแบบมาอย่างช่ำชองไม่เคยกลัวเปียกฝน พร้อมเสี่ยงอันตรายหรือเปรอะเปื้อนจากการป้ายสีให้ร้าย 
  


   ควรจะตัดสินใจถอดหมวกประธานคมช.ที่มีอำนาจสูงสุดโดยทันที  เมื่อร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ผ่านการลงประชามติ  เพื่อไม่เอาเปรียบนักการเมืองคนอื่นและแสดงความจริงใจในการลงสู่สนามการเมืองผ่านการเลือกตั้งบนกติกาเดียวกันกับพรรคการเมืองอื่น
    
   ผมมีความเห็นว่าพล.อ.สนธิกำลังเสียเวลาเป็นอันมากในฐานะประธานคมช.และผบ.ทบ.ในการอธิบายแนวทางเลือกในอนาคตของตัวเองที่เป็นผลประโยชน์ตัวเองเป็นหลัก  ผ่านสื่อโทรทัศน์ วิทยุและหนังสือพิมพ์ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มากกว่าการอธิบายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะที่พล.อ.สนธิรับผิดชอบโดยตรงและโดยอ้อม
   
   นับเป็นเรื่องเหลือเชื่อมากว่าพล.อ.สนธิได้ให้เวลาในการสัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์สดๆ เกือบทุกรายการหลักในโทรทัศน์และวิทยุ เช่น  รายการสยามเช้านี้ช่อง 5  ,รายการเรื่องเล่าเช้านี้ช่อง 3,  รายการกรองสถานการณ์ช่อง 11,  รายการข่าวเข้มประเด็นข้นทางวิทยุเอฟ.เอ็ม. 96.5 ฯลฯ
   
   คงจะเนื่องมาจากอุปนิสัยแท้ๆ ของพล.อ.สนธิเป็นนายทหารที่มีบุคลิกมีสัมมาคารวะ-ขี้เกรงใจ-ปฏิเสธใครไม่เป็น  แต่ทำท่าว่ากำลังเริ่มขยับเข้าไปเทียบเคียงกับอดีตนายกฯพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธที่เป็นนายทหารที่ประกาศจัดตั้งพรรคการเมืองชื่อ "ความหวังใหม่" ขึ้นมาหลังจากพ้นจากตำแหน่งผบ.ทบ.  แม้ว่าผู้คนในสังคมจะบอกว่า "บิ๊กจิ๋วพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง" แต่ต้องยอมรับว่าพล.อ.ชวลิตเป็นต้นแบบนายทหารลงเล่นการเมืองที่เชื่อมั่นในแนวทางประชาธิปไตยเปลืองตัวมากถึงขั้นตั้งพรรคการเมืองเอง
  
   อ่านคำสัมภาษณ์พ.อ.ภูริพัฒน์ จันทร์สว่าง นายทหารคนสนิทพล.อ.สนธิ จากหนังสือ "พล.อ.สนธิ  บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.ม้ามืด ผู้นำรัฐประหาร" ของสำนักพิมพ์มติชน
   
   ทำให้พอเข้าใจได้ว่าทำไมพล.อ.สนธิจึงยังพูดจาเผื่อทางเลือกแล้วใช้สัญลักษณ์  เช่น  ว่าวติดลมบน  ฯลฯ ให้ตีความได้ทุกทาง
  
   พ.อ.ภูริพัฒน์ พูดถึง พล.อ.สนธิ ไว้ว่า "ผมอยู่กับท่านบางทีก็อึดอัด  เพราะท่านใจดีมากเกินไปในบางเรื่อง บางทีใครมาพูดอะไรท่านก็รับปากเขาไปหมด  ท่านไม่เคยขัดคน แต่ท่านเป็นคนเงียบ ทำให้ไม่รู้ว่าท่านคิดอะไรอยู่ โกรธก็ไม่พูด ไม่โกรธก็ไม่พูด เดาไม่ออก  โอกาสที่ท่านจะตำหนิคน ผมอยู่กับท่านผมไม่เคยเห็น  บางทีมีเรื่องเครียดๆ แต่ท่านไม่เคยมีสีหน้าออกมาเลย  ท่านจะไม่พอใจใครท่านก็เดินเข้าห้อง นั่งอยู่ในห้องของท่านอย่างนั้น ท่านก็ยังรับแขกได้เหมือนเดิม"
  
   แต่ดูเหมือนว่าน้ำเสียงของพล.อ.สนธิในช่วง 1-2 สัปดาห์  กำลังปรับจูนไปในทิศทาง "ตัดสินใจแล้ว" ว่าจะลงเล่นการเมือง  แต่อยู่ในรูปแบบไหนเท่านั้นเองที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุดในยุทธวิธี "ชนะโดยไม่ต้องรบ" เป็นแนวทางที่ดีที่สุด โดยเขยิบไปอีกขั้นเผื่อให้สังคมช่วยคิดต่อว่าชีวิตข้างหน้าของพล.อ.สนธิ มีอยู่ 4 แนวทางจะเป็นอย่างไรให้ Happy ending
  
   คงไม่มีใครเถียงว่าพล.อ.สนธิมีสิทธิและความชอบธรรมในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในการตัดสินใจลงสนามการเมืองผ่านการเลือกตั้งครั้งใหม่
  


   แต่สถานะของพล.อ.สนธิหลังเกษียณอายุในตำแหน่งผบ.ทบ.ก็ยังไม่ใช่พลเมืองเต็มขั้น  ยังมีตำแหน่งประธานคมช.ที่มีอำนาจสูงสุดในการปลดนายกรัฐมนตรีก่อนจะเปลี่ยนถ่ายหมดอำนาจไปสู่รัฐบาลเลือกตั้ง
 
   การอ้างเฉพาะสิทธิกับความชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญยังไม่เพียงพอ  ในการทำให้เกิด "ความเหมาะสม" และความชอบธรรมคู่ขนานกันไป  ในการถอดเครื่องแบบลงเล่นการเมืองของ พล.อ.สนธิ หลังเกษียณอายุโดยทันที เพราะพล.อ.สนธิเคยลั่นวาจาไว้หลังรัฐประหารว่าไม่มีการสืบทอดอำนาจลงเล่นการเมืองและอย่าลืมว่าพล.อ.สนธิเป็นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงกับการกำหนดทิศทางรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
 
   จึงไม่ประหลาดใจที่มีเสียงเตือนในลักษณะ "พาลีสอนน้อง" จากผู้อาวุโสหลายคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวในอำนาจและทางการเมืองมากกว่าพล.อ.สนธิ  เช่น น.ต.ประสงค์  สุ่นศิริ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ,  นายกฯพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์, นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติ, พล.อ.สายหยุด เกิดผล อดีตผบ.สูงสุดและประธานมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย
   
   ทั้งหมดค่อนข้างสอดคล้องในแนวเดียวกันว่าพล.อ.สนธิ มีสิทธิในการลงเลือกตั้งคราวนี้  แต่ขอเตือนสติไว้ เช่น  เหมาะสมหรือไม่  ทหารถอดเครื่องแบบเล่นการเมืองไม่เคยสำเร็จ  ฯลฯ
 
   จึงขอเขียนเป็นครั้งสุดท้ายด้วยความปรารถนาดีและด้วยความจริงใจถึงพล.อ.สนธิว่า  หลังเกษียณอายุเป็นเวลาที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งในการลงเล่นการเมืองผ่านการเลือกตั้ง เพราะภารกิจของประธานคมช.ที่ตัดสินใจรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549  ยึดอำนาจรัฐบาลเลือกตั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรยังไม่เสร็จสิ้นในกระบวนการเปลี่ยนถ่ายไปสู่รัฐบาลเลือกตั้งที่มาจากการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม  หากพล.อ.สนธิตัดสินใจลงเลือกตั้งเสียเอง ย่อมเป็นการกลืนน้ำลายตัวเองที่จะไม่มีการสืบทอดอำนาจ
  
   บทเรียน "เสียสัตย์เพื่อชาติ" เป็นนายกรัฐมนตรีภายใต้พรรคนอมินี "สามัคคีธรรม" ของพล.อ.สุจินดา คราประยูร ที่แม้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญแต่ขาดความชอบธรรม  จนนำไปสู่การนองเลือดในเดือนพ.ค.2535 หลังรัฐประหารประมาณ 1 ปี 3 เดือน  ยังไม่ได้จางหายไปจากสังคมไทยแต่อย่างใด  จุดจบของการรัฐประหารปี 2549 คงจะไม่แตกต่างกันมากนัก
   
   ขออย่าให้ชะตากรรมประเทศไทยเป็นเช่นนั้นอีกเลย  อยากเห็นการจบแบบ Happy ending ได้รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม  บั้นปลายชีวิต พล.อ.สนธิ ควรจะได้รับการยกย่องเชิดชูว่าเป็นนายทหารคนแรก ที่ยอมเสียสละเสี่ยงตายรัฐประหาร "ครั้งสุดท้าย" เพื่อฟื้นฟูสร้างประชาธิปไตยแท้จริง อย่าซ้ำรอยนายทหารรุ่นพี่เลย


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14
อาจารย์เกรียง วันที่ : 21/07/2007 เวลา : 19.36 น.
http://www.oknation.net/blog/CheetangruayExtra
Best Regards, A. Grienksak O.

อยากเชิญคุณอดิศักดิ์ มาอ่านบทความบล็อคเรื่อง นักรบสื่อมวลชน ไม่โง่และไม่มีวันตาย ครับ ที่กลุ่มเศรษฐกิจ ตอนนี้ ผมกำลังเก็บเงินทุบกระปุกหมูตัวน้อย ไม่รู้จะไปซื้อเครื่องถ่ายวิดิโอวันไหน ( แบบถูกๆ ) แล้วอาจจะได้ทำ Blog TV กับชาวบ้านเขาบ้างนะครับ
Best Regards,
A. Grienksak O.

ความคิดเห็นที่ 13
LunLa วันที่ : 18/07/2007 เวลา : 12.14 น.
http://www.oknation.net/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :

ลัลลาก็ภวนาขอให้เป็นเช่นนั้นค่ะ ขอให้การเมืองของประเทศไทย ก้าวเดินไปในทางที่ควรจะเป็น ที่สำคัญ หากทุกอย่างมีบทสรุปที่ลงตัวแล้ว หวังว่าจะไม่มีการก่อม็อบออกมาต่อต้านให้วุ่นวายกันอีก นะค่ะ



เปิดตัวซุปเปอร์สตาร์คนล่าสุด ในคลิปวีดีโอLunLa
(พลาดไม่ได้ ขอบอก คุณเคยขอมาเองนะ)
http://www.oknation.net/blog/lunla/2007/07/18/entry-2

ความคิดเห็นที่ 12
อาจารย์เกรียง วันที่ : 17/07/2007 เวลา : 21.34 น.
http://www.oknation.net/blog/CheetangruayExtra
Best Regards, A. Grienksak O.

อาจารย์เกรียงกลับมาแล้วครับ
บิ๊กบังเคยบอกว่า Soldier Never Dies
แต่อาจารย์อยากบอกว่า
Mass Media Blogger Never Dies and Never Byes Also.
Blogger ทุกคนสู้ๆ นะครับ
ความคิดเห็นที่ 11
คนว่างงาน วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 19.23 น.
http://www.oknation.net/blog/Cantona

อีกหน่อย คงกล่าวว่าเสียสัตย์เพื่อชาติ
ความคิดเห็นที่ 10
รัฐศาสตร2/24 วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 11.54 น.
http://www.oknation.net/blog/thaipolitical

ให้ชื่อของท่านจารึกไว้ในประวัติศาตร์การเมืองไทยแค่นี้...พอให้รุ่นลูกรุ่นหลานไว้ศึกษา...ผมว่าจะเป็นวีรบุรุษไปตลอดการนะครับ...อย่าหลงไปเล่นการเมืองเลย..สิ่งที่ทำมาทั้งหมดจะสูญเปล่านะครับท่าน....
ความคิดเห็นที่ 9
สิงห์ดำ30 วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 10.43 น.
http://www.oknation.net/blog/arnon
สร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้กับสังคม

ถ้าฟ้ายังไม่รุ่งสาง นกกายังไม่โบยบิน ถ้าการเมืองยังไม่ชัดเจน ขุนทหารใยจะแสดงอะไรชัดเจน
ความคิดเห็นที่ 8
patijjachon วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 08.30 น.
http://www.oknation.net/blog/patijjachon
ปฏิจจชน ... คนที่ยังเป็นหนี้แผ่นดิน

ในเมื่อหนทางปฏิบัติและคำตอบที่ดีที่สุด (ไม่เล่นการเมือง) มีอยู่แล้วในใจ ทำไมท่านไม่เลือกที่จะตัดสินใจเอง แทนการถูกกระแสสังคมออกมาบีบให้ตัดสินใจในวันข้างหน้า เพราะการออกมาแสดงจุดยืน (ที่ถูกต้องเหมาะสม) อย่างชัดเจนเยี่ยงชายชาติทหารในวันพรุ่งนี้หรือเร็วขึ้นเท่าไร จะมีคุณค่ามากมายกว่าการออกมาแสดงจุดยืน (อย่างจำใจรับสภาพ) ในภายหลังยิ่งนัก ... เวลาที่ทอดนานไปเพียงใด คุณค่าในการตัดสินใจของท่านจะลดน้อยถอยลงไปเท่านั้น


แสดงความชัดเจนเสียเถิดครับ ด้วยการตัดสินใจด้วยตัวเอง ... เพื่อประโยชน์แก่ตัวท่านเองและประเทศชาติโดยรวม เวลาที่ท่านขอสื่อมวลชนและประชาชนสำหรับการตัดสินใจสำหรับเรื่องอนาคตของท่าน มันอาจจะนานเกินไปครับ

ความคิดเห็นที่ 7
Boonjerm วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 22.48 น.
http://www.oknation.net/blog/Boonjerm
Boonjerm's Army

เจิมฟันธง ไม่ควรลงค่ะ มันไม่งาม
ความคิดเห็นที่ 6
คนเล่าเรื่อง วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 22.44 น.
http://www.oknation.net/blog/daniel

ในประวัติศาสตร์มีนายพล 2 ท่านที่ทำปฏิวัติสำเร็จ แต่วางตนต่างกันอย่างวิ้นเชิง ทั้ง 2 คนก็ชื่อ ส นำหน้าเหมือนกัน
คนแรกคือ ท่านพลเรือเอกสงัด ชลออยู่ หัวหน้าคณะปฏฺวัติเดือนตุลาคม 2519 หลังเหตุการณ์รุมฆ่านักศึกษาที่ ม.ธรรมศาสตร์ ซึ่งหลังการปฏฺวัติท่านไม่เคยลงไปยุ่งเกียวกับการเมืองโดยตรงเลย ทั้งการแต่งตั้งตัวเองเป็นนายกหรือลงเล่นการเมืองในภายหลัง ท่านก็สามารถอยู่ได้อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี อีกทั้งท่านยังไม่ได้ถูกกล่าวไว้ในแง่มุมที่ไม่ดีแต่ประการใด ในบั้นปลายชีวิตท่านได้ไปสู่สุขติอย่างสงบและมีเกียีติ
คนที่ 2 คือท่านพลเอกสุจินดาผู้สร้างประวัติศาสตร์จี้ตัวนายกฯ ชาติชายยึดอำนาจตั้งคณะ รสช. สร้างชื่อเสียงไว้มากมายก่อนที่จะโดดเข้าสู่วังวนการเมืองแบบหมกเม็ดเพราะคิดว่าประชาชนโง่ รู้ไม่ทัน ทำการเสียสัตย์เพื่อชาติ ขึ้นเป็นนายกฯ เพียงไม่กี่วันก่อนเกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ แล้วท่านต้องทนแบกรับความอัปยศไร้เกียรติจากการหล่นลงจากอำนาจแบบไม่เป็นท่าจนถึงทุกวันนี้
บิ๊กบังจะศึกษาเรื่องราวของทั้ง 2 ส. ไว้แค่ไหน และจำใส่ใจเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาที่จะตัดสินใจ
อ้อ อีกข้อหนึ่ง บิ๊กบังเป็นอิสลาม การอ้างเรื่องบาปบุญคุณโทษหรือศีล 5 แบบศาสนาพุทธไม่น่าจะใช้ได้กับแกนะครับ
ความคิดเห็นที่ 5
dy วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 20.45 น.

มาเถอะอยากมาเล่นการเมืองก็มา คนเค้าชอบไม่ชอบเดี๋ยวรู้เอง เก่งแต่พูดงานไม่ทำเดี๋ยวก็รู้ ขนาดตอนนี้อำนาจเต็ม100 ดีทุกอย่าง เสียอยู่อย่างเดียวไม่เอาถ่าน
ความคิดเห็นที่ 4
รัตนา วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 17.48 น.


พลเอกสนธิ บ. คงไม่มั่นใจว่าหลังเลือกตั้งท่านจะเป็นอย่างไร หรือไม่ก็ทำเป็นตกหลุมพลางของใครบางคนอะเปล่า
ความคิดเห็นที่ 3
เมธา วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 17.23 น.
http://www.oknation.net/blog/talkwithMetha

เห็นด้วยครับ -
ว่าแต่พี่บอกว่านักการเมืองเชียร์ให้ลง สนธิจะได้หมดอนาคตเร็วๆ แต่นี่พี่รีบเตือนแกเลยนะ หุหุ
ความคิดเห็นที่ 2
Triple_One วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 15.26 น.
http://www.oknation.net/blog/tripleone
TRIPLEONE BP01 ( เสียสละด้วยใจ เพื่อรับใช้สังคม )

"ขออย่าให้ชะตากรรมประเทศไทยเป็นเช่นนั้นอีกเลย อยากเห็นการจบแบบ Happy ending ได้รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม บั้นปลายชีวิต พล.อ.สนธิ ควรจะได้รับการยกย่องเชิดชูว่าเป็นนายทหารคนแรก ที่ยอมเสียสละเสี่ยงตายรัฐประหาร "ครั้งสุดท้าย" เพื่อฟื้นฟูสร้างประชาธิปไตยแท้จริง อย่าซ้ำรอยนายทหารรุ่นพี่เลย"
^
^
^
สาธุ๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ



ปล. สงสัย "บัง" จะนิยมรสเปรีย้ยวเป็นเบาหวาน ถึงได้ไม่ยอมอดเปรี้ยวไว้กินหวาน.....เฮ้อ....
ความคิดเห็นที่ 1
แมนบางไทร วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 14.50 น.
http://www.oknation.net/blog/558855

การเมืองมันหอมหวาน
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31