พิมพ์หน้านี้
|
ช่วงนี้อย่าไปหลงเชื่อ "คำพูด" ของนักการเมือง หรือ "ว่าที่นักการเมือง" คนไหนเป็นอันขาด เพราะส่วนใหญ่กำลังใช้วิธีพูด "ความจริงบางส่วน" เพื่อ "สร้างราคา" ให้ตัวเอง จนทำให้บรรยากาศการเมืองในช่วงก่อนวันออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญจึงดูมัวๆ ซัวๆ ชอบกล จนไม่รู้ว่านักการเมืองคนไหน-ใครเป็นพวกใครกันแน่ แม้กระทั่งแกนนำของพรรคพลังประชาชนที่อุตส่าห์นำเข้าวีซีดี "ทักษิณทอล์คโชว์" ความยาว 15 นาที ส่งตรงจากมหานครลอนดอนเพื่อมาเปิดปลุกระดมสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกใหม่พรรคพลังประชาชนหรือไทยรักไทย(เก่า) คงยังไม่มั่นใจว่าอดีต ส.ส.กว่า 200 คนที่ได้เขียนใบสมัครเข้าพรรคพลังประชาชนแล้ว จะยังคงอยู่เป็นสมาชิกพรรคนี้ไปจนถึงวันเปิดรับสมัคร ส.ส.จริง จนต้องจัดทำพิธี "ดื่มน้ำสาบาน" ใช้ไสยศาสตร์ตัดไม้ข่มนามให้บรรดาอดีต ส.ส.ที่สมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชาชน อย่ากลืนน้ำลาย (หลังรับ "กระสุน" งวดแรกแล้ว) คิดตระบัดสัตย์เมื่อถึงวันเลือกตั้ง ซึ่งอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ส่งสัญญาณ "คมชัดทุกพื้นที่" ว่าจะทุ่มเทสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อเอาชนะในการเลือกตั้งครั้งใหม่ เดิมพันการกลับบ้านของคุณทักษิณ นักการเมืองด้วยกันเองยังไม่เคยเชื่อใจกันเลย แม้ปากจะพร่ำบอก "รักทักษิณเพราะทักษิณรักชาวบ้าน รักประชาธิปไตย" หากไม่เชื่อ ลองไม่มีรายการ "ตกเขียว" งวดแรก คงจะไม่มีทางเห็นบรรยากาศคึกคักเกิดขึ้นอย่างแน่นอน จึงมีคำสั่งสายตรงจากลอนดอนส่ง "นอมินี" หัวหน้าพรรคพลังประชาชนตัวจริงมาประกบอยู่ถึง 2 คน เพื่อเป็นพี่เลี้ยงน้องๆ อดีตไทยรักไทยที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี คือ นักการเมืองรุ่นโคตรขิงแก่-ปากจัด "สมัคร สุนทรเวช" กับ "ว่าที่นักการเมือง" ผู้แสนซื่อสัตย์ต่อภรรยาน้องสาวคุณทักษิณ "สมชาย วงศ์สวัสดิ์"
คุณสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, คุณหมอสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และคนอื่นๆ ที่เป็นอดีตคนเดือนตุลาคม จงอย่ารังเกียจคุณสมัคร สุนทรเวช เป็นอันขาด หากวันใดเมื่อคุณสมัครแสดงจุดยืนทางการเมืองแบบ "ขวาจัด" ที่เชื่อในการใช้อำนาจรัฐจัดการอย่างเด็ดขาดกับพวกก่อความวุ่นวายของ "แก๊งข้างถนน" ผมเชื่อว่าจุดยืนทางการเมืองของคุณสมัครเมื่อ 30 ปีที่แล้วในสมัยเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย หลังเหตุการณ์นองเลือด 6 ตุลาคม 2519 ที่มีการรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลเลือกตั้ง ที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำเป็นอย่างไร ปัจจุบันคุณสมัครยังเป็นคนเดิมที่ไม่เคยเปลี่ยนจุดยืน เกลียดชังการเดินขบวนเรียกร้องผลประโยชน์ของกลุ่มต่างๆ ว่าเป็นพวก "แก๊งข้างถนน" คุณสมัครไม่เคยเชื่อเรื่องการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ แม้จะเป็นการชุมนุมอย่างสงบ ว่าเป็นสิทธิเสรีภาพและกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย อีกคนหนึ่ง คุณเฉลิม อยู่บำรุง หรือเรียกเต็มยศ-วุฒิการศึกษา ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง เริ่มออกมาแสดงโวหารลีลาได้น่าตื่นตาตื่นใจพอสมควร อาจจะเป็นเพราะดีกรีนำหน้า "ดร." ทำให้ปรับจูนความดุดันลงไปบ้าง แต่หากย้อนกลับไปดูเส้นทางการเมืองของคุณเฉลิมยุครัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ที่ "น้าเหลิมดาวเทียม" เฟื่องสุดขีดกับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีจาก "พรรคขนาดจิ๋ว" แต่ได้กำกับดูแลงานใหญ่คือสื่อของรัฐ อย่างองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทยและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยในช่วงปี 2531-2533 คงจำกันได้กับเจ้าของยุทธการ "เหลิมโมบาย" สั่งให้รถโมบายถ่ายทอดสดของ อ.ส.ม.ท.ไปสอดแนมความเคลื่อนไหวทางทหาร จนกลายเป็นหนึ่งในชนวนสำคัญของรัฐประหารของนายทหาร จปร.รุ่น 5 ในนามคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (ร.ส.ช.) แล้ว "น้าเหลิม" กลับมามีบทบาทบนเวทีการเมืองสั้นๆ ในช่วงปี 2538 กับตำแหน่งรัฐมนตรียุติธรรมในยุครัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา และปี 2539 รัฐมนตรีช่วยมหาดไทยในยุครัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ แล้วหลังจากนั้น "น้าเหลิม" ว่างเว้นเก้าอี้เสนาบดีไปนานนับ 10 ปีแล้ว ฟัง "ดร.เฉลิม" ออกมาสัมภาษณ์ผ่านทีวีฉะฉานเหมือนเดิม แต่มาดนิ่มลงที่ผิดฟอร์มไปจากคนเดียวกันที่เป็นอดีตหัวหน้าพรรคมวลชนที่พร้อม "ชนดะ" เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันให้กับหัวหน้ารัฐบาลที่สังกัด ผมจึงไม่ค่อยเชื่อคำพูดของ "ดร.เฉลิม" ว่าจริงใจหรือเปล่าในการประกาศพร้อมรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ คมช. แต่กลับแบะท่าอ้าซ่าอยากจะให้พรรคพลังประชาชน "ออกปาก" เชิญเข้าพรรค แต่วิเคราะห์ดูแล้ว "ดร.เฉลิม" ชอบรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 น่าจะเป็นเพราะให้โอกาส "พรรคไซส์ดับเบิลเอสต่ำห้า" มีบทบาททางการเมืองได้มากกว่ารัฐธรรมนูญปี 2540 ที่เอื้อพรรคใหญ่ จนทำให้ "ดร.เฉลิม" ต้องทำใจหันไปเอาดีเรียน ดร.จนสำเร็จ คุณสมัครควรจะรีบเอ่ยปากเชิญ "ดร.เฉลิม" ให้ไปร่วมหัวจมท้ายเพื่อสร้าง "พรรคพลังประชาชน" เร็วๆ แล้วคุณสุดารัตน์กับคุณหมอสุรพงษ์อย่า "ขัดคอ" คุณสมัครก็แล้วกัน เพราะคุณสมัครกับ "ดร.เฉลิม" เป็นเกลอเก่าสัญลักษณ์ของนักการเมืองรุ่นลายครามที่มี "ปากเป็นเอก" การจับมือกันน่าจะเป็น "คุณ" กับพรรคพลังประชาชนในการต่อกรกับ คมช.และพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นศัตรูถาวรในกรุงเทพฯ ของคุณสมัครและ "ดร.เฉลิม" เวทีปราศรัยในช่วงเลือกตั้งครั้งหน้าจะสนุกและ "โสโครกหลากสีสัน" ขึ้น และน่าจะมี "คลาส" จากดีกรี "ดร.เฉลิม" อย่างน้อยที่สุดก็จะน่าฟังน่าดู และไฮด์ปาร์กแบบมืออาชีพมากกว่ากลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ เดินขบวนป่วนเมืองเมื่อคืนวันที่ 22 ก.ค.หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ จนชาวบ้านที่รัก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เรียกพวกนี้ว่าเป็น "นปก.-นรกป่วนกรุง" เสียมากกว่า หันมามอง "ว่าที่นักการเมือง" ร.อ.ขจิต หัพนานนท์ ที่ทำท่าว่ากำลังมาแรงกว่าทุกคน แต่ผมฟังและอ่านบทสัมภาษณ์ของ ร.อ.ขจิต ที่มีอยู่มากมาย กลับนึกถึงบทบาทของ น.ต.ฐิติ นาครทรรพ ที่ประกาศตัวเป็นนักล็อบบี้การเมืองในช่วงหลัง ร.ส.ช.ปี 2534
น.ต.ฐิติสนิทสนมกับ จปร.รุ่น 5 ในสาย พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล และมักบอกว่าหวังดีต่อชาติ อยากทำให้ภารกิจ ร.ส.ช.ไม่สะดุดจากการเมืองเก่าๆ กลับมาอีก จึงอาศัย "อำนาจทหาร" บีบบังคับนักการเมืองให้เกิดการ "สมสู่" ทางการเมืองอย่างไม่เป็นธรรมชาติ จัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ชื่อ พรรคสามัคคีธรรม เพื่อสร้างการเมืองใหม่ที่ น.ต.ฐิติพยายามพูดถึงเป้าหมายสวยหรูสร้างความสามัคคีในชาติ เมื่อเทียบกับคำพูดของ ร.อ.ขจิตโดยเนื้อหาลีลา แทบจะแกะแบบจากคำพูดของ น.ต.ฐิติ ร.อ.ขจิตย้ำถึงความรักชาติแทบจะทุกประโยค อยากจะสร้างการเมืองใหม่ให้ทุกคนเข้ามาโดยไม่แบ่งฝ่าย ออกปากเชื้อเชิญทุกคนที่ "รักชาติ" ให้มาร่วมกันสร้างพรรครักชาติให้เป็นพรรคการเมืองทางเลือกใหม่ ผมอยากจะให้ ร.อ.ขจิตหาเวลาว่างไปคุยกับ น.ต.ฐิติแล้วจะรู้ซึ้งสัจธรรมทางการเมืองที่ให้ข้อแนะนำผ่านสื่อไปแล้วว่า "พรรคการเมือง อย่าไปต่อท่ออำนาจกับทหารหรือนายทุน ให้ต่อท่ออำนาจกับประชาชน เพราะถ้าประชาชนเข้าใจผิด มันก็จะพังแบบสามัคคีธรรม" คำถามกำลังเกิดขึ้นมากมายว่า ร.อ.ขจิตเป็นใครกันแน่ เฉกเช่นเดียวกับภาวะของ น.ต.ฐิติในสมัยนั้นที่โผล่ขึ้นมาในฐานะล็อบบี้ยิสต์ทางการเมืองตัวแทนของ ร.ส.ช. บ้างก็บอกว่า ร.อ.ขจิตสนิทสนมกับ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล เลขาธิการ คมช.และปลัดกระทรวงกลาโหม ที่เป็นเพื่อนรูมเมทสมัยเรียนกับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน คมช.และผู้บัญชาการทหารบกที่จะเกษียณ 30 ก.ย. บ้างก็บอกว่า ร.อ.ขจิตเป็นนักล็อบบี้ทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการค้าอาวุธของกองทัพอากาศ แต่ที่แน่ๆ ไม่ได้ปิดบังคือรองประธานบริษัท โอเรียน แอร์ไลน์ จำกัด ของคุณอุดม ตันติประสงค์ชัย ที่แนบแน่นนักการเมืองทุกสาย โดยเฉพาะกับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และ ร.อ.ขจิตเป็นประธานบริษัท วัน-ทู-โก โลว์คอสท์แอร์ไลน์สายแรกในยุครัฐบาลทักษิณ บ้างก็บอกว่า ร.อ.ขจิตสนิทแนบแน่นกับ คุณพิเชษฐ สถิรชวาล ซี้นักการเมืองเก่าแก่ของอดีตนายกฯ ทักษิณ ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี แต่ข้อมูลแน่ๆ ไม่ได้ปิดบังใครคือเคยได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ประธานการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 เม.ย.2544 และรักษาการผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) เมื่อวันที่ 18 ส.ค.2549 ทั้งสองตำแหน่งอยู่ในยุครัฐบาลทักษิณ ในแวดวงไฮโซรู้จักกันดีถึงบทบาทของ ร.อ.ขจิตในตำแหน่ง นายกสมาคมไลอ้อนสากล ในช่วงปี 2530-2531 และบทบาทในแวดวงธุรกิจท่องเที่ยวระดับนานาชาติ รวมทั้งควรรู้ไว้ด้วยว่า ร.อ.ขจิตมีศรีภรรยาชื่อ "พนิดา" นามสกุลเดิม "มหาวงศ์" ที่มีความสวยในระดับ "เทพีวชิราวุธ" ปี 2506 รุ่นสุดท้ายก่อนเปลี่ยนเป็นการประกวด "นางสาวไทย" หวังว่า พล.อ.สนธิ ประธาน คมช.คงจะไม่เคลิบเคลิ้มกับคำว่า "รักชาติ" จนกลายเป็นคลั่งการเมือง เหมือนกับ พล.อ.สุจินดา รองประธาน ร.ส.ช.ที่ฝันไปกับคำว่า "สามัคคีธรรม" จนถลำเข้ามาเป็น "นายกรัฐมนตรีคนนอก" แล้วถูกขับไล่กลางถนน จนนำไปสู่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ที่แม้หลังจากนั้น พล.อ.สุจินดายังไม่ยอมลาออก แต่ในที่สุดก็ไม่สามารถทนต่อแรงกดดันจากกระแสทวงคืน "ประชาธิปไตย" ได้ แต่คราวนี้ประชาชนอย่าเพิ่งรีบ "หลงเชื่อ" ง่ายๆ กับคำพูดของนักการเมือง-นักการทหารคนไหนที่กำลังแข่งกัน "ส่งกลิ่น" ออกแนวรักชาติ, สมานฉันท์, ทางสายกลาง, รวมใจไทย, เชื่อมั่นพลังประชาชน, และประชาชนต้องมาก่อน ฯลฯ ช่วงนี้อาการ "ติดสัด" การเมืองกำลังอยู่ในระยะเริ่มต้นเท่านั้น รอ "ของจริง" หลังวันออกเสียงประชามติ 19 ส.ค.2550 อย่าลืมพร้อมใจกันออกไปแสดงพลังขับเคลื่อนประเทศไทยให้กลับสู่ประชาธิปไตย |
| << | สิงหาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |