• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 103
  • จำนวนผู้ชม : 74916
  • จำนวนผู้โหวต : 184
  • ส่ง msg :
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 19 สิงหาคม 2550
ประเทศไทย"เดินหน้า"หรือ"กัดกัน"ไม่เลิก หลังวันประชามติร่างรัฐธรรมนูญ
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 840 , 18:43:08 น.  
พิมพ์หน้านี้


วันนี้ถือเป็นวันประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่จะมีการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 เป็นครั้งแรกในประเทศไทย คะแนน "เห็นชอบ" กับ "ไม่เห็นชอบ" และจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ จะเป็นตัวกำหนดอนาคตประเทศไทย ว่า จะก้าวผ่านความขัดแย้งทางการเมืองตั้งแต่ปีที่แล้ว ที่ลุกลามกลายเป็นความแตกแยกในสังคมไปอย่างราบรื่นหรือไม่
    คะแนน "เห็นชอบ" กับ "ไม่เห็นชอบ" จะเป็นสัดส่วนแพ้-ชนะแตกต่างกันเท่าไร อาจจะมีความสำคัญไม่เท่ากับจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิลงประชามติว่า จะเป็นเท่าไรจากจำนวน "คนไทย" ที่มีสิทธิในการลงประชามติครั้งนี้ 45,658,178 คน
    จึงขอนำข้อมูลวิเคราะห์เจาะลึกของศูนย์ประชามติ 2550 เครือเนชั่น ลองเล่นสนุกกับตัวเลขสถิติแล้วคาดการณ์ว่าผลน่าจะออกมาอย่างไร
     เพราะค่อนข้างเบื่อเอามากๆ กับการวิวาทะระหว่างกลุ่มเห็นชอบกับไม่เห็นชอบที่ในช่วงโค้งสุดท้าย กลับกลายเป็นการทะเลาะกันเลอะเทอะมากเกินไป จนถึงขั้นกรีดเลือด-เปิดก้น-บิดเบือน-แจกเงิน-นักวิชาการด่าอัปรีย์
    กลายเป็นการแบ่งฝ่ายป้ายสี "เห็นชอบสมุนคมช.-ไม่เห็นชอบสมุนทักษิณ"
    ทั้งๆ ที่พวก "เห็นชอบ" จำนวนมากไม่ได้ชอบเผด็จการ กับพวก "ไม่เห็นชอบ" จำนวนมากเช่นกันที่ชิงชังคุณทักษิณ แต่สังคมไทยมักทะเลาะกันไม่เลิก เมื่อความเห็นไม่ตรงกัน เพื่อบังคับเอาชนะอีกฝ่าย มากกว่าการเคารพในความคิดเห็นแตกต่างกันที่เป็นหัวใจประชาธิปไตย
   การเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 6 มกราคม 2544 ผู้มาใช้สิทธิ 29,904,940 คน คิดเป็น 69.94%
 (คะแนนระบบบัญชีรายชื่อพรรคไทยรักไทย 11.6 ล้านเสียง/โนโหวต 5.3 แสนเสียง)
 การเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2548 ผู้มาใช้สิทธิ 32,337,611 คน คิดเป็น 72.55%
(คะแนนระบบบัญชีรายชื่อพรรคไทยรักไทย 18.9 ล้านเสียง/โนโหวต 7.4 แสนเสียง)
 การเลือกตั้งส.ส. วันที่ 2 เมษายน 2549 ผู้มาใช้สิทธิ 28,998,364 คน คิดเป็น 64.76%
(คะแนนระบบบัญชีรายชื่อพรรคไทยรักไทย 16.4 ล้านเสียง/โนโหวต 9 ล้านเสียง/บัตรเสีย 1.68 ล้านเสียง)
  การเลือกตั้ง ส.ว.วันที่ 19 เมษายน 2549 ผู้มาใช้สิทธิ 28,207,659 คน คิดเป็น 62.69%
   หากอ้างอิงฐานตัวเลขผู้มาใช้สิทธิเลือกส.ว.ปี 2549 คือ 62.69% ที่อยู่ในบรรยากาศซบเซามากที่สุด คาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิประชามติรัฐธรรมนูญประมาณ 28.62 ล้านคน
   แต่ถ้าลองใช้ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งส.ส.ในปี 2548 ที่ถือว่าเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลคือ 72.55% คาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิประชามติรัฐธรรมนูญประมาณ 33.12 ล้านคน
    การเลือกตั้งทั่วไปของไทย ที่มีการใช้สิทธิมากเกินกว่า 70% มีเพียง 2 ครั้ง คือปี 2543 ในการเลือกตั้งส.ว.ครั้งแรก 71.89% และการเลือกตั้งส.ส.ปี 2548 ที่สูงถึง 72.55% ที่ทำให้พรรคไทยรักไทยได้คะแนนเสียงระบบบัญชีรายชื่อถึง 18.9 ล้านคน คิดเป็น 58.45% ของผู้มาใช้สิทธิ
   สถิติการเลือกตั้งทั่วไป 13 ครั้งติดต่อกันในช่วงประมาณ 50 ปีแรก หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 น่าสังเกตว่าไม่เคยมีผู้มาใช้สิทธิสูงกว่า 60% ตั้งแต่เลือกตั้งครั้งแรก 15 พฤศจิกายน 2476 จำนวนผู้มาใช้สิทธิ 41.45% จนถึงครั้งที่ 13 วันที่ 18 เมษายน 2526 จำนวนผู้มาใช้สิทธิ 50.76%
    โดยระหว่าง ครึ่งทางของระบอบประชาธิปไตยไทยในรอบ 5 ทศวรรษแรก ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2500 จำนวนผู้มาใช้สิทธิสูงที่สุด 57.50% แต่กลับโจษจันว่า เป็นการเลือกตั้งสกปรกที่สุด  กลโกงทุกรูปแบบถูกนำออกมาใช้ เช่น พลร่ม ไพ่ไฟ เวียนเทียน ฯลฯ จนนำไปสู่การรัฐประหารในเวลาต่อมา
     หลังจากช่วง 50 ปีแรกของระบอบประชาธิปไตย การเลือกตั้งครั้งที่ 14 วันที่ 27 กรกฎาคม 2529 จำนวนผู้มาใช้สิทธิสูงเกินกว่า 60% เป็นครั้งแรกถึง 61.43% แล้วนับจากนั้นเป็นต้นมา มีเพียงการเลือกตั้งครั้งเดียวที่มีผู้มาใช้สิทธิต่ำกว่า 60% คือการเลือกตั้งหลังจากรัฐประหารกุมภาพันธ์ 2534 มาได้ประมาณ 1 ปี ในวันที่ 22 มีนาคม 2535 ผู้มาใช้สิทธิ 59.28%
     พรรคสามัคคีธรรม ที่เป็น "ร่างทรงทหาร รสช." (สมัยนั้นศัพท์การเมืองไม่ใช้คำว่า "นอมินี" แต่นิยมเรียกว่า "ร่างทรง") ได้จำนวนส.ส.มากที่สุด แต่หัวหน้าพรรค นายณรงค์ วงศ์วรรณ ไม่สามารถขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีได้ เพราะมีข้อกล่าวหาติดบัญชีดำของสหรัฐอเมริกา
    จนในที่สุด พรรคสามัคคีธรรมได้นำเก้าอี้นายกรัฐมนตรีไปประเคนให้กับ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ที่สมัยนั้นเป็นผู้บัญชาการทหารบกและรองประธานรสช. ซึ่งนำไปสู่กระแสคัดค้าน "นายกรัฐมนตรีคนนอก" ที่ลุกลามกลายเป็นเหตุการณ์นองเลือดพฤษภาคมทมิฬ 2535
      น่าสังเกตว่า การเลือกตั้งทั่วไปในปี 2535 ที่มี 2 ครั้ง จนถึงครั้งหลังสุดการเลือกตั้งส.ว.ในปี 2549 ล้วนแต่มีผู้ออกมาใช้สิทธิสูงเกินกว่า 60%
     จึงพอจะนำมาอนุมานคาดการณ์สถิติการออกเสียงประชามติในวันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคมนี้ ขั้นต่ำน่าจะไม่น้อยกว่า 60% ค่อนข้างแน่นอน อาจจะทำสถิติขั้นสูงกระโจนไปถึง 70% เพราะกฎหมายไม่ได้ห้ามการนำพาหนะไปรับส่งผู้มาลงคะแนนเสียง และช่วงเวลาการออกเสียงขยายขึ้น 1 ชั่วโมง จากเดิมปิดหีบ 15.00 น. เป็น 16.00 น.
     สมมติจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิแบ่งเป็น 3 ระดับ เพื่อใช้ประเมินคะแนน "เห็นชอบ" กับ "ไม่เห็นชอบ" ว่ามีโอกาสเท่าไร
    60% คิดเป็น 27.39 ล้านคน , 65% คิดเป็น 29.67 ล้านคน และ 70% คิดเป็น 31.95 ล้านคน
    ตัวเลขที่อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพลพรรคไทยรักไทย มักนำไปกล่าวอ้างความชอบธรรมว่า ได้คะแนนท่วมท้นจากการเลือกตั้ง คือ 18.9 ล้านเสียง ในปี 2548 และ 16.4 ล้านเสียง ในปี 2549
     Magic Number คะแนน "เห็นชอบ" ที่จะสร้างความชอบธรรมของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ที่มี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นประธาน และรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์
    จึงน่าจะต้องไม่น้อยกว่า 16.4 ล้านเสียง หรือควรจะได้เสียงข้างมากประมาณ 60% จากผู้มาใช้สิทธิ 60% (27.39 ล้านคน) แต่ถ้าหาก 60% จากผู้มาใช้สิทธิ 65% เท่ากับ 17.8 ล้านคนและถ้าหาก 60% จากผู้มาใช้สิทธิ 70% เท่ากับ 19.17 ล้านคน
     การตัดเกรด จึงควรยึดเกณฑ์ขั้นต่ำ 16.4 ล้านคน หรือ 60% เป็นเกรด 2.5 ถือว่า "สอบผ่าน" ตามความเห็นของนายกฯ สุรยุทธ์ที่พูดผ่านรายการเปิดบ้านพิษณุโลก เมื่อตอนเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา  แต่ถ้าหากจำนวนเสียงเห็นชอบสูงกว่า 16.4 ล้านคน ย่อมสมควรให้เกรดสูงขึ้นไปได้ถึง 3.0 แล้วถ้าจำนวนเสียงเห็นชอบสูงกว่า 18.9 ล้านเสียง นั่นถือเป็นความชอบธรรมที่ควรได้เกรดมากกว่า 3.0 แต่ถ้าหากได้คะแนนต่ำกว่า 60% ย่อมสุ่มเสี่ยงต่อการ "สอบตก"
     เป้าหมายสูงสุดของคมช.กับรัฐบาลเพื่อทำเกรด 4 คงกำลังพยายามจะทำ "ทุกวิถีทาง" เพื่อให้ได้คะแนนเสียงเกินกว่า 50% ของจำนวนผู้มีสิทธิประมาณ 22.83 ล้านคน
     สมมติฐานกรณีนี้จะมีความเป็นได้ในกรณีเดียว คือจะต้องหาทางให้มีผู้ออกมาใช้สิทธิ ประมาณ 70% (31.95 ล้านคน) แล้วอย่างน้อย 71.5% (22.84 ล้านคน) พร้อมใจกันออกเสียง "เห็นชอบ" กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะทำให้ได้ "ความชอบธรรม" สมบูรณ์แบบที่สุด 
    การสร้างสถิติผู้ออกมาใช้สิทธิประมาณ 70% ใกล้เคียงกับการเลือกตั้งส.ว.ปี 2543 (71.89%) เลือกตั้งส.ส.ปี 2544 (69.94%) และเลือกตั้งส.ส.ปี 2548 (72.55%) คงไม่ใช่เรื่องยากนัก เมื่ออยู่ในสถานการณ์ "สนธิกำลัง" กระชับกลไกอำนาจรัฐทหาร-ตำรวจ-มหาดไทย แต่ยากจะมีเสียง "เห็นชอบ" เกินกว่า 70%
    กองทัพ : ส่งนายทหารและเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ(กอ.รมน.) ลงไป "ฝังตัว" ประจำทุกหมู่บ้านกว่า 88,000 แห่งมาตั้งแต่หลังรัฐประหาร 19 กันยายน ย่อมเก็บข้อมูลได้ครบถ้วนว่าใครเป็นใครในหมู่บ้าน
    ตำรวจ : กลไกตำรวจที่มีสถานีตำรวจทุกอำเภออยู่แล้ว และยังเข้าไปร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้งในทุกหน่วยเลือกตั้งกว่า 87,000 หน่วยเลือกตั้ง เพื่อรักษาความปลอดภัยและรายงานคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเพื่อใช้ภายใน
    มหาดไทย : แม้ว่ากระทรวงมหาดไทยในยุคหลังรัฐบาลทักษิณ ได้ถูกตัดตอนกำลังและถ่ายโอนอำนาจไปอยู่ในกระทรวงอื่นไปเป็นจำนวนมาก
    แต่โครงข่ายอำนาจรัฐจากศูนย์กลางสู่ท้องถิ่นยังอยู่ครบถ้วน ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดไปสู่นายอำเภอ แล้วลงไประดับกำนันและผู้ใหญ่บ้านที่เพิ่งได้รับการต่ออายุ ย่อมเป็นหลักประกันได้ว่า จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิผ่านการทำงานแบบเครือข่ายของมหาดไทย คงจะสร้างสถิติได้อย่างแน่นอน
    ประเทศไทยหลังวันที่ 19 สิงหาคม กำลังยืนอยู่บนทาง "สองแพร่ง" คือทะเลาะเบาะแว้งกันไม่เลิกกับ "เดินหน้า" สู่ประชาธิปไตย ประชาชนผู้ออกมาใช้สิทธิเท่านั้นจะเป็น "ผู้ตัดสิน"
     ถ้าหากเสียง "เห็นชอบ" กับ "ไม่เห็นชอบ" ยังก้ำกึ่งกันมาก (51/49 หรือ 49/51 หรือแม้ 55/45 หรือ 45/55) คงต้องทำใจจริงๆ ว่า สังคมไทยจะแตกแยก "กัดกัน" หนักหน่วงกว่าเดิมเพื่อเอาชนะกัน
     แต่ถ้าหากเสียง "เห็นชอบ" กับ "ไม่เห็นชอบ" ชนะกันขาด (70/30 หรือ 30/70) ไม่ว่าออกมาด้านไหนมากกว่ากัน ย่อมเสมือนเป็น ประกาศิตจากเสียงสวรรค์ ให้ "คนไทย" เลิกทะเลาะแตกแยกกันเสียที ยอมรับเสียงข้างมาก แต่จะต้องไม่ละเลยเสียงข้างน้อยไม่ว่าจะเหลือเท่าไร
    หลังจากอ่านผ่านๆ ร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่แม้ยังไม่สมบูรณ์ตามอุดมคติทุกประเด็น แต่ใช้วิธีชั่งน้ำหนักระหว่าง "เห็นชอบ" กับ "ไม่เห็นชอบ" จะนำไปสู่เหตุการณ์อะไรบ้างในอนาคต 
    ตัดสินใจแล้วว่า วันนี้จะออกไปใช้สิทธิ "เห็นชอบ" เพื่อเป็นอีก "หนึ่งเสียง" ให้บ้านเมือง "เดินหน้า" หลุดพ้นจากภาวะสังคมแบ่งฝ่าย "ยึดหลักกู" ทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะกัน ทั้งผู้ยึดอำนาจรัฐกับผู้สูญเสียอำนาจรัฐ รวมทั้งนักวิชาการ,นักเคลื่อนไหวทางสังคมที่มีหลักการและไม่มีหลักการ ทุกฝ่ายควรจะเลิก "กัดกัน" เสียที แล้วให้ประชาชนกำหนดชะตากรรมของประเทศ

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13
m วันที่ : 21/08/2007 เวลา : 10.21 น.

ผมว่า การกระทบกระทั่งทาง วาทะ ไม่จบง่ายๆ หรอกครับ
เพราะในสังคมเรา มีลูกหลาน ศรีธนญชัย เยอะเหลือเกิน
ความคิดเห็นที่ 12
tanatach วันที่ : 20/08/2007 เวลา : 17.34 น.
http://www.oknation.net/blog/tanatach
การเมืองเรื่องใกล้ตัว  แต่ขอมองอย่างธนธัช // Tanatach  Kosirisant

.......ครับ...พายุลูกใหม่กำลังก่อตัว.....น่าจะมีกำลังแรงไม่น้อยแน่.....พร้อมจะบุกพังป้อมกำแพง...ป้อมที่แข็งแกร่งที่สุดของเรา.......กระผมไม่เคยขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยด้วยเพราะไม่เคยเชื่อ.....ได้แต่เตือนว่า...ตัวใครตัวมัน.....รีบหาทางป้องกันแต่เนิ่นๆ.....ห่วงจริงๆ......ธนธัช
ความคิดเห็นที่ 11
tengpong วันที่ : 20/08/2007 เวลา : 16.36 น.
http://www.oknation.net/blog/tengpong

ผมว่า คงกัดกัน ไปตลอดทาง
จนกว่าจะมีใครเอาน้ำร้อนมาราด อีก
แล้วก็บอกว่า น้ำร้อนเป็นเผด็จการ
แล้ว กงล้อก็หมุนทับรอยเดิม
นักวิชาการก็แกว่งปากหารับประทานกับสถานการณ์ และตามกระแส ก็เท่านั้น
อยากออทีวี,วิทยุ จัง พวกนักวิชาการ แต่ผลผลิตที่ได้นักศึกษามาเนี่ย ไม่เห็นสร้างคุณค่าอะไรให้ประเทศเลย แค่คุมเรื่องนักศึกษาแต่งตัวก็ ไม่มีปัญญาแล้ว ว่าไหมครับ
ความคิดเห็นที่ 10
แมนบางไทร วันที่ : 20/08/2007 เวลา : 11.02 น.
http://www.oknation.net/blog/558855


ครั้งหนึ่งในชีวีตของผม" ประชามติประวัติศาสตร์ " ผมภูมิใจมากครับ
ความคิดเห็นที่ 9
สิงห์ดำ30 วันที่ : 20/08/2007 เวลา : 10.03 น.
http://www.oknation.net/blog/arnon
สร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้กับสังคม

ผมมองว่าคนไม่ไปใช้สิทธ์เยอะ ใช้สิทธิ์เพียง 54 % ไม่ใช้สิทธิ์ 46 % เสียงนี้ที่ไม่ไปใช้สิทธิ์นี้เป็นพลังเงียบที่อาจออกมาชี้ชะตาการเมืองไทยในการเลือกตั้งทั่วไปหนหน้า เรายังไม่รู้เลยว่า 46 % นี้จะเลือกพรรคไหน ขั้วไหน ดังนั้นอาจวิเคราะห์ได้ว่า ถ้าต้องการดึงเสียงคนกลุ่มนี้ออกมาสนับสนุน อาจจะต้องชูนโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นวาระแห่งชาติเป็นนโยบายด้านการเมืองการปกครองของพรรค เพราะการที่คน 46 % ไม่ออกมาลงประชามติหนนี้ อาจเป็นเพราะตัดสินใจไม่ถูกว่าจะรับดีหรือไม่ เพราะอาจมีบางมาตราบางประเด็นที่ไม่พอใจ เลยไม่ออกมาใช้สิทธิ์ ดังนั้นพรรคการเมืองใดต้องการเสียงคนกลุ่มนี้ ควรชูนโยบายการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 เป็นนโยบายพรรค รับรองว่าจะได้เสียงสนับสนุนมากขึ้นอย่างแน่นอน
ความคิดเห็นที่ 8
TanaiMana วันที่ : 20/08/2007 เวลา : 09.41 น.
http://www.oknation.net/blog/tanaimana


ขายใบจอง บ้านเก้าพอเพียง (คลอง 7) เนื้อที่ 50 ต.ร.ว. 6 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องรับแขก
ราคา 1xx,xxx-บาท
โทร 08-9169-1195

ความคิดเห็นที่ 7
บาง...เยื่อเคย วันที่ : 20/08/2007 เวลา : 07.14 น.
http://www.oknation.net/blog/samwa


จะกัดกันแค่ไหนยังไงยังไม่รู้
รู้แต่ว่านับจากวันนี้ไปเสียงเห่า
เสียงหอนระงมแน่ ชาวบ้านเช่น
เราๆคงหูชาตาแฉะเป็นแน่แท้..
..ไม่เชื่อก็ลองไปเปิด ทีวี. และเดิน
ไปร้านขาย นสพ. ดูสิ
ความคิดเห็นที่ 6
ช่วยกันให้ถูก วันที่ : 20/08/2007 เวลา : 02.33 น.

ผมว่าไม่มีใครอยากกัดกันหรอกครับ แต่ถ้าทุกคนยังคิดว่าพวกนั้นพวกนี้อยู่ ก็จะอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด ช่วยกันไม่คิดว่าพวกนั้นพวกนี้ดีกว่า ตอนนี้อยากให้ทุกคนยอมรับความจริง คือมองตัวเองว่าเป็นกลางหรือไม่เพื่อให้ทุกคนมีความสุข ไม่จำเป็นต้องไปบอกว่าขั้วอำนาจเก่าจะมีอิทธิพลมีจริงหรือไม่จริงก็ไม่ต้องสนใจน่าจะดีกว่า แล้วช่วยกันทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ใครมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลอะไรก็ทำให้เต็มที่ เช่น องค์กรต่างๆ ก็อย่ามีอคติ เอียงไปคิดตามกระแสคนปั่น พวกปล่อยข่าวก็ขอให้เลิกเถอะครับ ไม่ต้องปล่อยข่าวเพื่อหวังทับรอยที่ตัวเองทำไว้จะได้ไม่โผล่หรอกครับ ผมเห็นสื่อทางทีวีบางช่อง บางคนออกมาแสดงความคิดเห็นกันแบบเข้าข้างหรือแบ่งพวกชัดเจน ทำไมรู้ดีเหลือเกิน ข้อมูลต่างๆ ก็รู้ดีเกินเหตุ แต่ฟังดูแล้วคาดเดาทั้งนั้นบางอันที่จริงก็ใส่ไข่ซะหรู อนาคตยังมาไม่ถึง อดีตบางอย่างก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะเป็นตัวผลักดันให้มีเหตุในอนาคตที่ยังมาไม่ถึงได้ วิเคราะห์กันไปเรื่อยอาศัยพวกมากลากไป อ้างเหตุผลที่ฟังดูดีน่าเชื่อถือแสดงให้เห็นว่าตัวเองเก่ง ว่ามีข้อมูล รู้ทันว่าคนโน้นคนนี้คิดและทำอะไรอยู่ ถ้าบังเอิญเป็นจริงก็ขอดีใจด้วย แต่ถ้าไม่จริงก็คงหาเหตุเข้าข้างตัวเองอีกว่ามีการหักมุม ฯลฯ หยุดกันดีกว่านะครับ อนาคตไม่มีใครรู้จริงแน่ๆ วันนี้เดี๋ยวนี้เท่านั้นที่เป็นจริง ยอมรับและสู้ความจริงกันดีกว่าครับ ว่าที่วุ่นวายกันทุกวันนี้เพราะคำพูดที่พูดตามความรู้สึกโกรธของตัวเอง ยิ่งเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองพูดอะไรก็ควรระวังเอาใจคนฟังมาใส่ใจตัวเองบ้าง ทุกคนผมเชื่อว่าถ้าถามว่ารักเมืองไทยไหม ไม่มีใครตอบว่าไม่รักแน่นอน หยุดแบ่งพวกกันหยุดวิเคราะห์ที่ไม่สามารถรู้ผลสมบูรณ์แล้วเผยแพร่กันดีกว่าครับ
ความคิดเห็นที่ 5
musiclover วันที่ : 20/08/2007 เวลา : 00.04 น.
http://www.oknation.net/blog/musiclover
Musiclover's พื้นที่เล็กๆในใจคุณ

ตัวกฎหมายอันศักดิ์สิทธิ์
แต่กลายเป็นเอาไปผูกกับคนไม่กี่คน
น่าเศร้าใจนะคะ
ความคิดเห็นที่ 4
ลุงต้าลี่ วันที่ : 19/08/2007 เวลา : 21.47 น.
http://www.oknation.net/blog/loongdali

ข้อมูลแน่น และคมความคิด
ความคิดเห็นที่ 3
คนช่างเล่า วันที่ : 19/08/2007 เวลา : 21.18 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

โอ๊ย เบื่อ หมาเดื่อนสิบวะ กัดกันไม่เลิกค่อยดู

ก็ดูซิ เอี้ย จตุรวยหัวคน มันบอกว่าจะเชื่อศาล

แต่เป็นไง พ่อมัน ก็บ่ได้สอนลูก
ความคิดเห็นที่ 2
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 19/08/2007 เวลา : 20.43 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

กัดกันต่อครับ ฟันธง

แต่ในบล็อกโอเคเนชั่นจะมีแต่เถียงกันในหลักการ แต่ไม่มีกันกันเหมือนข้างนอกแน่นอน ฟันเสาไปเลย
ความคิดเห็นที่ 1
ภาษาหลากสี วันที่ : 19/08/2007 เวลา : 20.10 น.
http://www.oknation.net/blog/pasalarksee
นิดนรี

เห็นด้วยค่ะ ที่ว่า คนที่รับ จำนวนมากก็ไม่ชอบเผด็จการ คนที่ไม่รับ ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นพวกทักษิญทั้งหมด แต่ที่ผ่านมามันมีขบวนการที่พยายามแยกคนแบบนั้น และคิดว่าหลังประชามติก็คงไม่หมดไป แต่คงไม่เห็นชัด เพราะจะมุ่งกันเรื่องเลือกตั้งมากกว่าค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31