พิมพ์หน้านี้
|
สถานการณ์การเมืองในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังอยู่ในสภาพไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก ยังไม่สามารถจับต้นชนปลายได้ว่าแต่ละกลุ่มแต่ละป้อมค่ายกำลัง "วางหมาก" หรือ "เลือกข้างไหน" เพราะปัจจัยหลักที่มีผลต่อทิศทางการเมืองยังไม่ชัดเจนคือ การตัดสินใจของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ว่าจะลงเล่นการเมืองหรือไม่ และใครจะมาเป็นผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่ ข่าวส่วนใหญ่ทางด้านการเมืองในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงกลายเป็น "ข่าวลวง" โยนหินถามทางหรือวัดกระแสเสียมากกว่าจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อถึงวันสมัครรับเลือกตั้งในช่วงกลางเดือนพ.ย.ที่ยังมีเวลา "ปล่อยข่าว" อีกมาก เช่น @ พรรคชาติไทยกำลังค่อยๆ เปลี่ยนจุดยืนพร้อมจับมืออำนาจเก่าอ้างความสมานฉันท์ลืมเรื่องเก่า? แม้หัวหน้าพรรค "บรรหาร ศิลปอาชา" จะออกมากลบเกลื่อนคำพูดของ "สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล" ก็ยังยากจะเชื่อได้ @ กลุ่มแทนคุณแผ่นดินอีสานของวิวรรธไชย ณ กาฬสินธุ์ ของจริงหรือของปลอม ? กำลังพยายามแสดงให้เห็นว่ากำลังแยกตัวออกมาจากพรรคนอมินีทักษิณพลังประชาชน ด้วยเหตุผลคนอีสานไม่ชอบขี้หน้า "หัวหน้าสมัคร สุนทรเวช" กลุ่มนี้จะเป็น "นอมินีของนอมมีนี" หรือจริงใจในการจัดตั้งพรรคอีสานเพื่อไว้รองรับนายพลนักการเมืองเด็กซิลอย่าง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ใช้ปฏิบัติการ "โซ่ข้อกลาง" เพื่อความสมานฉันท์ @ กลุ่มกรุงเทพ 50 แตกเป็นเสี่ยง? เมื่อหัวหน้ากลุ่มสารวัตรต้น "กุลธน ประจวบเหมาะ" จับมือเข้าไปอยู่ในกลุ่มรวมใจไทย ในขณะที่ปรึกษาใหญ่ "สุรนันทน์ เวชชาชีวะ" ที่เบื่อหน่ายนักกลยุทธ์หลายชั้นจนงง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ กลับไม่เห็นด้วย แล้วปันใจไปช่วย "พินิจ จารุสมบัติ" กับ "สุวัจน์ ลิปตพัลลภ @ กลุ่มมัชฌิมากับกลุ่มรวมใจไทย ขอแยกทางกันเดิน? แต่ "สมศักดิ์ เทพสุทิน" กับ "ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์" ยังพูดจาภาษาดอกไม้ แยกกันเดินไปก่อนแล้วในอนาคตอาจจะกลับมารวมกันได้อีก @ ฝากรัฐบาลกับสภานิติบัญญัติ อยู่ในสภาพไก่ในเข่งกำลังจิกตีกันเอง ระหว่างคู่กัดอมตะ นายกรัฐมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ กับอดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ที่ล้วนแต่มาจากต้นน้ำลูกป๋าเช่นกัน ห้วงสัปดาห์หน้า จุดสนใจของการเมือง-การทหารทั้งหมดยังจับจ้องคาดเดาอนาคตของพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกและประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติว่า หลังจากเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้จะเลือกเส้นทางใด
สัปดาห์ที่แล้ว พล.อ.สนธิ โยนหินถามทางก้อนใหม่ บอกว่ามีนักธุรกิจหลายคนทาบทามให้ไปนั่งเป็นที่ปรึกษาบริษัท ด้วยอัตราเงินเดือนเกินกว่า 1 ล้านบาท สูงกว่าเงินเดือนผบ.ทบ.หลายเท่าที่ยังต้องทำงานหนักไม่มีวันหยุด อนาคตของพล.อ.สนธิ ณ วันนี้ จึงไม่ใช่ทางสองแพร่งระหว่างเล่นการเมืองหรือไม่เล่นการเมือง แต่เป็นทางหลายแพร่ง ยากต่อการคาดเดายิ่งขึ้นไปอีก
และยิ่งยากอย่างยิ่งต่อการฟันธง "ชื่อ ผบ.ทบ.คนใหม่" ระหว่าง 3 เสือทบ.คือ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผช.ผบ.ทบ., พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผช.ผบ.ทบ. และพล.อ.มนตรี สังขทรัพย์ เสนาธิการทหาร เลือกพล.อ.สพรั่ง เป็นผบ.ทบ.คนใหม่จะส่งสัญญาณ ทหารยังไม่ยอมถอยกลับเข้ากรมกอง เลือกพล.อ.อนุพงษ์ จะเป็นการถอยออกไป "ครึ่งก้าว" ของทหารจากบทบาททางการเมืองทางตรง เลือกพล.อ.มนตรี จะเป็นการถอยห่างออกไป 1 ก้าวของทหารจากอำนาจทางการเมือง แต่ไม่ว่าใครจะได้เป็นผบ.ทบ.ก็ไม่สำคัญเท่ากับความประพฤติของนักการเมือง หากกลับตัวเป็น "คนดี" มีจริยธรรมดังเช่น คนปกติธรรมดาสามัญ ปัญหาต่างๆ ของประเทศจะค่อยๆ คลี่คลายกลับคืนสู่บรรยากาศประชาธิปไตยเต็มใบ กองทัพจะห่างออกจากการเมืองได้ สถานการณ์การเมืองในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงเป็นเรื่องหลอกลวงโดยสิ้นเชิงยังเชื่อถือไม่ได้ นักการเมืองทุกคนกำลังรอคอย ผบ.ทบ.คนใหม่ว่าจะเป็นใคร พล.อ.สนธิ คงไม่สามารถชี้ขาดได้ตามลำพัง แต่น่าจะอยู่กับการตัดสินใจของ "ซูเปอร์เพาเวอร์" 2 คนคือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กับพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ขอเดาทางการตัดสินใจจากบุคลิกของ 3 คน พล.อ.สนธิ น่าจะเลือกเสนอ พล.อ.สพรั่ง เป็นผบ.ทบ.เพราะมั่นใจได้ 100 %ว่าพร้อมจะต่อกรกับอำนาจเก่า และจะปกป้องพล.อ.สนธิ ในฐานะผู้มีพระคุณไม่ให้ถูกเช็คบิลเมื่อลงจากหลังเสือ ส่วน "ซูเปอร์เพาเวอร์" ทั้งสองคนน่าจะมีความเห็นตรงกันว่าพล.อ.อนุพงษ์ มีความสุขุมในการทำงานใหญ่มากกว่า เมื่อเทียบกับพล.อ.สพรั่ง ที่บุ่มบ่ามใจร้อนเกินไป แม้กระทั่งการบริหารบริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด ยังปั่นป่วนจนถูกตัวแทนสหภาพฯ บางส่วนตั้งป้อมขับไล่ให้ออกจากตำแหน่ง มิหนำซ้ำ แม้ทั้งสองคนอยู่ในตำแหน่งระนาบเท่ากัน "ผู้ช่วยผบ.ทบ." หลังรัฐประหาร 19 ก.ย.49
แต่พล.อ.อนุพงษ์ ยังกุมกองกำลังหลักในพื้นที่กองทัพภาคที่หนึ่ง เหนือกว่าพล.อ.สพรั่ง ที่ไม่มีกองกำลังอยู่ในมือมากนักหลังจากย้ายมาจากกองทัพภาคที่ 3 ทำให้พื้นที่ภาคเหนือตอนบนยังเป็นพื้นที่สีแดง ในการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ แต่พื้นที่ภาคกลางที่อยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จของพล.อ.อนุพงษ์ สามารถสร้างปรากฏการณ์ "สีเขียว" ทุกจังหวัดได้อย่างน่าพอใจ ห้วงเวลาแห่งการรอคอยเช่นนี้ ทำให้ "นายพลเด็กซิล" ทางการเมืองที่ยังมีอิทธิพลสูงยิ่งในพื้นที่สีแดงภาคอีสาน และภาคเหนือตอนบน จึงยังไม่แสดง "จุดยืน" ชัดเจนว่าจะยืนอยู่ข้างไหนกันแน่ระหว่างการรับใช้ "อำนาจเก่า" ตลอดไปกับการทดแทนบุญคุณไถ่บาป พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีที่ออกมาแสดงจุดยืน "โซ่ข้อกลาง" ยังไม่มีใครกล้าฟันธงลงไปว่าพล.อ.ชวลิต จะเลือกกลับไปอยู่กับพรรค "นอมินีทักษิณ" พลังประชาชน พล.อ.ชวลิต กำลังรอให้ฝุ่นการเมืองจางลงหลังวันที่ 30 ก.ย. แล้วค่อยเลือกว่าจะยอมให้พรรคการเมืองพรรคไหน "เชิด" ไปขายในพื้นที่ภาคอีสาน ที่เชื่อว่ายังพอจะขายได้พอสมควร
พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตรองนายกฯ และรัฐมนตรีกลาโหมในรัฐบาลทักษิณ ที่ยังไม่มีสัญญาณชัดๆ ว่าจะกลับไปช่วย "คุมหัวคะแนน" ภาคอีสานให้กับพรรคนอมินีทักษิณ เพื่อตรึงพื้นที่ภาคอีสานไม่ให้สั่นไหวจากอำนาจรัฐมากนักในช่วงเลือกตั้งครั้งใหม่ หรือเลือกกำหนดชะตาชีวิตตัวเอง "ไถ่บาป" เพื่อทำให้มีโอกาสหลุดพ้นจากคดีอาญายุบพรรคไทยรักไทยมากขึ้น แล้วลงมือ "ดึงหัวคะแนน" ในภาคอีสานออกมาจากพรรคนอมินีทักษิณ ที่กำลังเริงร่าจากคะแนนเสียงวันลงประชามติรัฐธรรมนูญ
การตัดสินใจของพล.อ.ชวลิต กับพล.อ.ธรรมรักษ์ ที่เคยทำงานใกล้ชิดเป็น "ลูกป๋า" จึงเป็นกุญแจสำคัญในการชี้ขาดชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ของพรรคนอมินีทักษิณพลังประชาชนในภาคอีสาน หากพล.อ.ชวลิต เพียงคนเดียวเลือกกลับไปช่วยนั่งเป็น "พระประธาน" ให้พรรคนอมินีทักษิณ เพื่อลดทอนภาพลบของนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนในสายตาคนอีสาน ที่เคยถูกนายสมัครดูหมิ่นดูแคลนเมื่อคราวประท้วงราคามันสำปะหลัง คะแนนเสียงพรรคพลังประชาชนคงไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่จะน่าห่วงน้อยลงสำหรับพรรคนอมินีทักษิณที่ไม่สามารถ "ขาย" สมัคร สุนทรเวช ได้ หากพล.อ.ชวลิต จับมือกับพล.อ.ธรรมรักษ์ กลับไปช่วยบัญชาการรบเลือกตั้งในภาคอีสานให้กับพรรคนอมินีทักษิณ คะแนนจัดตั้งจากฐานหัวคะแนนพรรคความหวังใหม่เดิมกับพรรคไทยรักไทยจะผนึกกันแน่นกว่าเดิม จะเป็นสัญญาณอันตรายอย่างยิ่ง สำหรับ คมช.และพรรคการเมืองที่ไม่ยอมสังฆกรรมพรรคนอมินีทักษิณ แต่ถ้าหากพล.อ.ชวลิต กับพล.อ.ธรรมรักษ์ ตัดสินใจหันหลังให้กับ "อำนาจเก่า" แล้วเลือกกลับมาทำงานการเมืองตามคำขอร้องของ "ป๋า" ให้ช่วยชาติครั้งสุดท้าย เช่น พล.อ.ชวลิต เลือกไปนั่งเป็นประธานพรรคใดพรรคหนึ่งที่ไม่ใช่พรรคนอมินีทักษิณ, พล.อ.ธรรมรักษ์ ลงพื้นที่ทำงานมวลชนดึง "หัวคะแนน" ให้เลิกสนับสนุนพรรคนอมินีทักษิณพลังประชาชน นั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นของบทสุดท้ายอำนาจเก่าในการเลือกตั้งปลายปีนี้ จงอย่าไปเข้าใจผิดว่าในประเทศนี้มีแค่ทักษิณมีเงินอยู่คนเดียว แต่นักธุรกิจอย่าง "ประชัย เลี่ยวไพรัตน์" เจ้าพ่อทีพีไอที่ยังไม่เลิกราในการทวงสมบัติคืน ส่งสัญญาณชัดว่ากลับมาต่อ "ท่อน้ำเลี้ยง" ท่อใหญ่มากให้กับพรรคประชาราชของ "ป๋าเหนาะ เทียนทอง" ที่ชุ่มฉ่ำขึ้นมาทันทีหลังงานวันเกิดคุณประชัย และพล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ที่คาดว่าจะมานั่งเก้าอี้ "หัวหน้าพรรคประชาราช" แทน "ป๋าเหนาะ" ที่ยอมเสียสละขึ้นหิ้งในตำแหน่งประธานที่ปรึกษา หน้าตาของ "ป๋าเหนาะ" จึงสดชื่นแจ่มใสยิ่งนักกับ "ท่อน้ำเลี้ยง" และ "ท่ออำนาจ" ที่พร้อมใจกันต่อท่อส่งตรงเข้าไปยังบ้านเมืองทอง "ป๋าเหนาะ" กำลังวางแผนยุทธการ "ป๋าเล่าให้ฟัง" เพื่อเปิดโปงความชั่วช้าสามานย์ของคุณทักษิณ ด้วยภาษาอีสานฟังเข้าใจง่ายๆ แล้วอัด "กระสุน-วีซีดี" เข้าไปทุกบ้านในพื้นที่สีแดงที่มีเครื่องเล่นวีซีดีกันทุกบ้านมากกว่าเครื่องไฟฟ้าประเภทใดๆ ด้วยความเชื่อว่าวิธีนี้จะทำให้คนอีสานหูตาสว่างถึงขั้นเลิกรักทักษิณเสียที ผมขอให้น้ำหนักกับแนวทางที่มีความน่าจะเป็นมากที่สุดในทางทหารที่จะมีผลต่อการเมืองไทยคือ พล.อ.สนธิ ตัดสินใจไม่เล่นการเมืองอยู่ในตำแหน่งประธาน คมช.ไปจนสิ้นวาระ แล้วรอให้ราชรถตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมมาเกยหลังเลือกตั้งเพื่อกุมอำนาจในกองทัพเช่นเดิม แนวทางนี้จะมีความเสี่ยงในชีวิตน้อยที่สุด พล.อ.อนุพงษ์ จะได้เป็นผบ.ทบ.เพราะซูเปอร์เพาเวอร์ ตัดสินใจมานานแล้วให้พยายามกุมสภาพกองทัพให้เว้นระยะห่างจากการเมืองมากขึ้น เหลือแค่เพียงทำอย่างไรให้พล.อ.สนธิ สบายใจว่าจะไม่ถูกเช็คบิลจากอำนาจเก่าและพล.อ.สพรั่ง ไม่เสียหน้า เสียศักดิ์ศรี รุ่นน้องข้ามหัวไปเป็นนาย ในขณะที่พล.อ.ชวลิต จะเลือกทำตัวเป็น "โซ่ข้อกลาง(ที่ไม่รู้ข้อไหนกันแน่)" ไปเรื่อยๆ เพื่อรอฉวยโอกาสทำฝันคนแก่เป็นจริงกลับมาเป็น "นายกรัฐมนตรีรอบสอง" ส่วนพล.อ.ธรรมรักษ์ น่าจะเลือกปฏิบัติการ "ไถ่บาป" ตามคำขอร้องของผู้ใหญ่ เพราะไม่เกิดประโยชน์อันใดกับตัวเองเลย หากยังยึดโยงช่วยเหลืออำนาจเก่าที่ทอดทิ้งพล.อ.ธรรมรักษ์ ให้เผชิญชะตากรรมคดีอาญายุบพรรคไทยรักไทย |
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||