• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 96
  • จำนวนผู้ชม : 54319
  • จำนวนผู้โหวต : 127
  • ส่ง msg :
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 9 กันยายน 2550
ผบ.ทบ.คนใหม่ สิ้นสุด หรือ สืบทอด "ยุคทหารนำการเมือง"
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 596 , 15:07:41 น.  
พิมพ์หน้านี้


นับไปอีก 10 วันจะครบรอบ 1 ปีวันรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 แต่จุดสนใจของสังคมยังจับจ้องผู้จะมาแทนในตำแหน่ง "ผู้บัญชาการทหารบก" แทน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ที่จะเกษียณอายุสิ้นเดือนก.ย.นี้
  

   แม้ว่าพล.อ.สนธิยังมีตำแหน่งประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) รองรับอยู่  แต่ดูเหมือนว่าตำแหน่งนี้แทบไม่มีอำนาจทางพฤตินัยที่จะไปให้คุณให้โทษใครในกองทัพได้อีกแล้ว
  

   เหลือเพียงทาง "นิตินัย" ที่บัญญัติไว้ในบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่กำหนดให้คมช.หมดอายุไป พร้อมๆ กับการสิ้นสภาพของคณะรัฐมนตรีพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์เมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งคาดว่าคงจะไม่เกินเดือนม.ค. 2550 หรืออย่างช้าต้นเดือนก.พ. 2550 หากวันเลือกตั้งยังเป็นไปตามกำหนดเดิมวันอาทิตย์ที่ 23 ธ.ค.นี้
    สถานะประธานคมช.ของพล.อ.สนธิ ณ เวลานี้ จึงอยู่ในสภาพ "นับถอยหลัง" ออกจาก "อำนาจในกองทัพ" เร็วกว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรีพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่ยังมีอำนาจเต็มในการบริหารจัดการประเทศ จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่จากการเลือกตั้งในต้นปีหน้า
    

   "อำนาจ" ในการเลือกใครมานั่งในตำแหน่ง "ผู้บัญชาการทหารบก" จึงแทบไม่หลงเหลืออยู่เลย  น่าจะทำได้อย่างมากที่สุดคือ การเสนอชื่อ "ผู้เหมาะสม" ให้กับนายกฯสุรยุทธ์และรัฐมนตรีกลาโหม พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ และแน่นอนว่าการตัดสินใจขั้นสุดท้ายคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับนายกฯสุรยุทธ์กับพล.อ.บุญรอดด้วยเช่นกัน
   

   พล.อ.สนธิ ณ เวลานี้ จึงออกอาการละล้าละลังไม่แน่ใจใน "อำนาจ" ของตัวเองว่าจะมีใครฟังต่อไปอีกหรือไม่ เมื่อพ้นจากตำแหน่ง "ผู้บัญชาการทหารบก" ในอีก 20 วันข้างหน้า ซึ่งเป็นเรื่องน่าเห็นใจเป็นอย่างยิ่งกับการตัดสินใจเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 เสี่ยงตายรัฐประหารล้มล้างรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรที่มีกำแพงอำนาจจากประชาชนระดับล่างเป็นเกราะแข็งแกร่งมากที่สุด เมื่อเทียบกับกับรัฐบาลพลเรือนในอดีตทุกชุด
   

   การรัฐประหารเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องชอบธรรมและไม่เป็นที่ยอมรับของประชาคมโลก แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วอันเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ล่อแหลมนำไปสู่การจลาจลนองเลือดระหว่างมวลชน 2 ฝ่าย
  

   ย่อมไม่เกิดประโยชน์อันใดกับประเทศชาติในการเดินไปข้างหน้า ด้วยการเรียกร้องให้ย้อนเวลากลับไป "จัดการ" กับอดีตนายกฯทักษิณตามกระบวนการประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2540   ซึ่งในความเป็นจริงแล้วได้สูญสลายจากประเทศไทยไปแล้วด้วยอำนาจเงินและอำนาจรัฐของอดีตนายกฯทักษิณที่อาศัยเสียงประชาชนรากหญ้าบังหน้า
  

   ในห้วงเวลาใกล้ครบรอบ 1 ปี รัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 กับการขานชื่อ "ผู้บัญชาการทหารบก" คนใหม่ จึงเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของประเทศไทยที่ยืนอยู่ทางสองแพร่งระหว่างการเปลี่ยนถ่ายประเทศภายใต้รัฐบาลทหารไปสู่รัฐบาลพลเรือนอย่างสมบูรณ์
  

   หรือจะเป็นเพียงการสร้างกระบวนการเปลี่ยนถ่ายประเทศ ด้วยรูปแบบ "การเลือกตั้ง" ที่ยังตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของกองทัพ เพื่อให้ได้ "รัฐบาลพลเรือน" ที่ยังเป็น "นอมินี" ของคมช.ในการสืบทอดอำนาจแทนรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ที่เป็น "รัฐบาลทหาร" โดยตรง
   

   ยังดีที่ปูมหลังของนายกฯสุรยุทธ์สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ในความเป็น "นายทหารอาชีพ" ที่ไม่ต้องการเข้ามาข้องแวะกับการเมือง จึงทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลชุดนี้ "ไม่ขี้เหร่" นักในสายตาประชาคมโลก 
 

   แต่พวกเขากำลังจับตาดูว่าคำพูดของพล.อ.สุรยุทธ์จะเป็นจริงหรือไม่ ในการช่วยประคับประคองประเทศให้เปลี่ยนถ่ายจาก "รัฐบาลทหาร" ไปสู่ "รัฐบาลเลือกตั้ง" ที่มาจากการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมจริงๆ หรือไม่
  

   ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่งกับปฏิกิริยา "เชิงลบ" ของผู้ใหญ่ในสังคมหลายคน แย่งกันแสดงความ รักชาติ ด้วยการ "ด่วนปฏิเสธและประณาม" ข้อเสนอการลงนาม "บันทึกช่วยจำ" หรือเอ็มโอยูกับกลุ่มสหภาพยุโรปที่ต้องการ

   "จัดทีม" เข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้งในปลายปีนี้ว่าถือเป็นการเข้ามา "วางก้าม" เหนือกฎหมายไทย
   

   โดยไม่ได้ใช้ "ท่าทีเชิงบวก" แสดงความเป็นมิตรกับข้อเสนออียู แปรวิกฤติจากรัฐประหาร (ที่ไม่ค่อยมีใครยอมรับ) เป็นโอกาสเพื่อแสดงความโปร่งใสในเบื้องต้นให้เห็นว่าการเลือกตั้งในประเทศไทยปลายปีนี้จะไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้นอำพรางหรือกลัวการตรวจสอบจากนานาชาติ
  

   แล้วใช้วิถีทางการทูตระหว่างประเทศของสังคมอารยะ (น่าผิดหวัง รัฐมนตรีต่างประเทศ "นิตย์ พิบูลสงคราม" ที่ตามกระแสแสดงให้เห็นว่ามีเลือดรักชาติเข้มข้น) ด้วยการออกปากเชิญผู้แทนอียูมา "เจรจา" เพื่อหาทางลดเงื่อนไขในเอ็มโอยูที่เป็นมาตรฐานธรรมาภิบาลสูงสุดของอียูในการเข้าไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งมากว่า 50 ประเทศมาแล้ว
   

   ทำไมจะต้องแข่งกันตะโกนโหวกเหวกถึงความรักชาติแบบปิดตา-ปิดหูตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "อธิปไตยของไทย" ที่ไม่แน่ใจว่าจะยังมีอยู่จริงอีกแค่ไหนในอนาคตอันใกล้ หากรัฐบาลพลเรือนหลังการเลือกตั้งไม่ได้รับการยอมรับจากประชาคมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มอียูที่ไม่ยอมรับรัฐบาลใดๆ ที่มาจากการรัฐประหารอยู่แล้ว ประเทศไทยจะอยู่อย่างไรในประชาคมโลกที่รังเกียจการรัฐประหาร
   

   ผมได้รับหนังสือ "การตัดสินใจของผู้บัญชาการทหารบก" ของพล.อ.สุรพันธ์ พุ่มแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ที่รวบรวมมาจากดุษฎีนิพนธ์ "โครงการปรัชญาดุษฎีบัณฑิตสาขารัฐประศาสนศาสตร์" มหาวิทยาลัยรามคำแห่ง รุ่นที่ 1 ที่พล.อ.สุรพันธ์ได้เข้าไปเป็นนักศึกษาปริญญาเอก
  

   พล.อ.สุรพันธ์ได้จั่วหัวเรื่องไว้ในหน้าปกที่มีดาวห้าแฉกอยู่ 5 ดวงไว้อย่างน่าสนใจว่า "ตีแผ่หัวอก ผบ.ทบ.อยู่เย็นเป็นสุขหรือไฉน? ล้วงลึกก้นบึ้งของหัวใจโดยพล.อ.สุรพันธ์ พุ่มแก้ว"
  

   คำนำเกริ่นไว้ว่า "ใครสักคน...ที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง ผบ.ทบ.หรือ ผู้บัญชาการทหารบกนั้น มักถูกจับตามองเป็นพิเศษ ยิ่งกว่าผู้บัญชาการเหล่าทัพใด อาจเป็นเพราะว่าผบ.ทบ.นั้น เป็นหัวแถวของกองกำลังขนาดใหญ่และมีศักยภาพสูง...เพียงพอที่จะค้ำจุนอำนาจหรือล้มกระดานได้ทุกเมื่อ ฉะนั้นอาจกล่าวได้ว่าตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารบก เป็นตำแหน่งที่ต้องคัดกรองกันอย่างละเอียดรอบคอบเป็นพิเศษ เพื่อความยั่งยืนของอำนาจทางการเมือง"
  

   ดุษฎีนิพนธ์เล่มนี้ได้เลือกแบ่งช่วงเวลาวิเคราะห์ตั้งแต่ปี 2516- ก.ย. 2548 (ก่อนยุคผบ.ทบ.พล.อ.สนธิ) ที่มีการแต่งตั้งผู้บัญชาการทหารบก 34 คนในช่วงนายกรัฐมนตรี 14 คน แบ่งออกเป็น 5 ยุค
  

   ยุคประชาธิปไตยเฟื่องฟู 1 ต.ค. 2516- 30 ก.ย. 2521 มีผบ.ทบ. 3 คนคือ พล.อ.กฤษณ์ สีวะรา (1 ต.ค. 2516-30 ก.ย. 2518) , พล.อ.บุญชัย บำรุงพงศ์ (1 ต.ค. 2518-30 ก.ย. 2519),พล.อ.เสริม ณ นคร ( 1ต.ค. 2519-30 ก.ย. 2521)
  

   ยุคต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ 1 ต.ค. 2521-28 มี.ค. 2533 มีผบ.ทบ. 4 คนคือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ (1 ต.ค. 2521-25 ส.ค. 2524, ควบตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อ 3 มี.ค. 2523-25 ส.ค. 2524) ,พล.อ.ประยุทธ จารุมณี (26 ส.ค. 2524-30 ก.ย. 2525) , พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก (1 ต.ค. 2525- ถูกปลดฟ้าผ่า 27 พ.ค. 2529) และพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ (27 พ.ค. 2529-28 มี.ค. 2533 ลาออกไปตั้งพรรคความหวังใหม่)
  

   ยุคพฤษภาทมิฬ 29 มี.ค. 2533- 31 ก.ค. 2535 มีผบ.ทบ. 2 คนคือ พล.อ.สุจินดา คราประยูร (29 มี.ค. 2533 แล้วร่วมรัฐประหารรัฐบาลพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณวันที่ 23 ก.พ. 2534 - 6 เม.ย. 2535 เพื่อไปรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี"คนนอก") , พล.อ.อิสระพงศ์ หนุนภักดี (7 เม.ย. 2535-31 ก.ค. 2535 พ้นจากตำแหน่งในรัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน 2)
  

   ยุคทหารอาชีพ 1 ส.ค. 2535- 30 ก.ย. 2545 มีผบ.ทบ.4 คนคือ พล.อ.วิมล วงศ์วานิช (1 ส.ค. 2535-30 ก.ย. 2538),พล.อ.ประมณฑ์ ผลาสินธุ์ (1 ต.ค. 2538-30 ก.ย. 2539) ,พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร (1 ต.ค. 2539-30 ก.ย. 2541) และพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ (1 ต.ค. 2541-30 ก.ย. 2545)
  

   ยุคการเมืองนำทหาร (อยู่ในช่วงรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) 1 ต.ค. 2545-30 ก.ย. 2548 มีผบ.ทบ.3 คนคือ พล.อ.สมทัต อัตตะนันทน์ (1 ต.ค. 2545-30 ก.ย. 2546 ),พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร (1 ต.ค. 2546-30 ก.ย. 2547) และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ (1 ต.ค.2547- 30 ก.ย. 2548)
  

   ขอเพิ่มเติมตำแหน่งผบ.ทบ.อีก 1 คนใน ยุคการเมืองนำการทหารคือ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน (1 ต.ค. 2548- 19 ก.ย. 2549) แล้วพล.อ.สนธิได้นำกองทัพยึดอำนาจรัฐบาลทักษิณในวันที่ 19 ก.ย. 2549 น่าจะเรียกว่า ยุคทหารนำการเมือง ที่เริ่มตั้งแต่คืนวันที่ 19 ก.ย. 2549 ที่จะครบรอบ 1 ปีในอีก 10 วันข้างหน้า
 

   ใครจะเป็น "ผบ.ทบ." คนต่อไปในยุคเปลี่ยนถ่ายจากรัฐบาลทหารไปสู่รัฐบาลเลือกตั้งได้จริงหรือไม่  จึงน่าจะลองมองย้อนอดีตผ่านบทบาทของผบ.ทบ. 34 คนจากหนังสือของพล.อ.สุรพันธ์ได้พอสมควร  แม้ว่าเนื้อหาในหนังสือค่อนข้างออกมาในเชิงบวกและเห็นอกเห็นใจกับบทบาทผบทบ.ที่มีแรงกดดันและความคาดหวังจากกองทัพกับสังคมที่บางครั้งไม่สอดคล้องกันมากนัก
  

   ผบ.ทบ.ที่ลงมือปฏิวัติแล้วสำเร็จมีเพียงพล.อ.สุจินดากับพล.อ.สนธิ แต่พล.อ.สุจินดากลับสืบทอดอำนาจหลังจากนั้นอีก 1 ปี จนถูกขับไล่จนเกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ส่วนพล.อ.สนธิกำลังอยู่ระหว่างการเลือกตัดสินใจในอีกไม่กี่วันข้างหน้าว่าจะลงเล่นการเมืองหรือนั่งอยู่ในตำแหน่งประธานคมช.ไปจนพ้นวาระพร้อมรัฐบาลสุรยุทธ์
  

   ผบ.ทบ.ที่ถูกปลดฟ้าผ่ามีคนเดียวก่อนเกษียณอายุคือพล.อ.อาทิตย์ แล้วหลังจากนั้นไปเล่นการเมืองตั้ง พรรคปวงชนชาวไทย สามารถสร้างฐานในภาคอีสานพอสมควร
  

   ผบ.ทบ.ที่เมื่อพ้นจากตำแหน่งแล้วเข้ามาสู่การเมืองทันที คือพล.อ.ชวลิต (ลาออกมาตั้งพรรคความหวังใหม่),พล.อ.เชษฐาที่ลงส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยรักไทย
  

   บทบาทของผบ.ทบ.ทั้ง 34 คน จึงมีทั้งตั้งใจกับหนีไม่พ้นเข้าไปอยู่ในวังวนอำนาจทางการเมืองโดยตรงและพยายามถอยห่างออกมาเพื่อทำหน้าที่ "ทหารอาชีพ"
   

   ผู้ที่จะมาเป็นผบ.ทบ.ยุคต่อจากพล.อ.สนธิ จึงเป็นดัชนีสำคัญของสังคมไทยในการเดินหน้าไปสู่อนาคตหนไหน ทางสองแพร่งการสืบทอดอำนาจ "ยุคทหารนำการเมือง" กับ "ยุคทหารอาชีพ" ด้วยการทยอยกลับเข้ากรมกองเพื่อเปิดโอกาสให้สังคมไทยคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างสันติที่ประชาคมโลกยอมรับ คงไม่ต้องทะเลาะกันโหวกเหวกอีกว่าสังคมควรจะเลือกเดินหนทางไหน?


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7
kunbig95 วันที่ : 11/10/2007 เวลา : 21.51 น.
http://www.oknation.net/blog/kunbig99

ผู้หลักผู้ใหญ่ สอนอย่างหนึ่ง ทำอีกอย่างหนึ่ง ช่วยกันประณามกันหน่อยเถอะ คุณอดิศักดิ์
ก็มีอะไรไม่เคยหันหน้าเข้าหากันปรึกษาหารือกันให้ชัดๆ มีอะไรเชิญมาพูดคุยกันก่อน ก่อนที่จะไปพูดกับผู้อื่น ทำไมต้องพูดผ่าน สื่อ ผ่านคนอื่น แขวะกันไปแขวะกันมาทั้งต่อหน้าและลับหลัง แล้วก็ทะเลาะกันให้ประชาชน ทั้งเด็กผู้ใหญ่ คนมีการศึกษาน้อย มีการศึกษามากได้รับรู้ แย่มากถึงห่วยมากๆๆ
สอนเด็กและคนอื่นว่ามีอะไรก็ให้คุยกัน ทำความเข้าใจกันก่อน อย่าใจร้อนหุนหันพลันแล่น คณะรัฐบาลฟังด้วยเถอะ
สอนเด็กสอนคนอื่นว่าอย่าโกหก แต่ตัวเองไม่เคยพูดจริง นี่คือผู้ปกครองและนักการเมืองที่ดีหรือ
ครับ ช่วยกันประณามด้วยเถอะครับ
ไม่ทราบว่ามีใครเห็นด้วยหรือเปล่า แต่ผมคิด
ความคิดเห็นที่ 6
..ปาปารัสโซ่.. วันที่ : 10/09/2007 เวลา : 16.58 น.
http://www.oknation.net/blog/paparusso

คำถาม ที่ตั้งขึ้น หรือจั่วหัว...
อาจจะคุ้นเคยสำหรับคนในยุดพฤษภาทมิฬ 35

ในความคุ้นเคยที่ทหารอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัดเจน.
ว่าทหารไม่อาจจะกลับมา "นำการเมือง"ได้อีกครั้ง
มีหลายเวธีที่ฟันธงตรงๆกันในช่วงนั้นว่า...

ทหารไม่อาจจะกลับมาได้..เพราะประชาชนเขาเบื่อ และเอือมระอา...

แต่ผ่านไป 15 ปีทหารกลับมาอย่าง"วีรบุรุษ" และสอดคล้องกับข้อเขียนของนักวิชาการอย่าง "เกษียณ เตชะพีระ"ที่เขียนไว้ก่อนการรัฐประหาร 19 กันยาฯหลายปี

ข้อเขียนนั้นบอกว่า...
ทหารจะกลับ และจะหาทางกลับมาเยี่ยง"วีรบุรุษ" และประชาชนจะแซ่ซ้อง

ความจริงนั้นได้ปรากฏ...ชัดเจนแล้ว...

---- ทหารแม้เข้ากรมฯกอง..แต่อำนาจผบ.ทบ.ต่อไปนี้อีกอย่างน้อย 3 ปีมีผลต่ออำนาจทางการเมือง...แน่นอน

--- มีข้อเขียนที่ติดใจอย่างหนึ่งคือยุค "บิ๊กเหวียง" ที่บอกว่า "ยุคทหารอาชีพ"
"บิ๊กเหวียง"พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร (1 ต.ค. 2539-30 ก.ย. 2541) อย่างลืมว่าก่อนหน้าการขึ้นสู่ตำแหน่งผบ.ทบ.ของ "สุรุยุทธ์"มีแรงขับมากมายในช่วงนั้นในกองทัพ...
แรงขับที่ว่ามาจาก "พล.อ.ชวลิต" บวก "เชษฐา"ที่ต้องการให้เห็น "สำเภา ชูศรี" ขึ้นผบ.ทบ....
แต่" ชวน หลีกภัย" กลับเลือกจิ้ม "พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์" เป้นผบ.ทบ.แบบโหกโผ....

และยุคผบ.ทบ. "สุรุยทธ์" ก็มีวิวาทะกับ"ทักษิณ"หลายครั้ง

อย่าโอเวอร์รีแอ็ค..!!! คำนี้ทหารเจ็บหัวใจชมัดนะครับ..
เพราะแค่ยกกำลัง..ไปฝึกภาคสนามที่ชายแดน...กลับถูก "ทักษิณ" ต่อว่าอย่างเจ็บปวด..

คนระดับผบ.ทบ.อ่อนแอ..
แม้"บิ๊กตุ๊ด-วัธนชัย ฉายเหมือนวงค์" แม่ทัพภ.3 ขณะนั้นยังพูดไม่เต็มปาก..เมือ่เพื่อนรักอย่าง"สุรุยุทธ์"ไม่ตอบโต้"ทักษิณ"

แต่ผลจาการนั้น...นิตยสารไทม์ ขึ้นปกรูปหน้า"พล.อ.สุรุยทธ์"ในช่วงปีใหม่...

ตอบหน้า"ทักษิณ"อย่างเจ็บแสบ...




ความคิดเห็นที่ 5
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 10/09/2007 เวลา : 16.15 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

ในยุคนี้ทหารไม่มีทางนำการเมืองไปได้นานหรอกครับ อย่ากลัวเรื่องสืบทอดไปเลย เพราะหากพยายามจะนำการเมืองเหมือนพลเอกสนธิ ทหารคนนั้นก็จะกลายเป็นคนสุดท้ายของยุคทันที และทหารก็จะเข้าสู่ยุคใหม่อย่างเร็วขึ้นด้วยซ้ำ
ความคิดเห็นที่ 4
เมอร์ซีไซด์สีแดง วันที่ : 10/09/2007 เวลา : 15.54 น.
http://www.oknation.net/blog/LIVRED


รักพี่เสียดายน้อง
กลัวขัดแย้ง
กลัวปฏิวัติซ้ำ
กลัวไม่ถูกใจใครบางคน
ความคิดเห็นที่ 3
ลุงต้าลี่ วันที่ : 10/09/2007 เวลา : 11.40 น.
http://www.oknation.net/blog/loongdali

เห็นด้วยกับการวิเคราะห์ได้เฉียบคม และแม่นตรง สรุปได้ว่า ผบ.ทบ.เป็นเพียงหัวโขนให้สืบทอดอำนาจ เพื่อค้ำจุน อำนาจที่แท้จริง ที่ไม่ใช่ของ ผบ.ทบ. ต่อไป .... เข้าใจถูกหรือเปล่า...นี่..!!?
ความคิดเห็นที่ 2
dy วันที่ : 09/09/2007 เวลา : 21.33 น.

ก็เอาแบบนี้ไปเลยว่า ต่อไปประเทศไทยต้องเป็นรัฐบาลทหารเท่านั้น เอามั้ยครับใครอยากได้ก็จัดให้ลงประชามติไปซะสิ้นเรื่อง จะได้ไม่ต้องเปลืองงบประมาณในการปฎิวัติคราวก่อนก็หกพันกว่าล้านนี่ยังไม่นับเงินรางวัลในการปฎิวัติสำเร็จอีกต่างหาก ทหารนำการเมือง หรือรัฐบาลทหาร ก็ไม่ต่างกัน
ความคิดเห็นที่ 1
feng_shui วันที่ : 09/09/2007 เวลา : 18.00 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

คงต้องมีธรรมเนียมการสืบทอดนี้ไปอีกนาน กระมังคะ


แสดงความคิดเห็น

  ล๊อกอินเข้าสู้ระบบ คลิกที่นี่   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณ OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30