วันอาทิตย์ ที่ 16 กันยายน 2550
ละครการเมืองไทยจะไม่เป็น"น้ำเน่า" อย่าแค่บ่นเบื่อเซ็ง ช่วยกันหา"หน้าใหม่"
Posted by
อดิศักดิ์
,
ผู้อ่าน : 495
, 16:37:01 น.
พิมพ์หน้านี้
|
ผมคิดว่านักวิเคราะห์การเมืองที่อ่านการเมืองไทยได้ "ขาด" และทำให้เห็นภาพชัดที่สุดว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นและจะเกิดอะไรขึ้นอีกคือ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย นายราล์ฟ แอล.บอยซ์ ที่พูดกับนักข่าวหลังไปคุย "หาข่าว" กับคุณบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยและอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 21ว่า "ในสถานการณ์อย่างปัจจุบัน ที่ทุกวัน ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลง เป็นเหมือนละครที่น่าดูจริงๆ แต่ไม่ใช่ละครน้ำเน่านะ" เอกอัครราชทูตมะริกันคนนี้พูดภาษาไทยได้ชัดถ้อยชัดคำและยังสื่อความหมายลึกซึ้ง มองการเมืองไทยทะลุปรุโปร่งว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นและอะไรจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้น "คนไทย" อย่าเพิ่งออกอาการเหม็นเบื่อ "ฉากละคร" ที่มีตัวละครเดิมๆ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อ "ละครทางการเมือง" หลายโรงออกมาเล่นบท "รวมกลุ่ม-รวมพรรค" ที่ขอให้คิดเสียว่าเป็นเพียงยุทธการฉายหนังตัวอย่างตีปี๊บ เพื่อสร้างเรทติ้งแข่งกันแย่ง "คนดู" เท่านั้นเองจริงๆ บทละครจริงๆ ที่ใครจะเล่นเป็นผู้แสดงนำคือหัวหน้าพรรค ใครจะเป็นแม่บ้านคือเลขาธิการพรรค ใครจะเป็นนายทุนอำนวยการสร้างยังไม่มีข้อสรุป นายทุนผู้อำนวยการสร้างที่เป็นนายทุนพรรค กำลังอยู่ระหว่างการหาทุนเพื่อ "แคสติ้ง" ผู้แสดงเข้ามารับบทต่างๆ ที่อยู่ระหว่างการเขียนบทเพื่อเปิดวิกแสดงในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่เปิดรับสมัครส.ส.อย่างเป็นทางการ ท่านทูตบอยซ์ที่รู้ภาษาไทยและรู้จักนักการเมืองไทยมาอย่างดีไม่น้อยกว่า 20 ปี จึงไม่ได้ออกอาการเหม็นเบื่อการเมืองไทย แต่กลับบอกว่า "น่าดู" เป็นอย่างยิ่ง เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ ขอเติมคำขยายความจากคำพูดของท่านทูตบอยซ์ว่า "เมื่อผลประโยชน์ลงตัว" และเห็นจะเป็นจริงอย่างที่ท่านทูตบอยซ์พูดว่าไม่ใช่ "ละครน้ำเน่า" ที่มีแต่เรื่องในทำนองร้อยเรื่องบทเดียวคือ นางเอกเป็นคนดีกับนางอิจฉาตบตีกันแย่งพระเอกทายาทมหาเศรษฐีแต่อย่างใด ละครการเมืองไทยเป็นเรื่องของผลประโยชน์โดยแท้ ชิงรักหักสวาทกับบู๊ล้างผลาญมีแทรกอยู่บ้างเป็นระยะๆ เพื่อให้ละครการเมืองมีสีสันสนุกขึ้น แต่โดยรวมแล้วอย่าไปคาดหวังสูงจนออกอาการผิดหวัง ขอให้มองว่าเป็นละคร เรื่องไหนเรทติ้งไม่ดีก็จะลาโรงไปเร็วเท่านั้นเอง มองการเมืองไทยให้เป็นละครแบบท่านทูตบอยซ์แล้วจะสบายใจขึ้นเป็นกองว่า อะไรๆ ก็ยังเปลี่ยนแปลงได้ อย่าไปซีเรียสหรือสิ้นหวังกับการเมือง ในช่วงนี้ มองให้เป็นละครแล้วจะรื่นรมย์ขึ้น เมื่อเห็น "นักการเมือง" เปลี่ยนบทแสดงจนคนดูแทบไม่ทัน อ้าปากด้วยความทึ่งว่าทำไมจึงสามารถพลิกบทได้มากขนาดนี้ โดยเฉพาะวันอังคารที่ 11 กันยายน เกิดการรวมตัวของนักการเมืองรุ่นลายครามกับรุ่นใหม่ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะขึ้นเวทีเดียวกันได้ ประกาศเจตนารมณ์ "เพื่อแผ่นดิน" "คุณประชัย เลี่ยวไพรัตน์" นักธุรกิจที่ผันตัวเองมาเป็นนักการเมืองเต็มตัว แกนนำต่อต้านระบอบทักษิณสายฮาร์ดคอร์ นั่งอยู่บนเวทีเดียวกับ "คุณสุรเกียรติ์ เสถียรไทย" อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศตลอดรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 5 ปี ประกาศก้องไม่ต่อท่ออำนาจเก่า-ไม่สืบทอดอำนาจคมช.เพื่อร่วมกันสานเจตนารมณ์ "เพื่อแผ่นดิน" แต่ทุกคนในประเทศนี้ยังจำได้ว่า ในคืนวันรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 คุณสุรเกียรติ์ให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น ยืนยันว่ารัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังเป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศไทยและอยู่ปลอบใจคุณทักษิณไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมงที่มหานครนิวยอร์ก จึงได้ยินคำผรุสวาทที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนจากปากอดีตนายใหญ่ คุณสุรนันทน์ เวชชาชีวะ นักการเมืองหนุ่มอนาคตไกลตระกูล "เวชชาชีวะ" ลูกพี่ลูกน้องกับคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ "ว่าที่ตัวเต็งนายกรัฐมนตรีคนที่ 25" แต่คุณสุรนันทน์ถูกตัดสินจำคุก 5 ปีตัดสิทธิทางการเมือง ทำหน้าที่เป็นโฆษกได้อย่างไม่ขัดเขินประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมกลุ่ม "เพื่อแผ่นดิน" อาทิเช่น เสนาะ เทียนทอง, วัฒนา อัศวเหม, พินิจ จารุสมบัติ, สมศักดิ์ เทพสุทิน, สุวิทย์ คุณกิตติ แม้กระทั่ง "สมบัติ เมทะนี" กับ "ลลิตา ฤกษ์สำราญ" ยังได้รับเกียรติให้ขึ้นไปนั่งแท่นอยู่บนเวทีประกาศเจตนารมณ์ "เพื่อเแผ่นดิน" หากได้เจอคุณสุรนันทน์คงจะต้องขอถามให้ตอบจริงๆ ว่า เต็มใจประกาศรายชื่อเหล่านั้น หรือกระอักกระอ่วนใจกันแน่ คุณสุรนันทน์รู้จักกำพืดของทุกคนเป็นอย่างดี แต่เอาเถอะ "เพื่อแผ่นดิน" ที่จะเป็นของใครก็ยังไม่รู้หลังเลือกตั้ง พอเข้าใจหัวอกคุณสุรนันทน์ในฐานะผู้ช่วยผู้กำกับการแสดงชั่วคราวร่วมกับคุณสุรเกียรติ์ คงหนีไม่พ้นที่ต้องประกาศรายชื่อ "นักแสดงละคร" เรื่อง "เพื่อแผ่นดิน" ไปก่อน ส่วนเมื่อถึงเวลาถ่ายทำจริงๆ แล้วจะมีการเปลี่ยน "นักแสดงใหม่" ก็คงไม่เป็นไร ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน ใครๆ ในบ้านเมืองนี้ที่เล่นการเมืองก็ทำอย่างนี้มาจนกลายเป็น "ธรรมเนียมการเมือง" ที่ไม่มีใครเชื่อใจใครได้ 100% คุณสุรนันทน์คงคิดว่าไหนๆ ก็ไหนๆ เมื่อข้าพเจ้าในฐานะพลเมืองไทยที่ไม่ได้ทำผิดใดๆ แต่ไม่มีสิทธิลงเลือกตั้ง จะไปวางท่าถือตัวสร้างราคา ทำเรื่องมากท่าเยอะแบบ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ทำไมกันเล่า ตกบ่าย พรรคร่วมฝ่ายค้าน 3 พรรค คือ ประชาธิปัตย์ ชาติไทย และมหาชน ที่กะหนุงกะหนิงคุยกัน แล้วคุณบรรหารออกมาออดอ้อนว่าไม่มีบิ๊กเซอร์ไพรส์จากคุณเสนาะที่จะมาร่วมคุย เพราะคุณเสนาะตัดสินใจไปเล่นเวที "เพื่อแผ่นดิน" แล้ว หลังจากตกปากรับคำจะมาร่วม "แสดงสมทบ" กับ "ผู้แสดงอาวุโสทางการเมือง 2 คน" คือ คุณบรรหารกับพล.ต.สนั่น เพื่อทำให้ "ผู้แสดงรุ่นน้องหน้าหล่อ" คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปล่งประกายราศี "ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 25" จับมากขึ้น อีก 2 วันถัดมา เกิดปรากฏการณ์รวมเวทีละครการเมือง ระหว่างเวทีรวมใจไทยของดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, คุณประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ กับเวทีลำตะคองชาติพัฒนาของคุณสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กลายเป็นเวทีชื่อยาวจนเหลือเชื่อ "รวมใจไทยชาติพัฒนา"ขอสวมวิญญาณนักวิจารณ์ละครอย่างตรงไปตรงมาถึงเวทีละคร 2-3 วิกที่แข่งกันเปิดใหม่อย่างฉุกละหุกว่าจะไปรอดหรือไม่ เวทีละคร "เพื่อแผ่นดิน" จะวงแตกเป็นคณะแรก ตั้งแต่ยังไม่เปิดแสดงค่อนข้างแน่นอน # ผู้อำนวยการสร้าง(นายทุน)คุณประชัย เลี่ยวไพรัตน์ พูดชัดถ้อยชัดคำได้ เพราะเป็นนายทุนผู้อำนวยการสร้างตัวจริงคนเดียว บอกว่าเมื่อเปิดเวทีเสร็จแล้วทุกคนจะต้องเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคประชาราช จะต้องยอมให้เสนาะ เทียนทองเป็นหัวหน้าเวทีละครไปก่อน จากนั้นจะพยายามขุดนักแสดงหน้าเก่าอย่างคุณกร ทัพพะรังสี, ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ มาแข่ง "นายกรัฐมนตรีคนที่ 25" ผู้อำนวยการสร้างสัญญาว่าจะทุ่มทุนสร้างเพื่อให้ได้ตำแหน่งนี้ แต่แย้มว่าถ้าคนดูปรบมือเชียร์ให้ "ผู้อำนวยการสร้าง"เป็น"นายกรัฐมนตรีคนที่ 25" เสียเอง ก็พร้อมเต็มที่ #สองส.เสือ สุรเกียรติ์-สุรนันทน์ ในสายตาคุณประชัยหมดหน้าที่ประสานงานต้อนนักแสดงเข้าคอกแล้ว ควรจะถอยออกไปห่างๆ ได้แล้ว เพราะทำงานรับใช้ระบอบทักษิณมายาวนาน แม้จะพยายามเปลี่ยนอุดมการณ์แล้ว แต่แฟนละครโรงนี้ยังไม่ไว้ใจ ปาขวดน้ำใส่เวทีมาหลายวันแล้ว # สมศักดิ์ เทพสุทิน, พินิจ จารุสมบัติ, ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ, สุวิทย์ คุณกิตติ คุณประชัยมองว่า เมื่อยอมยกอดีตนักแสดงส.ส.มาฝากให้เล่นละครโรง "ประชาราช" ที่จะมีเงินเดือนประจำไปพลางๆ ก่อน นายโรงเดิมควรจะถอยไปห่างๆ เช่นกัน เพราะหัวหน้ากลุ่มทุกคนยังติดโทษห้ามแสดงละครเป็นเวลา 5 ปี ไม่ควรมาเสนอหน้า มิเช่นนั้นอาจจะทำให้กรรมการ(คณะกรรมการการเลือกตั้ง)ยุบเวทีละครนี้ ข้อแนะนำด้วยความปรารถนาดีสำหรับนักแสดงละครการเมืองเวที "เพื่อแผ่นดิน" สำหรับสองส.เสือ สุรเกียรติ์กับสุรนันทน์ โดยเฉพาะคุณสุรนันทน์ควรจะใช้เวลานี้ประกาศ "เว้นวรรค" การเมืองไปก่อน เพราะมองยังไงเวทีละคร "เพื่อแผ่นดิน" ก็ไปไม่รอด เปิดไม่ได้ จะบากหน้ากลับไป "รวมใจไทยชาติพัฒนา" ก็คงไม่ได้แล้ว คุณสุรนันทน์จะยิ่งเสียคนเสียราคาไปยิ่งกว่านี้หากยังดันทุรังยื้อเวทีนี้ที่ตัวเองไม่ได้ "ออกทุน" จึงควรจะอยู่นิ่งๆ แล้วลับมันสมองอันปราดเปรื่องทำงานวิชาการแบบเนื้อๆ บ่มเพาะนโยบายเพื่อหาทางออกให้ประเทศไทยไม่จำกัดแค่กรุงเทพฯ แล้วนำเสนอออกมาเป็นระยะๆ ผ่านสื่อมวลชนตามความถนัด เพื่อเป็นประภาคารส่องสว่างให้กับสังคมที่ยังมึนๆ กับละครการเมืองยุคคมช. สำหรับเวทีละคร "รวมใจไทยชาติพัฒนา" ที่แม้ขาดความคิดสร้างสรรค์ตั้งชื่อยาวยิ่งกว่าคณะลิเก แต่เมื่อดูองค์ประกอบตัวละคร บทไม่ขี่กันมากนัก น่าจะพอกล้อมแกล้มเปิดเวทีเล่นได้ ส่วนจะเรียกคนดูได้มากแค่ไหนคงต้องรอเวลาเขียนบทนโยบายและระดมทุนว่าจะสามารถทุ่มทุนสร้างได้แค่ไหน อาจารย์สมคิดกับอาจารย์เอนกเล่นบท "เขียนบทละครภาคนโยบาย", ประดิษฐ์กับสุวัจน์เล่นบท "ผู้อำนวยการสร้างกับแสดงเองกรณีประดิษฐ์ และปั้นนักแสดงหน้าใหม่แทนกรณีสุวัจน์ได้", พิจิตต รัตตกุลหากได้เล่นบท "อัล กอร์ เมืองไทย" นโยบายภาวะโลกร้อนและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นเรื่องเป็นราว อาจจะมีโอกาสเรียกเสียงเชียร์จากแม่ยกสายเอ็นจีโอได้ (แต่ไม่แน่ใจจะได้คะแนนมากแค่ไหน) ส่วนเวทีอื่นๆ ที่กำลังพยายามสร้างบทเพื่อสร้างภาพสร้างราคา ยกเว้นพรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทยและพรรคมหาชนที่เปิดเวทีมานานพอควรจนมีแฟนประจำอยู่จำนวนหนึ่งอยู่แล้ว กาชื่อไว้ได้เลยว่าเวทีใหม่ๆ จะเปิดไม่ได้ หรือถ้าเปิดได้ก็ไม่มีนักแสดงระดับดาวเด่น เช่น พรรคทางเลือกใหม่ของร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุงที่หลังจากได้ดีกรีดอกเตอร์มาประดับชื่อ ดูจะมากลีลากลายเป็นยอกย้อนจนน่าเบื่อไม่มีสีสันสนุกเหมือนเดิม กลุ่มแทนคุณแผ่นดินอีสาน "ไม่เอาสมัคร-รักทักษิณ" แล้วคนอีสานจะเลือกหรือเปล่า กลุ่มรักชาติที่แผ่วลงไปกับสายลม ละครการเมือง "ของจริง" ยังไม่ได้เริ่ม อย่าเพิ่งเบื่อแล้วไปด่านักการเมืองน้ำเน่า อย่าเพิ่งบ่นด้วยความท้อแท้สิ้นหวังกับสังคมนี้ ควรจะช่วยกันส่งเสริมและคัดสรร "นักแสดงหน้าใหม่" ให้ใจกล้าๆ หน่อย เดินเข้ามา "อาสา" ช่วยทำให้เกิด "ทางเลือก" กับสังคม มิเช่นนั้นก็บ่นต่อไปเถอะที่ไม่ได้ช่วยทำให้การเมืองไทยดีขึ้น ผมอายท่านทูตบอยซ์ที่ด่าการเมืองไทยอย่างสุภาพแบบนักการทูต พวกเราคนไทยมียางอายกันบ้างหรือเปล่า ----------------------------------------------- กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับเครือเนชั่น จัดโครงการสื่อสารสาธารณะเปิดเวที "โจทย์ของแผ่นดิน" จันทร์-ศุกร์ 13.00-15.00 น. เริ่ม 17 ก.ย. ทาง Nation Channel TTV 1 และเคเบิลทีวีทั่วประเทศช่อง 28
|