|
คล้อยหลัง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ยังไม่ทันเดินทางไปถึงประเทศเยอรมนี และมหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อร่วมประชุมสหประชาชาติ 
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กลับเกิดปรากฏการณ์แปลกๆ ของ "การเมืองวุ่นๆ ในฝั่งที่ไม่เอาทักษิณ" ที่อยู่ในสภาพไม่ต่างจาก "ไก่จิกกันในเข่ง" จนชวนสงสัยในคำพูดของ คุณอารีย์ วงศ์อารยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ถูกคณะกรรมการป้องการและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ลงมติว่าถือหุ้นเกิน 5% ในบริษัทเอกชนเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม แล้วพลั้งปากคำพูดแรกว่า จะไม่ลาออกไปตามเกมการเมือง แต่หลังจากนั้นทนแรงกดดันไม่ไหว ต้องจำยอมประกาศจะลาออกตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.หลังจากนายกฯ สุรยุทธ์ เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ การทำให้รัฐมนตรี 3 คน เป็นรัฐมนตรีว่าการ 2 คน "สิทธิชัย โภไคยอุดม กับอารีย์ วงศ์อารยะ" และรัฐมนตรีช่วยว่าการ 1 คน "อรนุช โอสถานนท์" ประกาศลาออกตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.ย่อมไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แล้วจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีย่อยๆ คงไม่ได้แล้ว เกมการเมืองนี้น่าจะใหญ่กว่านั้น ข่าวลือจึงกระฉ่อนไปถึงมหานครนิวยอร์ก ว่านายกฯ สุรยุทธ์ จะลาออกอีกเช่นกัน จากกรณีการครอบครองที่ดินเขายายเที่ยง ที่มีการกล่าวหาจากแกนนำฝั่งไม่เอาทักษิณ (จากการเปิดข้อมูลจากฝั่งรักทักษิณมานานแล้ว) ว่าไม่ได้แตกต่างจากกรณีรัฐมนตรี 3 คนถือหุ้นเกิน 5% ขอร้องนักข่าวสายทำเนียบรัฐบาล อย่าไปถามเรื่องเขายายเที่ยงจาก รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี "ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์" เป็นอันขาด เพราะจะสร้างความกระอักกระอ่วนลำบากใจให้กับอาจารย์ธีรภัทร์ ว่าจะเรียกร้องคุณธรรมและจริยธรรมแบบมาตรฐานเดียวกับ 3 รัฐมนตรีหรือไม่ อันเป็นเหตุผลสำคัญข้อหนึ่งในการตัดสินใจลาออกของคุณอรนุช ที่รำพึงด้วยความน้อยใจถึงความไร้มารยาทของรัฐมนตรีร่วมคณะคนหนึ่ง ที่คุณอรนุชมีมารยาทเพียงพอไม่ได้เอ่ยชื่อว่าใครคนนั้นชื่อเสียงเรียงนามใด หันไปมองอนาคตของ ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ที่แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีสุรยุทธ์ จะอยู่ในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกเป็นวันสุดท้ายในวันนี้

น่าจะเจอ "ลานบิน" พอมีเก้าอี้รองนั่งอยู่ในอำนาจหลังเกษียณไปอีก 2-3 เดือน ที่ดูไม่น่าเกลียดน่าชังมากนัก เมื่อถูกเชื้อเชิญจาก รัฐมนตรีกลาโหม พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ อยากให้มาเป็นรองนายกรัฐมนตรีและอาจจะควบรัฐมนตรีกลาโหม ด้วยก็ได้ จะเสียสละให้ แล้วต่อมาลือกันว่าจะจ่อควบมหาดไทย แต่เมื่อเหลาข่าวลงไปอีกทำท่าจะเหลือแค่รองนายกฯ สังคมคงอยู่ในสภาพงุนงงอย่างยิ่งว่าประธาน คมช.ที่ได้รับการเชื้อเชิญให้มาเป็นรองนายกฯ แต่กลับยังมีอำนาจในฐานะประธาน คมช.สามารถปลดนายกฯ ได้เช่นเดิม ส่องกล้องเข้าไปใน "เข่ง" กลุ่มไม่เอาทักษิณในดีกรีฝาก "เคียดแค้นชิงชังทักษิณ" (ไม่เพียงแค่ "ไม่เอาทักษิณ") อันประกอบด้วย สมาชิกสภานิติบัญญัติสายพันธมิตร และสายสื่อเลือกข้าง, สำนักสื่อเลือกข้าง, นักเคลื่อนไหวจุดประเด็น รวมไปถึงนายทหารที่ผิดหวังจากการโยกย้ายประจำปี ฯลฯ กลับเคลื่อนไหวคึกคักกระปรี้กระเปร่าเป็นยิ่งนักในยามนายกฯ สุรยุทธ์ เดินทางไกลไปต่างแดน บรรยากาศแนวร่วมปฏิบัติการลับ แทบไม่แตกต่างจากห้วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วที่มีการรัฐประหาร เพียงแต่อดีตนายกฯ ทักษิณ ถูกรัฐประหารแล้วไม่ได้ขึ้นพูดในเวทีประชุมสหประชาชาติ รองปลัดกระทรวงกลาโหม อย่าง พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ออกมาแสดงบทปลอบประโลมซื้อใจ "เพื่อนเก่า" ว่าที่รองปลัดกระทรวง พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร แบบได้ใจไปเกินร้อย เลือกใช้สถานะสมาชิกสภานิติบัญญัติวิพากษ์แฉปลัดกระทรวงกลาโหม ที่มีอำนาจสูงกว่าปกติในตำแหน่ง เลขาธิการ คมช. พล.อ.วินัย ภัททิยกุล แต่งตั้งน้องเมียเป็นเจ้ากรมพลังงานทหาร

อารมณ์แฉแทบไม่แตกต่างจากห้วงสุดท้ายของอดีตนายกฯ ทักษิณ ที่ถูกรองปลัดกระทรวงกลาโหมชื่อ "บรรณวิทย์" ตั้งโต๊ะให้สัมภาษณ์กระแทกแสกหน้าอดีตนายกฯ ทักษิณ ว่าใช้อำนาจเกินขอบเขตล้วงลูกกองทัพ จนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรีใดๆ เล่นพรรคเล่นพวกข้ามหัวในการแต่งตั้งโยกย้ายในกองทัพและกระทรวงจนเละเทะมาก ประเด็นสำคัญในปีที่แล้วคือ ตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม กำลังถูกคาบไปต่อหน้าต่อตา หลังจาก พล.ร.อ.บรรณวิทย์ ยอมนั่งเหงาเป็น "รองปลัดกระทรวงกลาโหม" แหงนคอตั้งบ่ารอสร้างประวัติศาสตร์ทหารเรือคนแรก ที่จะก้าวถึงดวงดาวในตำแหน่ง "ปลัดกระทรวงกลาโหม" ให้ได้ในยุคทักษิณ มิอาจล่วงรู้หยั่งลึกในจิตใจได้ว่า พล.ร.อ.บรรณวิทย์คนเดียวกันจะยังฝังใจผิดหวังกับตำแหน่งนี้หรือไม่ แม้ทักษิณจากไปแต่ "ปลัดกระทรวงกลาโหม" ก็ยังมี พล.อ.วินัยมาคว้าไปซึ่งๆ หน้าเสียอีกเมื่อปีที่แล้วหลังรัฐประหาร มิหนำซ้ำปีนี้ยังหยามศักดิ์ศรีกันอีก ถีบ "เพื่อนรัก" ที่ผิดหวังกับชะตาชีวิตไม่ได้เก้าอี้ ผบ.ทบ.มาเป็นเพื่อนร่วมห้อง "รองปลัดกระทรวง" ที่แทบไม่มีข้าทาสบริวารให้เรียกใช้ได้เหมือนยังอยู่ในกองทัพ แต่ครั้งนี้ พล.ร.อ.ถูกกระทบกระเทียบกลับมาจากเพื่อนๆ พล.อ.วินัย ว่าไม่อยากพูดถึงพฤติกรรมของนายทหารเรือคนนี้ในทางไม่ดี ถ้าหากมีคนมาบอกว่า "ตบทรัพย์" ชาวบ้าน ไม่จำเป็นต้องรีบออกมาบอกกล่าวให้สังคมเพิ่มความสงสัยว่า พล.ร.อ.บรรณวิทย์ "ตบทรัพย์" โดยยังไม่ได้ตรวจสอบก่อนย่อมไม่ใช่เรื่องถูกต้อง สังคมไทยคงกำลังสนุกและสมเพศกับการเรียนรู้ความสามารถใหม่ของทหารยุค คมช. "เก่งใช้ปากเป็นอาวุธ" มากกว่ายุคอื่นๆ ถ้าเป็นนายทหารในอดีตย้อนไปก่อนยุค จปร.5 ครองเมือง ปรากฏการณ์ต่อปากต่อคำของทหารยุคนั้นแล้ว ยังไม่เกิดเรื่องราวใหญ่โตถึงขั้นบุกกระทืบกัน น่าจะเป็นเรื่องแปลกประหลาดมาก เพราะ ท.ทหารยุคนั้นมักไม่อดทนเมื่อ "นาย" ถูกหยามเช่นนี้ แต่ยุคนี้กลับเก่งใช้ปากแทนอาวุธ ประธาน คมช.ที่เคยโลว์โพร์ไฟล์ เป็นนายทหารอีกคนหนึ่งที่ "ลับฝีปากฝึกใช้ปากเป็นอาวุธ" จนทำท่าจะเก่งกว่านักการเมืองเสียอีก แต่สุภาษิตไทยยังไม่ล้าสมัย "ปลาหมอตายเพราะปาก" ประธาน คมช.หลังจากวันนี้ 30 ก.ย.จึง "ขาลอย" ยังไม่รู้อนาคตตัวเองว่านายกฯ สุรยุทธ์จะกรุณาต่ออำนาจให้แค่ไหน ระหว่างนั่ง "เดี่ยว-รองนายกฯ" หรือ "ควบ-รมต.กลาโหมหรือมหาดไทย" หรืออาจจะวืดไม่มีเก้าอี้รองก้นหลังเกษียณ จะกลับไปเลือกลงเล่นการเมืองตั้งพรรคก็สายไปแล้ว

ปรากฏการณ์ สมาชิก สนช. 26 คน ร่วมลงชื่อเสนอญัตติสอบถามปัญหาคุณธรรมและจริยธรรมจากรัฐบาลกรณี 3 รัฐมนตรีไม่แปลก เมื่อ สนช.อย่าง น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ "คู่กัดอมตะ" นายกฯ สุรยุทธ์คาบไปป์คาบญัตตินี้โดยทันที แม้จะออกตัวว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีนายกฯ สุรยุทธ์กับที่ดินเขายายเที่ยง แปลกมากที่ไม่มีชื่อ สนช.ทนายคู่ใจบุรุษคาบไปป์ "ประพันธ์ คูณมี", แกนนำสื่อเลือกข้าง "คำนูณ สิทธิสมาน" ฯลฯ จนดูประหนึ่งว่าพวกเขาไม่เกี่ยวข้องด้วย แปลกมากเมื่อมีชื่อ สนช.ที่มีจุดยืนกลางๆ กลับร่วมลงชื่อญัตตินี้อย่างคึกคัก เช่น "เจ้าแม่ช่อง 7 กองทัพบก" สุรางค์ เปรมปรีดิ์, นักวิชาการเกียรติคุณ "อัมมาร สยามวาลา", โฆษก คปค. พล.ต.ประภาส ศกุนตนาค, "ไม้บรรทัด" อาจารย์ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์, สื่ออาวุโสที่ยืนหยัดรักษาความเป็นกลาง "บัญญัติ ทัศนียะเวช" แม้กระทั่งอดีตเลขาฯ ครม.ทักษิณ อาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ฯลฯ ในขณะที่ "สำนักสื่อเลือกข้าง" กำลังปฏิบัติการตีเหล็กเมื่อร้อน โหมกระพือข่าวในทุกช่องทางตั้งประเด็นผ่านคอลัมน์นิสต์ทวงถาม "จริยธรรม" จากนายกฯ สุรยุทธ์กรณีที่ดินเขายายเที่ยงและความไม่เอาไหนในการบริหารประเทศในรอบ 1 ปี พร้อมๆ กับโหมปฏิบัติการสาวไส้พฤติกรรมสีเทาๆ ของ พล.อ.สนธิ ประธาน คมช.ที่กำลังจะ "ขาลอย" จาก ผบ.ทบ.ในวันนี้ จนแทบไม่หลงเหลือความเป็นกัลยาณมิตรในยามอดีตที่พึ่งพากันขับไล่อดีตนายกฯ ทักษิณในช่วงปีที่แล้ว ไม่แตกต่างจากการตัดขาดกัลยาณมิตรเดิม อดีตนายกฯ ทักษิณเมื่อปลายปี 2548 สองพลเอกอย่างสุรยุทธ์กับสนธิ-กำลังจะกลายเป็น "คนเลว" และ "คน (ส่งเสริม) โกง" เสียยิ่งกว่าความเลวของอดีตนายกฯ ทักษิณ นับเป็นเรื่องเหลือเชื่อมากที่ออกจะค้านกับผลโพลล์หลายสำนักที่สุ่มถามประชาชนในเมืองใหญ่ๆ ส่วนใหญ่ยังไม่ถึงขั้นปฏิเสธขับไล่รัฐบาลสุรยุทธ์และยังเห็นอกเห็นใจในชะตาชีวิตของ พล.อ.สนธิ สัปดาห์หน้าจึงควรจับจ้องอย่ากะพริบตา "นักจุดประเด็นทางการเมือง" กำลังขยายปฏิบัติการกระตุ้นต่อมจริยธรรมให้เห็นจะๆ หลังจากอมพะนำรอจังหวะมาร่วม 1 ปีเต็ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อาจารย์วิจิตร ศรีสอ้าน สะท้านสะเทือนกับโจทย์ใหม่เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยเอกชนที่ ป.ป.ช.รับลูกไปตรวจสอบแล้ว รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ กับโจทย์เก่าอุ้มสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีเพื่ออำนาจเก่า กับสมคบกับบริษัทของอำนาจเก่าโอนเงิน 33 ล้านเหรียญสหรัฐไปไว้ในสิงคโปร์ "นักจุดประเด็นทางการเมือง" ควรจะรีบไปอ่าน หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันเสาร์ที่ผ่านมาเจาะลึกเปิดประเด็นใหม่เอี่ยม 4 รัฐมนตรีที่มีหุ้นในบริษัทเอกชนเกิน 5% แบบเดียวกับ 3 รัฐมนตรีที่ประกาศลาออกไปแล้ว "สวนิต คงสิริ" รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ, เกษม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายแพทย์มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีช่วยคลังที่เป็นนกรู้ปิดบริษัทไปแล้วหลังความผิดสำเร็จ น่าแปลกที่ข้อมูลแบบนี้ทำไมเพิ่งถูกเปิดเผยออกมา เมื่อสามารถค้นหาจากทะเบียนการค้าของกระทรวงพาณิชย์ถือเป็นข้อมูลสาธารณะอยู่แล้ว และกลับน่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อ "กล้านรงค์ จันทิก" กรรมการ ป.ป.ช.บอกว่าจะนำเข้าพิจารณาใน ป.ป.ช.วันที่ 2 ต.ค.นี้

อาการ "ไก่จิกกันในเข่ง" ของฟากฝั่งไม่เอาทักษิณ ที่แม้ยังมีอำนาจรัฐเต็มเปี่ยมแต่กำลังปะทุรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนชวนให้สงสัยว่า "นายกรัฐมนตรีคนที่ 25" อาจจะมาจากการลาออกถอดใจของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง คนที่มีความสุขมากที่สุดในห้วงเวลานี้ คืออดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จิบไวน์นั่งดูบอลแมนฯ ซิตีไปอีกไม่ทันหมดฤดูกาลพรีเมียร์ลีก รอโอกาส "ไก่จิกกันในเข่ง" จนเหนื่อยอ่อนหมดแรงล้มตายกันไปหมดเข่งเอง แล้วเขาจะกลับมาจากมหานครลอนดอนเอา "ศพไก่" ไปฝังดินให้หมดอย่างสะใจคนรักทักษิณไม่เสื่อมคลายอย่าง "เนวิน ชิดชอบ" และพลพรรคพลังประชาชน
|