• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 96
  • จำนวนผู้ชม : 54327
  • จำนวนผู้โหวต : 127
  • ส่ง msg :
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 28 ตุลาคม 2550
กฎเหล็กกกต.เหนือรธน.50 ปชต."หัวสี่เหลี่ยม"เท่าเทียมคือเท่ากัน
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 599 , 14:28:58 น.  
พิมพ์หน้านี้


"กฎเหล็ก" ระเบียบและประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ฉบับวันที่ 24 ตุลาคมว่าด้วยการหาเสียงที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ประสานเสียงอย่างอึงคะนึงจากสื่อมวลชน พรรคการเมือง (ทั้งฝ่ายค้านเดิมกับพรรคพลังประชาชน) ภาควิชาการและภาคประชาชน ฯลฯ กำลังทำลายบรรยากาศการเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ในระบอบประชาธิปไตยลงโดยสิ้นเชิง
    เพราะรัฐโดย กกต.ได้กระทำการในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับการส่งเสริมการเลือกตั้งให้มีลักษณะเปิดกว้าง  เพื่อให้เกิดบรรยากาศความเป็นประชาธิปไตยให้มากที่สุด  เปิดโอกาสให้ "ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง" ได้ใช้สติปัญญาและวิจารณญาณตัดสินใจเลือกอนาคตของประเทศ
     แต่ กกต. กลับออก "กฎเหล็ก" สารพัดข้อห้ามออกมาจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของผู้ลงสมัคร พรรคการเมืองและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยการอ้างคำเดียว "ความเท่าเทียม" ตามกฎหมายเลือกตั้ง
      เมื่อการเลือกตั้งไม่อยู่ในบรรยากาศตามระบอบประชาธิปไตยในแบบสากลประเทศแล้ว อย่าไปตั้งความหวังว่าจะเห็นความสุจริตและเที่ยงธรรมเกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งนี้เลย
     ประชาคมโลกคงกำลังงุนงงกับบรรยากาศการเลือกตั้งของไทยที่เต็มไปด้วย "ข้อจำกัด" ทำได้เฉพาะ "กกต.จัดให้"
     บรรยากาศการเลือกตั้งของไทยในครั้งนี้  กำลังจะแทบไม่แตกต่างจากการเลือกตั้งในรัฐเผด็จการทหารขนานแท้และดั้งเดิมอย่าง ปากีสถานและพม่า  แม้กระทั่งการเลือกตั้งในประเทศกัมพูชาที่มีระดับการพัฒนาประเทศต่ำกว่าไทย
      เพราะ กกต. 5 คนกำลังท่องคาถา "ความเท่าเทียม" ด้วยเจตนาดีแบบใสซื่อบริสุทธิ์ แต่วนอยู่ใน "หัวสี่เหลี่ยม" ของตัวเอง โดยไม่ได้คำนึงหรือไม่รับรู้ถึงโลกความเป็นจริงในวัฒนธรรมทางการเมืองของพลเมืองไทยในระบอบประชาธิปไตยที่มีพัฒนาการมาถึง 75 ปีแล้ว
    แม้แต่ รัฐธรรมนูญปี 2550 ที่เกิดในยุคหลังรัฐประหาร ยังกำหนดในมาตรา 45 ที่มีเจตนารมณ์ส่งเสริมการแสดงออกความคิดเห็นอย่างเสรีในการพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณาและการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น โดยรัฐไม่สามารถกระทำการใดในการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของพลเมืองที่กระทำไปโดยสุจริต ยกเว้นกรณีความมั่นคง สิทธิส่วนบุคคลและศีลธรรมอันดี
     รูปแบบการ "หาเสียง" เลือกตั้งที่เคยใช้กันมาจนกลายเป็นวัฒนธรรมการหาเสียง เช่น การปราศรัยย่อย การติดป้ายหาเสียง การรับเชิญไปออกรายการโทรทัศน์ ฯลฯ ได้กลายเป็นสิ่งชั่วร้ายและทำลายความมั่นคงของชาติในสายตาของ กกต. ไปแล้ว
    จึงต้องออก "กฎเหล็ก" ออกมาเช่นนี้ ซึ่งพยากรณ์ได้เลยว่าจะเกิดผลตรงกันข้ามกับเป้าหมายการจัดการเลือกตั้งโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
    เพราะจะยิ่งทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบขนานใหญ่ ระหว่างพรรคการเมืองเก่ากับพรรคการเมืองใหม่ที่ได้รับการจัดสรรพื้นที่ "เท่ากัน" อย่างจำกัดมากๆ ในการแสดงนโยบาย และไม่สามารถให้ข้อมูลมากเพียงพอแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนกว่า 40 ล้านคน 
     พรรคการเมืองเก่าอย่างน้อย 3 พรรคคือพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย และพรรคพลังประชาชน(ถือว่าเป็นพรรคเก่าเพราะแค่ใช้ชื่อใหม่จากพรรคไทยรักไทยที่ถูกยุบ) จะได้เปรียบในการใช้ระบบ "หัวคะแนน" จัดตั้งมายาวนานเคลื่อนไหวแบบใต้ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
     พรรคพลังประชาชนที่มีเครือข่ายหัวคะแนนแน่นหนามั่นคงจากพรรคไทยรักไทยเดิม จะกวาดคะแนนเสียงไปเกินกึ่งหนึ่งหรือไม่น้อยกว่า 240 คน อย่างแน่นอน แม้พรรคประชาธิปัตย์จะได้ ส.ส. เพิ่มสูงขึ้นไปถึง 180 คนก็จะต้องกลายเป็นฝ่ายค้าน
      เพราะการหาเสียงในรูปแบบปกติธรรมดาจะทำไม่ได้ เช่น เปิดเวทีปราศรัยย่อยๆ ในชุมชน  การใช้รถยนต์ปราศรัยเคลื่อนที่ การติดโปสเตอร์ในพื้นที่ชุมชน  การออกรายการในสื่อโทรทัศน์และวิทยุ ฯลฯ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการหาเสียงของพรรคการเมืองใหม่ๆ ที่ยังไม่มีเครือข่ายหัวคะแนนจัดตั้งในพื้นที่แน่นหนา จะเสียเปรียบอย่างมากเมื่อเกิด "ข้อห้าม" มากมายจากกฎเหล็ก
      ในขณะที่พรรคใหญ่และเก่าแก่จะใช้ระบบหัวคะแนนลงใต้ดินที่ไม่สามารถจับทางได้ว่าแต่ละพรรคใช้กลอุบายและใช้เงินหาเสียงกันอย่างไร
     แล้วความสุจริตและเที่ยงธรรมในการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้อย่างไร?
     ตราบใดที่ประชาชนถูกลดทอนโอกาสการรับรู้ข่าวสารใหม่ๆ จากพรรคการเมืองใหม่ผ่านสื่อกลางเก่ากลางใหม่อย่างโทรทัศน์และวิทยุ ที่ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพในการสื่อสารมากที่สุดในการเข้าถึงครัวเรือนคนไทยที่มีอยู่ประมาณ 20 ล้านครัวเรือน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อโทรทัศน์ฟรีทีวี 6 ช่องที่สามารถเข้าถึงเกินกว่า 95% ของครัวเรือนไทย
     แม้ว่า กกต. จะแย้งว่า กกต. ได้จัดให้ "อย่างเท่าเทียม" คือกำหนดเวลาออกอากาศในสื่อโทรทัศน์และวิทยุเท่ากันวันละ 3 สปอตโทรทัศน์และแถลงนโยบาย 10 นาทีต่อวัน 
     แต่เวลาเหล่านี้น่าจะเป็นเพียง "จำนวนเวลาขั้นต่ำ" ที่รัฐหรือ กกต.จัดให้ หาใช่ "เพดานจำนวนเวลาสูงสุด" ที่ควรจะเป็นในการเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องระดมการใช้สื่อทุกแขนงทั้งรัฐและเอกชนสร้างบรรยากาศการแสดงวิสัยทัศน์และการซักถามจากกลุ่มอาชีพต่างๆ ให้คึกคักมากที่สุด  เพื่อกระตุ้นให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิในวันเลือกตั้งในสัดส่วนสูงสุดที่จะเป็นความชอบธรรมในการเลือกตั้งเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้บริหารประเทศ
    ที่สำคัญเมื่อนักการเมืองไม่กล้า "รับเชิญ" มาออกรายการโทรทัศน์หรือวิทยุ  ด้วยความกลัวกฎเหล็กข้อห้ามในหมวด 3 ห้ามมิให้ปฏิบัติในการเลือกตั้ง ข้อ 7 (3) แม้ กกต.จะอ้างประกาศข้อ 20 ให้เชิญทุกพรรคการเมืองอย่างเท่าเทียมที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของสื่อโทรทัศน์และวิทยุที่มีเวลาแต่ละรายการจำกัด
    ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะหมดสิทธิในการ "ตั้งคำถาม" โดยตรงกับตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ ผ่านรายการโทรทัศน์และวิทยุว่านโยบายที่นำเสนอมาจะปฏิบัติได้จริงหรือไม่
   สปอตโฆษณากับเทปแถลงนโยบายพรรคละ 10 นาทีที่ กกต. ช่วยจัดเวลาให้ออกอากาศทางโทรทัศน์และวิทยุเป็น "การสื่อสารทางเดียว" (One Way Communication) ที่โบราณคร่ำครึมากๆ
    "กฎเหล็ก 24 ตุลา" น่าจะเป็นการสะท้อน "ปูมหลัง" วิธีคิดของ กกต. 5 คน ที่มาจากผู้พิพากษา 4 คนและอัยการ 1 คน ที่วนเวียนแต่ในห้องพิจารณาคดี อาจจะไม่เคยเรียนรู้หรือสัมผัสโลกความเป็นจริงของวัฒนธรรมการหาเสียงเลือกตั้งของไทย และในโลกของประเทศชั้นนำในระบอบประชาธิปไตย
     "รัฐประชาธิปไตย" พึงมีหน้าที่ในการส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันกันในการเลือกตั้งด้วย "ความเท่าเทียม"  ซึ่งไม่ได้หมายถึงทุกอย่างจะต้อง "เท่ากัน" สถานเดียว แต่ควรจะหมายถึง "การกำหนดกติกาเพื่อให้เกิดการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม" 
     โดย กกต. ควรจะทำหน้าที่ในการกำกับดูแลเพื่อไม่ให้เกิดการลำเอียง หรืออคติจากการหาเสียงหรือการใช้สื่อสารมวลชนในแขนงต่างๆ ซึ่งสามารถลงโทษเมื่อสื่อล้ำเส้นผิดกติกาในการให้ความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียม
    กกต. ควรจะไปใช้เวลาหรือหากลไกมากำกับดูแลผู้สมัครและพรรคการเมืองให้ใช้จ่ายเงินไม่เกินข้อกำหนดของกฎหมายเพื่อไม่ให้เกิดการได้เปรียบ-เสียเปรียบ และทุ่มกำลังหาทางป้องกันไม่ให้เกิดการซื้อสิทธิ-ขายเสียง-ขายวิญญาณหรือกลั่นแกล้งทางการเมืองเพื่อทำลายคู่แข่งขัน
    กกต.ไม่ควรจะใช้อำนาจเกินขอบเขตเกินหน้าที่  ด้วยการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและการแสดงความเห็นของประชาชนภายใต้รัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 45   ด้วยทัศนคติคับแคบอย่างมากมองเห็นแต่ตัวเองว่าเป็นผู้มีสติปัญญาสูงส่งและสามารถธำรงความยุติธรรมได้มากกว่าพลเมืองไทยทุกคน
    โดยเฉพาะผู้คนในวิชาชีพสื่อมวลชนแขนงโทรทัศน์และวิทยุได้กลายเป็น "คนเลว-คนหิวเงิน"  จ้องแต่จะ "ขายตัว-ขายวิญญาณ" ให้พรรคการเมืองเศรษฐีเอาเงินฟาดซื้อเวลาออกรายการเอาเปรียบพรรคเล็กๆ  จึงจำเป็นต้องออกกฎเหล็กจำกัดทุกอย่างให้ "เท่าเทียม" คือ "เท่ากัน" ไว้ก่อน 
     โดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชนในแขนงนี้ได้ใช้ความรู้ความสามารถและวิจารณญาณด้วยตัวเองในการทำงานอย่างสุจริตตามวิชาชีพ
      ยอมรับได้ถ้าหากเป็นสิ่งที่ "รัฐหรือ กกต. จัดหาให้" พอจะอนุโลมนำหลัก "เท่าเทียม" คือ "เท่ากัน" มาใช้ได้ แต่ไม่ควรออก "ข้อห้าม" ในระเบียบปฏิบัติที่มีพื้นฐานมองโลกแง่ร้ายสุดๆ กับนักการเมืองมา ตราหน้าสื่อมวลชน 
     พรรคการเมือง ผู้สมัคร ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 40 ล้านคน และสื่อมวลชนได้กลายเป็นพวกคนเลวชั่วช้าสามานย์ จ้องแต่จะซื้อเสียง-ขายเสียง-ขายวิญญาณ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องออกกฎเหล็กมาคุมพวกชั่วๆ เหล่านี้เพื่อให้เกิดความ "เท่าเทียม" คือ "เท่ากัน" ทุกเรื่อง
    การกำหนดข้อห้ามที่ฝืนวิถีชีวิตในสังคมไทย จนนักการเมืองไม่กล้าไปร่วมงานที่เป็นการแสดงออกตามธรรมเนียมไทยโบราณ เช่น วันเกิด วันบวช งานโกนจุก งานบุญ  แม้กระทั่งงานศพ (ระเบียบ กกต. ในหมวด 3 ข้อ 6 วงเล็บ 1)
    การห้ามติดป้ายโฆษณาใน "ที่เอกชน" หน้าบ้านหรือในบ้านตัวเองก็ทำไม่ได้ (กฎหมายเลือกตั้ง มาตรา 60 ตีความโดย กกต.) เพราะรัฐไม่ได้จัดให้  การห้ามจัดประชุมหรือเสวนาของสมาคมวิชาชีพต่างๆ เพื่อเชิญพรรคการเมืองมาแสดงวิสัยทัศน์เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจ (ระเบียบ กกต. ในหมวด 3 ข้อ 6 วงเล็บ 3) ฯลฯ
    กกต. พร่ำบอกแต่ว่าการออกประกาศและระเบียบการหาเสียงฉบับวันที่ 24 ตุลาคมได้ยึดตามกฎหมายเลือกตั้งที่เป็นกฎหมายลูกของรัฐธรรมนูญ 2550 ว่าด้วยการเลือกตั้งในมาตรา 59 และ 60 โดยยึดหลัก "เท่าเทียมคือเท่ากัน" แต่ กกต. กำลังใช้อำนาจอยู่เหนือกว่ารัฐธรรมนูญ 2550 ไปแล้ว

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 18
vpts439 วันที่ : 11/11/2007 เวลา : 18.38 น.
http://www.oknation.net/blog/vpts439dependent
vpts439- - - - - - - - - ->@/\_/\@

ประเทศไทย มีเอกราช มีธงชาติ มีวัฒณธรรมดีงาม สั่งสมมาหลายร้อยปี ขอความกรุณาอย่าเห็นแก่ตัวและ
ให้ท่องคำว่า เสียสละให้ขึ้นใจด้วย..... เพราะประเทศเราไม่ไช่บริษัทจำกัด หรือสิ่งของๆใครที่จะหยิบ จับ ช๊อป ตามปบายนะครับ ยังไงๆ ก็มีหลักธรรมเข้ามาด้วยก็จะดีครับ ไม่มาก และไม่น้อยจนเกินไป น่าจะไปได้ อิอิอิอิ
ความคิดเห็นที่ 17
ปลัดแรมโบ้ วันที่ : 06/11/2007 เวลา : 09.39 น.
http://www.oknation.net/blog/thaifreeman

เข้าใจว่าจะจะกลัวมีการปราศรัยโจมตี คมช. เลยสั่งห้ามหมด
ความคิดเห็นที่ 16
คนช่างเล่า วันที่ : 03/11/2007 เวลา : 16.11 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

ฮื้อประชาธิปไตย บ้านเรามันพัฒนาอย่างเดี่ยว ที่ทหารอดทน ไม่นำพวก หน้ากระดานฉนวน ไป โป้งๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 15
คนลุ่น้ำของ วันที่ : 02/11/2007 เวลา : 10.29 น.
http://www.oknation.net/blog/okj
นักสู่ลุ่มน้ำโขง ขอเชิญทีเว็บผมบ้างนะครับ why is who is her harbour will love ? draws a person ? her arrives at to are flirt or , only laugh laugh with me this person but [ T letter ] , she doesn't love or , be formed funny beg for sheนักข่าวอาสามาแลัวครับท่าน


ดีครับแวะมาอ่าน
ขอบคุณครับทีเข้าไปเว็บผมขอบคุณจากรายการmrc สารคดีเพื่อชุมชน
ความคิดเห็นที่ 14
Supawan วันที่ : 02/11/2007 เวลา : 06.38 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ยังไม่เคยเห็นกฏไหนที่ออกมาแล้วใช้ได้ดีเลยค่ะ ... หรือว่ากฏเอาไว้ให้ละเมิดก็ไม่รู้...
ความคิดเห็นที่ 13
Lyrics วันที่ : 02/11/2007 เวลา : 02.27 น.
http://www.oknation.net/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :

กฎเหล็ก มันจะใช้ได้จริงมั้ยน่า

อะไรๆก็ไม่แน่นอนค่ะ

ยิ่งเรื่องการเมือง ที่มีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง

อย่าพูดถึงกฎเลยดีกว่าค่ะ

เหนื่อยใจจัง



ความเสี่ยงที่แม่ต้องใช้ชีวิตลูกแลก...เพื่อเงิน....
http://www.oknation.net/blog/lunla/2007/11/02/entry-1
ความคิดเห็นที่ 12
nrad6949 วันที่ : 02/11/2007 เวลา : 00.06 น.
http://www.oknation.net/blog/nrad6949

กกต. ชุดนี้หวาดกลัวมาก เลยต้องออกกฏแบบนี้ครับ ไม่น่าแปลกใจครับ แต่จะแปลกใจถ้าออกกฏมาแล้วใช้ไม่ได้ในทางปฏิบัติครับ
ความคิดเห็นที่ 11
W_T_Y_S_L วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 09.00 น.
http://www.oknation.net/blog/whattookyousolong


ลับ ลวง ล่ม ... ปั้ง ปั้ง
ความคิดเห็นที่ 10
คนลุ่น้ำของ วันที่ : 29/10/2007 เวลา : 20.05 น.
http://www.oknation.net/blog/okj
นักสู่ลุ่มน้ำโขง ขอเชิญทีเว็บผมบ้างนะครับ why is who is her harbour will love ? draws a person ? her arrives at to are flirt or , only laugh laugh with me this person but [ T letter ] , she doesn't love or , be formed funny beg for sheนักข่าวอาสามาแลัวครับท่าน


แวะมาอ่าน
ขอเชิญทีเว็บผมบ้างนะครับ
ความคิดเห็นที่ 9
ชานบ้านชานเมือง วันที่ : 29/10/2007 เวลา : 16.45 น.
http://www.oknation.net/blog/threenation

คนไทยมีเหรอจะเคารพกฏหมาย แม้จะเป็นสำนึกของนักการเมืองที่ต้องทำงานการเมือง ไม่ใช่ใช้เงินซื้อเสียง เราเองเชื่อว่า การทำงานการเมือง หมายความว่า ต้องไปแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน ไม่ใช่ไปหลอกชาวบ้าน กฎกติกาเขาดีอยู่แล้ว แต่ว่าเราจะไปโกง เราจะไปคิดว่าต้องหาเสียง เราว่า ต้องแสดงความจริงว่า เราทำอะไร เป็นสิ่งที่แน่นอนว่าทำได้จริง คือทำวิจัย แล้วส่งผลวิจัย กับการทดลอง หรือแม่แบบทางการบริหาร นักการเมืองต้องทำ หากดีแต่พูด ก็สมน้ำหน้า ที่เราจะได้พลังประชาชน หนุนประธานาธิบดี
ความคิดเห็นที่ 8
เสรีชนคนธรรมดา วันที่ : 29/10/2007 เวลา : 13.40 น.
http://www.oknation.net/blog/wewon

ยังไงก็หยุดระบบหัวคะแนนไม่ได้
ความคิดเห็นที่ 7
feng_shui วันที่ : 29/10/2007 เวลา : 13.17 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

ท่านpatijjachon ทำหน้าที่เชิญTagไปแล้ว
หุ หุ เสียดายจัง
ขอบคุณค่ะ
สาวกมาคารวะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 6
patijjachon วันที่ : 29/10/2007 เวลา : 11.50 น.
http://www.oknation.net/blog/patijjachon
ปฏิจจชน ... คนที่ยังเป็นหนี้แผ่นดิน

เรียนคุณอดิศักดิ์ฯ

เทศกาล TAG เพื่อประชาธิปไตย ในบางโอเคได้อุบัติขึ้นอีกครั้ง และเดาเอาว่าคุณไม่มีเวลาและอาจไม่สนใจเรื่องนี้ เพราะคุณเขียนเรื่องการเมืองมาโดยตลอด
ผมแค่เรียนมาเพื่อทราบว่า คุณเป็น ๑ ใน ๓ บล็อกเกอร์ ที่ผมจงใจเลือกในการส่ง TAG ที่ไม่หวังผลตอบกลับครับ
ความคิดเห็นที่ 5
หัสดีลิงค์ วันที่ : 29/10/2007 เวลา : 11.15 น.
http://www.oknation.net/blog/hatsadeling

เท่าเทียม...เท่าเทียม....แต่กร่อย...ตามหลักการ...
ความคิดเห็นที่ 4
jvn10 วันที่ : 29/10/2007 เวลา : 08.10 น.
http://www.oknation.net/blog/jvn10

สื่อมวลชน จำเป็นต้องเลียแข้งเลียขาไว้ก่อนครับ

เพราะหากชนะเลือกตั้งมา ตัวสื่อเองก็สบาย

หุหุ
ความคิดเห็นที่ 3
คนช่างเล่า วันที่ : 29/10/2007 เวลา : 06.08 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

นักการเมืองเก่งแต่โกง ไร้จิตสำนึก เพ้อฝัน

โกงทั้งกก ไม่เอา
ความคิดเห็นที่ 2
Visaninee วันที่ : 28/10/2007 เวลา : 21.37 น.
http://www.oknation.net/blog/lawyee


หลักประชาธิปไตยที่แท้จริงนักการเมืองไทยต้องไม่โกงชาติเหมือนที่แล้วมานะจีะ...ประชาชนจะต้องไม่เอาพวกนักการเมืองไทยโกงชาติอย่างระบอบทักษิณนะ ทำผิดไม่ยอมรับผิด
ความคิดเห็นที่ 1
Jui วันที่ : 28/10/2007 เวลา : 20.37 น.
http://www.oknation.net/blog/jui880

สิ่งที่ควรทำกกตไม่ทำ แต่สิ่งที่ไม่ต้องทำกลับทำ หน่ายเหลือเกิน
แสดงความคิดเห็น

  ล๊อกอินเข้าสู้ระบบ คลิกที่นี่   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณ OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31