วันอาทิตย์ ที่ 25 พฤศจิกายน 2550
นี่คือ(นัก)การเมือง(ของแท้) ผ่าแผน "ลับ-(หลอก)ลวง-(อำ)พราง" (ตอน1)
Posted by
อดิศักดิ์
,
ผู้อ่าน : 1182
, 15:53:17 น.
พิมพ์หน้านี้
|
ยุทธการเลือกตั้ง 2550 กำลังเข้าสู่ช่วงทางโค้งเกือบครึ่งทางแล้ว กำลังจะเริ่มเข้าลู่วิ่งทางตรงสู่เส้นชัยในวันเลือกตั้ง เหลือเวลาอีกประมาณ 1 เดือนจะถึงวันเลือกตั้ง ทำให้ในช่วงนี้แต่ละพรรคกำลังปรับเปลี่ยนยุทธการใหม่ จนทำให้ประชาชนเริ่มสับสนว่าจุดยืนของพรรคการเมืองอยู่ที่ไหนกันแน่ เมื่อเทียบกับจุดยืนเมื่อตอนออกจากจุดสตาร์ทช่วงวันสมัคร ส.ส.ระบบสัดส่วน ยุทธการที่ว่านี้พอจะอนุมานเทียบเคียงกับยุทธการประจำตัว "ลับ-ลวง-พราง-" ของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติและรองนายกรัฐมนตรี แต่น่าจะปรับแก้เป็น "ลับ-(หลอก)ลวง-(อำ)พราง" เสียมากกว่า เพราะนี่คือ (นัก) การเมือง (ของแท้) ยุทธการพรรคชาติไทย : ลีลาพญาปลาไหล "บทตีสองหน้า" ร่วมรัฐบาลกับเผื่อฟลุ้คฝันคนแก่เป็นจริง 
คุณบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย พูดเมื่อวันศุกร์ที่ 23 พ.ย. ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ประกาศสลายขั้วการเมืองว่า "ตอนนี้พอเลือกตั้งก็ถือว่าหมดขั้วไปแล้ว หมดพันธะ หลังเลือกตั้งเราค่อยมาคุยกันว่าใครบ้างที่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เท่านั้นเอง จบ นี่คือการเมือง" คุณสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน (พปช.) พูดเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 24 พ.ย.ที่หน้าตลาดเขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ชื่นชมคุณบรรหารว่าเป็นนักการเมืองขนานแท้ หลังจากเคยตัดพ้อคุณบรรหารที่ประกาศไม่เอากับ พปช.ในวันรับสมัคร ส.ส.ระบบสัดส่วนว่า "คุณบรรหารจะเสียใจในภายหลัง" คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พูดเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 24 พ.ย.ที่วัดเบญจมบพิตร ว่า เชื่อว่าคุณบรรหารจะไม่ทำให้ผู้ใหญ่ที่นับถือกว่า 30 ปี ผิดหวัง อย่าไปเชื่อคำพูดวันนี้หรือวันก่อนของหัวหน้าพรรคการเมือง 3 คนที่มีโอกาสเป็น "นายกรัฐมนตรีคนที่ 25" เป็นอันขาด คุณบรรหารขึ้นชั้นฉายา "พญาปลาไหล" จึงเลือกใช้ "คำพูด" แบบไหน โดยดูกลุ่มผู้ฟังว่าจะชอบฟังแบบไหน มากกว่าการกอดรัดยึดมั่นจุดยืนเดิมที่เคยพูดไปแล้ว คำพูดของคุณบรรหารในการหาเสียงกับคนกรุงเทพฯ และการหาเสียงกับคนกาฬสินธุ์ย่อมแตกต่างกัน เพราะคุณบรรหารเข้าใจการหาเสียงในการเมืองไทยเป็นอย่างดีว่า กลุ่มผู้ฟังอยากได้ยินแบบไหนจะต้องพูดแบบนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดในการปราศรัยของคุณบรรหาร ต่อหน้าชาวกาฬสินธุ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา จึงแต่งเนื้อหาให้รู้ว่าสายสัมพันธ์แนบแน่นกับอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มายาวนาน จนถือได้ว่าเป็นเพื่อนตาย พร้อมสลายขั้วที่เคยพูดไว้ว่าจะไม่ร่วมกับพรรคพลังประชาชน คุณบรรหารรู้ดีว่าถ้าหากไปปราศรัยต่อหน้าคนอีสานแล้ว บอกว่าจะจับขั้วกับพรรคประชาธิปัตย์ จะไม่มีทางได้คะแนนเลย จึงต้อง "ลื่นไหล" ร่ายสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคุณทักษิณ เพื่อให้ชาวกาฬสินธุ์เห็นว่าคุณบรรหารเป็นพวกเดียวกันกับคุณทักษิณ 
ท่าทีใหม่ของคุณบรรหารนับจากนี้ จึงออกแนวดั้งเดิม "แทงกั๊ก" ขอเป็นรัฐบาลสถานเดียว หลาบจำความเจ็บปวด เข็ดเขี้ยวจากการเป็นฝ่ายค้านที่อดอยากปากแห้ง จึงอย่านำ "คำพูด" ของคุณบรรหารไปวิเคราะห์ตีความให้ลึกซึ้งมากความเป็นอันขาด ระหว่างการยึดมั่นสัญญาลับจากลอนดอน กับสัญญาใจกับ คมช.ว่าอย่างไหนจะมีหนทางเป็นไปได้มากกว่ากัน อย่างที่คุณบรรหารบอกนั่นแหละของจริง หลังเลือกตั้ง (ใครหยิบยื่นประโยชน์มากกว่า) ค่อยมาว่ากันว่าใครจะเป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล นี่คือการเมืองขนานแท้และดั้งเดิมแบบบรรหารบุรีลีลา "พญาปลาไหล" ที่เคยทำให้คุณบรรหารก้าวไปถึงดวงดาวตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 21 มาแล้ว ครั้งนี้คุณบรรหารคงจะกำหนดเป้าหมายการลงทุนที่มีผลตอบแทนขั้นต่ำสุดแน่นอนไม่มีพลิก คือการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ว่าใครจะเป็นแกนจัดตั้งระหว่าง พปช.กับ ปชป. แต่เป้าหมายการลงทุนสูงสุด (เผื่อฟลุ้ค) กำลังเล่นบท "พรรคตาอยู่" รอเป็น "นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 รอบสอง" สมมติฐานนี้จะเป็นจริงได้ต่อเมื่อพรรคชาติไทยสามารถเบ่งตัวเองได้โตมากขนาดไหน อย่างน้อยจะต้องได้ ส.ส.มากเป็นลำดับที่ 3 ประมาณขั้นต่ำ 70-80 ที่นั่ง จึงจะมีโอกาสในการจับขั้วกับพรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาล 2 พรรค มีเสียงเกินกึ่งหนึ่งประมาณ 260-270 ที่นั่ง แต่ขอเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเพื่อความสมานฉันท์ และลดเสียงด่าของผู้คนในสังคมเมืองจำนวนมากที่รังเกียจพรรคพลังประชาชน ยุทธการพรรคพลังประชาชน : "บู๊-บุ๋น" แบ่งสายทำงาน (ลึก)ลับ-ลวง(ตา)-(อำ)พราง สายบู๊ทางเปิดของพรรคพลังประชาชน ประกอบด้วย คุณสมัครกับ ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง ยึดพื้นที่ขุนศึกฝั่งธน-ขุนพลฝั่งพระนคร ยงยุทธ ติยะไพรัช สายเหนือ จตุพร พรหมพันธุ์ สายภาคกลางและณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ สายใต้ รวมทั้งนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคและทนายโฆษกประจำตัวอดีตนายกฯ ทักษิณ

ทุกคนจะตอกย้ำทุกครั้งในการพูด ให้เลือกพรรคพลังประชาชนเพื่อให้อดีตนายกฯ ทักษิณกลับบ้านได้ นิรโทษกรรมอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คนที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี สายบู๊ปิดลับของ พปช.นำโดย "เนวิน ชิดชอบ" กับ กองกำลังลับ รับผิดชอบปฏิบัติการ "ยัน" ในภาคอีสานไม่ให้จำนวน ส.ส.พร่องลงไปจากอำนาจรัฐทหาร สายบุ๋นที่เปิดตัวชัดไม่อำพราง คือ คุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจที่มีอีกสถานะหนึ่ง "Acting" หัวหน้าพรรค หากหัวหน้าพรรคได้รับเชิญไปขึ้นเวทีไหนจะส่งมอบให้ "มิ่งขวัญ" ไปแทนเพื่อไม่ให้ไปทะเลาะกับคนอื่นอีก รวมทั้ง น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคที่ได้รับการวางตัวเป็นสายบุ๋นออกมาแก้ต่างให้หัวหน้าพรรคเป็นครั้งคราว สายบู๊ที่เป็น "อีแอบ" อำพรางตัว แต่ไม่ยอมรับว่าเป็นหน่อเนื้อเดียวกับ พปช.คือ วีระ มุสิกพงศ์ จักรภพ เพ็ญแข ที่ได้รับมอบหมายภารกิจในการออกรายการทุกค่ำ-เช้าในช่องทีวีดาวเทียมพร้อมกันถึง 2 ช่อง คือ MV Star Channel กับ MV News ที่มีเจ้าของคนเดียวกันเป็นเจ้าพ่อวงการวีซีดีภาพยนตร์จีน MV Star Channel กับ MV News เป็นช่องทีวีดาวเทียมเดียวกันกับ PTV ที่เคยถูกล็อกสัญญาณไม่ให้ออกอากาศมาแล้วในช่วงต้นปี อัพลิงก์สัญญาณผ่านดาวเทียมไทยคมของบริษัท ชิน แซทเทลไลท์ ของกลุ่มเทมาเส็ก โดยอ้างว่าใช้ใบอนุญาตสัมปทานทีวีดาวเทียมจากรัฐบาลลาว และอาศัยเครือข่ายเคเบิลทีวีท้องถิ่นช่อง 25-26 ออกอากาศทั่วประเทศ สัมปทานโทรทัศน์ลาว แต่กลับออกอากาศเป็นภาษาไทยตลอด 24 ชั่วโมงทั้งสองช่อง มิหนำซ้ำบ่อยครั้งยังวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำรัฐบาลไทยกับผู้นำกองทัพไทยอย่างอคติ ที่มีข้ออ้างรัฐบาลจากการรัฐประหารไม่ชอบธรรม ถือเป็นเรื่องแปลกประหลาดที่รัฐบาลไทย ยอมปล่อยให้ช่องโทรทัศน์ดาวเทียมสัมปทานของลาว แต่บริหารจัดการโดยคนไทยมาจัดรายการวิจารณ์ผู้นำรัฐบาลไทย และผู้นำกองทัพไทย เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อพรรคพวกในพรรคพลังประชาชน รายการในช่องดาวเทียม MV Star Channel กับ MV News ทำงานแข็งขันขยันเชิญบรรดา "ขาบู๊" แห่งบ้านเลขที่ 111 สายพลังประชาชนมาออกรายการ เช่น จาตุรนต์ ฉายแสง, อดิศร เพียงเกษ, สุธรรม แสงประทุม ฯลฯ แม้ว่าบางครั้งที่พยายามจะ "อำพราง" ให้เป็น "สื่อแท้" ที่ประกอบสัมมาชีพจริงๆ ด้วยการเชิญตัวแทนพรรคคู่แข่งทั้งประชาธิปัตย์ ชาติไทย เพื่อแผ่นดิน มัชฌิมาธิปไตย และรวมใจไทยชาติพัฒนา มาร่วมรายการเป็นครั้งคราว เพื่อ "อำพราง" ไม่ให้ถูกมองว่า "เอื้อเฟื้อ" แต่ตัวแทนพรรคพลังประชาชน หากจะว่ากล่าวเฉพาะทีวีดาวเทียม 2 ช่องนี้ ว่ากำลัง "เอาเปรียบ" พรรคการเมืองอื่นในการหาเสียงผ่านโทรทัศน์คงไม่เป็นธรรมมากนัก หากไม่กล่าวถึงทีวีดาวเทียมอีก 1 ช่องคือ ช่องสุวรรณภูมิ ASTV ช่อง 5 ที่ออกจะจงใจเกินไปในการเชิญเฉพาะตัวแทนพรรคมัชฌิมาธิปไตย มาสัมภาษณ์อยู่เป็นประจำทุกค่ำ-เช้าเช่นเดียวกัน แทบไม่เคยเห็นตัวแทนพรรคการเมืองอื่นได้โอกาสมาออกอากาศสัมภาษณ์ยาวๆ เป็น 30 นาที หลังจากก่อนหน้านี้ได้ยิงสปอตโฆษณาพรรคมัชฌิมาธิปไตย และสรรพคุณของหัวหน้าพรรค "ประชัย เลี่ยวไพรัตน์" ตลอดเวลา วันหนึ่งไม่น่าจะต่ำกว่า 20-30 ครั้ง จนดูเหมือนว่าไม่ยอมรับรู้ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ห้ามไม่ให้ไปซื้อเวลาออกอากาศทางวิทยุและโทรทัศน์ จนสุดท้าย คุณสดศรี สัตยธรรม กรรมการ กกต.ออกมาพูดถึงว่าน่าจะไม่ถูกต้อง จึงยอมถอดออกแต่บอกว่าไม่รู้ใครนำไปออกอากาศเอง (เนื่องจากพื้นที่คอลัมน์จำกัด จึงขอยกยอดการผ่ายุทธการ "ลับ-(หลอก)ลวง-(อำ)พราง" ของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคมัชฌิมาธิปไตย และพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ออกไปในสัปดาห์หน้า) หากพฤติกรรมของนักการเมืองไทยผิดไปจากยุทธการ "ลับ-(หลอก)ลวง-(อำ)พราง" คงไม่ใช่การเมืองไทยขนานแท้ที่กำลังอยู่ในสภาพถดถอยอย่างน่าเป็นห่วง จนทำให้ผู้คนออกอาการท้อแท้หมดอาลัยตายอยากในอนาคตประเทศไทย จนไม่ได้ตั้งความหวังไว้สูงส่งว่าหลังการเลือกตั้ง 23 ธ.ค. จะทำให้บ้านเมืองของเราดีขึ้นทันตาเห็นหรือไม่ แต่อาจจะเป็นเรื่องดีที่คนไทยไม่ได้ตั้งความคาดหวังไว้สูง เพราะหากไม่ได้ตามนั้นจะผิดหวังรุนแรง จนพาลออกมาชุมนุมทะเลาะกันทำลายข้าวของอีก แต่หากหลังเลือกตั้งได้รัฐบาลใหม่ที่หน้าตาไม่ขี้เหร่เกินไป พอกล้อมแกล้ม "ทำงานเป็น" กว่ารัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ สักนิดเดียว ก็น่าจะได้รับการประคบประหงมจากสังคม มอบโอกาสให้ทำงานไปอีกระยะหนึ่ง
|