วันเสาร์ ที่ 5 มกราคม 2551
มือที่มองไม่เห็นตัวจริงต่างแดน/คุณสมัครควรไปถามให้แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์
Posted by
อดิศักดิ์
,
ผู้อ่าน : 1627
, 20:35:42 น.
พิมพ์หน้านี้
|
เห็นด้วยอย่างยิ่งว่า "ไอ้มือที่มองไม่เห็น, ไอ้มือสกปรก" กำลังทำให้บ้านเมืองยุ่งหนักขึ้นไปอีก แต่คงจะเป็นคนละ "มือ" กับคนที่คุณสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนเอ่ยถึงว่ากำลังมี "มือที่มองไม่เห็น" กับ "มือสกปรก" ชักใยอยู่ข้างหลังเพื่อสกัดกั้นไม่ให้พรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลที่จะทำให้คุณสมัครไปไม่ถึงฝั่งฝันในชีวิตบั้นปลายเสียที 
อันที่จริงแล้วทฤษฎี "มือที่มองไม่เห็น" (Invisible Hand) เป็นหลักคิดสำคัญของนักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังเมื่อ 300 ปีที่แล้วชื่อ "อดัม สมิธ" ที่เป็น "บิดาแห่งทุนนิยมเสรี" หรือ "เศรษฐกิจระบบตลาดเสรี" ที่มักใช้อธิบายการขึ้นลงของ "ราคาสินค้า" ที่เกิดขึ้นจาก "ดีมานด์" กับ "ซัพพลาย" ที่ถือเป็นความยืดหยุ่นของระบบตลาดเสรีในการปรับตัวให้เข้ากับภาวะวิกฤติต่างๆ โดยปราศจากการแทรกแซงของรัฐ หัวใจสำคัญของระบบเศรษฐกิจเสรี คือ กลไกราคา (Price Mechanism) ที่เสมือนเป็น "มือที่มองไม่เห็น" จะทำหน้าที่ปรับสมดุลของราคาสินค้าให้เหมาะสมกับการบริโภคในระบบเศรษฐกิจเสรีที่ขึ้นกับ "ดีมานด์" กับ "ซัพพลาย" เป็นสำคัญ เมื่อคุณสมัคร (ชื่อที่คนทั่วไปไม่ค่อยคุ้นปาก) นำคำนี้มาใช้อธิบายปรากฏการณ์ทางการเมืองหลังเลือกตั้ง เอ่ยถึง "มือที่มองไม่เห็น" ว่าเป็น "มือสกปรก" ที่กำลังขัดขวางไม่ให้คุณสมัครเป็น "นายกรัฐมนตรีคนที่ 25" ทำให้คุณสมัครรีบเชื้อเชิญตัวแทนของพรรคการเมืองไซส์ "S" 3 พรรคคือรวมใจไทยชาติพัฒนา (9 เสียง), มัชฌิมาธิปไตย (7 เสียง) และประชาราช (5 เสียง) ให้มาปรากฏตัวแบบ "ตัวจริง-ชัดเจน" มาประกาศร่วมรัฐบาลพรรคพลังประชาชนในวันที่ 31 ธ.ค.2550 ก่อนกำหนดเดิมถึง 2-3 วัน ตามคำท้าทายของคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ โดยไม่รอการประกาศรับรอง ส.ส.ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง อาการเร่งรีบของคุณสมัคร คงจะเกิดจากความกลัว "มือที่มองไม่เห็น" ที่คุณสมัครคงรู้อยู่เต็มอกว่าน่าจะมีอยู่หลายมือ กำลังอาจจะฉุดรั้งไม่ให้คุณสมัครไปถึงฝั่งฝันบั้นปลายชีวิตจะเป็น "นายกรัฐมนตรี" ที่เป็นประมุขฝ่ายบริหาร "มือที่มองไม่เห็น" ที่คุณสมัครพยายามชี้ช่องชัดๆ ด้วยความหวาดหวั่นและแพ้ทางอยู่เป็นประจำมาเป็นเวลานานหลายสิบปีแล้ว คงไม่น่าจะมีอิทธิพลมากมายนักในการสกัดกั้น "ตัณหานักการเมือง" คนใดก็ตามที่ต้องการก้าวไปถึงตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" ถ้าหากนักการเมืองคนนั้นไม่มีแผลจากคดีความทุจริตอยู่เต็มตัว, เคยทำบาปถึงขั้นมีส่วนร่วมทำร้ายชีวิตมนุษย์และเป็น "คนดี" มีคุณธรรมไม่นับถือ "คนเลว" คุณสมัครลองกลับไปบ้านส่องกระจกดูตัวเองว่ามี "คุณสมบัติเลวทราม" เช่นนั้นหรือไม่ ถ้าหากพินิจดูแล้วไม่มีสิ่งใดให้ชวนสงสัย ก็ไม่เห็นจะต้องไปเป็นเดือดเป็นแค้นกับ "มือที่มองไม่เห็น" จากผู้อาวุโสคนหนึ่งที่สังคมไทยยกย่องสรรเสริญในคุณงามความดีในอดีตที่ยืนยงถึงปัจจุบัน และยังมีความห่วงใยบ้านเมืองอยู่เสมอ จึงมักออกมาเตือนสังคมไทยให้ยึดมั่นคุณธรรม, ความดีและ "ทดแทนคุณแผ่นดิน" "มือที่มองไม่เห็น" ที่คุณสมัครควรจะระวังมากกว่าน่าจะกำลังเอื้อมมือมาจาก "นอกประเทศ" คุณสมัครแน่ใจแค่ไหนว่า "มือที่มองไม่เห็นจากนอกประเทศ" เห็นชอบให้เป็น "นายกรัฐมนตรีคนที่ 25 " จริงๆ ในที่สุดแล้ว "มือที่มองไม่เห็นจากนอกประเทศ" คงจะไม่ปล่อยให้ "เงินลงทุน" ในการเลือกตั้งผ่านพรรค "นอมินี" พลังประชาชน ต้องเสียหายด้อยค่าลงไปจาก "ปาก" ของคุณสมัครที่มักเพาะ "ศัตรู" มากกว่าสร้าง "มิตร" เป็นแน่แท้ คุณสมัครแน่ใจหรือว่าได้รับความไว้วางใจจาก "มือที่มองไม่เห็นคนนั้น" มากกว่าคุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.น้องเขยที่มีความผูกพันกันแบบญาติและคุณหมอสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคที่เป็น "มือทำงาน" ที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุด แต่ข้างหลังคุณหมอสุรพงษ์ยังมี "มือที่มองไม่เห็น" อีกหลายสิบมือที่เป็นทีมทำงานหลักสร้างพรรคไทยรักไทยจนยิ่งใหญ่ภายในเวลาไม่กี่เดือน และยังเก่งในการสร้างตัดต่อพันธุกรรม "พรรคพลังประชาชน" จากพรรคโนเนม กลายเป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย เช่นเดียวกับพรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2544 ที่อีกเพียงแค่ 2 เสียงได้เกินกึ่งหนึ่ง "มือที่มองไม่เห็น" ข้างหลังคุณหมอสุรพงษ์ล้วนแล้วแต่เป็น "ลูกน้อง" ผู้ซื่อสัตย์ "ต่อมือที่มองไม่เห็นคนนั้น" มายาวนานอย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย ช่วงก่อนเลือกตั้ง "มือที่มองไม่เห็นเหล่านั้น" ยอมให้คุณสมัครมานำพรรคพลังประชาชนเพื่อสู้กับอำนาจรัฐทหาร เพราะเห็นข้อดีคือโผงผางชนดะ และดูเหมือนว่าจะมีเลือดสีน้ำเงินมากกว่าพวกเขา พวกนั้นจึงยอม "กลืนเลือด" ที่ในสมัยเป็นนักศึกษาเคยหลั่งนองกลางสนามฟุตบอลธรรมศาสตร์เพื่อต่อสู้กับอำนาจรัฐทมิฬ ช่วงก่อนการเลือกตั้ง "มือที่มองไม่เห็นคนนั้น" คงจะขอร้องให้พวกเขาลืมความหลังอันเจ็บปวดที่พวกเขาเคยปฏิญาณกลางป่าว่าจะไม่มีวันลืมจนกว่าชีวิตหาไม่ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่คุณสมัครเป็นเสนาบดียิ่งใหญ่ หลังเหตุการณ์นองเลือด 6 ตุลาคม 2519 ใช้อำนาจรัฐไล่ล่าพวกเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย จนต้องหลบเข้าป่าจับปืนร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศสู้กับอำนาจรัฐที่คุณสมัครยึดกุมอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเมื่อปี 2519 คุณสมัครแน่ใจหรือว่า "มือที่มองไม่เห็นเหล่านั้น" ที่แม้ติดบ่วง "111 คน" ถูกตัดสิทธิทางการเมือง แต่ยังเลื้อยยุบยับในพรรคพลังประชาชนได้ยินยอมพร้อมใจกันอย่างเป็นเอกฉันท์ให้คุณสมัครไปเป็น "นายกรัฐมนตรีคนที่ 25" แล้ว โดยยอมกลืนเลือดไม่มีสิ่งใดคาใจลืมความหลังอันเจ็บปวดเมื่อ 30 ปีไปจนหมดสิ้นแล้วจริงๆ เดาเอาว่า "มือที่มองไม่เห็นคนนั้น" คงกำลังดีดลูกคิดรางแก้วว่าจะคุ้มหรือไม่ ถ้าหากคุณสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อช่วยสนอง "ตัณหานักการเมืองรุ่นเก่าคนหนึ่ง" แล้วคุณสมัครจะไม่สร้างปัญหา "กวนใจ" ไปถึงต่างแดนและเป้าหมายทวงคืนสมบัติจะบรรลุได้เร็ววัน คุณสมัครแน่ใจหรือว่าจะสามารถทำหน้าที่ "ผู้นำประเทศ" ในแบบที่ "มือที่มองไม่เห็นคนนั้น" เคยทำมาแล้วทุกอย่าง เพื่อให้ชาวบ้านเห็นว่าเป็น "นายกรัฐมนตรีขวัญใจคนจน" หรือนายกรัฐมนตรีประชานิยม ภาพที่คนไทยทั่วประเทศยังจำได้ติดตาคือวันแรกของการนั่งเป็น "นายกรัฐมนตรี" ของ "มือที่มองไม่เห็นคนนั้น" ได้ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ใช้ขายในเวลาต่อมาอีกหลายปี ด้วยการยอมเดินตากฝนไปนั่งปั้นข้าวเหนียวกินปลาแดกกับชาวบ้านสมัชชาคนจนที่มาชุมนุมหน้าทำเนียบ คุณสมัครแน่ใจหรือว่าจะสามารถเก็บอารมณ์ความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองไว้อย่างมิดชิด ซึ่งคุณสมัครไม่เคยเชื่อมั่นและเคารพในสิทธิเสรีภาพของประชาชนในโลกสมัยใหม่ที่จะต้องเปิดช่องทางเลือกให้ใช้ "ประชาธิปไตยทางตรง" หรือ "การเมืองภาคประชาชน" ได้มากขึ้น คุณสมัครแน่ใจหรือว่าจะยอมเปลี่ยนนิสัยสันดานเดิมที่เป็นคนพูดโผงผาง แล้วเรียนรู้การพูดแบบปิยวาจาไม่ออกงิ้ว, ไม่ชี้หน้าด่าและไม่พูดเหยียดหยามคนจนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อร้องขอความเป็นธรรมจากรัฐบาล "สมัคร สุนทรเวช" ว่า "ใครจ้างมา" พวกแก๊งข้างถนน ก่อนจะมั่นใจว่าเป็น "นายกรัฐมนตรี" ขอร้องให้คุณสมัครศึกษารัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ที่คุณสมัครพูดเสมอๆว่าเป็นรัฐธรรมนูญ "เฮงซวย" แม้ว่าได้ผ่านการลงประชามติจากประชาชนเสียงข้างมาก 56% มาแล้วและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้อย่างเป็นทางการไปแล้ว จนทำให้เกิดการเลือกตั้งที่พรรคพลังประชาชนชนะการเลือกตั้งเกือบได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร เพราะสิ่งที่ดีที่สุดของรัฐธรรมนูญ "เฮงซวย" รัดทำนวยหัวคูณของคุณสมัครคือหมวด 3 ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทยในมาตรา 26-69 และหมวด 7 ว่าด้วยการมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรงของประชาชนที่เขียนไว้ละเอียดมาก รวมทั้งในมาตรา 163 ที่ให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10,000 คนเข้าชื่อเสนอกฎหมายได้ และมาตรา 164 ที่ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 20,000 คน เข้าชื่อกันถอดถอนนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรี, ส.ส., ประธานศาลฎีกา, ประธานศาลรัฐธรรมนูญ, ประธานศาลปกครองสูงสุดและอัยการสูงสุด ถ้าหากมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติและส่อกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ คุณสมัครแน่ใจหรือว่าจะพร้อมยอมรับและเคารพสิทธิและเสรีภาพในการชุมนุมของชาวบ้านหรือกลุ่มต่างๆ ที่จะเดินทางเรียกร้องขอความเป็นธรรม หรือเข้าชื่อเสนอกฎหมายได้หรือไม่ เมื่อพวกเขาหมดที่พึ่งจาก ส.ส.ที่เลือกเข้าไปในสภาผู้แทนราษฎร "มือที่มองไม่เห็นคนนั้น" คงจะนอนไม่เป็นสุขและเดือดร้อนอย่างแน่นอน ถ้าหากคุณสมัครยังไม่เปลี่ยนนิสัยหรือปรับทัศนคติให้สอดคล้องกับ "รัฐธรรมนูญเฮงซวย" ที่ดันไปให้สิทธิเสรีภาพประชาชนมากขึ้น แล้วออกไปชี้หน้าด่าไม่ยอมรับข้อเรียกร้องและไล่ตะเพิดให้กลับบ้านบอกให้เข้ามาเล่นการเมืองใน "สภาผู้แทนราษฎร" ยังมีความหวังลึกๆ ว่า "มือที่มองไม่เห็นเหล่านั้น" ที่เคยเป็นคู่แค้นของคุณสมัครเมื่อ 30 ปีที่แล้ว คงไม่ชั่วช้าสามานย์เลวชาติ จนหลงลืมอุดมการณ์ และอุดมคติของคนหนุ่มสาวเมื่อ 30 ปีที่แล้วไปจนไม่เหลือซากอยู่ในจิตวิญญาณเลย ด้วยการเห็นดีเห็นงาม ปล่อยให้คุณสมัครอ้าปากถ่มน้ำลายไล่ตะเพิดชาวบ้านไปให้พ้นๆ หน้าทำเนียบรัฐบาลที่เป็นศูนย์กลางอำนาจรัฐที่เคยสร้างความเจ็บปวดในชีวิตวัยหนุ่มสาวให้พวกเขา คำถามเหล่านี้เกิดขึ้นด้วยความหวังดีกับคุณสมัครไม่อยากให้บั้นปลายชีวิตของนักการเมืองอาชีพต้องเจ็บช้ำกระดองใจไปไม่ถึงฝั่งฝันในชีวิตอีกครั้งกับ "มือที่มองไม่เห็น" ตัวจริงเสียงจริงที่ "ขอร้องและจ้างวาน" ให้คุณสมัครมาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชนในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน อยากให้คุณสมัครตอบคำถามตัวเองให้ได้อย่างมั่นใจว่า "มือที่มองไม่เห็นคนนั้น" ยินยอมร้อยเปอร์เซ็นต์ ให้ ส.ส.ของพรรคพลังประชาชนยกมือให้คุณสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีและ "มือที่มองไม่เห็นพวกนั้น" ที่เคยเป็นศัตรูไม่เผาผีกับคุณสมัครมา 30 ปี จะสนับสนุนคุณสมัครตลอดไปเมื่อสัญญาจ้างมาเป็นหัวหน้าพรรคขาดอายุไปแล้วเมื่อเลือกตั้งเสร็จ แม้ว่าในที่สุดแล้วคุณสมัครจะไม่สามารถปรับเปลี่ยนสันดานเดิมได้
|