พิมพ์หน้านี้
|
95.14% ของเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 8-15 ปีจำนวน 1,750 คนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ให้คำตอบสำนักสวนดุสิตโพลว่า "ไม่อยากเป็นนักการเมือง" เพราะเป็นงานที่วุ่นวาย ยุ่งยาก มีแต่ปัญหา ไม่ชอบการเมือง ไม่สนใจ ภาพลักษณ์นักการเมืองโกงกินเงินประเทศชาติ เห็นแก่ตัว มีโอกาสเสี่ยงโดนประณามถึงจะไม่ได้ทำผิด กลัวทำไม่ได้ ทำออกมาไม่ดี ไม่มั่นใจเพราะพูดอะไรแล้วต้องทำจริง ฯลฯ ผลสำรวจของสวนดุสิตโพลสะท้อนให้เห็นว่าภาพลักษณ์ของนักการเมืองไทย อยู่ในขั้นเลวร้ายสุดๆ จนเด็กๆ รังเกียจไม่อยากเป็นนักการเมือง คำตอบนี้คงไม่ต่างกันมากนักหากไปถามผู้คนทั่วไปในเวลานี้ ที่ส่วนใหญ่ยังเต็มไปด้วยความวิตกกังวลและเบื่อหน่ายเหม็นเบื่อพฤติกรรมนักการเมือง จนมองไม่เห็นอนาคตของบ้านเมืองว่าจะเดินหน้าไปได้อย่างไรกับรัฐบาลชุดใหม่ ไม่ว่าจะออกมาหน้าตาแบบไหน ใครเป็นนายกรัฐมนตรี อำนาจใหม่จากการยึดอำนาจที่เสื่อมลงรอวันสลายอย่างสิ้นท่า และเสียเวลาของประเทศไปกว่า 15 เดือนในการปฏิรูปการเมือง ในขณะที่การเมืองที่เงินเป็นใหญ่ "ธนกิจการเมือง" เพื่อกุมอำนาจรัฐกำลังย้อนกลับไปตั้งต้นใหม่ก่อนวันที่ 19 ก.ย. 2549 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติแทบจะไม่เหลืออำนาจใดๆ และจำใจทยอยกลับเข้ากรมกองเพื่อตั้งหลักว่า จะอยู่อย่างไรกับรัฐบาลนอมินีของคุณทักษิณ ชินวัตร ที่ปากบอกไม่ "เช็คบิล" แต่การกระทำไม่ตรงกับปาก บรรยากาศแห่งการชำระแค้นเมื่อคุณทักษิณกลับมามีอำนาจผ่าน "นายกฯ นอมินี" จึงกำลังปกคลุมประเทศไทย จนทำให้ข้าราชการเกียร์ว่างหนักข้อเฝ้ารอ "เชลียร์" อำนาจใหม่ อดีตประธาน คมช. และรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน จึงกลายเป็นบุคคลหลักลอยไร้ราคาลงทุกวัน หลังจากบันได 4 ขั้นหักป่นปี้ไปแทบหมดสิ้นแล้ว มิหนำซ้ำยังเสียรังวัดซ้ำแล้วซ้ำอีกกับ "คำสั่งลายลักษณ์อักษร" ที่คงไม่ได้ใช้สมองเขียน เมื่อถูกเวบไซต์ไฮทักษิณเปิดโปงการให้อำนาจรัฐอย่างโง่ๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า แทบไม่น่าเชื่อว่า พล.อ.สนธิ อดีตประธาน คมช.ที่มีคติประจำตัว "ลับ-ลวง-พราง" ทำงานใหญ่สำเร็จมานับครั้งไม่ถ้วนจะสิ้นท่าสิ้นราคาได้เพียงนี้ คงจะเป็นอาการของคนที่ตกอยู่ในภวังค์ความวิตกกังวลว่าอนาคตจะถูกเช็คบิลจาก "อำนาจเก่าที่มาเป็นรัฐบาลใหม่" หรือไม่ ยามนี้ของ พล.อ.สนธิจึงทำตัวล่องหนลับๆ ล่อๆ ออกไปใกล้ๆ จะบื้อใบ้บอดพิกลๆ อำนาจเก่าที่ถูกยึดอำนาจกำลังจะกลับมาใหม่ ท่ามกลางความวิตกกังวลและความไม่แน่นอนว่าประเทศชาติจะเดินหน้าไปสู่หนทางใด ระหว่างความสมานฉันท์กับความขัดแย้งถึงขั้นนองเลือดจาก "นายใหญ่" ที่ยึดคติ "บุญคุณต้องทดแทน-แค้นต้องชำระ" จึงทำให้ไม่มีใครเชื่อคำพูดว่าพร้อมจะสมานฉันท์ทุกคน และยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อสู้คดีความ แม้พรรคพลังประชาชนชนะการเลือกตั้งได้จำนวน ส.ส.อันดับหนึ่ง 233 คน แต่ความชอบธรรมกำลังผุกร่อนลงไปเรื่อยๆ หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ไปแดงไปแล้วถึง 4 ใบกับใบเหลือง 12 ใบ และยังมีว่าที่ ส.ส.ที่ยังไม่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้งอีกกว่า 30 คน นิสัยของคน พปช.แทบไม่แตกต่างจากคนไทยรักไทยเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "นายใหญ่" คุณทักษิณ ชินวัตร ที่เมื่อคราวใดคำตัดสินหรือกฎหมายเป็นคุณกับตัวเองจะชื่นชมสรรเสริญเคารพในคำตัดสิน แต่กลับกันเมื่อถูกตัดสินให้มีความผิดมักจะไม่ยอมรับผิดโดยทันที พยายามโยกโย้เบี่ยงเรื่องเบี่ยงประเด็นทุกคราวไป ไม่เคยเคารพกฎหมาย เช่น มักกล่าวหากระบวนการยุติธรรมของไทยว่าไม่น่าเชื่อถือ เป็นเหตุผลยังไม่กลับเมืองไทยมาสู้คดี จนกว่าจะแน่ใจว่าเป็นรัฐบาลของพวกตัวเองแล้ว การหลอกล่อชาวบ้านบุรีรัมย์มาประท้วง กกต.ที่ให้ใบแดงแทนที่จะไปต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ฯลฯ กรณีคุณยงยุทธ ติยะไพรัช มือขวานายหญิงเจ้าของฉายา "ยุทธตู้เย็น" ที่ กกต.มีหลักฐานและวิดีโอกล่าวหาจ่ายเงินให้กำนันผู้ใหญ่บ้านที่เชียงรายกลางโรงแรมกลางกรุง แต่ "ยุทธตู้เย็น" ยังรักษาความเป็น "ยุทธตู้เย็น" ไว้สมชื่อสมพฤติกรรมชวนขนหัวลุก เมื่อนำกองปราบพร้อมอาวุธประจำนับร้อยคนยิงถล่มบ้านผู้เฒ่าเพื่อจับยาบ้า แต่กลับได้ตู้เย็นที่พรุนจากกระสุนนับร้อยไปเป็นหลักฐาน ซึ่งคดีนี้คงจะมีคำพิพากษาออกมาในเร็ววันนี้ คนไทยคงถึงบางอ้อว่าทำไมคุณยงยุทธจึงได้รับฉายาเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลว่า "ยุทธตู้เย็น" ที่ต่อมากลายเป็นแบรนด์นักการเมืองโดยทั่วไป ที่มีพฤติกรรมไม่ค่อยเคารพกฎหมาย มักก่อเรื่องทำความเดือดร้อนให้กับตัวเองและพรรคอยู่เป็นประจำ ซึ่งอาจจะมาจากความเชื่อมั่นในตัวเองที่ตีคู่กับ "ความหลงตัว" ว่าได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ใหญ่ที่เป็น "นายหญิง" และ "นายใหญ่" "ยุทธตู้เย็น" อาจจะเป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ ของนักการเมืองไทยอีกคนหนึ่งที่มีส่วนทำให้เด็กๆ เหม็นเบื่อพฤติกรรมเถลือกไถลข้างๆ คูๆ ของนักการเมืองที่ปรากฏในสื่อต่างๆ ทุกวี่ทุกวัน แต่คงไม่ใช่เฉพาะ "ยุทธตู้เย็น" คนเดียว ยังมี "ยี้ห้อยร้อยยี่สิบ" รวมทั้งหน้าใหม่ใน พปช.ที่กำลังพยายามทำตัวให้มาแรงอย่าง "เหลิมดาวเทียม" นักการเมืองเหล่านี้เมื่อถูก กกต.กล่าวหาว่ากระทำความผิด แทนที่จะพยายามหาหลักฐานมาชี้แจงข้อกล่าวหา หรือต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมเพื่อลบล้างข้อกล่าวหา กลับเบี่ยงเบนประเด็นหันไปเล่นเกมอักษรย่อ กล่าวหาว่ามีขบวนการจองล้างจองผลาญ "ล่อซื้อ" เพื่อเล่นงานตัวเองและพยายามหาทางยุบพรรคพลังประชาชน เลิกพฤติกรรมทำนองนี้เสียทีเถอะคุณยงยุทธ, คุณเนวิน ชิดชอบ และฝากถึงโดยเฉพาะ ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง ที่ชาวบ้านติดปากเรียก "ไอ้เหลิม" คนเดิม คุณเฉลิมเคยรู้หรือไม่ว่าทำไมคนไทยทั้งประเทศมักเรียกด้วยคำนำหน้าอย่างนี้ บางรายหมั่นไส้เติมไปว่า "ไอ้เ......เหลิม" ที่มีลูกชายหัวแก้วหัวแหวน 3 คน มีคำพูดติดปากว่า "มึงรู้เปล่า...กูลูกใคร" เสียดายที่อุตส่าห์หลบการเมืองไปหลายปี เรียนจบ "ดอกเตอร์ทางกฎหมาย" แต่นิสัยสันดานเดิมด้านมืดที่ไม่ค่อยดียังไม่หายไปไหนเลย ทำไมไม่เอาด้านดีของตัวเองที่เป็นคนทำงานจริงจัง ฉลาดเป็นกรดและละเอียดถี่ถ้วนให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ทำไมจะต้องพูดจาโผงผางข่มขู่แบบนักเลงหัวไม้อยู่เป็นประจำจะแฉโน่นนี่ เหมือน "เหลิมดาวเทียม" คนเดิม ขอร้องคุณเฉลิมด้วยความรักในฐานะรู้จักชอบพอกัน ควรจะเลิกเสียทีเถอะนิสัยที่ไม่ค่อยดีแบบนี้ รวมทั้งนิสัยยกตัวแสดงตัวว่าสนิทชิดเชื้อกับผู้ใหญ่คนโน้นคนนี้อยู่เป็นประจำ เมื่อคราวรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ก็พังถูกรัฐประหารจากปาก "เหลิมดาวเทียม" ไปแล้ว คราวนี้เล่นมุก "ติดปาก" อวดอ้างจนน่าเบื่อว่าสนิทชิดเชื้อกับคุณทักษิณ มักต่อสายโทรศัพท์ทางไกลข้ามประเทศเปิดเสียงให้นักข่าวฟังอยู่เป็นประจำ และอวดตัวต่อสาธารณชนว่า "เมื่อคืนโทรศัพท์คุยกับคุณทักษิณ........" ในขณะที่หัวหน้าพรรค "คุณสมัคร สุนทรเวช" (ขอให้เกียรติ "ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 25" ไม่เรียกว่า "ไอ้หมัก" ตามความนิยมของคนในสังคมเมือง) ที่เจ้าตัวคงจะไม่แน่ใจว่าเมื่อ "มือที่มองเห็น" ไหวๆ กลับมาถึงบ้านจันทร์ส่องหล้า แล้วจะยังไฟเขียวให้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกหรือไม่ เพราะเอาเข้าจริงแล้วถ้า "นายหญิงจันทร์ส่องหล้า" ลองซาวเสียงถามคนในพรรคพลังประชาชน คงจะได้ยินเสียงป้องปากบอกเหมือนกันว่า ตำแหน่งเหมาะที่สุดสำหรับคุณสมัครคือประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน คนใน พปช.รู้อยู่เต็มอกว่าอุปสรรคใหญ่อย่างหนึ่งของรัฐบาลใหม่ที่มีพรรคพลังประชาชนที่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเสียที มาจากข้อจำกัดนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ "สมัคร สุนทรเวช" ที่ "ปากเป็นพิษ" อยู่เป็นประจำ ถนัดในการเพาะศัตรูตั้งแต่ประธานองคมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นักการเมืองที่เชิญมาร่วมรัฐบาล และขาประจำติดเป็นนิสัยสันดานทะเลาะสื่อมวลชน รวมทั้งพรรคการเมือง 5 พรรคที่เชิญมาร่วมรัฐบาล แต่กลับยังไม่ค่อยรับปากแบบเต็มใจให้คุณสมัครเป็นนายกรัฐมนตรี "มือที่มองเห็นจากบ้านจันทร์ส่องหล้า" ลองขานชื่อใหม่เปลี่ยนแคนดิเดทนายกรัฐมนตรี จะทำให้รัฐบาลพรรคพลังประชาชนเป็นรูปเป็นร่างเร็วกว่านี้ค่อนข้างแน่ ตัวอย่างที่ไม่ค่อยดีงามของนักการเมืองเก่าๆ ที่ตระบัดสัตย์เป็นอาจิณ ยังเหม็นเน่าเกลื่อนตาจนไม่อยากเขียนให้สกปรกรกพื้นที่ไปมากกว่านี้ เช่น เจ้าของฉายาพญาปลาไหล "บรรหาร ศิลปอาชา" ยังเป็นคนเดิมที่อย่าไปผิดหวังอะไรนักหนากับคุณบรรหารเลย ที่ในช่วงก่อนเลือกตั้งพูดอะไรไว้ เพราะนั่นไม่ใช่บรรหารตัวจริงแต่ตอนนี้คือ บรรหารปลาไหลตัวจริงของแท้ เจ้าพ่อวังน้ำเย็น "เสนาะ เทียนทอง" ที่จำแลงเป็น "สัตว์สี่เท้า" ไปแล้ว เมื่อตระบัดสัตย์กลืนน้ำลายตัวเองว่าจะไม่สังฆกรรมกับคุณทักษิณอีก รวมทั้งนักการเมืองหน้าใหม่อีกคนหนึ่ง "อนุบาลการเมือง" ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ที่เป็นตัวอย่างของการไร้จุดยืนทางการเมืองพลิกขาวเป็นดำพลิกดำเป็นขาวในช่วงเวลารายชั่วโมงที่น่าพิศวงงงงวยยิ่งนัก ฯลฯ อยากเห็นหน้าตาการเสพเมถุนของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่มีองค์ประกอบสำคัญ 4 "ห" คือ "ไอ้หม......ไอ้เห........ไอ้ห้.......ไอ้โห......." (ลองลับสมองเติมช่องว่างไอ้ "ห....." หน้าไหนบ้าง) กับพญาปลาไหลเฒ่า, นักเลงหมาๆ, อนุบาลการเมืองไร้กระดูก, งูเห่ารุ่นเก๋า และจอมเสียบที่ราบสูง แล้วฝากสวนดุสิตโพลลองกลับไปสำรวจเยาวชนรอบใหม่ ถามว่าโตขึ้นหนูไม่อยากเป็นนักการเมืองจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงเท่าไร คำตอบจะเป็นดัชนีชี้ว่าประเทศชาติจะเดินหน้าไปได้อย่างไรกับรัฐบาลใหม่ที่เต็มไปด้วยนักการเมืองจำพวกนี้ เริ่มต้นด้วยคำถามมากมายจะไปรอดได้นานแค่ไหน อย่าสักแต่อวดอ้างความชอบธรรมจากการชนะการเลือกตั้ง ความชอบธรรมในการเป็นรัฐบาลไม่ได้มาจากการชนะเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว แต่องค์ประกอบสำคัญควรจะพิจารณาคุณภาพเนื้อในของรัฐบาลว่าจะมีคนอย่างไรมานั่งบริหารประเทศ หากเป็น "คนเลว-คนไม่ดี" ย่อมไม่สมควรจะอยู่ในสถานะใดๆ ทางการเมือง ควรขับไล่ให้พ้นๆ เพื่อทำให้การเมืองสะอาดขึ้น เยาวชนจะได้ไม่รังเกียจอาชีพ "นักการเมือง" อีกต่อไป |
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||