• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 103
  • จำนวนผู้ชม : 74894
  • จำนวนผู้โหวต : 184
  • ส่ง msg :
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/adisak
วันเสาร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2551
ลดธง-วางอาวุธจะยั่งยืนแค่ไหน ?
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 751 , 20:16:05 น.  
พิมพ์หน้านี้


       "นายกรัฐมนตรีของเรา" ที่น้องชาย "มโนมัย สุนทรเวช" บอกว่าจะเป็น "นิวสมัคร" ในสัปดาห์แรก "สอบผ่าน" ได้อย่างน่าพอใจ แม้ว่า "เนื้อหา" ยังไม่ต่างจากเดิมในการถามกลับนักข่าว  แต่เมื่อสามารถปรับลด "โทนเสียง" กร้าวๆ ลงบ้าง แล้วเติมชูรส "เสียงหัวเราะ" กับ "รอยยิ้ม" ในคำพูด
       ทำให้ "นายกรัฐมนตรีของเรา" กำลังจะกลายเป็น "นิวสมัคร-นายแสนดี วจีไพเราะ" ที่นักข่าวเริ่ม "สนุก" กับการพูดคุยกับ "นายกรัฐมนตรีของเรา" เข้าแล้ว 
        ความเก๋าทางการเมืองของ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ที่สามารถแสดงปิยวาจาแทนแกว่งปากเพาะศัตรูเป็นอาจิณ เริ่มทำให้น้ำเสียงของผู้คนจำนวนหนึ่งที่ไม่ค่อยชอบหน้า "นายกรัฐมนตรีของเรา" มานานนม จนแทบจะหาคำอธิบายชัดๆ ได้ยากว่าทำไมก่อนหน้านี้จึงมักเรียก "นายกรัฐมนตรีของเรา" ติดปากว่า "ไอ้หมัก"
       พวกเขากำลังค่อยๆ ลดการตั้ง "การ์ด" ลงเพื่อไม่ให้เสียหน้า แล้วเริ่มออกเสียงคุ้นปากเรียก "นายกฯ สมัคร" หรือ "คุณสมัคร" ได้อย่างไม่ค่อยกระดากปากบ้างแล้ว
       ปรากฏการณ์นี้จะช่วยทำให้คำปรามาสหรือคำสบประมาทรัฐบาลชุดนี้ค่อยๆ จางลง หากรัฐมนตรีกระทรวงหลักๆ ขยันขันแข็งทำงานไป "ข้างหน้า" โดยไม่มัวแต่ "ย้อนอดีต" เจ้าคิดเจ้าแค้นกับการถูกรัฐประหาร
       เมื่อ "นายกรัฐมนตรีของเรา" รู้จักพูดคำว่า "ขอโทษ" กับสื่อมวลชนไทยที่กลายเป็น "สื่อมวลชนชั้นสอง" ไปโดยไม่รู้ตัว หลังจาก "นายกรัฐมนตรีของเรา" ไปนัดสัมภาษณ์พิเศษกับสื่อมวลชนญี่ปุ่นและโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นก่อนสื่อมวลชนไทย
       รัฐมนตรีร่วมคณะหลายคนก็เริ่มต้นโอภาปราศรัยกับสังคมด้วยปิยวาจา ไม่กร่างไม่แสดงอำนาจบาตรใหญ่ อย่างผิดความคาดหมายไปหลายคน เช่น
       ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เอ่ยปาก "ขอโทษ" สังคมที่ทำให้ไม่สบายใจกับพฤติกรรมลูกชาย 3 คน โดยยืนยันว่าจะไม่ให้เข้ายุ่งเกี่ยวกับงานของตัวเองและขอโอกาสทำงานในตำแหน่งนี้ที่ใฝ่ฝันมากว่า 20 ปีแล้ว
        คุณนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ปรับท่าทีใหม่ คำพูดคำจาเต็มไปด้วยความสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน ขอโอกาสจากสังคมทำงานในตำแหน่งนี้ที่หลายคนปรามาสว่าทำงานเป็นแค่ "ทนายหน้าหอ" อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
        ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นๆ อีก 3-4 คนที่อยู่ในสายตาของสังคมก็ถือได้ว่า "สอบผ่าน" ในช่วงเริ่มต้นทำงาน ด้วยแนวทาง Positive Thinking คิดเชิงบวก และ Look Forward มองไปข้างหน้า เช่น
        รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ "มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ" ที่เป็น "ซีเอ็มโอประเทศไทย" ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าอวดภูมิคุยโม้ในเรื่องที่ยังไม่ได้ศึกษาและสัมผัสของจริง แต่กลับเริ่มจากขอเรียนรู้และขอให้การบ้านข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ "เช็คลิสต์" ราคาสินค้า 33 รายการที่มีผลต่อค่าครองชีพของประชาชน
         รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง "คุณหมอสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี" ที่เริ่ม "เก็บปากเก็บคำ" ในฐานะ "ซีเอฟโอประเทศไทย" ที่ไม่ส่งสัญญาณผิดๆ อีก จนทำให้สื่อต่างชาติปรามาสว่าขุนคลังของไทยน่าจะเป็นแค่ "หมอลดน้ำหนัก" มากกว่า "หมอผ่าตัดเศรษฐกิจไทย"
       รัฐมนตรีคนอื่นๆ ก็เล่นบท "ทอดไมตรี" กับข้าราชการ เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม "อนงค์วรรณ เทพสุทิน" จากพรรคมัชฌิมาธิปไตยที่บอกกับข้าราชการว่ามาให้ดูว่า "ขี้เหร่" หรือเปล่า แล้วโชว์ภูมิศึกษาโครงการผันน้ำโขงชีมูลไว้แล้ว  
       รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ "ดร.มั่น พัธโนทัย" จากพรรคเพื่อแผ่นดินก็อ่อนน้อมถ่อมตนยอมรับในสิ่งที่ไม่รู้ไม่คุ้นคืออินเทอร์เน็ต อีเมล และคอมพิวเตอร์ โดยไม่อายข้าราชการและไม่อวดข่มว่ารู้เรื่อง แต่จะขอใช้ความรู้ด้านกฎหมายมาสะสางปัญหาข้อขัดแย้งทางกฎหมายและสัมปทานที่มีอยู่มากมายในกระทรวงไอซีที 
       แต่ยังมีรัฐมนตรีอย่างน้อย 2 คนที่ออกจะเป็น "มือใหม่หัดขับ" ออกสตาร์ทรถอย่างฉวัดเฉวียน  จนเสียวไส้ว่าจะกลายเป็น "สายล่อฟ้า" ชั้นดี
       คนแรกคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข "ไชยา สะสมทรัพย์" ที่จะยกเลิกการใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรยารักษามะเร็งและเอดส์ ที่เป็นผลงานชิ้นโบแดงของอดีตรัฐมนตรีสาธารณสุข "นายแพทย์ มงคล ณ สงขลา"
       ข้อกล่าวหา "รับเงินจากบริษัทยา" เริ่มถูกป้ายบนหน้าผากรัฐมนตรีตั้งแต่วันแรกทำงาน จะทำให้ยากต่อการทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งและเอดส์ ให้เสียสละซื้อยาแพงเพื่อไม่ให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาตัดสิทธิพิเศษทางการค้า
      คนที่สองคือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี "อาจารย์จักรภพ เพ็ญแข" ที่คงยังไม่ได้ถอดวิญญาณแกนนำ "กลุ่มแนวร่วมประชาชนต่อต้านเผด็จการ" (นปก.) ทิ้งไว้หน้าทำเนียบ 
       คำพูดคำจาน้ำเสียง 2-3 วันที่ผ่านมา จึงยังไม่ได้แสดงอาการ "ลดธง-วางอาวุธ" ลงแม้แต่น้อย  อาจารย์จักรภพกลับเล่นบท "ดุ" เลคเชอร์ความรู้เรื่องความไม่เป็นกลางของสื่อไทย ด้วยการเล่นคำว่าไม่ได้ "จัดระเบียบสื่อ" แต่จะ "จัดระบบสื่อ" แล้วยังพาดพิงไปถึงสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสว่าที่มาชอบกลจะเข้าไปตรวจสอบ ด้วยตรรกะ "ที่มาไม่ถูกต้อง จึงไม่ถูกต้องและชอบธรรม"
      ฝากถึง "อาจารย์จักรภพ" ที่เคารพนับถือและเคยรู้จักตัวตนและความคิดของอาจารย์ มาตั้งแต่เป็นอุปนายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ที่มีหลักคิดและวาจาสุภาพอ่อนน้อม ช่วงก่อนอาจารย์ตัดสินใจเข้าไปรับเป็น "โฆษกรัฐบาล" สมัยรัฐบาลทักษิณ เคยฟังคำวิจารณ์ค่อนข้างรุนแรงรังเกียจพฤติกรรมการแทรกแซงสื่อของอดีตนายกฯ ทักษิณด้วยความชื่นชม
       ต่อมาเมื่ออาจารย์จักรภพไปเป็น "โฆษก" รัฐบาลที่ไม่ค่อยมีใครในวงการสื่อมวลชนเห็นดีเห็นงามนัก แต่ก็ยังหวังว่าความเข้าใจในบทบาทการทำงานสื่อมวลชนของอาจารย์จักรภพ จะช่วยปรับความคิดหรือทัศนคติของอดีตนายกฯ ทักษิณให้เคารพสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลมากขึ้นสักเล็กน้อยก็ยังดี
      เมื่ออาจารย์จักรภพประกาศตัวขึ้นเวทีสนามหลวงในฐานะแกนนำ นปก. เพื่อต่อต้านการรัฐประหาร กลับกลายเป็น "นิวจักรภพ" ที่ใช้วาจาหยาบคาย ก้าวร้าวและลามปามไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง จนเพื่อนสื่อมวลชนหลายคนงุนงงว่าอาจารย์จักรภพกำลังต้องการแสดงให้อดีตนายกฯ ทักษิณเห็นถึงความทุ่มเทสุดชีวิตจิตใจเพื่อทักษิณหรืออย่างไร การได้เป็น "รัฐมนตรี" ครั้งนี้คือผลพวงจากการสู้แบบถวายชีวิตให้อดีตนายกฯ ทักษิณกระนั้นหรือ?
       ปัญหาไอทีวี, ทีวีสาธารณะ, ไทยพีบีเอส, ทีวีดาวเทียม, วิทยุชุมชน, เคเบิลท้องถิ่น ฯลฯ เป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าจะอรรถาธิบายสั้นๆ จนกลายเป็น Half Fact แต่ขอฝากการบ้านให้อาจารย์จักรภพใช้เวลาอ่านกฎหมายด้านสื่อโทรทัศน์ 2 ฉบับว่าด้วยอำนาจของรัฐมนตรีคือพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและเเพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ที่มีผลบังคับใช้แล้วกับพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ที่รอลงพระปรมาภิไธย
       อำนาจของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในการกำกับดูแลสื่อโทรทัศน์และวิทยุยังมีเหลืออยู่แค่ไหน ระวังอย่าหลงเข้าใจไปว่า "อำนาจรัฐ" ที่อาจารย์จักรภพลิ้มรสเป็นครั้งแรก หลังจากเคยวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงยังอยู่ครบถ้วนหรือไม่ บางครั้งตรรกะ "ที่มาไม่ถูกต้อง ผลลัพธ์ไม่ชอบธรรม" อาจจะไม่ใช่ตรรกะที่ถูกต้องเสมอไปในสังคมไทย ที่มีความบิดเบี้ยวในเชิงโครงสร้างอำนาจ  
       อยากจะขอให้ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ลองนั่งปุจฉา-วิสัชนากับอาจารย์จักรภพในทิศทางและขอบเขตการกำกับดูแลสื่อของรัฐและสื่อเอกชน ว่ากำลังไปในทิศทางเดียวกันหรือสวนทางกัน จนกลายเป็น "สายล่อฟ้า" และขอให้รัฐมนตรี 4-5 คนที่ปรับตัวเป็น "นายแสนดี วจีไพเราะ" จงรักษาท่าทีเช่นนี้ให้คงเส้นคงวายาวนานที่สุด แล้วตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างหนัก โดยไม่ต้องวอกแวกว่าใครปรามาสแล้วออกมาตอบโต้รายวัน 
        อย่างน้อยพอจะช่วยทำให้เกิดภาวะใหม่ของสังคมไทย คือการ "ลดธง-วางอาวุธ" ลงไปของคู่ขัดแย้งในสังคมตลอดกว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา น่าจะช่วยทำให้กลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลการทำงานผ่านสภาผู้แทนราษฎรและสื่อมวลชน เริ่มกลับคืนสู่การทำงานในภาวะปกติ  
       ทุกคนควร "มองไปข้างหน้า" เพื่อรวมพลังขับเคลื่อนประเทศ เลิก "มองย้อนหลัง" เพื่อจ้องชำระแค้นเอาใจ "นายใหญ่" และพวกพ้อง
       ในขณะที่แกนนำหลักของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อย่าง คุณสนธิ ลิ้มทองกุล จากสำนักยามเฝ้าแผ่นดิน ให้เหตุผลประกาศ "ลดธง" ลงด้วยความรู้สึกอีกแบบว่า การเมืองไทยน่าขยะแขยงเกินกว่าจะไปสนใจอีก และเลือกทางเดินใหม่ "นิวสนธิ" เดินสาย "โมเดลชาติ" ให้ความรู้ทางการเมืองและประชาธิปไตยกับประชาชนทั่วประเทศ
        แม้ว่าเหตุผลของ "การลดธง-วางอาวุธ" ของสองฝ่ายจะแตกต่างกัน แต่อย่างน้อยที่สุดความสับสนวุ่นวายทางการเมืองไทย ที่มาจากการขัดแย้งทางความคิดและข้อกล่าวหา "ทักษิณโกงและชั่วช้าสามานย์หรือไม่" จะไม่เป็นประเด็นหลักใช้ในการเดินขบวนขับไล่บนท้องถนนอีกต่อไปแล้ว เพราะทั้งสองฝ่ายยอมรับในกระบวนการยุติธรรมจะเป็นผู้ตัดสินว่าอดีตนายกฯ ทักษิณทุจริตและการกลับเข้าสู่การเมืองในกติการัฐธรรมนูญใหม่
        สถานการณ์น่าห่วงนับจากนี้ เหลือเพียงบทบาทของอดีตนายกฯ ทักษิณ หลังเดินทางกลับมาประเทศไทยแล้วจะกลายเป็น "เงาดำ" ในสังคมไทยอีกหรือไม่ เช่น "นายกรัฐมนตรีของเรา" คนปัจจุบันจะกลายเป็นหัวหลักหัวตอ, สมาชิกบ้านเลขที่ 111 จะคึกคักมีชีวิตชีวาขึ้นในการ "เลี่ยง" เข้าไปเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจ, นักการเมือง "เชลียร์" ในพรรคพลังประชาชนที่ผิดหวังตำแหน่งรัฐมนตรีจะเริ่มใช้ "ลิ้น" และ "ปาก" ทำงานโชว์นายใหญ่ ฯลฯ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16
Canไทเมือง วันที่ : 19/02/2008 เวลา : 05.28 น.
http://www.oknation.net/blog/canthai

นักการเมืองพูดว่าขาวก็คือดำ
ความคิดเห็นที่ 15
Kibangkok วันที่ : 14/02/2008 เวลา : 14.48 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..

บรรยากาศมาคุกำลังจะกลับมาเยือนประเทศไทยอีกแล้วหละครับ
นายกตัวจริง นายกตัวปลอม ทำให้ประชาชนสับสนเหลือเกิน
ไม่รู้จะเชื่อ จะฟังใครดี
ความคิดเห็นที่ 14
สุวิริโย วันที่ : 14/02/2008 เวลา : 03.17 น.
http://www.oknation.net/blog/19

ไม่กี่วันจริงๆ อย่างที่คาดการไว้...ตอนนี้เริ่มยกธงรบแล้ว..หยิบอาวุธแล้ว..
ดร.เจิมศักดิ์ ประเดิมรายการ...
รัฐบาลควาย... กำลังจะฆ่าตัวตายด้วยการคุกคามสื่อ...
และอาจนำไปสู่การนองเลือดอีกครั้ง...
ความคิดเห็นที่ 13
Sudteerak วันที่ : 12/02/2008 เวลา : 21.19 น.
http://www.oknation.net/blog/Sudteerak
Wherever you are, please remember that I belong to you


ต้องติดตามคะ
ความคิดเห็นที่ 12
นายตะเกียง วันที่ : 11/02/2008 เวลา : 13.04 น.
http://www.oknation.net/blog/naitakeing

อยู่มานานร่วม 72 ปีแล้ว เปลี่ยนยากครับ..ที่เห็นเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น
ความคิดเห็นที่ 11
Lyrics วันที่ : 10/02/2008 เวลา : 19.09 น.
http://www.oknation.net/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :

เอาเป็นว่า ขอให้มีอะไรๆดีขึ้นบ้างละกัน

อย่าคงที่แบบนี้เลยค่ะ


แวะมาทักทายตอนเย็น

แถมเอาเรื่องสนุกๆมาให้อ่านคร่า

โฟร์ มด แยกวงแล้ว แฉ...ตัวการทำวงแตก
http://www.oknation.net/blog/lunla/2008/02/10/entry-1
ความคิดเห็นที่ 10
ภาษาหลากสี วันที่ : 10/02/2008 เวลา : 13.49 น.
http://www.oknation.net/blog/pasalarksee
นิดนรี

ตอนนี้ก็ได้แต่รอดูค่ะ

ว่าผลงานจะเข้าตาหรือไม่ ให้เวลาฮันนีมูน อย่าให้เป็นน้ำผึ้งขมเร็วนักก็แล้วกันค่ะ ประชาชนรอหยาดน้ำทิพย์อยู่
ความคิดเห็นที่ 9
เป้สนาม วันที่ : 10/02/2008 เวลา : 13.40 น.
http://www.oknation.net/blog/yakusaevil

ไม่ใช่ของผมคนนึงล่ะครับ
ความคิดเห็นที่ 8
ลุงต้าลี่ วันที่ : 10/02/2008 เวลา : 12.06 น.
http://www.oknation.net/blog/loongdali

ขอความสมานฉันท์...จงเจริญ เถิดครับท่าน
ความคิดเห็นที่ 7
ตาเรน วันที่ : 10/02/2008 เวลา : 11.26 น.
http://www.oknation.net/blog/sammaapii
หากท่านเป็นผู้ทำธุรกิจอินเตอร์เน็ตและเกมส์  ขอเชิญแวะเยี่ยมเราที่   >>> www.tscclub.org   มีสาระมากมาย..ให้คำปรึกษาฟรี

ขอเปลี่ยน "นายกรัฐมนตรีของเรา"...เป็น
"นายกรัฐมนตรีของเขา" ได้หรือไม่หนอ...???
ความคิดเห็นที่ 6
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 10/02/2008 เวลา : 09.16 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

สงครามที่เกิดขึ้นในรอบ 2 ปีที่ผ่านมานั้น แต่ละฝ่ายถึงแม้จะมีช่วงเวลาลิงโลด แต่ก็บาดเจ็บกันทั่วหน้า มาวันนี้กลุ่มที่กลับคืนมามีอำนาจ เขาก็คงได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์มาเป็นอย่างดีแล้วว่า ตามความเป็นจริง ตนจะถูกจะผิดนั้นไม่สำคัญ แต่เมื่อต้องสู้กันแล้ว ตัวก็หลีกเลี่ยวความเจ็บปวดไม่พ้น

ผมว่าพรรคพลังประชาชนเดินหน้าด้านแก้ปัญหาเพื่อประชาชนเป็นหลักอย่างแน่นอน เพราะการเอาใจประชาชนจะเป็นเกราะกำบังความสุจริตของพวกเขา อาจจะมีรัฐมนตรีบางคนที่มีลับลมคมในอะไรอยู่ ก็เป็นธรรมดาที่โดนกระซวกเองแหละครับ แต่คงไม่ถึงกับพังพินาศไปทั้งยวง นี่ผมพยายามมองในด้านดี

ไม่ใช่แค่รัฐบาลอย่างเดียว ผมเห็นหลายฝ่ายก็ถอยกันได้แล้วจริง ๆ ทหารออกจะถอยมาหน่อย เพราะถึงขั้นยึดอำนาจแล้วยังกดเขาไม่ลง เลยเลิกดีกว่า เหลือแค่ระดับการป้องกันตัว สื่อมวลชนเองก็ถอยรอดูสถานการณืเยอะแล้ว แสดงให้เห็นว่ายอมให้รัฐบาลมีห้วงฮันนีมูนเหมือนกัน ส่วนพวกเกียร์ห้าบ้าเลือดอย่างบางกลุ่มนั้น ขาดน้ำเลี้ยง ขาดการสนับสนุน เดี๋ยวก็ฝ่อไปเอง

ทักษิณกับพวกก็เรียนรู้เหมือนกันครับ ผมว่าเขาอยู่เบื้องหลังนี่ดีกว่าเบื้องหน้าอีก ผมไม่คิดว่าเขาจะเร่งให้มีการแก้ปัญหากดล็อก 111 อะไรหรอก เพราะไม่จำเป็น เขาเคยต่อต้านมือที่มองไม่เห็น เพราะรู้ว่ามือนี้มีอิทธิพลสูงลิบจริง วันนี้เขากลายเป็นมือนี้อีกมือนึงไปแล้ว มันดีกว่าอยู่เบื้องหน้าและได้อะไรต่อมิอะไรมากกว่าเบื้องหน้า ดดยไม่ต้องขัดแย้งกับให้ให้เสี่ยงถูกโค่นจริง ๆ ครับ
ความคิดเห็นที่ 5
ทนายแต๊ก วันที่ : 10/02/2008 เวลา : 07.25 น.
http://www.oknation.net/blog/thanyasak
thanyasak

เหลี่ยมกำลังกลับมาครับ
ระวังเหลี่ยมเอาคืน
ความคิดเห็นที่ 4
patijjachon วันที่ : 10/02/2008 เวลา : 05.44 น.
http://www.oknation.net/blog/patijjachon
ปฏิจจชน ... คนที่ยังเป็นหนี้แผ่นดิน

นิสัยที่ฝังรากลึก (สันดาน) ของคน มันจะเปลี่ยนกันได้อย่างง่ายดายเช่นนั้น เชียวหรือครับ ...
ความคิดเห็นที่ 3
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 10/02/2008 เวลา : 00.29 น.
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

เห็นด้วยทุกตัวอักษรค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
ราชดำเนิน2 วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 22.11 น.
http://www.oknation.net/blog/cpt02

ยัง ยังเก็บไม่หมด"แม่งปวดหัว มือมันไม่มีกิ๋น เพราะเขียมกฎหมายปฎิบัติไม่ได้" สมัคร
ดูไม่ถึงนํ้า อั้นไม่อยู่ สันดานมันขับออกมาเอง...เร็วๆ นี้
ความคิดเห็นที่ 1
มะอึก วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 21.18 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

เป็นคำสอนที่เสนาบดีที่เคารพรักทั้งหลายต้องมารับฟังเป็นอย่างยิ่ง
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29