• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 103
  • จำนวนผู้ชม : 77184
  • จำนวนผู้โหวต : 187
  • ส่ง msg :
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/adisak
วันจันทร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2551
โมเดิร์นสมัคร ระวังกรรมเก่า เยียวยาบาดแผลสังคม ก่อนดับฝัน
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 921 , 14:31:23 น.  
พิมพ์หน้านี้


สัปดาห์ที่สอง "นายกรัฐมนตรีของเรา" ยังพยายามทำแต้ม"บวก" เพิ่มขึ้นได้อีกหลายแต้ม จากการ"ตีกลับ" โผรายชื่อที่ปรึกษาและเลขานุการรัฐมนตรีที่ไม่เข้าท่า-น่าอายและการ "บ่น"

          นอกพรรคเรื่องสมาชิกบ้านเลขที่ 111 คนหนึ่งอยากจะเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจเพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่ "หุ่นเชิด" อีกต่อไป แต่น่าเสียดาย "แต้มลบ" กรรมเก่าเมื่อ 31-32 ปี กำลังจะตามมา "ทวงคืน" 

          อันเนื่องมาจากการให้สัมภาษณ์นายแดน ริเวอร์ ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นประจำประเทศไทยในรายการ Talk Asia ที่เคยเป็นคู่ปรับเก่า อดีตนายกรัฐมนตรีของเรา "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรีของเรา บอกด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงไทยที่พอจะแปลความเป็นอื่นไปไม่ได้ หลังจากถูกถามถึงเหตุการณ์สังหารหมู่ที่มีนักศึกษาและประชาชนเสียชีวิตจำนวนมากกว่า 45-46 คน เมื่อวันที่ 6 ต.ค.2519 ที่ว่าไม่เป็นความจริง เพียงแต่เกิดเหตุการณ์แล้วมีเพียง "คนโชคร้าย" คนเดียวที่ตายในวันนั้น

           "นายกรัฐมนตรีของเรา" ยังบอกว่าตัวเองไม่ได้เข้าไปมีส่วนทำให้เกิดเหตุการณ์วันที่ 6 ต.ค.2519  ซึ่งในขณะนั้น "นายกรัฐมนตรีของเรา" เป็นนักจัดรายการฝีปากกล้าแห่ง "ชมรมวิทยุเสรี-สถานีวิทยุยานเกราะ เอฟเอ็ม 90.0 " ที่มีลีลาพูดปลุกระดมเร้าใจมวลชนฝ่ายขวาที่อ้างว่าเทิดทูนสถาบัน  

           ด้วยการพูดป้ายสีการเคลื่อนไหวชุมนุมของนักศึกษาที่ต่อต้านการกลับเข้าประเทศของอดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ถนอม กิตติขจร ที่แอบบวชเข้ามาในประเทศไทยว่าเป็นขบวนการฝ่ายซ้ายที่มีพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยหนุนหลังเพื่อล้มล้างสถาบัน แล้วต่อมาเมื่อเกิดเหตุการณ์สังหารหมู่และรัฐประหารในคืนนั้น "นายกรัฐมนตรีของเรา" ได้รับแต่งตั้งจากคณะรัฐประหารให้เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย เพื่อจัดการกับสื่อหนังสือพิมพ์ที่ถูกสั่งปิดทุกฉบับเป็นเวลา 3 วัน

              จึงออกจะเป็นห่วง "กรรมเก่า" ของ "นายกรัฐมนตรีของเรา" กำลังจะตามมา "เช็คบิล" ค่อนข้างแน่นอนในเร็วๆ นี้ ซึ่งน่าจะเป็นจุดเปราะบางที่สุดของ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ที่ไม่ควรไปพูดแตะต้องประวัติศาสตร์เหตุการณ์วันนั้น  จนดูประหนึ่งว่าเป็นเรื่องเล็กๆ ที่มีคนตายคนเดียว 

            หวังว่าแกนนำในพรรคพลังประชาชนหลายคนที่เคยร่วมในเหตุการณ์วันนั้นในฐานะนักศึกษาฝ่ายซ้าย  คงไม่สมองเสื่อมจากอาการมัวเมาอำนาจรัฐ  จนคล้อยตามเชื่อในสิ่งที่ "นายกรัฐมนตรีของเรา" พูดว่าเป็นความจริง แต่ที่เงียบอยู่คงกำลังหาทางแก้เกมการเมืองกรรมเก่าที่ "นายกรัฐมนตรีของเรา" จุดประเด็นขึ้นมาเอง

            แต่มองในอีกด้านหนึ่ง พวกเขาอาจจะ "สะใจ" แล้วกำลังสุมไฟเร่งให้กฎแห่งกรรม "กรรมเก่า" ทำงาน เพื่อจะได้เขี่ยให้ "นายกรัฐมนตรีของเรา" พ้นทางจากตำแหน่งนี้ไปเร็วๆ เพราะหากปล่อยให้ "นายกรัฐมนตรีของเรา" แสดงตัวว่าไม่ใช่ "นายกรัฐมนตรีหุ่นเชิด" ไปอีกสักพัก คะแนนนิยมอาจจะไต่ทะยานขึ้น 

         ผู้คนในฝั่งที่เคย "ถูกกระทำ" อย่างเจ็บปวดในสมัยนั้นส่วนใหญ่ยังเป็นนักศึกษา ล่วงเลยมาถึงปัจจุบันก็คงมีอายุระหว่าง 50-55 ปีเป็นส่วนใหญ่ยังไม่ถึงวัยความทรงจำเสื่อม คงยังจำได้ติดตาถึงภาพความสยดสยองของนักศึกษาที่ถูกรุมฆ่าในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ พวกเขาวิ่งหัวซุกหัวซุนหลบหนีกระสุนจากกองกำลังตำรวจตระเวนชายแดนและลูกเสือชาวบ้านที่มีอาวุธปืนครบมือที่ยิงกระหน่ำเข้าไปในบริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ตั้งแต่รุ่งสางของวันที่ 6 ต.ค.2519

           แม้ว่าในสมัยนั้นยังไม่มีโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายภาพได้ทันท่วงที  ไม่มีกล้องถ่ายวิดีโอแบบแฮนดี้แคมที่สะดวกถ่ายทุกเวลา  ไม่มีอินเทอร์เน็ตเพื่อส่งภาพไปให้เพื่อนๆ ฯลฯ  แต่กลับปรากฏภาพการสังหารหมู่ในเช้าวันนั้นแพร่ออกไปในสื่อมวลชนทั่วโลกที่ทำให้คนทั้งโลกตกตะลึง แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าเมืองไทยที่เป็นเมืองพุทธศาสนาจะเกิดเหตุการณ์สังหารหมู่เช่นนี้ 

          ศพนักศึกษาถูกผ้าพันคอลูกเสือชาวบ้านลากกลางสนามหลวงแล้วใช้ไม้ตอกลิ่มที่หน้าอก การเผากองศพนักศึกษาและประชาชนบนยางรถยนต์ นักศึกษาถูกแขวนคอกับต้นมะขามแล้วถูกรุมตีด้วยโต๊ะเหล็ก และกระโดดเตะ ฯลฯ

         ใครอยากย้อนไปดูภาพเหตุการณ์เหล่านี้ และอ่านเรื่องราวที่มีการบันทึกจากปากคำของผู้อยู่ในเหตุการณ์อย่างละเอียด ลองค้นข้อมูลใน www.google.com หรือ www.yahoo.com  ด้วยการใส่คำว่า  6 October 1976 และ www.google.co.th และ www.yahoo.co.th คำว่า 6 ต.ค. 2519 จะพบว่ามีการบันทึกข้อมูลและภาพเหตุการณ์  รวมทั้งการวิเคราะห์เบื้องหลังและการตีความเหตุการณ์ในแง่มุมประวัติศาสตร์  จำนวนมากมหาศาลยิ่งกว่าเหตุการณ์ใดในประเทศไทย

        หลังจากสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น และสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม "อัลจาซีรา"ได้ออกบทสัมภาษณ์ในประเด็นคล้ายกันในคำถามถึงเหตุการณ์วันนั้น  ยังไม่มีนักข่าวไทยรวบรวมความกล้าถาม "นายกรัฐมนตรีของเรา" ถึงเหตุการณ์ในวันนั้น

        น่าจะเป็นเพราะรู้ดีว่าคำถามนี้จะทำให้ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ที่กำลังพยายามปรับตัวให้เป็น "โมเดิร์นสมัคร" ต้องออกอาการ "ตบะแตก" กลายเป็น "โอลด์สมัคร" อย่างแน่นอน

        หรืออาจจะเป็นเพราะสื่อมวลชนไทยที่ประจำอยู่ทำเนียบรัฐบาลและพรรคพลังประชาชนส่วนใหญ่น่าจะอายุต่ำกว่า 50 ปีและอาจจะเกิดหลังปี 2519 ที่ไม่ได้ร่วมในเหตุการณ์วันนั้น จึงยังไม่ได้รู้สึกว่าคำพูดของ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ที่บิดเบือนประวัติศาสตร์วันนั้นเป็นสิ่งที่ควรจะทำให้กระจ่างเสียที  

        เมื่อเทียบกับปฏิกิริยาจากคอลัมนิสต์ในหนังสือพิมพ์รายวันหลายฉบับได้เขียนถึงเรื่องนี้ด้วยความเจ็บปวด และไม่เคยลืมภาพสยดสยอง รวมทั้งบทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับเมื่อวันเสาร์  ยังแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับคำพูดของ "นายกรัฐมนตรีของเรา" แล้วเรียกร้องให้ชำระประวัติศาสตร์เหตุการณ์นองเลือด 3 ครั้งคือ 14 ต.ค.2516 , 6 ต.ค.2519 และ 15-17 พ.ค. 2535

          จึงเป็นห่วง "นายกรัฐมนตรีของเรา" ที่ออกสตาร์ทในตำแหน่งอันทรงเกียรติได้น่าชื่นชมในช่วง 2 สัปดาห์แรก แต่อาจจะมา "ตกม้าตาย" ด้วย "กรรมเก่า" ที่มาจากคำพูดตัวเองในไม่ช้า

         ถ้าเลือกไม่พูดไม่ตอบคำถามเรื่องนี้กับสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นและสถานีโทรทัศน์อัลจาซีรา คงจะไม่มีใครอยากถามเรื่องเก่ากับ "นายกรัฐมนตรีของเรา "เพื่อเปิดโอกาสให้ทำงานบริหารประเทศหลังจากได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชน

           ดังเช่นที่เคย "ตัดบท" ไม่ตอบคำถามความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 6 ตุลาของคุณเทพชัย หย่อง ในรายการ "สยามเช้านี้" ทางช่อง 5 ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งปีที่แล้ว

          ด้วยความเป็นห่วง "นายกรัฐมนตรีของเรา" ที่มุ่งมั่นจะนั่งในเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ให้นานที่สุด ด้วยความพยายามเล่นเกมการเมืองสร้างคะแนนนิยม "คนเมือง" ค่อยๆ สลัดภาพ "นายกรัฐมนตรีหุ่นเชิด" จากอดีตนายกฯ ทักษิณ  จนน่าจะพอเป็นความหวังได้ว่า "นายกรัฐมนตรีของเรา" คิดถึงวันลงจากตำแหน่งจะต้องให้คนไทยระลึกถึงด้วยความเคารพนับถือ

            "นายกรัฐมนตรีของเรา "เมื่อพ้นจากตำแหน่งคงไม่อยากให้ใครต่อใครกลับไปเรียกด้วยคำลบหลู่แบบเดิมว่า "ไอ้หมัก" แต่คงอยากจะให้ลูกหลานคนไทยส่วนใหญ่จดจำผลงานที่ดีๆ อย่างโครงการรถไฟทางคู่,รถไฟฟ้าใต้ดิน,อุโมงค์ส่งน้ำอีสานที่เป็นความใฝ่ฝันมานาน และยังให้เกียรติ  ด้วยการเรียกติดปากว่า "นายกฯสมัคร" หรือ "คุณสมัคร" แทนคำพูดติดปาก "ไอ้หมัก" ที่เคยเป็นมาในช่วงก่อนหน้านี้

           แม้ผมไม่ได้ไปร่วมอยู่ในเหตุการณ์วันนั้นโดยตรงที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ช่วงเวลานั้นโตพอรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อสอบเข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปี 2521 ที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์วันนั้นมาปีกว่าๆ จึงสัมผัสซึมซับบรรยากาศความสยดสยองในวันนั้นจากร่องรอยอาคาร และคำบอกเล่าของผู้คนในธรรมศาสตร์ที่เล่าขานไม่รู้จบ จึงรู้สึกเคืองแค้นชิงชัง "นายกรัฐมนตรีของเรา" เช่นกันว่าทำไมจึงบิดเบือนเหตุการณ์วันนั้น

            เพียงแต่ยังหวังว่า "นายกรัฐมนตรีของเรา" จะเป็น "โมเดิร์นสมัคร" หรือ "นิวสมัคร" ที่รู้ร้อนรู้หนาวกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์กรณี 6 ต.ค. 2519 ดังเช่นความพยายามพิสูจน์มาตลอดกว่า 2 สัปดาห์ว่าไม่ใช่ "นายกรัฐมนตรีหุ่นเชิด" และปรับวิธีการพูดกับสื่อมวลชนและสังคมที่ไม่ใช่ "ตัวจริง-เสียงจริง" ของตัวเอง  จนกลายเป็น "นายแสนดี วจีไพเราะ" เพื่อสร้างความสมานฉันท์แก้ปัญหาความแตกแยกในสังคม

            หาก "นายกรัฐมนตรีของเรา" อยากจะทำหน้าที่บริหารประเทศไปนานๆ ด้วยความมุ่งมั่นว่าจะทำให้เกิดสิ่งดีๆ แก่ประเทศชาติตามความเชื่อของตัวเอง  ควรจะลองหาหนทางเยียวยา "บาดแผลสังคม" จากเหตุการณ์วันนั้นที่ไม่ใช่ให้ลืมอดีต ซึ่งไม่ใช่การฟื้นฝอยหาตะเข็บเพื่อเอาคนผิดมาลงโทษให้สาสม 

           "นายกรัฐมนตรีของเรา" น่าจะเริ่มต้นจากการเอ่ยปาก "ขอโทษ" ในคำพูดผ่านซีเอ็นเอ็น ที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อข้อเท็จจริงในเหตุการณ์วันที่ 6 ต.ค.2519 แล้วสร้างกระบวนการชำระประวัติศาสตร์ให้ถูกต้องตามความเป็นจริง

          หาก "นายกรัฐมนตรีของเรา" เชื่อมั่นว่าตัวเองไม่ได้เข้าเกี่ยวพันกับแผนสังหารหมู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และเหตุการณ์ในวันนั้นเกิดขึ้นจากความขัดแย้งทางความคิดของกลุ่มต่างๆ ในสังคม  จนนำไปสู่การรัฐประหาร 6 ต.ค. 2519 เพื่อยุติความขัดแย้งและการนองเลือด 

             เช่นเดียวกับข้ออ้างการรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ที่คณะทหารอ้างเหตุป้องกันไม่ให้เกิดการนองเลือดและปกป้องสถาบัน  ซึ่ง "นายกรัฐมนตรีของเรา" เห็นว่าเป็นการรัฐประหารที่ไร้เหตุผลและร่วมต่อต้านการรัฐประหาร จนได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ที่มาจากการเลือกตั้งเมื่ออายุ 72 ปี  ซึ่งแตกต่างตรงกันข้ามกับปี 2519 ที่ "นายกรัฐมนตรีของเรา" สนับสนุนรัฐประหารจนได้เป็น "รัฐมนตรีมหาดไทย" เมื่ออายุ 41 ปีเท่านั้น 

          มิเช่นนั้นหากไม่รีบหาทาง "ดับไฟ 6 ตุลา" ตั้งแต่ต้นลม "กรรมเก่า" จากการกระทำในอดีตที่อาจจะไม่มีใครรู้ลึกนักจะติดจรวดตามมาเช็คบิลเองดังเช่นที่เกิดขึ้นกับหลายคนที่อยู่ในกลุ่มชมรมวิทยุเสรีและลูกเสือชาวบ้าน  อาจจะดับฝัน "นายกรัฐมนตรีของเรา" ที่มุ่งหวังอยู่นานๆ เพื่อทำให้ความใฝ่ฝันในเมกะโปรเจคเป็นจริง


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
เสรีชนคนธรรมดา วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 13.50 น.
http://www.oknation.net/blog/wewon

ถ้ากฏทำชั่วได้ชั่วมีจริง คงไม่มีนายกสมัครในวันนี้
ความคิดเห็นที่ 5
math_maxima วันที่ : 19/02/2008 เวลา : 08.44 น.
http://www.oknation.net/blog/mathmaxima

ประเทศอื่นๆเขาเก็บประวัติศาสตร์ไว้เป็นบทเรียน เพื่อสร้างชาติ สร้างอนาคต แต่บ้านเราซิ อะไรก็ไม่รู้ งงไปหมดแล้วครับพี่น้อง
ความคิดเห็นที่ 4
Canไทเมือง วันที่ : 19/02/2008 เวลา : 05.27 น.
http://www.oknation.net/blog/canthai

แหะ แหะ

ใช้สาบานในสภาแทนค่าความจริงไปแล้ว ตามประสาคนชอบสาบาน

แต่มันก็แปลก กกต. เชิญไปร่วมสาบานก่อนหาเสียงเลือกตั้งว่าจะไม่ทุจริตเลือกตั้ง

คนชอบสาบานวิ่งหนีหางจุกตูดกันเป็นแถว
ความคิดเห็นที่ 3
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 18.09 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

กรรมเวร กรรมใคร
ความคิดเห็นที่ 2
tanatach วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 16.25 น.
http://www.oknation.net/blog/tanatach
การเมืองเรื่องใกล้ตัว  แต่ขอมองอย่างธนธัช // Tanatach  Kosirisant

แผลเก่ายังทันตกเสก็ด...เปิดแผลใหม่อีกแล้ว
ธนธัช
ความคิดเห็นที่ 1
คนใส่แว่น วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 15.49 น.
http://www.oknation.net/blog/chattrg

หรือว่า
นายก อัลไซเมอร์
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29