• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 96
  • จำนวนผู้ชม : 54321
  • จำนวนผู้โหวต : 127
  • ส่ง msg :
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 2 มีนาคม 2551
"นายกฯของเรา" กับ "อดีตนายกฯของเรา" บทไหนจะพิสูจน์ "นายกฯตัวจริง"
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 614 , 17:02:25 น.  
พิมพ์หน้านี้


เห็นใจและสงสาร"นายกรัฐมนตรีของเรา"กับ"อดีตนายกรัฐมนตรีของเรา"ที่นับจากนี้เป็นต้นไป  คงจะทำตัวไม่ค่อยถูกว่าข้าพเจ้าจะวางตัวยังไงกันดีเพื่อไม่ให้เกิดคำถามว่า"นายกรัฐมนตรีตัวจริง"กลับมาแล้ว


    "นายกรัฐมนตรีของเรา"อย่าไปโมโหโกรธานักข่าว เมื่อถูกถามจี้ใจดำเรื่องประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีซ้อนกัน 2 คน  เพราะนั่นยิ่งจะทำให้ชาวบ้านอ่านออกมองทะลุว่า"นายกรัฐมนตรีของเรา"กำลังคิดหนัก  จนหงุดหงิดไม่สบายใจจริงๆ
    อุตส่าห์พูดดักคอดักหน้าไว้ 1 วันก่อน"อดีตนายกรัฐมนตรี"จะเดินทางกลับมาประเทศไทย  แต่กลับไร้ความหมายทำให้"ราคาคำพูด"แทบไม่มีเลย  เชิงปรามไม่ให้"คนรักทักษิณ"ไปต้อนรับที่สนามบินกันเอิกเกริกเกินไปหรือไม่ไปได้ยิ่งดี  เพื่อไม่ให้กลายเป็นเรื่องน่า"หมั่นไส้"
   โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพรัฐมนตรีมหาดไทย"ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง"ที่คงทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ยิน"นายกรัฐมนตรีของเรา"พูดปรามไว้  เดินอาดๆ อกผายไหล่ผึ่งเคียงคู่"อดีตนายกรัฐมนตรีของเรา"ออกมาจากประตูสนามบิน
   แล้วเห็นแวบๆ ใครบางคนรีบฉุดแขนไว้ไม่ให้เดินหลุดเข้าไปบังฉาก"กราบแผ่นดิน"ที่ได้วางพล็อตล่วงหน้าไว้แล้ว
   นับเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ระดับออสการ์ของ"ผู้กำกับภาพ"ที่ทำให้ภาพนี้  สามารถยึดครองพื้นที่สื่อทั้งในระดับประเทศและระดับโลกได้อย่างพร้อมเพรียง จนคนรักทักษิณ"น้ำตาท่วม"สนามบินสุวรรณภูมิและทั่วประเทศไทยที่ได้ดูภาพสดๆ ทาง"โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ"ทุกช่อง


   แม้ว่าหลังจากคืนก่อนเดินทางกลับประเทศได้ยืนยันผ่านโทรทัศน์อย่างน้อย  2 ช่องว่าพร้อมจะกลับมาให้หายคิดถึงแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์  แต่"คนรักทักษิณ"ไม่ได้ออกไปต้อนรับมากเกินไป  จากเคยคุยข่ม"คนชังทักษิณ"จาก"ลิ่วล้อขุนพลห้อย-โหน"เตรียมแผนระดมคน"ล้านคน"เพื่อแห่แหน"นายใหญ่"กลับมาอย่าง"วีรบุรุษประชาธิปไตย" 
   เอาเถอะใครจะรู้สึก"หมั่นไส้"อย่างไรก็เป็นเรื่องของ"ใจเขาใจเรา"ที่ไม่สามารถหักห้ามกันได้  เลือกตั้งผ่านมาแล้วพิสูจน์ว่าใครชนะ  หนักนิดเบาหน่อยควรจะอภัยกันได้แล้ว
 "คนชังทักษิณ"ควรจะกลั้นใจเปิดใจให้กว้าง  ยกให้เป็นวันของ"อดีตนายกรัฐมนตรี"สักวัน "Today is your Day"
  ลองเอาใจเขามาใส่ใจเราดูบ้าง  คนเราลองระหกระเหินเร่ร่อนเป็น"สัมภเวสี"ในต่างแดนมาร่วมกว่า 500 วัน  แทบไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้กลับมาเหยียบแผ่นดินเกิดได้อย่างสง่าผ่าเผยเช่นนี้  ย่อมรู้สึกอยากจะ"กราบแผ่นดิน"ไม่ต่างกันมากนัก  ยิ่งเป็นแผ่นดินสนามบินสุวรรณภูมิที่ตัวเองเร่งสร้างจนเกิดปัญหารันเวย์ร้าว
    "นายกรัฐมนตรีของเรา"อย่าได้รู้สึกน้อยอกน้อยใจเป็นอันขาด  น่าจะรู้อยู่เต็มอกแล้วว่าสักวันหนึ่งวันนั้นจะต้องมาถึง  เพราะ"อดีตนายกรัฐมนตรีของเรา"เฉลยออกมาแล้วว่าคิดถึงบ้านใจจะขาด  อยากกลับมาตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. 2549 ภายหลังจากถูกรัฐประหาร 1 วันโน่น  น้ำใจนักกีฬาช่างประเสริฐแท้ๆ


   อย่างน้อยที่สุดบรรยากาศเมื่อตอนสายวันที่  28 ก.พ. คงทำให้"คนรักทักษิณ"ที่เป็น"โรคคิดถึงขั้นรุนแรง"ได้จางหายไปบ้าง  ไม่ต้องคอยชะเง้อถามว่า"อดีตนายกรัฐมนตรีของเรา"จะได้กลับบ้านเมื่อไร
   เปรียบได้ไม่ต่างจากการอดใจรอคอยดูภาพยนตร์เรื่องเด็ดๆ ที่มีการโหมโฆษณาล่วงหน้ามานาน  เปิดรอบปฐมทัศน์จึงมักแน่นขนัดเป็นธรรมดาของสัตว์โลกที่อยากรู้อยากเห็น  แล้วหลังจากนั้นเมื่อได้ชมกันอิ่มหนำเต็มอุราแล้วก็จะทำให้กระแสฟีเวอร์ค่อยๆ ผ่อนคลายลงไปเอง
   เมื่อ"อดีตนายกรัฐมนตรีของเรา"กลับบ้านกราบแผ่นดินได้สมราคาการรอคอยจากผู้กำกับระดับสุดยอดออสการ์กับลูกโลกทองคำ  ขั้นตอนการเยียวยาสังคมให้สมานฉันท์ระหว่าง"คนชังทักษิณ"กับ"คนรักทักษิณ"  นับจากนี้จะไปทางไหนก็จะขึ้นอยู่กับการวางบทของ"นายกรัฐมนตรีของเรา"กับ"อดีตนายกรัฐมนตรีของเรา"เป็นส่วนใหญ่
   "นายกรัฐมนตรีเงา"หรือ"ผู้นำฝ่ายค้าน"คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  คงจะรับบทก๊อกๆ แก๊กๆ เป็นตัวประกอบไปอีกพักใหญ่ๆ  จนกว่าจะถึงบทยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี  หาก"นายกรัฐมนตรีของเรา"กับ"อดีตนายกรัฐมนตรีของเรา"เล่นผิดบทกันบ่อยๆ
   ส่วน"คนชังทักษิณ"ไม่ว่าจะตั้งกลุ่มตั้งแกนชื่อเท่ๆ ใหญ่ๆ อลังการแค่ไหน  คงแทบจะไม่มีพิษสงอันใดในการระดมพลชุมนุมขนาดใหญ่ระดับครึ่งสนามหลวงหรือเต็มราชดำเนินกลาง
    ตราบใดที่บทบาทระหว่าง"นายกรัฐมนตรีของเรา"กับ"อดีตนายกรัฐมนตรีของเรา"ไม่เกยหรือทับซ้อนกัน  จนแยกไม่ออกว่าใครเป็น"นายกรัฐมนตรีตัวจริง"ในการสั่งการบริหารประเทศ  ปัญหาร้ายแรงจะไม่มีวันเกิดขึ้นจนปะทะเลือดตกยางออกกลายเป็นข้ออ้างรัฐประหารอีกรอบ
   "นายกรัฐมนตรีของเรา"อย่าได้หงุดหงิดเก็บกดความน้อยอกน้อยใจจนเก็บอาการไม่อยู่   แล้วเผลอพูดกับฝรั่งต่างชาติว่า" Today is my day"อีกเป็นอันขาด  ควรจะยอมรับความจริงว่า"นายใหญ่"คนที่ขอร้องให้มาช่วยทำหน้าที่"ถือธง"นำพรรคพลังประชาชนกลับมาบ้านแล้ว
   ฝากถึงรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลงานประชาสัมพันธ์และสื่อของรัฐ"อาจารย์จักรภพ เพ็ญแข"ช่วยอบรม"ลูกศิษย์"รองโฆษกฯหมาดๆ"ศุภรัตน์ นาคบุญนำ"ที่คงยังไม่สามารถสลัดจิตวิญญาณนักข่าวออกไปได้อย่างหมดจด  จึงยังมีสัญชาตญาณ"จมูกข่าว"อยู่อย่างเต็มที่  เริ่มต้นทำงานใหม่จำเป็นต้องหาคะแนนเสียงให้ตัวเอง  ด้วยการปล่อย"ฮิ้นข่าวชั้นดี"กับนักข่าวทำเนียบที่ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนวิ่งไล่หาข่าวจาก"นายกรัฐมนตรี"ทุกคนมาด้วยกัน
   "นายกรัฐมนตรีของเรา"จึงไม่ควรใช้"วาจาไม่เป็นผู้ใหญ่"ไม่เชื่อคำเตือน  อยากเป็นนายกรัฐมนตรีนานๆ จะต้องทำตัวเป็น"นายแสนดี วจีไพเราะ"กับสื่อที่เป็นคู่รักคู่แค้นตลอดกาล  เพราะรู้ตัวดีว่าหัวเดียวกระเทียมลีบในพรรคพลังประชาชน
   อย่าไปตำหนิดูถูกนักข่าวเมื่อถามคำถามนี้  เพราะได้มาจากรองโฆษกรัฐบาล"ที่บอกว่า"นายกรัฐมนตรีของเรา"พูดยืนยันกับผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯว่า" Today is my Day"วันนี้เป็นวันของผม   เพื่อให้มหามิตรมะกันเชื่อว่าประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีคนเดียว  ไม่ใช่กำลังมีอยู่ 2 คนอย่างที่สื่อต่างประเทศ"วิเคราะห์เป็นตุเป็นตะ
   อีกคนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง"คุณหมอเลี้ยบ" สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ก็เช่นกัน   เผลอ"พูดจากใจ"ว่าจะไปขอคำปรึกษาเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจจาก"อดีตนายกรัฐมนตรี"และคิดดังๆ ออกมาให้ได้ยินชัดๆว่าตั้งใจจะเชิญมาเป็น"ที่ปรึกษา"ด้วย
   นักข่าวคาบคำพูดของ"หมอเลี้ยบ"ไปถาม"นายกรัฐมนตรีของเรา"ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา  นักข่าวไม่ได้อยู่ดีๆ นึกสนุกคิดคำถามขึ้นมา"เสี้ยม"นายกรัฐมนตรีของเรากับ"อดีตนายกรัฐมนตรีของเรา"  เข้าทำนองสุภาษิต"ไม่มีมูล-สุนัขไม่ขี้"


   "นายกรัฐมนตรีของเรา"ควรจะแสดงความมั่นใจตัวเองว่าเป็น"นายกรัฐมนตรีตัวจริง"ไม่ใช่"นายกรัฐมนตรีนอมินี"ของหน้าไหนทั้งสิ้น ด้วยการมองผลประโยชน์ของประเทศเป็นลำดับแรก  อย่าให้"อดีตนายกรัฐมนตรี"หรือลิ่วล้อบริวารแอบ"สนตะพาย"หรือ"สั่งการ"หลังทำเนียบรัฐบาลเป็นอันขาดหรือแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมเพื่อช่วยให้ตัวเองและครอบครัวหลุดคดี
    เมื่อลั่นวาจาคำไหนเป็นคำนั้น  เช่น  เมื่อปรามว่าอย่าไปต้อนรับให้เอิกเกริก  เห็นรัฐมนตรีคนไหนไม่เชื่อฟังก็ตำหนิผ่านสื่อได้ ฯลฯ  คำพูด"นายกรัฐมนตรีของเรา"จะต้องทำให้ศักดิ์สิทธิ์และน่าเชื่อถือ  ไม่ใช่ถ่มน้ำลายเปล่าๆ พูดไปแล้วไม่มีใครเชื่อฟัง  กลับไปล้อมหน้าล้อมหลังฟัง"อดีตนายกรัฐมนตรี"ที่ออกปากแล้วว่าอยากจะกลับมาช่วยชาติ  แต่จะไม่เล่นการเมืองอีกแล้ว  เลิกแล้วจ้ะ
   เปรียบได้กับ"อดีตนายกรัฐมนตรี"ออกปากว่าจะบวชเพื่อตัดขาดจากทางโลก  การนำเรื่องราวยุ่งๆ ทางโลกไป"กวนใจ"ให้รับรู้หรือขอคำปรึกษา  ถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะไม่ควรด้วยประการทั้งปวง
   เมื่อ"อดีตนายกรัฐมนตรีของเรา"เปล่งวาจาว่าจะเลิกเล่นการเมืองอย่างเด็ดขาดแล้ว  "นักการเมืองลูกแหง่"ทั้ง
หลายในพรรคพลังประชาชนและสมาชิกบ้านเลขที่ 111   จงอย่าได้ไปแวะเวียนขอคำปรึกษาเรื่องการเมืองและการเงินกับฯพณฯอีกเลย  นานๆ ไปครั้งไม่เป็นไรตามประสาคนรู้จักชอบพอกัน  แต่อย่าไปบ่อยๆ เพื่อชิงพื้นที่สื่อจะไม่เป็นผลดีกับความรู้สึกของ"นายกรัฐมนตรีของเรา"ที่จะไม่มีสมาธิทำงานเพื่อประเทศตามที่ได้ลั่นวาจาไว้
    โดยเฉพาะรัฐมนตรีมหาดไทย ดร.เฉลิม ที่อยู่ในสภาพหัวเดียวกระเทียมลีบในพรรคพลังประชาชน  เช่นเดียวกับ"นายกรัฐมนตรีของเรา"ก็ควรจะรู้สถานะตัวเองว่าเป็น"รัฐมนตรีมหาดไทย"ที่มีบทบาทกำกับดูแล"ผู้ว่าราชการทั่วประเทศ"   กำหนดจะ"ระยะห่าง"กับ"อดีตนายกรัฐมนตรีของเรา"ไว้อย่างน้อยไกลเกินกว่ารัศมีสายตามองเห็น  แล้วเอาเวลาส่วนใหญ่ไปตระเวนตรวจงานให้ครบ 76 จังหวัดจะดูดีกว่าแน่ๆ
    ระวัง"คนหมั่นไส้"และ"คนอิจฉา"มีเยอะมากจริงๆ ทั้งในพรรคพลังประชาชนและชาวบ้าน"คนรักทักษิณ"กับ"คนชังทักษิณ"ที่รู้ๆ กันอยู่ว่า"ดร.เฉลิม"เข้ามาลงทุนช่วงหลังๆ แล้วหน้าไม่อายชุบมือเปิบไปได้พอประสารแล้วยังไม่พออีกหรือ
    "อดีตนายกรัฐมนตรีของเรา"ที่พูดด้วยเสียงสั่นเครือว่าการกลับมาครั้งนี้จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง  อยากจะใช้ชีวิตอย่างสันติ สร้างสรรค์ ใช้ชีวิตกับครอบครัว  ขอทำประโยชน์ให้ประเทศชาติในด้านกีฬา  การศึกษา  สิ่งไหนที่เป็นประโยชน์ต่อคนไทยก็พร้อมจะทำ
   อยากให้"อดีตนายกรัฐมนตรีของเรา"จัดพิธีสาบานต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง  ยืนยันจะรักษาสัจจะวาจาไม่"พูดอย่าง ทำอย่าง"ดังเช่นในอดีต  ขอกันเพียงแค่นี้ก็จะทำให้นักข่าวไม่ตั้งคำถามกับ"นายกรัฐมนตรีของเรา"ว่าเป็น"ตัวจริง"หรือ"ตัวปลอม"หรือคอยไปดักเกาะติด"อดีตนายกรัฐมนตรีของเรา"จนต้องแอบเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมเพนนินซูล่าหลังจากนอนได้แค่ 2 คืนเท่านั้น
    หาก"นายกรัฐมนตรีของเรา"ทำได้เช่นนี้  จะช่วยทำให้"นายกรัฐมนตรีของเรา"เดินทางไปเยือนต่างประเทศในฐานะ"ผู้นำประเทศไทย"ได้อย่างเต็มภาคภูมิ" Thai Prime Minister"โดยไม่มีคำขยายว่ายังเป็นนอมินีใคร  พูดจาภาษาอังกฤษอย่างมั่นใจเต็มร้อยว่า"Today is my day"  โดยไม่ต้องไปอารมณ์เสียย้อนถามนักข่าวฝรั่งว่าสติปัญญาพวกคุณมีแค่นี้? นักข่าวฝรั่งคงไม่ปล่อยให้"นายกรัฐมนตรีของเรา"ดูถูกแบบเดียวกับนักข่าวไทยที่แสนจะดีกับผู้นำประเทศ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7
tengpong วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 10.16 น.
http://www.oknation.net/blog/tengpong

แยกตามนิตินัย และพฤตินัย ก็เป็นอันสรุปได้
ความคิดเห็นที่ 6
เสรีชนคนธรรมดา วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 09.33 น.
http://www.oknation.net/blog/wewon

นายกรัฐมนโท ครับ ตำแหน่งที่ถูกบัญญัติใหม่แห่งรัฐบาลหุ่นนอมินีผีบอก
ความคิดเห็นที่ 5
pen วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 00.01 น.
http://www.oknation.net/blog/pen
ปากกาคืออาวุธ จับประยุทธ์เพื่อสัจจะธรรม ความจริงคือคำมั่น พันธเกียรติเพื่อปวงชน

ถึงพี่อดิศักดิ์

ซึ้งมากตอนที่เหยียบแผ่นดินไทยจนต้องซับน้ำตาบวกพาราไปเจ็ดเม็ดด้วยความตื้นตัน

พอตกบ่ายวันนั้นแผ่นดินก็ขานรับการกลับมาด้วยการเกิดลมกรรโชกพัดเอายอดพระธาตุจอมทอง พระธาตุประจำปีชวดหักทับต้นโพธิ์จนเป็นที่อัศจรรย์ทั่วทั้งเชียงใหม่

คิดพลางไปก็กลั้วด้วยพาราต่ออีกสองเม็ด

เจ็บเฮดแทนปะเตดไตยครับ

เรือนปากกา บ้านแม่ริม
pen
ความคิดเห็นที่ 4
na_na วันที่ : 03/03/2008 เวลา : 12.09 น.

วันนั้นฝนตกแต่เช้า ข่าวว่าตกมากที่แผ่นดินสุวรรณภูมิ เหมือนคำพังเพยเก่าแก่ที่ว่า ฝนตกขี้หมูไหล คนจัง.ร..มาเจอกัน คนไทยโบราณนี่เก่งชะมัดที่คิดคำพังเพยนี้เอาไว้
ความคิดเห็นที่ 3
เสรีชนคนธรรมดา วันที่ : 03/03/2008 เวลา : 08.59 น.
http://www.oknation.net/blog/wewon

ก็ปล่อยให้มันมีสองหัวลำตัวเดียวแบบนี้ละครับ เทห์ออกจะตาย เน่ากันให้สนิดไปเลย
ความคิดเห็นที่ 2
คุณนายหวี วันที่ : 02/03/2008 เวลา : 20.45 น.
http://www.oknation.net/blog/hello

ดู ๆ ก็เวทนาเฮียหมักแกนะ แกเองก็คงรู้ตัวดีว่าที่ก้าวมาเป็นนายกได้ในวันนี้เพราะแรงสนับสนุนของ นายกแม้ว ลำพังตัวเฮียหมักเองเอาตัวรอดยาก คนในพรรคก็ต้องมีบ้างแหละที่ไม่ชอบแกที่อยู่ ๆ ก็โดดมาเป็นนายกเหมือนชุบมือเปิบ
อยากขอให้เฮียหมักลดความปากเสียลงบ้าง ยอมรับข้อผิดพลาดของตัวเองไม่ใช..อะไร ๆ กูก็ดีอยู่คนเดียว..
หากยังมีนิสัยที่แก้ไม่หายอย่างนี้ ระวังสักวันจะไม่เหลือคุณค่าในตัวเองเลย !!!
ความคิดเห็นที่ 1
yongchan วันที่ : 02/03/2008 เวลา : 17.54 น.
http://www.oknation.net/blog/yongchan

คิดว่า "นายกของเรา" ทำไม่ได้ค่ะพี่
แสดงความคิดเห็น

  ล๊อกอินเข้าสู้ระบบ คลิกที่นี่   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณ OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31