• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 103
  • จำนวนผู้ชม : 76681
  • จำนวนผู้โหวต : 187
  • ส่ง msg :
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน 2551
เมื่อไร"นายกฯ"จะหุบ"ปาก" เก็บ"หอก"หยุดทิ่มแทงสังคม
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 2768 , 13:40:04 น.  
พิมพ์หน้านี้


แม้ว่าบรรยากาศบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่าน เป็นเพียงการชุมนุมของ "คนรักทักษิณ" กลุ่มเล็กๆ ประมาณ 300-400 คน เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับการสัมมนาวิชาการครั้งที่ 2 ของ "พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" ในหอประชุมธรรมศาสตร์ที่คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลพรรคพลังประชาชน
  แต่การแสดงออกด้วยการตะโกนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย, การควักอวัยวะเพศออกมาโชว์, การชู "นิ้วกลาง" ที่เป็นสัญลักษณ์ของเพศชายและอาการเมามายของคนกลุ่มเล็กๆ ไม่กี่คนของกลุ่มคนรักทักษิณ ล้วนแต่เป็น "ความรุนแรง" ในการแสดงออกที่ไม่เหมาะสม
   ในขณะที่การสัมมนาวิชาการของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แม้รูปแบบเป็นความพยายามจัดในเชิงวิชาการเพื่อหลีกเลี่ยงการ "ชุมนุม" แต่ต้องยอมรับว่าวิทยากรหลายคนได้ใช้ถ้อยคำ "รุนแรง" ยั่วยุเกินไปกว่าการสัมมนาทางวิชาการโดยทั่วไปเช่นกัน
   จนทำให้เกิดความไม่สบายใจไปทั่วบ้านทั่วเมืองว่าบ้านเมืองของเราคงไม่แคล้ว วันใดวันหนึ่งอันใกล้จะเกิดการปะทะกันของคน 2 กลุ่มที่มีความเห็นทางการเมืองไม่ตรงกัน จนอาจจะเกิดสถานการณ์ "น้ำผึ้งหยดเดียว" กลายเป็นจลาจลนองเลือดได้ไม่ยากนัก


  "นายกรัฐมนตรีของเรา" ที่เป็นผู้นำประเทศกำลัง "สนุกปาก" จุดเชื้อชนวน ทำให้เกิดบรรยากาศการเผชิญหน้าระหว่างคน 2 กลุ่มที่มีความเห็นคนละขั้ว 
   เวลาที่เสียไปเกือบ 3 เดือนของ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ไม่เคยแสดงให้เห็นความพยายามในการสร้างสรรค์บรรยากาศความสมานฉันท์ในสังคม แต่กลับปลุกปั่นด้วยคำพูดหยาบคายและก้าวร้าว จนเกิดบรรยากาศของการแบ่งฝ่ายในสังคมยิ่งกว่ายุครัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หลายเท่า
   "ปาก" ของ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ยังเป็นปากของ "ไอ้หมัก" คนเดิมเมื่อ 32 ปีที่แล้วที่เป็นหนึ่งใน "ปาก" ที่เติมเชื้อไฟความเกลียดชังของผู้คนในสังคมที่มีความเห็นไม่ตรงกัน จนนำไปสู่สถานการณ์ปลุก "ม็อบ" ฆ่า "ม็อบ" ทั้งบริเวณด้านหน้าและในสนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ช่วงรุ่งอรุณวันที่ 6 ตุลาคม 2519
    "นายกรัฐมนตรีของเรา" กำลังใช้ "ปาก" ตอกลิ่มความแตกแยกทางความคิดของผู้คนในสังคมมากขึ้นๆ จนน่าเป็นห่วงว่าด้วยสถานะ "ผู้นำประเทศ" ที่มีอำนาจและใช้สื่อของรัฐได้มากกว่าสถานะ "นักการเมืองหนุ่มแนวคิดขวาจัด" เมื่อ 32 ปีที่แล้ว จะทำให้เกิดสถานการณ์ความขัดแย้งเลวร้าย จนนำไปสู่เหตุการณ์ที่คนไทยไม่อยากให้เกิดขึ้นอีกยิ่งกว่าการสังหารหมู่วันที่ 6 ตุลาคม 2519
    "นายกรัฐมนตรีของเรา" กำลังเข้าใจผิดไปว่าการอุทิศเวลาแก้ต่างตอบโต้สื่อมวลชนที่วิพากษ์วิจารณ์ "ด้วยตัวเอง" เป็นการทำงานที่ "คุ้มค่า" กว่าการ "ลงมือ" แก้ปัญหาปากท้องจากราคาสินค้าแพงที่เป็นปัญหาหลักของประเทศ
   ด้วยความเชื่อแบบผิดๆ ว่า "อดีตนายกฯ ทักษิณ" ถูกวิจารณ์กล่าวร้ายเป็นเวลา 7-8 เดือนโดยไม่ตอบโต้ จนทำให้ผู้คนในสังคมเชื่อไปตามนั้นว่า อดีตนายกฯ ทักษิณเป็นคนเลวไม่จงรักภักดีต่อสถาบัน
   แต่ขอถามกลับไปว่าแล้วทำไมพรรคพลังประชาชนยังชนะการเลือกตั้ง จนเกือบได้เสียงข้างมากในการเลือกตั้ง
   แสดงให้เห็นว่า "มือที่มองไม่เห็น" ไม่มีอยู่จริง จึงไม่สามารถสกัดกั้นไม่ให้พรรคพลังประชาชนชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้น ประชาชนไม่ได้ "กินแกลบกินหญ้า" ดังเช่น "นายกรัฐมนตรีของเรา" ที่คิดไปเองว่าสื่อมวลชนด่าอดีตนายกฯ ทักษิณอยู่ข้างเดียว และ "มือที่มองไม่เห็น" บงการอยู่
    วิธีคิดเช่นนี้ "เน่าสนิท" เหม็นยิ่งกว่าน้ำเน่าของละครโทรทัศน์และเป็นการเล่นการเมืองแบบเก่าๆ ที่สมควรหมดไปจากประเทศนี้ได้แล้ว
   ผมคิดว่าน้องๆ นักข่าวภาคสนามที่ทำเนียบรัฐบาล, กระทรวงกลาโหม มีความอดทนสูงมากต่อการถูกดูถูกเหยียดหยาม ด้วยคำพูดหยาบคายจาก "อดีตนายกรัฐมนตรีของเรา" อย่างมาก


  "นายกรัฐมนตรีของเรา" ไม่เคยเคารพในการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ที่กำลังทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลแทนประชาชน หากเห็นว่าเป็นคำถามที่ไม่อยากตอบหรือยังตอบไม่ได้  ทำไม "นายกรัฐมนตรีของเรา" จะต้องใช้คำหยาบในการตอบคำถามนักข่าว
   ถามย้อนกลับว่าถามหาหอกอะไร, ไม่ถามจะหนักหัวใคร, คำพูดพ่อขุนมึงกูกับองค์กรระหว่างประเทศ, อุทานปุดโธ่ที่มีน้ำเสียงดูถูกผู้ถามอยู่เป็นประจำ ฯลฯ
   ถ้าไม่อยากตอบคำถาม ถือเป็นสิทธิของ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ที่ไม่ตอบ แต่นักข่าวหาได้หมดสิทธิในการถามย้ำเซ้าซี้เพื่อพยายามให้ได้คำตอบจาก "นายกรัฐมนตรีของเรา" ที่อาสามาบริหารประเทศแทนประชาชน
   ยอมรับว่า "นายกรัฐมนตรีของเรา" เป็นมนุษย์ปุถุชนที่มีเลือดเนื้อและอารมณ์ ย่อมมีสิทธิหัวเสียอารมณ์ไม่ดีกับคำถามที่ไม่อยากตอบ แต่ด้วยสถานะ "นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย" ไม่ควรใช้ "ปาก" ด่าระบายอารมณ์ขุ่นมัวกับการเซ้าซี้ถามคำถามเดิมๆ จากนักข่าว
   การพ่นน้ำลายด้วยถ้อยคำไม่สุภาพ และมักหลงลืมกลืนน้ำลายตัวเองที่เพิ่งพ่นออกมาเมื่อวันก่อนอยู่เป็นประจำของ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ที่เป็นผู้นำประเทศ คือการจงใจใช้ความรุนแรงทางวาจา คุกคามการแสดงความคิดเห็นแตกต่างที่ควรจะเป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตยที่เคารพในความคิดเห็นแตกต่าง
  คำพูดด้วยถ้อยคำรุนแรง, หยาบคายและท่าทีก้าวร้าวเช่นนี้ กำลังเพาะเชื้อความเกลียดชังระหว่างคนในชาติให้ขยายตัวเร็วเป็นไฟลามทุ่ง จึงไม่แปลกใจที่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงทางวาจา และการกระทำถ่อยสถุลบริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเป็นครั้งที่สอง
  ซึ่งไม่ได้แตกต่างจาก "ปาก" ของแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบางคน แม้จะอ้างว่าชุมนุมอย่างสันติตามสิทธิภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 แต่คำพูดรุนแรงและหยาบคายในหลายๆ ครั้งกำลังเติมเชื้อแรงไฟ "ความเกลียดชัง" กับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยเช่นเดียวกัน
   ลำพังคำพูดของ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ที่เต็มไปด้วยคำหยาบคายเป็นระยะๆ และท่าทีก้าวร้าวเกินกว่าจะยอมรับได้อีกแล้ว 
   รัฐมนตรีร่วมคณะคนสำคัญ "ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง" รัฐมนตรีมหาดไทยที่ออกอาการแอคอาร์ต จนสังคมเริ่มมองว่า "กร่าง" เสียเหลือเกิน และมักใช้วาจาท้าทายที่ไม่เหมาะสมกับสถานะ "รัฐมนตรีมหาดไทย" ที่เจ้ากระทรวงในอดีตส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นบุคคลที่สามารถยกมือไหว้ได้อย่างสนิทใจ
   "ดร.เฉลิม" อย่าทำเป็นไขสือ แสดงท่าทางไม่เคยรับรู้เรื่องการขอกลับเข้ารับราชการของลูกชาย  ชาวบ้านจะยิ่งไม่ค่อยเชื่อถือในคำพูดของรัฐมนตรีมหาดไทย รวมทั้งการใช้คำพูดแบบสีข้างเข้าถูเล่นคำพูดกลางสภาผู้แทนราษฎรระหว่าง "การหนีตำรวจ" กับ "การหนีทหาร" ที่รับประกันความชอบธรรมให้กับ "ลูกชาย" ในการ "หนีตำรวจ" ในคดีร้ายแรงฆ่าคนตายโดยเจตนา


   คำพูดแก้ตัวเช่นนี้จะกลายเป็น "ตัวอย่างเลวๆ" ที่ "ผู้ต้องหา" ที่เป็นข้าราชการในคดีความอาญาฆ่าคนตายและทุจริตฉ้อโกง จะเลือกการ "หนีตำรวจ" เพื่อตั้งหลักในการสู้คดีแทนการมอบตัวเพื่อพิสูจน์ตัวเองตามกระบวนการยุติธรรม แล้วหาหนทางใช้เส้นสาย, อำนาจการเมืองเข้าไปแทรกแซงกลไกกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นจากความผิดแล้วขอกลับเข้ารับราชการ
   นอกจากนี้แล้ว รัฐมนตรีอย่างน้อย 2 คนแล้วที่ขาดคุณสมบัติในการเป็นรัฐมนตรีที่ห้ามตัวเองและภรรยาในการถือหุ้นในบริษัทเอกชนเกินกว่า 5% ในระหว่างการดำรงตำแหน่ง แต่รัฐมนตรีทั้งสองคนเลือกการดื้อดึงไม่ยอมลาออกนั่งทับเก้าอี้รัฐมนตรีด้วยข้ออ้าง "บกพร่องโดยสุจริต" ยังตั้งใจทำงานเพื่อชาติ อ้างไปข้างๆ คูๆ ว่าขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าจะผิดหรือไม่ ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญระบุอยู่ทนโท่ว่าคุณสมบัติขัดต่อบทบัญญัติ
    มิหนำซ้ำพรรคพลังประชาชนที่เป็นแกนนำรัฐบาล ยังสนับสนุนการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญของ 2 รัฐมนตรี และกำลังสนุกกับการร่วมกันชำเรา "รัฐธรรมนูญ" ที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ด้วยการ "สุมหัว" อ้างเสียงข้างมากในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพื่อรักษาเก้าอี้ตัวเองและช่วย "นายใหญ่" พ้นผิดในคดีความต่างๆ
   โดยไม่นำพาต่อเสียงทักท้วงของสื่อมวลชน, นักวิชาการและผู้อาวุโสในสังคมไทย เรียกร้องให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้อย่ารีบร้อน และอย่ารวบรัดใช้เสียงข้างมากในรัฐสภาแก้ไขตามอำเภอใจ แต่ควรจะจัดตั้ง "สภาร่างรัฐธรรมนูญ" เปิดกว้างให้ทุกภาคส่วนของสังคมได้เข้ามามีส่วนแสดงความคิดเห็น
   เช่นเดียวกับสภาร่างรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2538 ที่รัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา แสดงจิตใจประชาธิปไตย "ใจกว้าง" ในการจัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการเมืองที่มีคุณหมอประเวศ วะสี เป็นประธาน แล้วไปสู่การจัดตั้งสรรหาสภาร่างรัฐธรรมนูญจากทุกภาคส่วนสังคม โดยฝ่ายการเมืองยอมถอยห่างออกไปเพื่อไม่ให้มีปัญหาการทับซ้อนของผลประโยชน์
   รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 จึงได้รับการยอมรับมากที่สุดและกลายเป็น "เครื่องมือ" ในการเทียบเคียงและสร้างความชอบธรรมให้กับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ที่ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 เทียบเคียงให้ดีกว่าเดิม และพรรคพลังประชาชนกำลังพยายามอาศัยความชอบธรรมของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 เป็น "หน้าฉาก" แก้ไขเพื่อผลประโยชน์ตัวเองและพวกพ้อง
   พฤติกรรมดึงดันใช้เสียงข้างมากลากไปในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตัวเองและสนุกกับการใช้ "ปาก" เป็น "หอก" ตอกลิ่มสังคมให้แตกแยกทุกวัน จะยิ่งทำให้ข้ออ้างการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมีความชอบธรรมมากยิ่งขึ้น ในการใช้การตัดสินใจรูปแบบ "ชุมนุม" กลางถนนเพื่อสกัดความ "ถ่อย" ของรัฐบาลชุดนี้
   เมื่อคนไทยด้วยกันพูดจาแสดงความคิดเห็นด้วยกันดีๆ แบบคนชาติเดียวกันไม่ได้ "ผู้นำ" กลับเป็นผู้นำแห่งการใช้วาจา "ถ่อยทราม" และคุกคามความคิดเห็นที่แตกต่าง อีกฝ่ายที่ถูกหยามเหยียดและสงสัยในความสุจริตในคำพูดของอีกฝ่ายก็คงหมดความอดทน จำเป็นต้อง "ถ่อย" กลับไป พวกนี้ไม่มีความอดทนแบบนักข่าวภาคสนามที่มีสติและอดทนในการทำหน้าที่ "ถาม" ผู้นำประเทศ สังคมไทยคงจะได้เห็นเลือดไหลนองแผ่นดินอีกครั้งในไม่ช้านี้


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 32
นายชิกุวะ วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 09.07 น.
http://www.oknation.net/blog/chikuwa
"นายชิกุวะ" มีเรื่องราวดีๆ... มาเล่าให้ฟังเรื่อยครับ ลองแวะมาอ่านได้ขอรับกระผม


อย่างที่ผมเคยบอกหลายๆครั้ง คนทำงานเก่งนั้นจะพูดไม่เก่ง

คนทำงานไม่ได้เรื่องมักพูดเก่ง

เราก็เห็นแล้วจากฝีมือการทำงานในตำแหน่งผู้ว่า กทม

เพราะฉะนั้นผลของตำแหน่งนายกเราก็อยู่แล้วนี่ว่าจะออกมาเป็นยังไงครับ
ความคิดเห็นที่ 31
tkgb วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 16.55 น.


ก่อนรัฐบาลชุดนี้ เคยซื้อข้าวสาร..100บ./ถุง(ตอนนี้ต้องซื้อ205บ./ถุง).............หมูหมัก...เอ็งจำเอาไว้ด้วย..วันๆมัวแต่ฝอยโม้ไปวันๆพูดว่าตัวเองถูกอยู่ข้างเดียว......ถุย...ไปตายซะ...หมูหมัก
ความคิดเห็นที่ 30
indexthai วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 18.00 น.
http://www.oknation.net/blog/indexthai


เอาคนตายแล้วมาเป็นนายกฯ
ความคิดเห็นที่ 29
indexthai วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 17.49 น.
http://www.oknation.net/blog/indexthai


หางสิงห์โตที่โดฮา
ไม่ได้มีความรู้ที่ทันสมัยอะไร
ถูกสอนมวยที่การ์ต้า
ตั้งใจเลือกสมัครมาทำลายประเทศ....
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/04/28/entry-1

กลางเดือนเมษายน 2551 อดีตนายกฯปี 2544 ออกข่าวไปปาฐกถากับผู้นำทางเศรษฐกิจโลกที่เมืองโดฮา ประเทศกาต้าร์ ว่าจะดึงเพื่อนเศรษฐีมาลงทุนกิจการเหล็กในไทย

อดีตผู้นำไทยตามไม่ทัน “อวิชชาของโลกโกลบอลไลซ์ปัจจุบัน” ไม่มีมหาเศรษฐีใดคิดลงทุนภาคการผลิตจริง ไม่ว่าจะลงทุนในประเทศใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย

คนที่มั่งคั่งจริงคือคนลงทุนในกระดาษ ดู วอร์เรน บับเฟตต์เป็นตัวอย่าง ไม่ว่าโลกจะเป็นอย่างไร ก็จะมั่งคั่งแต่อย่างเดียว โลกเติบโตก็มั่งคั่ง โลกถดถอยก็มั่งคั่ง ฟิวเจอร์สทำให้พวกเขามั่งคั่งได้ในช่วงที่โลกถดถอย แต่คนท้องถิ่นและท้องถิ่นทุกประเทศจะแร้นแค้นลง

เศรษฐีเหล่านั้นคงกล่าวทำนองว่า “ดอกเตอร์ซิเนตร้า โนบอร์ดี อาร์ เรียลเซ็คเตอร์ อินเวสเตอร์ นาว. บัท วี อาร์ อินไดเร็ค อินเวสเตอร์. ดู ยู ว้อนท์ ทู จอย อัส ?“


จึงได้มีข่าว อดีตนายกลงขันกับกลุ่มบรรดาเศรษฐีคนละ 250 ล้านเหรียญสหรัฐ จะทำให้มีเงินลงทุนทั่วภูมิภาคเอเซียกว่า 1.5 แสนล้านบาท มีข่าวว่าเสียดายเงินถูกอายัด ไม่เช่นนั้นจะลงทุนได้มากกว่านี้อีก เชื่อว่ากองทุน 1.5 แสนล้านบาทนี้ เป็นกองทุนที่เล็กที่สุดของกลุ่มเศรษฐีตะวันออกกลาง เพื่อให้โอกาสคนที่มีทุนน้อยได้ร่วมลงทุนด้วย
ความคิดเห็นที่ 28
ลุงวอ วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 10.24 น.
http://www.oknation.net/blog/welder

ภาคใต้ยังไม่สงบ ครับ
ข้าวราคาดี ชาวนามีกำลังใจ
แต่หนี้สินยังเยอะอยู่ ข้าราชการทุกหมู่เหล่า ก็เดือดร้อน
ความคิดเห็นที่ 27
Reds วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 10.21 น.
http://www.oknation.net/blog/Redsscouser
@ Keep the Faith @You will never walk alone / www.hongmarnz.com

หุบไม่ได้หรอกครับ ..

หุบปาก เงินก็ไม่เข้ากระเป๋าสิครับ ..

ก็ได้รับคำสั่งมาให้พูด ถ้าหุบก็โดนตีหัวสิครับนั้น ..

ปล่อยให้เขาพูดดีแล้วครับ พูดมาเยอะๆ .. บางทีเราจะได้รู้ว่า พณ.ทั่น มีจิตใจที่ไร้ ... อย่างไรบ้าง

ผมว่าถ้าเขาไม่พูดอะ ไม่ดีนะครับ ..
ความคิดเห็นที่ 26
tanatach วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 07.58 น.
http://www.oknation.net/blog/tanatach
การเมืองเรื่องใกล้ตัว  แต่ขอมองอย่างธนธัช // Tanatach  Kosirisant

ไอ้นายกคนนี้ประหลาด.....
ในสภาให้พูด..ให้ชี้แจง...กลับไม่ทำ
ถาม...รัฐมนตรีกลาโหม...กลับไม่ตอบ...
ประหลาด....
กลับมอบหมายให้รัฐมนตรีมหาดไทยชี้แจงแทน
ธนธัช
ความคิดเห็นที่ 25
สีน้ำเงิน วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 07.46 น.

คือเวลาซัดหอก เขาทำเหมือนหนังจีนซัดอาวุธลับ
เลยไปทีนึง หลายสิบล้านอัน ตอนนี้ปักไปทั่ว ประเทศแล้ว กว่าจะเก็บคืนได้หมด ต้องใช้เวลา กินเวลาไปชาติหน้าโน่น..

แต่ว่า ตอนนี้ มีนายกคนนี้อยู่ ก็ยังดีไม่น้อย เพราะว่า หากนายกคนนี้เกิดใจเสาะ ถอดใจทนแรงทิ่มแทงของ หอกรอบตัวไม่ไหว ทำอะไรลงไป

แล้วต้องมีการ ลงคะแนนใหม่ ทีนี้ละ ดูไม่จืด
เพราะ เป็นแนวทางที่ฝ่าย รอเวลา สุกงอมจะได้กลัยมาโซ้วอาหารหม้อเก่านี่สักที

นายกฯ ยังดีกว่า รมต ใน รบ หลายคน ที่ตัวเองกำลังสวมหมวกเป็น คนใน รบ เป็นลูกจ้างโดยตำแหน่ง ของประเทศไทยแท้ๆ แต่กลับไปเป็นปากเป็นเสียง ใหคนอื่นเสียนี่

เป็นปากเสียงว่า ใครก็ตามที่จะทำอะไร อย่ามาเอาชื่อ ของ ผู้มีคุณของเขาไปแอบอ้างเด็ดขาด เพราะเขานั้นเลิกยุ่งการเมืองแล้ว

หากเลิกยุ่งการเมือง แล้วทำไมใช้งานคนในการเมืองได้ล่ะ
ความคิดเห็นที่ 24
ป๋าฉัตร_เมืองสมุทร วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 01.42 น.
http://www.oknation.net/blog/chat-il-mare

เจ๊เบียบว่าไงครับ......อาการนี้มากกว่า คาวี อีกนะครับผม.
ความคิดเห็นที่ 23
กระเจี๊ยบ วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 23.48 น.
http://www.oknation.net/blog/JinjokJiap
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

ถ้ากระเจี๊ยบมีมนต์วิเศษ อยากจะเสกให้ท่านสมัครเป็นใบ้ซะเดี๋ยวนี้ หรือไม่ก็ขอให้เป็นโรคหลอดลม ทอลซิลอักเสบตลอดชีวิต

รออ่านเอ็นทรี่ของคุณอดิศักดิ์ ทุกวันอาทิตย์ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 22
monotone วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 23.03 น.
http://www.oknation.net/blog/normalcode
เราจะเห็นคุณค่าของน้ำ  เมื่อน้ำแห้งขอดบ่อ


ไม่รู้สึกว่าตอนนี้มีนายกเลย

เวลาที่ใครพูดถึงนายก มัน blank blank นะ
ความคิดเห็นที่ 21
เด็กบ้านดอน วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 22.54 น.

อืม.!. คงจะหุบปาก(หมาก)ไม่ได้หรอกก็มันมีกระดูกคาบอยู่นี่น่า เห็นอะไรแว๊บมาก็ต้องคำรามขู่ เป็นสันดานประจำตัว ตั้งแต่มีหมักเป็นนายกอายนักท่องเที่ยวจัง
ความคิดเห็นที่ 20
mr.bond วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 22.39 น.

แผ่เมตตาให้นายก
ความคิดเห็นที่ 19
madam-a วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 21.49 น.
http://www.oknation.net/blog/madam-a

คิดเหมือนกันเลยว่าคำพูดของนายกไม่ได้ช่วยสร้างความสมานฉันท์ให้กับบ้านเมืองเลย ถ้าพูดจาอย่างสร้างสรรไม่ได้ก็ควรจะหยุดพูดไปเลยดีกว่า
ความคิดเห็นที่ 18
กนิษฐ์ วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 21.48 น.
http://www.oknation.net/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

พฤษภา....กำลังจะกลับมาทมิฬ.....
ความคิดเห็นที่ 17
BaCon วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 21.32 น.
http://www.oknation.net/blog/countonme

อ้ายกาป๋มจะปูด ... แล้วครายจาทำมาย
อ้ายที่เห็นบนใบหน้ากาป๋ม
ไปถามเจ๊เพ็ญสิว่ามันคืออาราย
ตรูด ไงล่ะ ... ก็มีเอาไว้ ... ปูด ปูด

ความคิดเห็นที่ 16
ดอกจันทร์ วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 21.32 น.
http://www.oknation.net/blog/dokjan

น่าจะกลับบ้านไปเลี้ยงแมว
ความคิดเห็นที่ 15
กว่าจะได้เป็นอภิชาติบุตร วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 20.51 น.
http://www.oknation.net/blog/berm
สวัสดีครับประเทศไทย 

จนกว่า หอก มันจะหักครับท่าน
ความคิดเห็นที่ 14
เจเจค่ะ วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 20.16 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
ยังไม่ได้ฤกษ์อัพบล๊อกอ่ะค่ะ..... 

แล้วจะสอนหนูหนูเด็กเด็กอย่างไร

หากผู้ใหญ่สร้างต้นแบบอย่างนี้
ความคิดเห็นที่ 13
คนบุญ วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 19.47 น.
http://www.oknation.net/blog/dooduang

คำพูดของ " ไอ้หมัก " ในวันนี้ หากเป็นเช่นแผ่นดินกรุงศรีมันจะถูกนำไปตัดหัวเยี่ยงสัตว์ ฐานกบถต่อแผ่นดินเชียว แต่พระราชอำนาจในปัจจุบันมิได้ถูกนำมาใช้อย่างเฉียบขาด จึงเป็นบุญหัวของมัน กรณีข่าวประเทศเนปาลฯ มิต้องนำมาอ่านออกอากาศให้ประชาชนเค้าฟังดอก คนอ่านหนังสือพิมพ์แต่ละวันเป็นล้านคน มันเป็นการมิบังควรยิ่งนัก และมันก็บ่งบอกให้คนทั้งประเทศเขารู้ว่า ...แท้ที่จริงแล้วในขันธสันดานทั้ง ๕ ของมัน มีเจตนา เช่นใด ? ข้าฯและญาติพี่น้องของข้าฯ ในฐานะประชาชนผู้จงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ขอประนามคำพูดของ " ไอ้หมัก " ในวันนี้ พร้อมทั้งขอสาปแช่งให้มันและโคตรเหง้าสักกะหลาดของมัน จงพินาศ....จงพินาศ ( ข้าฯทนไม่ไหวแล้วโว้ยยยยยย....ยยย )
ความคิดเห็นที่ 12
vincentoldbook วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 19.23 น.
http://www.oknation.net/blog/vincentoldbook
กลิ่นหอมของบ้าน กลิ่นหอมของ ..ความดีงามเล็กๆ ในใจเรา

ไอ้หอกหัก ไอ้หอกทู่ ไอ้ปลาทูค้างเข่ง ไอ้เส็งเคร็งการเมือง ไอ้กระเบื้องอย่างหนา ไอ้น้องหมาบ้าน้ำลาย ไอ้ท่านควายเขาหาย ไอ้จอมวายร้ายแก้ตัว ไอ้ดอกบัวใต้น้ำ ... สารพัดเอาไว้ใช้เรียก ..คนๆนี้

เหลือเกินจริงๆ !!



ความคิดเห็นที่ 11
แม่มด วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 19.21 น.
http://www.oknation.net/blog/deardog

ไม่เห็นทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยซักทีเลย..ง
ความคิดเห็นที่ 10
รณบุตร วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 19.15 น.
http://www.oknation.net/blog/wayuboot2499
รณบุตร จุดไฟฝัน แบ่งปันฮัก ปฏิปักษ์คนกังฉิน กินบ้านเมือง 

ยุคนี้เป็นยุคถ่อย
คนปากพล่อยครอบครองเมือง
ไอ้หอกวางท่าเขื่อง
คนฟูเฟื่องคือคนเลว
ความคิดเห็นที่ 9
redribbons07 วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 16.58 น.
http://www.oknation.net/blog/redribbons07

มลภาวะพรั่งพรู..........ตาปากหูปั่นป่วนยิ่ง

ฟังแล้วปวดใจจริง.......ทุกทุกสิ่งแปรปรวนไป

..............................................................


ความคิดเห็นที่ 8
wilai911 วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 16.33 น.
http://www.oknation.net/blog/wilai911

ป๋า หมักคะ ลงมือทำงานเถอะ บ้านเมืองแย่เต็มทีแล้ว เก็บวาทะระราน เกรี้ยวกราด เก็บอาการไว้บ้าง ตอนนี้ไม่ใช่ช่วงหาเสียงที่จะเอาความสะใจ แต่ถ้าทำงานไม่ได้เพราะรัดถะมนตรีไม่สนองคำสั่ง ถ้าเป็นอย่างนั้นก็มาระบายให้ประชาชนฟังได้ แต่อย่าเอาแต่ด่า อย่าพูดเรื่องปฏิบัติบ่อยๆ พล่อยๆ น่าเบื่อมาก
ความคิดเห็นที่ 7
7Bone วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 16.18 น.
Let's go..

สมัคร เหลิม ท้ากสิน แต่ละตัว รวมอยู่ในพรรคเดียวกันก็ต้องทำใจ ..ชาวบ้านทั่วไปก็คงต้องพึ่งสื่อ สื่อที่แท้จริง ในการเสนอข่าว และวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาในการเป็นปัญญา ให้เห็นสิ่งเลวๆ คือสิ่งไหน และไม่ควรยอมรับให้เกิดความเคยชินในสังคมไทย
..ถ้าขืนปล่อยให้มันพล่ามออกมาเรื่อยๆ แล้ว ชาวบ้านอาจจะชาชิน พฤติกรรมผู้นำปากพล่อย โกหก ช่วยเหลือลูกชั่วของตัวเอง ว่าเป็นสิ่งที่กระทำได้ โดยใช้อำนาจ แล้ว สังคมแบบนี้ คนดีๆ ก็อยู่ไม่ได้อีกต่อไป ..
ความคิดเห็นที่ 6
tsunami วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 14.03 น.
http://www.oknation.net/blog/khaolaktraveltourscenter

เมื่อไร"นายกฯ"จะหุบ"ปาก"เก็บ"หอก"หยุดทิ่มแทงสังคม
ผมตอบได้ครับ...เมื่อท่านมรณภาพไงครับ
ความคิดเห็นที่ 5
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 14.02 น.
http://www.oknation.net/blog/Bhirisa
เมินอดีต มองปัจจุบัน มุ่งสู่อนาคต

อ่านเรื่องนี้คันมือค่ะ...ขอบ่นหน่อยนะคะ

"สันดอนขุดได้แตสันดานขุดยากค่ะ"
ก็เขาเป็นอย่างนี้แต่ไหนแต่ไรแล้วนี่ค่ะ...
สื่อน่าจะชินได้แล้วไม่ใช่เหรอค่ะ...555
ความคิดเห็นที่ 4
chompoopookha วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 13.59 น.
http://www.oknation.net/blog/chompoopookha

ค่ะ งานใกล้เข้าแล้วค่ะ...
ความคิดเห็นที่ 3
เฒ่าน้ำ วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 13.58 น.
http://www.oknation.net/blog/narinboonchoo

นี่คือความยากในการพัฒนามนุษย์
ให้ล่วงหลุดพ้นจากสัตว์เดรัจฉาน
เพราะมากกิเลสตัณหาบ้าระราน
ยิ่งมีอำนาจในทุกด้านเป็นขวานโต
ความคิดเห็นที่ 2
saleman วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 13.58 น.
http://www.oknation.net/blog/saleman

บาป-กรรม ของประเทศไทย
ความคิดเห็นที่ 1
ono วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 13.44 น.
http://www.oknation.net/blog/ono


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30