• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 106
  • จำนวนผู้ชม : 87406
  • จำนวนผู้โหวต : 198
  • ส่ง msg :
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 15 มิถุนายน 2551
ใครหาว่า"นายกรัฐมนตรีของเรา"บ้า แค่"ตาขวาง"เท่านั้นเอง อย่าคิดมาก
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 1337 , 15:12:37 น.  
พิมพ์หน้านี้


"นายกรัฐมนตรีของเรา" คงจะอยู่ในอารมณ์เครียดจัดถูกกดดันจากปัญหาสารพัดที่รุมเร้า
      จนไม่สามารถเก็บอารมณ์ความรู้สึกได้ ต้องไประบายออกด้วยการจ้องหน้าทำตาถมึงทึงตาขวางกับกองทัพนักข่าวที่ดักรออยู่หน้าลิฟต์โรงแรมปรินซ์พาเลซ เป็นเวลาเกือบ 2 นาที


     ใครที่ได้ดูภาพอารมณ์บ่จอยของ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ที่ถูกแพร่ภาพออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง และถูกโพสต์ขึ้นไปบนอินเทอร์เน็ตแทบทุกเวบไซต์ข่าว จนกลายเป็นภาพข่าวยอดนิยมในรอบสัปดาห์
      มักจะเปล่งเสียงอุทานออกมาแทบจะเป็นคำเดียวกัน หรือความหมายใกล้เคียงกันว่า "นายกฯ (มันหรือไอ้...) บ้าไปหรือเปล่า"
     ทำไมชาวบ้านร้านตลาดจึงอุทานและคิดคล้ายๆ กัน ว่า "บ้าไปหรือเปล่า" เพราะส่วนใหญ่แล้วคนที่มีอาการ "ตาขวาง" เช่นนี้ มักเกิดขึ้นได้กับ "คนที่ไม่ปกติ" หรือคนที่กำลังมีอารมณ์หงุดหงิดจนถึงขีดสุดไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ จึงแสดงออกด้วยสายตา

     สำหรับคนปกติทั่วไปที่มีอารมณ์โกรธเป็นบางครั้งบางคราว มักจะใช้วิธีระบายออกด้วยการสบถคำหยาบกับตัวเองดังบ้างเบาบ้าง แล้วแต่ระดับขีดขั้นความโกรธหรือไม่สบอารมณ์ บางคนอาจจะเลยเถิดชี้หน้าทำเสียงดังด่าทอคู่กรณี ฯลฯ น้อยครั้งมากที่คนปกติทั่วไป จะมีอาการ "ตาขวาง" จ้องหน้าคู่กรณีเป็นเวลานานขนาดนี้
    ถ้าเป็น "นักเลง" ปากซอยก็ว่าไปอย่างที่มักแสดงอำนาจบาตรใหญ่ ด้วยการใช้สายตายืนจ้องหน้ากับคู่อริ จากนั้นถ้าหากไม่กระโดดชกกระโดดถีบกันภายในไม่เกิน 10 วินาที แล้วชักมีดออกมาแทง ชักปืนออกมายิง ฯลฯ ฝ่ายที่มีอำนาจมากกว่าก็จะชี้หน้าด่า เพื่อใช้เสียงข่มขวัญคู่อริที่มีกำลังน้อยกว่า ให้กลัวหงอไม่กล้าสบตาแล้ววิ่งหนีไป
     แต่ "นักข่าว" ไม่ใช่ "นักเลง" ทำให้พวกเขารู้จักกาลเทศะ ว่า เมื่อ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ออกอาการไม่สบอารมณ์ที่นักข่าวสืบเสาะจนรู้แหล่งนัดพบกับหัวหน้าพรรคแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล
     จึงทำได้เพียงแค่สบตามอง "นายกรัฐมนตรีของเรา" ด้วยสายตาปกติธรรมดา เว้นแต่บางคนที่เป็นนักข่าวอ่อนอาวุโสก็คงหลบตาเล็กน้อย โดยไม่ได้อาศัยความกล้าหรือความบ้า "ทิ่มไมค์" ใส่ปาก "นายกรัฐมนตรีของเรา" เพื่ออ้างสิทธิของสื่อมวลชนในการถามแทนชาวบ้าน
    ถ้า "นายกรัฐมนตรีของเรา" นายสมัคร สุนทรเวช ยังเป็นแค่นักการเมืองรุ่นไดโนเสาร์อายุ 73 ปี ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวทางการเมืองมากว่า 40-50 ปี เคยเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ส.ส. และรัฐมนตรีอีกหลายสมัยจนขี้เกียจจำ นักข่าวคงไม่ "เสียเวลา" ไปตามทำข่าวให้เปลืองเวลา เปลืองน้ำมัน เพราะนักการเมืองประเภทนี้มีเกลื่อนประเทศ ที่ไม่ค่อยมีค่ามีราคากับประเทศชาติมากนัก


     แม้กระทั่งการเดินสายออกไปทำรายการโทรทัศน์ "ชิมไปบ่นไป" กับรายการ "ยกโขยง 6 โมงเช้า" ก็จะไม่มีนักข่าวต่างจังหวัด หรือจากสำนักไหนไปคอยดักหน้าดักหลังให้นายสมัครเสียอารมณ์
     บรรณาธิการหนังสือพิมพ์คงจะทำเสียงดุ และจ้องตานักข่าวในสังกัดแบบเดียวกันกับ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ว่า เสียเวลาไปทำข่าวนายสมัคร "หาหอกอะไร"
     แต่ ณ เวลานี้ นายสมัครเป็น "นายกรัฐมนตรีของเรา" ถ้าหากนักข่าวไม่ได้ไปดักรอหน้าลิฟต์ ก่อนที่ "นายกรัฐมนตรีของเรา" จะเข้าไปคุยกับหัวหน้าพรรคและแกนนำต่างๆ
     บรรณาธิการหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์ คงจะทำเสียงดุและจ้องตานักข่าวแบบเดิม  ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวมากกว่าเดิม ว่า คุณมัวแต่ไป "หาหอก" ที่ไหน ไม่รู้หรือว่า "นายกรัฐมนตรีของเรา" นัดหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลกินข้าว เพื่อแก้ปัญหาบ้านเมือง
     ดังนั้น อาการของ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ที่ยืนจ้องหน้าทำตาดุใส่นักข่าว โดยไม่พูดไม่จาสักคำเดียวเป็นเวลาเกือบ 2 นาที จึงไม่ใช่เหตุการณ์ปกติธรรมดาที่ไม่ควรเป็นข่าว แต่กลับกลายเป็น "ข่าวใหญ่" ของสถานีโทรทัศน์ทุกช่องและหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ จนชาวบ้านทั่วไปให้ความสนใจถามไถ่กันไปทั่ว ว่า เกิดอะไรขึ้นกับ "นายกรัฐมนตรีของเรา"
    นักข่าวนักวิเคราะห์ทางการเมืองตีความไปต่างๆ นานา ว่า "นายกรัฐมนตรีของเรา" คงถูกกดดันจากปัญหาการเมืองและปัญหาเศรษฐกิจ จนไม่รู้จะเดินหน้าต่อไปยังไงจึงจะอยู่รอดในตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" ได้อีกนาน ลบคำทำนายของหมอดูว่าไม่เกิน 1 ปี
    อาจารย์นักจิตวิทยาบางคนวินิจฉัยอาการ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ว่า อยู่ภาวะเครียดจัด จนไม่อยู่ในสภาพจะใช้ "สมอง" แก้ปัญหาของบ้านเมืองได้แล้ว หากปล่อยให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ใช้ "ตาขวาง" แก้ปัญหาประเทศจะเป็นอันตรายกับตัวเอง ที่อาจจะช็อกคาตำแหน่ง และประเทศชาติจะเกิดความเสียหายได้
     แนะนำว่า "นายกรัฐมนตรีของเรา" ควรจะลาพักเพื่อรักษาอาการป่วยทางจิตและอารมณ์ แต่ดีที่สุดควรจะ "ลาออก" จากตำแหน่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ที่โชคช่วยทักษิณสั่งจนมีโอกาสเกาะในบั้นปลายชีวิตมาได้ยาวนานเกินกว่า 3 เดือน มากกว่าคำทำนายแบบดูถูกๆ ของหมอดูทั่วราชอาณาจักรแล้ว 
    แต่ชาวบ้านจำนวนมาก โดยเฉพาะใน "เมืองพันธมิตร" ที่พาลนึกไปถึงอาการของ "หมาบ้า" ที่ติดเชื้อโรคกลัวน้ำ มักจะทำตาขวางจ้องหน้าหมาตัวอื่น หรือเมื่อคนเดินผ่านมันไปโดยไม่รู้มาก่อน ว่า มันกำลังติดเชื้อ "โรคกลัวน้ำ" กลายสภาพจาก "หมาบ้าน" เป็น "หมาบ้า"
    "ไอ้หมาบ้า" มักจะวิ่งกระโจนเข้ากัดน่องขาโดยไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกัน ไม่เว้นแม้กระทั่ง "เจ้าของ" ที่ให้ข้าวให้น้ำมันกินมักจะโดนกัดเป็นรายแรกๆ จนต้องวิ่งแจ้นไปให้หมอฉีดยาป้องกันโรคพิษหมาบ้ารอบสะดือกว่าสิบเข็ม แล้วน้ำตาซึม "ตัดคอ" หมาตัวนั้นไปพิสูจน์ว่า มันบ้าจริงหรือเปล่า
     ผมมักเถียงแทนพวกพันธมิตร ว่า "นายกรัฐมนตรีของเรา" คนนี้ ยัง "ไม่ถึงขั้นบ้า" แต่น่าจะอยู่ในขั้น "ป่วยทางจิต" เสียมากกว่า
    เพราะถ้าหากบ้าแบบหมาบ้าติดโรคกลัวน้ำ คงจะวิ่งไล่ฟัดใช้ปากไล่กัดกระโดดถีบ "ฝูงนักข่าว" ที่หน้าลิฟต์โรงแรมปรินซ์พาเลซไปแล้ว คงไม่แค่ทำ "ตาขวาง" กวาดสายตาไปยังนักข่าวเป็นรายคนนานถึงเกือบ 2 นาที
     อย่างน้อย "นายกรัฐมนตรีของเรา" ยังมีสติยับยั้งใจได้ ว่า ตัวกูเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้ ที่ไม่สมควรทำสิ่งใดที่ทำลายภาพลักษณ์ของผู้นำประเทศ
     การแสดงออกเพียงแค่อาการ "ตาขวาง" น่าจะเพียงพอในการดุด่าว่ากล่าวนักข่าวให้ได้รู้สึกตัว ว่า การมาดักรอเช่นนี้ไม่เป็นที่สบอารมณ์ คราวหน้า "นายกรัฐมนตรีของเรา" ไปไหนมาไหน ก็ไม่ควรมีใครมาดักหน้าดักหลังถามโน่นถามนี่ ให้เกิดอาการ "ตาขวาง" อีก มิเช่นนั้น อาจจะไม่ใช่แค่ "ตาขวาง" อาจจะถึงขั้นทำร้ายร่างกายได้
     ผมยังแก้ตัวให้อีกว่า พวกพันธมิตรมักมอง "นายกรัฐมนตรีของเรา" ด้วยแว่นสีดำเกินไป ว่า นายกรัฐมนตรีของเราไม่ต่างจาก "หมาบ้า" น้ำลายฟูมปาก เมื่อเวลาพูดฝอยเป็นชั่วโมง ในรายการสนทนาประสาสมัคร ทางช่อง 11 ทุกเช้าวันอาทิตย์
    แต่ในความเป็นจริงแล้ว "นายกรัฐมนตรีของเรา" ยังมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ไม่ได้ติดเชื้อ "บ้า" จากใครอย่างแน่นอน 
    มิเช่นนั้น หลังจากพูดออกรายการพิเศษเมื่อวันเสาร์ก่อน ว่า จะแตกหักไม่ให้พวกพันธมิตรชุมนุมขวางถนนบนสะพานมัฆวาน คงจะวิ่งน้ำลายฟูมปากออกจากห้องส่งช่อง 11 แล้วบัญชาการการกวาดล้างพวกพันธมิตรให้สิ้นซากไปแล้ว


     แต่ด้วยความมีสติยับยั้งชั่งใจได้เช่นเดียวกับปุถุชน ที่แม้เจอพิษน้ำมันแพงจนอ่วมอรทัยไม่มีใครมาแก้ไขให้ได้ จึงยอมใช้สีข้างเข้าถูแล้วไถลไปจนแดงเถือก ส่งต่อให้ "กุมารทองคะนองฤทธิ์" ที่หน้าแดงก่ำได้ทีจนยอมใช้ลิ้นเลียน้ำลายเน่าๆ แถวช่อง 11 ที่สาดเลอะไปทั่วบ้านทั่วเมือง จนสถานการณ์บ้านเมืองเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง
     "กุมารทองคะนองฤทธิ์" ก็ไม่ใช่ "หมาบ้า" เช่นกัน ถ้าหากเป็น "หมาบ้า" จริง คงไม่สามารถใช้สติปัญญาที่มีดีกรีระดับ "ดอกเตอร์" ทางกฎหมาย หาช่องอยู่หลายวันจนเจอมาตรา 85 ของกฎหมายอาญา ออกมากำราบเคเบิลทีวีท้องถิ่นให้ถอดช่องรายการพวกพันธมิตร ASTV ออกไปให้พ้นๆ สายตา
     ทั้ง "กุมารทองคะนองปาก" กับ "กุมารทองคะนองฤทธิ์" จึงไม่ใช่ "หมาบ้า" น้ำลายฟูมปากตามคำนิยม "หมาบ้าจากพิษโรคกลัวน้ำ" อย่างแน่นอน แต่อาจจะเริ่ม "ป่วย" ด้วยอาการจิตหลอนว่าพวกพันธมิตรกำลังยุแหย่ให้ทหารมาแย่งของรักของห่วงบั้นปลายชีวิตในตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" กับ "รัฐมนตรีมหาดไทย"
     จึงยังเลือกใช้ "ปาก" บริหารประเทศไปวันๆ มากกว่าทำอย่างอื่น เพื่อจะได้ไม่มีหลักฐานให้ใครมาเอาผิดได้ภายหลัง
      ถ้าหากเป็น "หมาบ้า" สติสตังค์ไม่อยู่กับตัวแล้ว "กุมารทองคะนองฤทธิ์" คงจะออกคำสั่งเป็น "ลายลักษณ์อักษร" ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ให้จัดการกับเคเบิลทีวีท้องถิ่นที่แพร่ภาพช่องรายการ ASTV 


     จึงพอเชื่อได้ว่า "กุมารทองคะนองฤทธิ์" ยังมีสติรู้ดีว่า ถ้าทำอย่างนั้นจะไปทำผิดรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ในหมวด 10 ว่าด้วยสิทธิในข้อมูลข่าวสาร และการร้องเรียนตั้งแต่มาตรา 56-62 และหมวด 11 ว่าด้วยเสรีภาพในการชุมนุมและการสมาคม ตั้งแต่มาตรา 63-65
     แต่ความฉลาดเป็นกรดของ "กุมารทองคะนองฤทธิ์" ได้ใช้ "ปาก" ลาก "นายกรัฐมนตรีของเรา" ที่เป็นกูรูนัดเป็นพิเศษในการใช้ "ปาก" บริหารประเทศมากกว่าใช้ "สมอง" บอกว่าตัวข้าถูกสั่งให้หาช่องทางกฎหมายอาญาเล่นงานพวกพันธมิตร ที่มีช่องโทรทัศน์ดาวเทียมที่ได้รับการคุ้มครองจากศาลปกครองที่ไม่ค่อยสบอารมณ์นัก
     ใครว่างช่วยจับ "กุมารทองคะนองปาก" กับ "กุมารทองคะนองฤทธิ์" ไปให้พ้นๆ ทำเนียบและริมคลองหลอดเสียทีเถอะ ก่อนจะเกิดอาการแยกเขี้ยวกัน กัดให้พวกพันธมิตรหัวเราะเยาะอย่างน่าอดสู ที่ "ปาก" ทำให้เมืองพันธมิตรอยู่กันอย่างแออัดมากขึ้นทุกวัน


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16
W_T_Y_S_L วันที่ : 21/06/2008 เวลา : 10.38 น.
http://www.oknation.net/blog/whattookyousolong


a look could kill ....

น่ากลัวมากกกก
ความคิดเห็นที่ 15
tsunami วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 11.31 น.
http://www.oknation.net/blog/khaolaktraveltourscenter

ลูกกรอก หอกหัก รู้จักป๊ะ ????
ความคิดเห็นที่ 14
ting วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 05.15 น.
http://www.oknation.net/blog/Germany

บอกท่านพักผ่อนเถอะนะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 13
มาลีรัตน์ วันที่ : 16/06/2008 เวลา : 23.40 น.
http://www.oknation.net/blog/maleerat

ชอบค่ะ แสบๆคันๆดี +๑
ความคิดเห็นที่ 12
ศุภศรุต วันที่ : 16/06/2008 เวลา : 20.33 น.
http://www.oknation.net/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักมานุษยวิทยา

อาการเริ่มแรก


ก่อนบ้าถาวร


หุหุ


ความคิดเห็นที่ 11
yaell วันที่ : 16/06/2008 เวลา : 18.13 น.

อาการระยะแรก ตาจะขวาง
ขั้นต่อไปอาการน้ำลายฟูมปากจากเริ่มตามมา
ควรตัดหัวไปให้คุณหมอดูพร้อมกับคนไข้
เพื่อพิสูจน์ความรุนแรงของเชื้อด้วย

ความคิดเห็นที่ 10
su.63 วันที่ : 16/06/2008 เวลา : 12.54 น.
http://www.oknation.net/blog/su


ฮึ ๆ ๆ
ความคิดเห็นที่ 9
INDYLOVE วันที่ : 16/06/2008 เวลา : 10.31 น.
http://www.oknation.net/blog/loveindy

คุณอดิศักดิ์ก็ระวังเถอะ เดี๋ยวจะโดนทำตาขวางใส่ มิใช่น้อนเลย...อิอิ
ความคิดเห็นที่ 8
ราษีไศล วันที่ : 16/06/2008 เวลา : 10.20 น.
http://www.oknation.net/blog/motorcyrubjang
บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ /www.banduannoi.com/ www.tourthailand.th.gs

พวกชอบเมาตามผับยังเอามาเป็นรัฐบาลอีกเอามันออกไป
ความคิดเห็นที่ 7
wullopp วันที่ : 16/06/2008 เวลา : 09.03 น.
http://www.oknation.net/blog/health2you

โหวตให้อีก 1 คะแนนครับ...
ความคิดเห็นที่ 6
a r t l e k l e k วันที่ : 16/06/2008 เวลา : 08.58 น.
http://www.oknation.net/blog/artleklek
ศิลปะ...ยืนยาว...ชีวิตสั้น..

สมเพช ประเทศไทย
ความคิดเห็นที่ 5
suratop วันที่ : 16/06/2008 เวลา : 08.18 น.

ทำตาขวางเป็นอาการแสดงออก
หมายบ่งบอกให้นักข่าวอย่าสะเอ่อะ
เล่นโขยงยกกันมาเสียตั้งเยอะ
ออกมาเจอะกวาดสายตากราดด่าไป
ความคิดเห็นที่ 4
วิศวกรความรู้ วันที่ : 15/06/2008 เวลา : 23.13 น.
http://www.oknation.net/blog/sufficiency

คงทำให้สื่อหวาดกลัวไปได้หลายช่อง
ความคิดเห็นที่ 3
พู่กันกับดินสอสี วันที่ : 15/06/2008 เวลา : 17.36 น.

5555+
Mad Dog
ความคิดเห็นที่ 2
tiikpom วันที่ : 15/06/2008 เวลา : 16.12 น.
http://www.oknation.net/blog/chaisrii

ยิ่งกว่าบ้าค่ะ ฮ่า
ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 15/06/2008 เวลา : 15.17 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

บ้า...อำนาจ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30