• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 119
  • จำนวนผู้ชม : 137235
  • จำนวนผู้โหวต : 294
  • ส่ง msg :
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 13 กรกฎาคม 2551
หัวเน่า-ปากเน่า ปรับใหญ่ก็ไม่รอด กรรมเก่า-กรรมใหม่นายกฯ
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 2798 , 11:28:34 น.  
พิมพ์หน้านี้


"นายกรัฐมนตรีของเรา" นายสมัคร สุนทรเวช กำลังทำตัวเป็นคนแก่หัวดื้อหัวรั้น "แก่เพราะกินข้าว-เฒ่าเพราะอยู่นาน" ไม่สนใจว่าประเทศชาติจะฉิบหายวายป่วงจากการกระทำระยำตำบอนของตัวเองและพวกพ้องมากแค่ไหนขอข้าพเจ้านั่งเกาะเก้าอี้ "นายกรัฐมนตรี" ไว้ให้ได้นานที่สุด

              การเลือกปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาของประเทศ  แต่กลับจะยิ่งทำให้ "ความเสื่อม" กัดกร่อน "ความเชื่อมั่น" ในความสามารถการบริหารประเทศลงไปเร็วยิ่งขึ้น

              แม้ว่าจะสามารถหาชื่อ รัฐมนตรีประเภท"ดี-เด่น-ดัง" อีกสัก4-5 ชื่อมาปะหน้าผากไว้หน้าทำเนียบเป็นยันต์กันด่า  ก็ไม่ได้ช่วยทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลนายสมัคร  สุนทรเวช ดีขึ้นมากนัก  ถ้าหากการบริหารงานของ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ยังเละเทะไม่เป็นโล้เป็นพายอย่างนี้

             เอ่ยชื่อมา 2-3 ชื่อว่าจะทาบทามมานั่งแทน "นพดล ปัทมะ" ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกับหัวหน้าทีเศรษฐกิจแล้ว ขอบอกตรงๆ ว่าชื่อชั้นเหล่านั้นยังห่างไกลความเหมาะสมและยังน่าห่วงมากๆ ว่าจะสร้างปัญหามากกว่าเดิม

             เริ่มจากคนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ "วิกรมคุ้มไพโรจน์" ที่มีประสบการณ์ด้านทูตมาหลายประเทศแต่ขอคาดการณ์ไว้เลยว่าจะเข้าทางกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย  สารพัดเรื่องจะถูกลากไส้ออกมา "รับน้อง" จนเจ้าตัวรู้จักประวัติตัวเองมากขึ้น 

          ไม่ต่างจากคำพูดที่ล้อกันเล่นว่าถ้าหากคนไหน อยู่ดีๆ อยากรู้จักประวัติตัวเองมากกว่าเดิม ควรจะตัดสินใจลงสมัคร ส.ส.

            โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสนิทชิดเชื้อกับอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่มีมากกว่าและยาวนานกว่าอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ "นพดล ปัทมะ" หลายเท่า  คงจะเป็นเชื้อไฟอย่างดีสำหรับเวทีพันธมิตรได้ปลุกกระแสต้านใหญ่ขึ้นได้อีก

             ถ้าอยากจะแค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าของประเทศไทย  ในยามที่มีความจำเป็นจะต้องแต่งตั้งรัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่โดยด่วน  เพื่อไปทำหน้าที่ในวาระของประเทศไทยเพื่อเป็น "ประธาน"ในที่ประชุมสมาคมประชาชาติอาเซียนในวันเสาร์นี้

             ตัวเลือกที่น่าสนใจกว่าก็คือ "อาจารย์เอ"ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  ควรจะโยกย้ายมานั่งรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศ เพราะมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับงานต่างประเทศมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ในทีมบ้านพิษณุโลกและยังเคยเป็นผู้ช่วยงานอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย มาอย่างดี

            หรือถ้าหากดูความรับผิดชอบของตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ "มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์" ที่กำกับดูแลกระทรวงการต่างประเทศอยู่แล้ว  น่าจะสามารถไปทำหน้าที่รักษาการแทนรัฐมนตรีต่างประเทศเพื่อไปทำหน้าที่ประธานที่ประชุมอาเซียนในการประชุมวันเสาร์นี้ได้โดยไม่ต้องเรียนงานใหม่

            ส่วนหัวหน้าทีมเศรษฐกิจที่มีการปล่อยชื่อ "ปานปรีย์ พหิทธานุกร" หลาน"น้าชาติ" ที่คลุกคลีกับปัญหาเศรษฐกิจมานานพอสมควร  แต่เชื่อเถอะ "อาจารย์ปานปรีย์"เป็นชื่อที่ปล่อยข่าวหลอกให้ดีใจเล่นๆ ดังเช่นที่อาจารย์ปานปรีย์บอกว่ามีชื่อว่าจะไปเป็นรัฐมนตรีแทบทุกครั้ง แต่ไม่เคยได้เป็นจริงสักที

             ถ้าหากปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่แล้ว "รองนายกฯ มิ่งขวัญ" ถูกปรับออกจริงๆ  เชื่อแน่นอนว่า "หมอเลี้ยบ"สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯและรัฐมนตรีคลัง ที่มีความมั่นใจมากขึ้นแล้ว  จะขอทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลแต่เพียงผู้เดียว

          อาจารย์ปานปรีย์อาจจะได้ตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีพาณิชย์ในทีมเศรษฐกิจของหมอเลี้ยบ แทนรองนายกฯ มิ่งขวัญ

             จะเป็นเรื่องน่าเสียดายความรู้ความสามารถของ "รองฯมิ่งขวัญ" เป็นอย่างยิ่งที่เป็นรัฐมนตรีดาวเด่นตั้งใจทำงานอย่างขยันขันแข็ง  มิหนำซ้ำยังเป็นรัฐมนตรีพาณิชย์ที่ไม่เคยมีเสียงครหานินทาเรื่องผลประโยชน์ทางตรงทางอ้อม  เมื่อเทียบกับรัฐมนตรีพาณิชย์คนก่อนๆ เกือบทุกคนจะมีเสียงนินทาเรื่องซ้ำๆ กัน จนกลายเป็นนิทานท่าเตียน เช่น ฟันโควตาส่งออกข้าว ฯลฯ

             แต่กลายเป็นว่ารัฐมนตรีขยันทำงานจน "ขวางหูขวางตา"นายกรัฐมนตรีของเราและรองนายกฯรัฐมนตรีคลังในการแก้ปัญหาหมู ข้าว และราคาสินค้าที่มีเสียงร่ำลือว่าไปกระทบผลประโยชน์ถุงเงินของพรรค  จนถูกสั่งให้ยึดอำนาจการจัดการเรื่องข้าวมาขึ้นตรงกับ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ที่มีความรู้เรื่องข้าวประเภทอ่านท่องมา "ชิมไปบ่นไป" เท่านั้นเอง

             ถ้า "นายกรัฐมนตรีของเรา" คิดเป็นและรู้จักใช้คนให้ถูกกับงาน Put the right  man on the right job  ควรจะจัดสรรงานใหม่ให้"รองฯมิ่งขวัญ" กำกับดูแลโดยตรงแทนอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ "จักรภพ เพ็ญแข" ที่กำกับดูแลสื่อของรัฐคือกรมประชาสัมพันธ์และบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) โดยไม่ต้องแต่งตั้งรัฐมนตรีคนใหม่มาแทน "จักรภพ"

              อาจจะทำให้รัฐบาลสามารถแก้ปัญหาการสื่อสารไปถึงชาวบ้านได้อย่างน่าเชื่อถือมากขึ้นและน่าจะดีกว่า"จักรภพ เพ็ญแข" ที่ในใจยังเต็มไปด้วยอคติและอัตตา  จนเก็บงำซ่อนไว้ไม่อยู่  แสดงออกมาทุกครั้งที่พูดและการกระทำที่ไม่ต่างจากบนเวที นปก.สนามหลวง

              การปรับ "รองนายกฯมิ่งขวัญ" ออกจากคณะรัฐมนตรี  น่าจะยิ่งทำให้ภาพลักษณ์เน่าๆ ของรัฐบาลชุดนี้เน่าเฟะยิ่งกว่าเดิม

              ระหว่างการปรับ "รองนายกฯมิ่งขวัญ" กับปรับ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ออกไปก่อนเป็นลำดับแรก  ลองสำรวจความเห็นชาวบ้านก็ได้  ผลจะออกมาว่าการปรับอย่างหลังน่าจะได้รับเสียงปรบมือจากชาวบ้านและนักลงทุนในตลาดหุ้นมากกว่าอย่างแรก

           ดัชนีหุ้นคงจะ "เขียวยกแผง"ถ้าหาก"นายกรัฐมนตรีของเรา" ไปพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทันที

             ผมจึงคิดว่าสังคมไม่ควรจะไปตั้งความหวังอะไรมากนักกับการปรับครม.  เมื่อ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ที่อยู่ในสภาพ "ปากเน่า" จนลุกลามกลายเป็น "หัวเน่า" อันเนื่องมาจากการใช้ "ปาก" อย่างไม่ถูกสุขลักษณะและไม่ถูกกาละเทศะ 

            อย่าไปตั้งความหวังกับการปรับรัฐมนตรีเข้ามาใหม่ที่ไม่ต่างจากเปลี่ยนเสื้อเปลี่ยนกางเกงเพื่อให้ดูดีขึ้น แต่ถ้าเจ้าตัว "หัวเน่า-จมูกบาน-ปากเน่า"เละเทะขนาดนี้  จะลองเปลี่ยนเสื้อแบรนด์เนมใหม่ๆ หรูๆ สั่งมาจากนอกเพื่อหลอกตาชาวบ้านในระดับชนชั้นกลางที่ "หัวไม่เน่า"จมูกไม่บานคงไม่ได้ผลบวกอะไรขึ้นมาเลย

            มิหนำซ้ำอาจจะสร้างปัญหากัดกันสนั่นเลือดสาดในพรรคพลังประชาชน  อันเนื่องมาจากคงไม่มีใครได้ตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญๆ จากการปรับครม.ใหญ่ครั้งนี้  เพราะสังคมจะไม่ให้โอกาสยัดเยียดดันก้นนักการเมือง"ขี้เหร่-ตาเหล่"มือใหม่หัดขับมาทดลองงานระดับประเทศอีกแล้ว

             เวลาของ "นายกรัฐมนตรีของเรา" หมดไปแล้วโดยสิ้นเชิง   ไม่ควรต่อเวลาไม่ว่าจะจบครึ่งหลังหรือครึ่งแรกเพราะแค่ยังไม่ทันจบครึ่งแรกก็สมควรจะให้ "ใบแดง" ไล่กัปตันทีมออกไปได้แล้ว

             มองดูสารรูปแล้วหมดสภาพหมดราคาทั้งกรรมเก่า (สินบนอุโมงค์ส่งน้ำสมัยเป็นผู้ว่าฯกทม.)และกรรมใหม่ที่ประเดประดัง   ไม่เป็นไปตามที่คุยโม้โอ้อวดว่าทำงานการเมืองมา 40 ปีมั่นใจว่ามีความสามารถบริหารบ้านเมืองได้ 

             แต่ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ในฐานะกัปตันทีม (จะนอมินีหรือไม่นอมินีก็ตาม)  กลับปล่อยให้ลูกทีมเตะบอลกันมั่วที่สุดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรัฐบาลชุดก่อนๆ

             หนักข้อยิ่งขึ้นเมื่อ "กัปตันทีม" เองก็ไม่รู้จักหน้าที่ตัวเองเลย  เอาเวลาส่วนใหญ่ "หันปาก" มาทะเลาะด่าทอช่างภาพและนักข่าวที่ทำหน้าที่สื่อมวลชนเกาะติดภาพเด็ดๆ ตามปกติอยู่ด้านหลังประตู  และยังบ่นกรรมการผู้ตัดสินว่าไม่ยอมเข้าข้างหรือกลั่นแกล้ง

             ทั้งๆ ที่ตัวเองทำผิดจนถูกแจกใบแดงใบเหลืองไปไม่เหลือในกระเป๋าของกรรมการผู้ตัดสินแล้ว  แต่กลับโทษกรรมการและกติกาว่าร่างมาเพื่อจับผิด

              เมื่อกัปตันทีมไม่เคารพกฎกติกาและก่นด่ารัฐธรรมนูญ  จึงไร้จิตสำนึกในการบริหารประเทศโดยยึดมั่นกฎหมายสูงสุดของประเทศ  ความรู้สึกรับผิดชอบชั่วดีและศีลธรรมจริยธรรมในการบริหารประเทศจึงเป็น"ศูนย์"และ"ติดลบ"อย่างน่าอเนจอนาถกับชะตากรรมของประเทศที่ได้รัฐบาลเลือกตั้งเฮงซวยอย่างนี้

          ไม่เคยทำงานจริงจัง  เอาแต่โทษโน่นโทษนี่   ไม่เคยส่องกระจกดูหน้าตัวเองว่าขี้เหร่ขนาดไหน   จนกลายเป็นนิสัยสันดานของ "นายกรัฐมนตรีของเรา" และรัฐมนตรีร่วมคณะที่สร้างบรรทัดฐานแบบศรีธนญชัยที่ทำความเสียหายให้กับประเทศในระยะยาว

            การแสดงสปิริตแบบ"จอมปลอม"ที่ไม่ต่างจาก"นายใหญ่"เว้นวรรคไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง ด้วยการลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีของ"จักรภพ เพ็ญแข"กับ"นพดล ปัทมะ"ล่วงหน้า 3-4 วันกว่าจะมีผลลาออกจริงและยังทิ้งท้ายยืนยันว่าลาออกไม่ได้หมายความตัวเองผิด  ทั้งๆที่เสียงส่วนใหญ่ในสังคมชี้หน้าว่า "ผิด"

  การแสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่งทางการเมืองไม่ควรจะสร้างบรรทัดฐานปล่อยทิ้งช่วง 3-4 วัน กว่าจะมีผลจริงเพราะส่อเจตนาจะอาศัยช่วงเวลาที่เหลือกระทำการอันน่าสงสัย  ควรจะให้มีผลทันทีเมื่อเอ่ยปากว่าตัดสินใจ "ลาออก" และไม่ควรยืนกรานว่าตัวเองไม่ผิด

ถ้าไม่ผิดก็ไม่ต้องแสดงสปิริตลาออกก็เท่านั้นเอง  แล้วยืนหยัดต่อสู้เพื่อพิสูจน์ตัวเองหรือลาออกมาใช้กระบวนการศาลชี้ขาดพิสูจน์ว่าผิดหรือไม่

การยืนกราน "ไม่ลาออก" จากตำแหน่งรัฐมนตรี  รอให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าผิดในกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ชี้มูลว่ากระทำความผิดขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ไม่เปิดเผยบัญชีถือหุ้นของภรรยาเกิน 5%

การกระทำเช่นนี้ได้สร้างบรรทัดฐานแบบผิดๆ อีกเช่นกัน ที่สร้างความเสียหายให้ประเทศ  ดังเช่นกรณีคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญให้ "ไชยาสะสมทรัพย์" พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีในวันที่ป.ป.ช.แจ้งต่อนายกรัฐมนตรีว่ารัฐมนตรีขาดคุณสมบัติในการเป็นรัฐมนตรี  ช่วงเวลานั้นจนถึงวันตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญผ่านมาหลายเดือนถือว่าเป็นรัฐมนตรีเถื่อนที่ไม่มีอำนาจแล้ว

เวลาของ"นายกรัฐมนตรีของเรา" หมดแล้ว  วิบากกรรมคดีความรอกำหนดวันพิพากษาอยู่อีกไม่กี่วันข้างหน้า  หนีไม่พ้นอย่างแน่นอน  เหลือแต่ว่าจะถูกพิพากษาลงโทษเข้า "คุก" หรือไม่เท่านั้นเอง


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13
นายยั้งคิด วันที่ : 20/07/2008 เวลา : 21.39 น.
http://www.oknation.net/blog/political79

สุนทรภู่ท่านสอนลูกหลานไทยเอาไว้ว่า "อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นทราก เพียงลมปากหวานหูไม่รู้หาย แม้นเจ็บอื่นหมื่นแสนยังแคลนคลาย เจ็บจนตายเพราะพูดเหน็บให้เจ็บทรวง" ซึ่งเป็นการชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของคำพูดของคนเรานี่เอง แต่ในการทำงานก็มีภาษิตเตือนไม่ให้ทำงานแบบ"ละเลงขนมเบื้องด้วยปาก" เอาไว้ด้วยเช่นกัน เรื่องของปากนี้จึงเป็นศิลปที่ผู้บริหารต้องคำนึงถึงอย่างมาก โดยเฉพาะผู้บริหารระดับประเทศจะขาดศิลปข้อนี้เสียมิได้ ถ้าใครละเลยก็จะเกิดผลดังที่เกิดแก่นายกฯของไทยปัจจุบัน คือ คนเขายี้กันทั้งเมืองเลยจ้ะ.
ความคิดเห็นที่ 12
DJ วันที่ : 17/07/2008 เวลา : 19.40 น.

กำลังคิดเล่นๆ....

นายใหญ่หว่านเงินออกเป็น 2 ทาง ทางหนึ่งให้นายห้อย ทางหนึ่งให้หญิงแว่น กว้านซื้อเสียง

ถ้าพรรคพวกได้เข้ามา ก็ให้ช่วยเรื่องคดีความต่างๆของนายใหญ่ล้มลงไป แก้ไขรัฐธรรมนูญ ติดสินบนศษลให้พ้นผิดในทางเดียวกัน เลือกคนที่แย่ๆมาบริหารประเทศ ให้ชาวบ้านเอือมระอา ทำลายเศรษฐกิจ บ้านเมืองเสียหาย

ถ้าทำได้สำเร็จ มีการยุบสภาเมื่อไหร่ ตัวเองกลับเข้ามาเป็นใหญ่อีกครั้ง แล้วเอาเงินที่โกงกินมาเป็นแจกจ่าย ทำเป็นกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้ดูว่าเศรษฐกิจดี แล้วค่อยหาทางโกงต่อทีหลัง

ถ้าไม่สำเร็จตัวเองโดนคดี ตัวเองต้องพังต้องแย่ บ้านเมืองจะก็ต้องแย่ตามไปด้วย เพราะคัดคนแย่ๆให้มาบริหารประเทศเพือให้ล้มเหลว

ชาวบ้านลำบากก็ว่าลิ่วล้อ นายใหญ่พ้นตัวไม่ได้ทำเองแค่อยู่ฉากหลัง
ความคิดเห็นที่ 11
W_T_Y_S_L วันที่ : 14/07/2008 เวลา : 16.25 น.
http://www.oknation.net/blog/whattookyousolong


อืมมม ... เละถึงหัวเลยเหรอเนี่ย ...

ไม่มีอะไรไม่เน่าแล้ว
ความคิดเห็นที่ 10
tkgb วันที่ : 14/07/2008 เวลา : 11.04 น.


หมูหมักดันทุรัง...ชนิดปากกล้าขาสั่น
และเป็นนายกฯคนแรกของโลกที่ใช้ปากทำงาน และผลงานโชห่วยแตกจริงๆ
อาการของหมูหมักตอนนี้ไม่ต่างอะไรไปจากนายทักสินช่วงใกล้หมดอำนาจ
มันละหม้ายคล้ายนายทักสินดังนี้..
1. หลงในอำนาจและห่วงในเก้าอี้ตัวนี้(ที่รอตำแหน่งนี้มาเกือบทั้งชาติ บังเอิญได้ส้มหล่น เลยต้องยื้อเก้าอี้ตัวนี้ให้นานเท่าที่จะนานได้ ชาติจะเป็นยังไง ข้าฯไม่สน)
2. ไม่ยุบ ไม่ลาออก เพราะกลัวจะโดนเล่นงานเมื่อหมดอำนาจ
3. ครองอำนาจไว้เพื่อช่วยคลี่คลายคดีความผิดต่างๆที่ตนได้ก่อเคยเอาไว้
ด้วยเหตุผลที่คล้ายๆกันกับนายทักสิน ชีนนะวัตร นั่นล่ะเรียกว่า........ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งนําตา จริงๆเด้อ .......ลองเบิ้ง
ความคิดเห็นที่ 9
tengpong วันที่ : 14/07/2008 เวลา : 09.45 น.
http://www.oknation.net/blog/tengpong

อุแม่เจ้า..
ลงรูป สี่ยอด(กุ)มาร ด้วยอ่ะ
ความคิดเห็นที่ 8
คนบุญ วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 19.37 น.
http://www.oknation.net/blog/dooduang

นอกจากพวกมันยังไม่สำนึกถึงบุญคุณแผ่นดินแล้ว..ยังบังอาจจาบจ้วงศาล ..ไอ้เดียรถีย์เอ๊ย ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาใช้ด่าคนพวกนี้ ครม.ทั้งชุด ตั้งเข้ามาบริหารประเทศไม่ทำห่..อะไรเลย ตั้งหน้าตั้งตาจะทำงานของพวกมันแก้รัฐธรรมนูญให้หัวหน้ามันพ้นผิด ไม่สนใจปัญหาปากท้องของประชาชน โครงการไหนจะได้เงินมันรีบจัดการทันที
เมื่อไหร่พวกมันจะได้รับกรรมที่ทำกับพี่น้องประชาชนคนไทยเสียที ขอสาปแช่งให้มันมีอันเป็นไปใน ๓ วัน ๗ วัน
เมื่อกี้ฝากคนไปซื้อ พริกแห้ง หอม กระเทียมแล้ว อ้อ เกือบลืม ข้อเขียนของคุณสุดยอดเลย มันมาก ๆ ตื่นขึ้นเถิดชาวไทย ลุกข้นเถิดพี่น้องไทย ช่วยกันขับไล่เสนียดจัญไรในรัฐบาล ให้พวกมันออกไปให้เร็วที่สุด
ความคิดเห็นที่ 7
มะค่าโมง วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 18.06 น.
http://www.oknation.net/blog/makamong



ครม.ชุดนี้หน้าตาดี๊ ดี
ดีแต่ทำความเลว ถุย!
ความคิดเห็นที่ 6
แมงป่องจำศีล วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 17.43 น.
http://www.oknation.net/blog/maengpong

มีสองอย่างติดคุกตลอดชีวิตกับตายคาคุก
เพราะวิบากกรรมที่ทำมาตั้งแต่หนุ่มจนแก่กำลังจะสนองในเวลาอันใกล้...นี่แหละหนาเชื่อกิเลสจนลืมตัว
ความคิดเห็นที่ 5
khunkan วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 16.23 น.

ไม่เคยทำงานจริงจัง เอาแต่โทษโน่นโทษนี่ ไม่เคยส่องกระจกดูหน้าตัวเองว่าขี้เหร่ขนาดไหน จนกลายเป็นนิสัยสันดานของ "นายกรัฐมนตรีของเรา" และรัฐมนตรีร่วมคณะที่สร้างบรรทัดฐานแบบศรีธนญชัยที่ทำความเสียหายให้กับประเทศในระยะยาว
เห็นด้วยมากๆๆๆๆๆๆทุกตัวอักษรในบทความ
ความคิดเห็นที่ 4
อิฐเผา วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 15.37 น.
http://www.oknation.net/blog/thailand-photographic

ไม่เคยทำงานจริงจัง เอาแต่โทษโน่นโทษนี่ ไม่เคยส่องกระจกดูหน้าตัวเองว่าขี้เหร่ขนาดไหน จนกลายเป็นนิสัยสันดานของ "นายกรัฐมนตรีของเรา" และรัฐมนตรีร่วมคณะที่สร้างบรรทัดฐานแบบศรีธนญชัยที่ทำความเสียหายให้กับประเทศในระยะยาว
เดี๋ยวนี้..เวลาท่านนายกส่องกระจก ท่านมักจะทำหน้างงๆ แล้วหันไปถามภริยาของท่านอยู่เสมอๆ ว่า "ไอ้บ้านี่เป็นใคร"
ความคิดเห็นที่ 3
oamie วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 15.06 น.
http://www.oknation.net/blog/oam

เขียนได้สะใจดีครับ คุณอดิศักดิ์ ตลาดหุ้นบ้านเรา การลงทุนบ้านเรามันแย่มากในตอนนี้ก็เพราะว่ารัฐบาลไม่ยอมทำงาน ไม่มีนโยบายที่ชัดเจน ที่จริงจังก็มีแต่เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ กับการด่าสื่อสารมวลชนเท่านั้น ไม่สร้างความเชื่อมั่นให้แกภาคเอกชน และผู้บริโภค ตลอดจนนักลงทุนต่างชาติ จนตอนนี้ไม่มีใครเหลียวแลตลาดหุ้นบ้านเราแล้ว
ความคิดเห็นที่ 2
driftworm วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 14.50 น.
http://www.oknation.net/blog/driftway

ยังไม่เชื่อว่าจะยุบสภา หรือลาออก (คุณสุเทพเทือกก็ตาแหกไปหน่อย)
เพราะ "ภารกิจ" ยังไม่เสร็จสิ้น
แปลเป็นภาษาทุนนิยมว่า "ดีลยังไม่คุ้มทุน"
ความคิดเห็นที่ 1
มะอึก วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 11.45 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

อ่านเรื่องนี้จบลง......
ผมมีความสุขมากครับท่าน
..
..
ถูกใจทุก ๆ ประโยค....
อ้อ...ฝากอีกนิด ถึงน้าหมัก
.
ฝากให้จตุพรเป็น รมต.มหาดไทยแทนเหลิมสักหน่อยก็ดีนะครับ
เพราะเหลิมจะไปนั่งคุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ...ตามอยาก
.
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31