พิมพ์หน้านี้
|
ในสายงานวิชาชีพที่ผมทำอยู่การได้รับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นจากผู้ร่วมงานเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ตนเองต้องมีความมั่นใจเปี่ยมล้นจนเหลือเพียงพอที่จะมอบให้แก่ผู้อื่น นั่นเป็นเบ้าหลอมอันใหญ่สำหรับผู้ที่เลือกเดินในเส้นทางวิชาชีพเช่นนี้ ดังนั้นแม้บางห้วงขณะจะลังเลสงสัย ไม่แน่ใจ ก็ไม่อาจแสดงออกมาให้ผู้อื่นรับรู้ได้ ต้องปกปิดซ่อนเร้นอารมณ์เหล่านี้ให้มิดชิด เช่นนี้แล้วการแสดงออกให้เห็นถึงความมั่นใจเพื่อให้ผู้อื่นที่จะต้องปฏิบัติงานตามแผนที่เราวางไว้กลับคล้ายการหาทางอยู่รอดทางอารมณ์ชนิดหนึ่ง ที่บอกว่าการแสดงตนว่าเป็นผู้มีความมั่นใจเปี่ยมล้นล้วนเป็นการหาทางอยู่รอดทางอารมณ์นั้น อาจจะฟังดูเป็นการกล่าวเกินจริงไปบ้าง แต่หลังจากได้รับฟังคำสารภาพของผู้ประกอบวิชาชีพรุ่นพี่หลายราย ที่ต้องทนแบกรับความกดดันอย่างถึงที่สุด....มีบ้างบางรายถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาในยามอยู่ลำพังพร้อมกับปัญหาที่ไม่อาจคลี่คลาย ยังไม่ต้องเอ่ยถึงอีกหลายรายที่ไม่ยอมหลั่งน้ำตา แต่กลับแสดงตนว่ามีความมั่นใจในการประกอบวิชาชีพอย่างล้นพ้นจนหมิ่นเหม่ว่าจะกลายเป็นความดื้อรั้น.....ทั้งหมดทั้งปวงนี้หากมิใช่เพื่อเป็นการปกป้องตนเองจากความหวั่นไหวจะเรียกว่าอะไร..... นานวันเข้าจากเพียงแค่หาทางอยู่รอดทางอารมณ์ ตนเองกลับเชื่อขึ้นมาอย่างจริงจังว่าฉันนี้แหละเข้าใจดี มั่นใจเปี่ยมล้น พวกท่านจงทำตามที่ฉันวางแผนไว้เถิด.... ครับเป็นธรรมดาไม่มีใครพร้อมใจหรือยินยอมทุ่มเททำงานให้กับใครสักคนที่เขาเชื่อว่าเป็นเพียงแค่ "คนกระจอก" คนหนึ่ง ดังนั้นมั่นใจก็ดี ไม่มั่นใจก็ดี จะอย่างไรเราไม่ยินยอมเป็น "คนกระจอก"เด็ดขาด..... อันที่จริงถ้าการปกป้องความหวั่นไหวทางอารมณ์นั้นจำกัดขอบเขตอยู่เพียงแค่เพื่อความอยู่รอดในการทำมาหากิน ก็ยังเป็นเรื่องที่พอจะเห็นอกเห็นใจหรือเออออห่อหมกไปได้ แต่ท้ายที่สุดความมั่นใจเปี่ยมล้นดังว่าก็ทะลักล้นออกมาจากขอบเขตในเรื่องการทำมาหากินออกมายังพื้นที่ส่วนตัว ที่ร้ายไปกว่านั้นคือเริ่มจะรุกล้ำไปยังพื้นที่ส่วนรวม... มีหลายคนมาปรึกษาปัญหาส่วนตัวกับผม ด้วยความมั่นใจที่ทะลักออมาจากขอบเขตการทำมาหากิน ทำให้ผมวินิจฉัยเรื่องราวปัญหาส่วนตัวของผู้คนพร้อมกับแนะแนวแก้ปัญหาได้ราวกับเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวุฒิภาวะ แต่ก็นั่นแหละคำตอบทั้งหลายที่ผมบอกผู้คนไป ถึงที่สุดแล้วมันเป็นเพียงแค่ผลพลอยได้จากการหาทางอยู่รอดทางอารมณ์เท่านั้นเอง...... ด้วยท่วงทำนองและน้ำเสียงน่าประทับใจปัญหาต่าง ๆ ที่ผู้คนมาปรึกษาล้วนได้รับการปัดเป่าคลี่คลายไป...อันที่จริงปัญหานั้นคลี่คลายหรือไม่ หรือผู้ที่มาขอคำแนะนำสบายใจขึ้นหรือไม่ ผมเองก็ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ใจก็คือยิ่งแนะนำปรึกษาโดยไม่มีใครแย้งยัน ความมั่นใจในภูมิรู้ก็ยิ่งมากขึ้น จนบางครั้งอดสงสัยไม่ได้ว่าที่ได้พูดจาปลอบปละโลมผู้คนไปหรือที่แท้แล้วล้วนเป็นการซ่อมเสริมชโลมใจผู้พูดเสียเอง และระหว่างผู้มาขอคำแนะนำกับผู้ให้คำชี้แนะ ความจริงใครมีปัญหาภายในหนักหน่วงกว่ากัน.... เรื่องนี้สรุปกันได้ไม่ยากว่าความมั่นใจบ้าบอคอแตกทั้งปวงของผมล้วนเป็นมิจฉาทิฐิ นับว่าฟ้ายังมีความเมตตาให้ผมได้ตระหนักถึงเรื่องนี้......ด้วยความยึดถือความอยู่รอดทางอารมณ์อันเปราะบางใช่หรือไม่ว่ามันเป็นตัวนำพาให้เราไปปะทะขัดแย้งกับผู้คนไปทั่ว หรืออย่างน้อยมันก็ยื่นข้อเรียกร้องที่เป็นปัญหากับผู้อื่นอย่างไม่จบสิ้น... ท้ายที่สุดผมตัดสินใจว่านอกเหนือจากขอบเขตการทำมาหากินแล้ว ผมยินดีที่จะเป็น "คนกระจอก" อย่างหน้าชื่นตาบาน การณ์กลับกลายเป็นว่า การเปลี่ยนแปลงให้ยอมรับว่าตนเองช่างกระจอกและมีความสุขไปกับมันกลับต้องใช้ความมั่นใจยิ่งกว่าการเป็นคนที่ผู้อื่นยอมรับนับถือเสียอีก...... กล่าวไปคล้ายเรื่องราวน่าขบขัน แต่การที่จะยอมรับคำย้อนแย้งโดยไม่นำพา หรือการค้อมคำนับให้กับคำติฉินนินทา กระทั่งละทิ้งตัวตนดั้งเดิมไปสู่กรอบตัวตนภายนอกที่ดูเหมือนจะเล็กกะจ่อยร่อยกว่าเก่า ใยมิใช่การเรียกร้องการเติบโตขึ้นทางจิตวิญญาณและความมั่นคงทางอารมณ์อย่างยิ่ง....... adisonarch |
| my life as an architect | ||
my work |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |