พิมพ์หน้านี้
|
.....ไม่รักไม่ว่าแต่อย่าสงสาร.... ผมเคยได้ยินบทเพลงร่วมสมัยกล่าวอย่างนี้อยู่บ่อยครั้ง ครับเราต้องการความรัก ไม่ต้องการความสงสารเวทนาใด ๆ ดังนั้นวลี ไม่รักไม่ว่าแต่อย่าสงสาร จึงพอจะรีดเค้นน้ำตาจากคนหนุ่มสาวในห้วงยามแห่งความผิดหวังได้พอสมควร อันที่จริงความสงสารนั้นเป็นอารมณ์หนึ่งของมนุษย์ปุถุชนซึ่งมักจะนำไปสู่ความเมตตา แต่ในเรื่องของความรักของคนหนุ่มสาว เรายืนยันที่จะปฏิเสธความสงสาร เราต้องการเพียงแต่ความรัก พูดกันอีกนัยหนึ่งเราต้องการให้ผู้ที่เราปรารถนาร่วมชีวิตด้วยกันหลงใหลในตัวตนของเรา แต่ไม่ยินดีกระทั่งปฏิเสธหากเขาจะหยิบยื่นความเมตตามาในหีบห่อของความสงสารมอบให้เราแทนความรัก ครับความสงสารจะอย่างไรแล้วก็เป็นคนละอย่างกับความเมตตา แต่ใช่หรือไม่ว่าเรามักจะบรรจุมันรวมกันแล้วหยิบยื่นให้กับผู้อื่นพร้อมกัน ดังนั้นเมื่อวลีในบทเพลงร่วมสมัยของคนหนุ่มสาว ยืนยันหนักแน่น....ไม่รักไม่ว่าแต่อย่าสงสาร.....พวกเราจึงมีแต่ความรักที่ขาดแคลนความเมตตาต่อกัน เราพยายามอย่างมากมายกระทั่งยอมดัดแปลงตนเองเพียงเพื่อจะให้อีกฝ่ายรักและหลงในตัวตนของเราเท่านั้น ความรักคล้ายความอบอุ่นของการหลอมรวมกันของผู้ที่ตกลงปลงใจว่าจะเดินทางไปในหนทางแห่งชะตากรรมอันเหน็บหนาวร่วมกัน ส่วนความเมตตาคล้ายสายน้ำเย็นที่ช่วยดับความร้อนรนของปวงปวงปุถุชน บ่อยครั้งเราจึงได้เห็นความรักที่ไร้เมตตาอบอวลไปด้วยไออุ่นที่มากล้นจนกลายเป็นความรุ่มร้อน กี่ครั้งที่เราต้องเผชิญกับสงครามของการเรียกร้องต่อกัน กี่หนที่เรารู้สึกว่าความหลงใหลในตัวเราของอีกฝ่ายลดลงจนทำให้รู้สึกอัดอั้นตันใจ กระทั่งนักการตลาดสมัยใหม่พร้อมจะเสนอสารพัดสินค้าที่จะช่วยดูแล ใบหน้า ผิวหนัง ข้อพับ ไปจนถึงซอกรักแร้ เพียงหวังว่าจะช่วยยืดระยะความรัก ความหลงใหลต่อกันให้ยาวนานที่สุด ผมเชื่อว่าการเติมความเมตตาลงไปในความรักนั้นน่าจะพอช่วยลดความรุ่มร้อนเหล่านี้ลงไปได้บ้าง เมื่อความรักเต็มไปด้วยข้อเรียกร้องต้องการ ความเมตตากลับช่วยให้เราเข้าอกเข้าใจความทุกข์ของอีกฝ่ายที่ต้องดัดแปลงตัวเองเพื่อที่จะอยู่ร่วมกับเราบ้าง ถึงตอนนั้นการที่จะให้สามีรักและเอาใจใส่ ภรรยาอาจจะไม่ต้องกังวลเรื่องความขาวเนียนของซอกรักแร้อีกต่อไป ส่วนสามีน่าจะหาความพึงพอใจอย่างอื่นนอกจากความสมบูรณ์ในเรือนกายภรรยาได้ รวมไปถึงการที่ต่างฝ่ายต่างยินยอมที่จะลดละข้อเรียกร้องต่อกันที่จะนำไปสู่การเบียดเบียนกันในครอบครัว ครับ.......ไม่รักไม่เป็นไรถ้าสงสารกันได้ด้วยยิ่งดี........อาจจะเป็นวลีที่ขายไม่ได้ในตลาดเพลงร่วมสมัย เพียงหวังว่ามันจะช่วยบรรเทาทุกข์ของกันและกันได้บ้างสักนิดก็ยังดี adisonarch |
| my life as an architect | ||
my work |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||