• adisonarch
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adison_arch@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-29
  • จำนวนเรื่อง : 85
  • จำนวนผู้ชม : 19915
  • จำนวนผู้โหวต : 47
  • ส่ง msg :
สมุดบันทึกของกวี
บทกวีว่าด้วยชีวิตและการค้นหาความหมาย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/adisonarch
วันพุธ ที่ 11 มิถุนายน 2551
รักชั่วคราวความผูกพันชั่วชีวิต
Posted by adisonarch , ผู้อ่าน : 196 , 20:56:52 น.   | หมวดหมู่ : ในความเป็นไป  
พิมพ์หน้านี้


หลายปีมาแล้วในคาบเรียนวิชาสุนทรียศาสตร์ บทสนทนาระหว่างศิษย์กับอาจารย์เลื่อนไหลไปถึงเรื่องความงดงามและคุณค่าของภาพยนตร์เรื่อง ไททานิก

"ผมไม่เชื่อหรอกครับอาจารย์ ว่าพระเอกจะยอมตายเพื่อนางเอกทั้ง ๆ ที่รู้จักผูกพันกันได้ไม่กี่วัน..." ศิษย์คนหนึ่งประท้วงขึ้นในชั้นเรียน

".....บางทีความรักที่ใหม่สดอาจจะบันดาลใจให้ผู้คนทำอะไรที่เหลือเชื่อได้ หากความรักดำเนินไปถึงจุดที่ไม่ถึงขีดสุดเหมือนแรกพบ ก็ไม่แน่ว่าพระเอกของเราจะกล้าบ้าบิ่นขนาดนั้น....." นั่นเป็นคำตอบของอาจารย์

ครับ ฟังดูเผิน ๆ เหมือนกับคำตอบของอาจารย์ช่างดูถูกพลังแห่งรักเสียนี่กระไร แต่ใช่หรือไม่ว่าความรักระหว่างผู้คนหรือแม้แต่ความรักของผู้คนกับสรรพสิ่ง ล้วนเพิ่มขึ้นลดลงวูบไหวไปได้ตามเวลาและเหตุการณ์ที่ผันแปรไป กับบุคคลที่เราเคยรักใคร่มากมายมีสักวูบไหมในระยะทางของสัมพันธภาพ ที่เรารู้สึกรักเขาน้อยลงกระทั่งชิงชังรังเกียจกันในบางห้วงยาม แต่เมื่อปัจจัยแวดล้อมเปลี่ยนไปบางทีเราอาจจะเพิ่มพูนความรักต่อกันกลับมาได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม.....

เราจะยอมรับกันไหมว่า "รัก" เป็นเพียง "อารมณ์" ในช่วงขณะหนึ่งของผู้คน ที่ลดลงเพิ่มขึ้นได้ตลอดเวลา ส่วนจะวูบไหวขึ้นลงมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับสภาวะสติของผู้ถือครองความรัก

ครับแม้ความรักจะเป็นเพียงอารมณ์ชั่วคราวแต่ความผูกพันซึ่งเป็นผลงานของความรักนั้นโดยมากแล้ว มักจะยั่งยืนนานยิ่งกว่าตัวอารมณ์รักเสียอีก

หากความรักลดเพิ่มอยู่ตลอดเวลาในเส้นทางของสัมพันธภาพ เราย่อมมิอาจใช้มาตรวัดทางอารมณ์มาเป็นเครื่องยืนยันหรือเหตุผลในการอยู่ด้วยกันได้ พูดไปก็เหมือนท่องบ่นประโยคซ้ำซาก.....ครับ....หากปรารถนาสันติสุขในการอยู่ร่วมกัน เราต้องการอะไรมากกว่าความรัก.....

ในห้วงยามที่มาตรวัดทางอารมณ์บ่งชี้ว่าความรักมันเหลืออยู่น้อยเต็มที ใช่ว่าเราต้องทุบทำลายความผูกพันที่สานสร้างมาด้วยกันแล้วแยกทางกันเดินหรือไม่....ในห้วงเวลาที่ต่างฝ่ายต่างผิดหวังในตัวตนของกันและกัน การยืนยันที่จะฝ่าข้ามอารมณ์หน่ายแหนงไปด้วยกัน ใช่เป็นการดึงดันที่สูญเปล่าหรอกหรือ

เรา ๆ ท่าน ๆ คงได้ยินประโยคนี้กันบ่อย "....เมื่อหมดรักแล้วเราจะอยู่กันไปทำไม......" ครับ ผมเดาเอาว่านี้เป็นผลพวงมาจาก "ความเชื่อ" ที่ว่าการอยู่ด้วยกันนั้นความรักสำคัญที่สุด ซึ่งผมได้เสนอให้ท่าน ๆ ได้พิจารณาในข้างต้นแล้วว่า ความรักไม่ได้มีค่าอะไรขนาดนั้น เพราะมันเป็นเพียงห้วงอารมณ์อันวูบไหว หากเราจะยึดมั่นว่ามันคือบรรทัดฐานเกณฑ์วัดว่าจะอยู่หรือจะจาก อาจบางทีเราต้องสำรองทะเบียนการหย่าร้างเอาไว้ให้มากพอ ๆ กับทะเบียนสมรส

ความจริงปวงศาสดาก็ไม่เคยให้คุณค่ากับความรักของโลกียชนอย่าง เรา ๆ ท่าน ๆ ไว้สักเท่าไหร่ พุทธองค์ได้ชี้แนะไว้แล้วว่า รัก และ โลภ โกรธ หลง ล้วนนำไปสู่ทะเลทุกข์ ส่วนนิยามคำว่ารัก ของท่าน จีซัส ไครส์ นั่นย่อมหมายถึงความเมตตาอันไพศาล มากกว่าความคับแคบของคำว่ารักในมุมมองของโลกียชน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงองค์ประกอบในการอยู่ร่วมกันของคู่ชีวิตที่อิสลามแนะนำไว้ว่า ต้องเสมอกันด้วย ศีล และ ศรัทธา มิได้เอ่ยถึงความสุกงอมทางอารมณ์ว่าจะเป็นเงื่อนไขในการอยู่ร่วมกันแต่อย่างใด

ถ้าเราจะไม่ใช้อารมณ์รักเป็นเหตุผลที่จะอยู่ร่วมกัน แล้วเราต้องใช้อะไร ผมคงไม่มีคำตอบสำเร็จรูปที่จะให้ท่านนำไปใช้ในภาคปฏิบัติ ขึ้นอยู่กับว่าท่านนิยามการเดินทางร่วมกันกับคู่ครองไว้อย่างไร และมีสิ่งใดที่สานสร้างร่วมกันมาบ้าง ที่อยู่เหนืออารมณ์รัก หากทบทวนแล้วว่าส่งนั้นที่สานสร้างกันมามีค่ายิ่งกว่าอารมณ์รักชังอันวูบไหว เชื่อเหลือเกินว่าเราท่านน่าจะเห็นแก่สิ่งนั้นแล้วผ่านพ้นช่วงเวลาของความหน่ายรัก ไปสู่สิ่งที่มีคุณค่ามากกว่า และมันจะช่วยประคองเราจวบจนกระทั่งความรักความชื่นใจจะเวียนรอบกลับมาหาเราอีกครั้ง......

เทศนากันถึงตรงนี้ ท่านผู้อ่านไม่ต้องเกรงใจหากจะนึกหมั่นไส้ผู้เขียนที่วางมาดเทศนาสั่งสอนกัน เพราะผู้เขียนก็ยังรู้สึกหมั่นไส้ตัวเองอยู่เหมือนกัน ว่าแล้วผมก็ขอตัวไปทบทวนตัวเองด้วยเหมือนกันครับ ว่าอะไรที่ผู้เขียนได้ร่วมสานสร้างมากับคนรักบ้าง แม้ว่าเราจะยังไม่ได้หน่ายรักกันก็ตาม

adisonarch


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9
วัชรากร วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 10.31 น.
http://www.oknation.net/blog/watcharakorn

การที่คนเราจะอยู่ร่วมกันนอกเหนือจากความรักความเข้าใจซึ่งกันและกันแล้ว
ยังมีอีกสิ่งหนึ่งด้วยนะ นั่นก็คือการยอมรับในข้อเสีย ข้อบกพร่องของกันและกันด้วย
หากเรามีเพียงความรักแล้ว แรกๆ เมื่อความรักยังหวานชื่นอยู่ทุกอย่างก็จะดูสวยงามไปหมด
แต่เมื่ออยู่กันนานๆ ความรักเริ่มจืดจางลง ไอ้ที่เมื่อก่อนดูดีก็กลายเป็นน่ารำคาญน่าเบื่อ...โอ๊ยสารพัด
แต่ถ้าเมื่อรักกันต่างฝ่ายต่างมองทุกแง่มุมของกัน แล้วกลับมาคิดว่า
ไอ้ข้อเสียพวกนี้เรายอมรับได้หรือไม่ ไม่ใช่ทนได้หรือไม่นะ
เพราะความอดทนของคนเรามีจำกัด แรกๆ ก็ทนได้ แล้วนานๆไปล่ะ ทนได้หรือเปล่า
แต่เปลี่ยนจากความอดทนเป็นการยอมรับ ถ้าเรายอมรับข้อเสียเหล่านั้นได้
ความรักและเหตุผล....มันจะประคับประคองอยู่ตลอดไป

เป็นไงหลักการนี้พอใช้ได้มั๊ย
ความคิดเห็นที่ 8
ฝนเดือน วันที่ : 16/06/2008 เวลา : 14.35 น.
http://www.oknation.net/blog/fontree

ดีครับ
ความคิดเห็นที่ 7
HalfMoon วันที่ : 16/06/2008 เวลา : 09.15 น.
http://www.oknation.net/blog/halfMoon
Twinkle light  from the "half Moon" in a dark sky...

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Theme ของไททานิค สอนไว้ว่า
ความประมาทคือบ่อเกิดของหายนะ

นี่ถ้าพนักงานบนเรือไม่ประมาทในการตรวจดูทิศทาง
แจ็คกับโรส ก็อาจจะได้ใช้ชีวิตกันอยู่ต่อไปนานเท่านานก็ได้

(แอบอิน)
ความคิดเห็นที่ 6
adisonarch วันที่ : 15/06/2008 เวลา : 17.35 น.
http://www.oknation.net/blog/adisonarch

อืมผมว่าถ้าจะโยงก็พอได้นะ ตั้งแต่ทฤษฎีสัมพันธภาพ ควอนตั้มฟิสิกส์ เอ...แต่ผมว่าคุณศักดิ์ทวีคิดมากไปนะ
ความคิดเห็นที่ 5
saktawee วันที่ : 15/06/2008 เวลา : 14.36 น.
http://www.oknation.net/blog/saktawee

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ
ว่าความรักเป็นเพียงอารมณ์ชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นได้ และก็ดับไปได้
แต่สิ่งที่ทำให้เราอยู่ร่วมกับคู่ชีวิตได้ ก็คงต้องเป็นอะไรบางอย่างที่ทั้งสองให้คุณค่าและร่วมถักทอด้วยกัน ผ่านวันเวลามาด้วยกัน
สิ่งนั้นก็คือ มิติที่ 4 Space-time หรือเปล่าครับ
ความคิดเห็นที่ 4
adisonarch วันที่ : 13/06/2008 เวลา : 11.06 น.
http://www.oknation.net/blog/adisonarch

- ขอบคุณพี่เจริญขวัญ มากครับที่ช่วยอ่านและให้คำแนะนำที่มีคุณค่าเสมอ
-จริงเหรอพี่เกต.....
ความคิดเห็นที่ 3
katecture วันที่ : 12/06/2008 เวลา : 07.40 น.

ของอย่างนี้จะไปทึกทักอยู่คนเดียวก็กระไรอยู่ อารมณ์รักมันก็ขึ้นอยู่กับคนสองคนนั้นแหละ แล้วเมื่อไปมีอารมณ์รักใหม่มันก็ผลิตความผูกพันใหม่ๆขึ้นได้อีกนั่นแหละ แล้วอารมณ์ร่วมกับความผูกพันเก่าๆ ก็อาจถูกยกระดับให้เป็นความทรงจำต่อไป ก็คิดกันง่ายๆ แบบโลกียชนนี่แหละนะ
ความคิดเห็นที่ 2
เจริญขวัญ วันที่ : 12/06/2008 เวลา : 02.16 น.
http://www.oknation.net/blog/charoenkwan

ความรักระหว่างผู้คนหรือแม้แต่ความรักของผู้คนกับสรรพสิ่ง ล้วนเพิ่มขึ้นลดลงวูบไหวไปได้ตามเวลาและเหตุการณ์ที่ผันแปรไป กับบุคคลที่เราเคยรักใคร่มากมายมีสักวูบไหมในระยะทางของสัมพันธภาพ ที่เรารู้สึกรักเขาน้อยลงกระทั่งชิงชังรังเกียจกันในบางห้วงยาม แต่เมื่อปัจจัยแวดล้อมเปลี่ยนไปบางทีเราอาจจะเพิ่มพูนความรักต่อกันกลับมาได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม.....

เราจะยอมรับกันไหมว่า "รัก" เป็นเพียง "อารมณ์" ในช่วงขณะหนึ่งของผู้คน ที่ลดลงเพิ่มขึ้นได้ตลอดเวลา ส่วนจะวูบไหวขึ้นลงมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับสภาวะสติของผู้ถือครองความรัก
...........

คิดแบบนี้เหมือนกันและคิดมานานแล้วว่า

ความรัก เป็นอารมณ์ เช่นเดียวกับอารมณ์อื่น

มีเกิด มีดับ

รักได้ ก็หมดรักได้เช่นกัน ไม่มีอะไรคงมั่น

สำหรับพี่นะ คุณน้อง

ให้ความสำคัญไว้เป็นเปอร์เซนต์เลยจ้ะ

รัก สามสิบเปอร์เซนต์

เซ็กส์ สามสิบเปอร์เซนต์

ความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจกัน สี่สิบเปอร์เซนต์

เห็นมั้ยว่า สัดส่วนมันเหลื่อมๆ กันอยู่หน่อยเดียวเอง

เพราะเข้าใจอย่างยิ่งว่า ความรักมีขึ้นลง มีจืดจางง

เพราะเมื่อเรารักใคร สิ่งที่ตามมาคือ ความมุ่งหวัง

สิ่งนี้แหละที่ทำให้ความรักกลายเป็นเข้มข้นหรือจืดจางได้ตามระยะเวลาที่ผันผ่าน


ลำพังแล้ว เพียงความรัก ก็ยังไม่พอ หรือเซ็กส์ อย่างเดียวก็ไม่เพรยงพอต่อการประคองชีวิตคู่

ต้องมีความเห็นอกเห็นใจและเข้าใจมาเปนหลักประสานอีกสองเรื่องข้างบนไว้ด้วยกัน

สามเรื่องนี้ จะขาดออกจากกันไม่ได้

โทษที มาช้า วันนี้ มัวแต่ล่อหมาไปอาบน้ำอยู่

อุ้มไม่ไหว หนัก หมาบ้านนี้ อาบน้ำในห้องน้ำ น้ำอุ่นอย่างดี

ไม่งั้น มันไม่อาบ

จะอุ้มมันก็ไม่ไหว พอจะอาบน้ำทีไร เลยต้องออกอุบายเล็กๆ

ความคิดเห็นที่ 1
adisonarch วันที่ : 11/06/2008 เวลา : 21.17 น.
http://www.oknation.net/blog/adisonarch

เอ สงสัยจะวิชาการจัดไปป่าวเนี่ย
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30