• บิสกิตโรล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunshine_0494@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-21
  • จำนวนเรื่อง : 16
  • จำนวนผู้ชม : 5007
  • จำนวนผู้โหวต : 139
  • ส่ง msg :
more
ฝ่ายบริหาร
เราจะหาสิ่งที่มีแต่ความรู้ มาให้คุณได้ติดตามกันต่อไปนะคะ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/administrative
วันพฤหัสบดี ที่ 15 พฤศจิกายน 2550
สรุปข่าวพม่าจากแหล่งข่าวต่างๆ
Posted by บิสกิตโรล , ผู้อ่าน : 284 , 18:26:22 น.  
พิมพ์หน้านี้


ข่าวสารต่างๆที่ได้เกิดขึ้นในประเทศพม่าในปัจจุบั

พระสงฆ์พม่าเดินขบวนรอบใหม่แล้ว

      

        สถานีโทรทัศน์เสียงประชาธิปไตยแห่งพม่า (DVB) ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่ประเทศนอร์เวย์ รายงานว่าเมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา พระสงฆ์ในเมืองโมกก ภูมิภาคมัณฑะเลย์ของพม่าประมาณ 100 รูป ได้จัดการชุมนุมครั้งใหม่ขึ้น โดยพระสงฆ์ได้เดินขบวนและสวดมนต์ไปตามท้องถนนชาวเมืองโมกกได้สนับสนุนกลุ่มพระสงฆ์ดังกล่าวด้วยการยืนปรบมือสองข้างทาง และบางคนได้ขับมอเตอร์ไซค์ติดตามขบวนของพระสงฆ์เหล่านั้น

ในเวลาต่อมาตำรวจและกองกำลังติดอาวุธของรัฐบาลได้มาถึงในเวลาประมาณ 15.00 น. และปิดกั้นถนน Peikswe เอาไว้ และบอกให้ผู้ประท้วงและผู้สนับสนุนสลายตัว
      
ชาวบ้านคนหนึ่งดีใจที่พระสงฆ์กลับมาเดินขบวนอีกครั้ง โดยกล่าวว่า “การเดินขบวนของพระสงฆ์ทำให้พวกเรามีความสุข”
     
ทั้งนี้การเดินขบวนครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันที่
31 ต.ค. ที่ผ่านมาพระสงฆ์ในเมืองปาคุกกูจัดการเดินขบวน โดยพระสงฆ์ที่ร่วมการเดินขบวนที่เมืองปาคุกกูบอกกับสถานีโทรทัศน์ DVB ว่าจะจัดการเดินขบวนเช่นนี้ต่อไป
     
สถานีโทรทัศน์ดีวีบี รายงานว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลพม่าจับกุมชายที่ป่วยทางจิต แทนตัวแกนนำนักศึกษา ที่ค้นหาตัวไม่พบ

      โดยนายถิ่น เอ อายุ 44 ปี ภูมิลำเนาย่านอินเส่น กรุงย่างกุ้ง ซึ่งอาการทางจิต ถูกจับกุม หลังเจ้าหน้าที่รัฐบาลเข้าค้นบ้าน และถูกจับกุมแทนนายดี นาย ลิน สมาชิกสมาชิกสหพันธ์นักศึกษาพม่าทั้งมวล (All-Burmese Federation of Students’ Unions - ABFSU) ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้ามาควานหาตัวแต่หาเขาไม่พบนายถิ่น เอ (Thein Aye) ถูกจับเมื่อเวลาประมาณ 14 นาฬิกาของวันที่ 12 ตุลาคม หลังจากที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลพม่าเข้ามาเพื่อหาตัวนายดี นเยน ลิน (De Nyein Linn) เพื่อนสนิทของนายถิ่น เอ โดยนางขิ่น จี (Khin Kyi) มารดาของนายถิ่น เอ กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ดีวีบี และกล่าวต่อไปว่าพวกเขาจับกุมนายถิ่น เอ หลังจากค้นหาตัวนายดี นเยน ลิน ไม่พบ“เจ้าหน้าที่รัฐบาลที่สวมชุดพลเรือน 6 คน ซึ่งพกปืนและวิทยุสื่อสารมาที่บ้านและบอกว่าทางการกำลังควานหาตัวนายดี นเยน ลิน แต่พวกเขาไม่พบตัวนายดี นเยน ลินอยู่ในบ้านเรา เขาจึงเอาตัวนายถิ่น เอ ลูกชายของฉันซึ่งมีอาการป่วยทางจิตไปแทน” นางขิ่น จี กล่าวโดยครอบครัวก็ไม่ทราบชะตากรรมของนายถิ่น เอ หลังจากถูกจับกุม“เจ้าหน้าที่ที่จับตัวไปบอกว่าจะปล่อยตัวเขาบ่ายสี่โมงวันนี้ (5 พ.ย.) นี่เป็นเวลา 23 วันมาแล้วที่ลูกชายฉันหายไป” นางขิ่น จี กล่าวฉันเป็นห่วงลูกชาย เพราะสภาพจิตเขาไม่ค่อยดี และกลัวว่าคำพูดไร้สาระของเขาจะทำให้เขาถูกทำร้ายจนเสียชีวิต แม้แต่พระยังถูกจับและไม่ได้รับการปฏิบัติที่ดี และเขาก็ไม่ได้แยกขังลูกชายฉันด้วย” แม่ของนายถิ่น เอกล่าวทั้งนี้ นายดี นเยน ลินถูกจับและถูกคุมขังแล้วแล้วเช่นกัน 

ที่มาของข่าว: แปลและเรียบเรียงจากBurmese monks renew protests, Reporting by Moe Aye, DVB, Nov 5, 2007,

Junta arrests man suffering mental illness, Reporting by Htet Yazar, DVB, Nov 5, 2007

พระสงฆ์พม่าเดินขบวนประท้วงรัฐบาลครั้งใหม่, ประชาไท, 1 พ.ย. 25หน้าที่รัฐบาลพม่าเรียกเจ้าอาวาสเตือนหลังพระลูกวัดจัดชุมนุมล่าสุด, ประชาไท, 2 พ.ย. 2550

ทหาร SSA ซุมโจมตีทหารพม่ากองพันที่ 577 ที่รัฐฉานตอนกลาง

          เมื่อวันที่ 07.11.2007 ทหารกองกำลังกู้ชาติไทใหญ่ SSA กองพันที่ 759 นำโดย พ.ต.คำแลงเป็นผู้บังคับบัญชาได้มีคัสั่งให้ ร.อ.นันตอและ ร.ท.พงมิ่น นำกำลังในกองพันที่ 759 จำนวน 90 นายไปดักซุมโจมตีทหารพม่ากองพันที่ 577 ที่บริเวณทิศตะวันตกของหมู่บ้านหนองเห่วระหว่างบ้านผักกุ่มใกล้กับน้ำมด อ.ส่างห้า เมืองยอน จ. เมืองกึ๋ง ทั้งสองได้ปะทะกันอย่างดุเดือดตั้งแต่เวลา 16.00 น ถึง 18.00 น. ทหารของ SSA จึงถอนกำลังอออกมา
หลังจากการปะทะกันทางทหารของ SSA ทราบว่าทางทหารพม่ากองพันที่ 577 นั้นได้ตาย 4 คนในทั้ง 4 นั้นมี ระดับนายทหาร 1 คน และพลทหารอีก 3 คนและได้รับบาดเจ็บ 4 คน มีจ่าสิบเอก 2 คน พลทหาร 2 คน
ทหารพม่ากองพันที่ 577 นั้นเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ อ.สางห้า เมืองยอน และได้สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านโดยการไปบังคับเอาข้าวของชาวบ้านเช่น หมู วัว ไก่  เหล้าเป็นต้นและได้ข่มขืนหญิงชาวบ้าน
หลีงจากที่การรบจบลงทหารพม่ากองพันที่ 577 ได้เข้าไปในหมู่บ้านและเรียกเอากลุ่มของเมืองจื้นที่ได้หักหลังทางSSA และทำการังควานชาวบ้านที่หมู่บ้านสางห้า เมืองยอน จนทำให้หมู่ใหญ่บ้านแลลูกบ้านไม่กล้าที่จะพบกับทหารพม่าถ้าไปพบก็จะถูกทหารพม่ารังแก

จากแหล่งข่าวอิสระ

http://www.taifreedom.com/Thai/sarmluangfa.com/battlenews/new17.11.2007.htm

http://www.thannews.th.com/detialnews.php?id=T1022581&issue=2258

พม่าปล่อยผู้ประท้วงชุดใหญ่ ฝ่ายค้านประกาศต่อต้านไม่เลิก

รัฐบาลทหารพม่าปล่อยตัวประชาชนอีกเกือบ 50 คน ที่ถูกจับกุมในระหว่างการชุมนุมประท้วงเมื่อปลายเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา แต่ยังจำกัดการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารทางระบบอินเทอร์เน็ต ก่อนที่นายอิบราฮิม กัมบารี ทูตพิเศษสหประชาชาติเดินทางมาเยือนรอบสอง

โดยนายเนียน วิน โฆษกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านในพม่า เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ 2 ว่า เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 31 ประชาชนอีก 46 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมาชิกพรรคเอ็นแอลดี ได้รับการปล่อยตัว ทำให้จำนวนผู้คนที่ได้รับการปล่อยในช่วงระหว่างสัปดาห์ที่แล้วจนถึงขณะนี้ เพิ่มเป็น 165 คน ถึงกระนั้น ยังมีสมาชิกพรรคฝ่ายค้านอีกหลายสิบคนที่ยังคงติดคุก

นายกัมบารีจะเดินทางมาถึงพม่าในวันเสาร์ที่ 3 นี้ นับเป็นการเยือนครั้งที่สอง ตั้งแต่เหตุการณ์ไม่สงบปะทุขึ้น ซึ่งภารกิจสำคัญของทูตพิเศษสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ก็คือ การประสานงานให้รัฐบาลทหารพม่าเปิดเจรจากับนางซูจี นอกจากนี้นายกัมบารียังจะกดดันทางการพม่าให้เร่งปฏิรูปประชาธิปไตย รวมไปถึงการปล่อยตัวนักโทษการเมืองทั้งหมด และให้เปิดกว้างทางสังคมมากขึ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่ จะเป็นไปได้

อย่างไรก็ตาม การบังคับรัฐบาลทหารพม่าให้ปฏิบัติตามความต้องการของชาวโลกไม่ใช่ เรื่องง่าย เพราะถึงแม้พม่าส่งสัญญาณที่ดีในการปล่อยตัวผู้ประท้วงออกมาอีก แต่เจ้าหน้าที่ด้านการ สื่อสารของพม่าแจ้งว่า การเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ตจะยังถูกจำกัดอย่างเข้มงวด ทำให้ผู้ใช้ออนไลน์ไม่สามารถเปิดเว็บไซต์ของต่างประเทศได้เป็นเวลากว่า 24 ชม. ซึ่งการจำกัดการเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ตมีขึ้น ก่อนที่นายกัมบารีจะเดินทางมาถึงพม่า

ที่กรุงวอชิงตัน นายอู หม่อง หม่อง ผู้นำสหภาพแรงงาน และแกนนำฝ่ายค้านชาวพม่า ได้มีโอกาสเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนของสหรัฐเมื่อวันพฤหัสบดี โดยนายอู บอกว่าฝ่ายค้านจะไม่เลิกการประท้วงและจะเดินหน้าการชุมนุมต่อไป แม้รัฐบาลพม่าใช้กำลังปราบปรามการประท้วงครั้งล่าสุดที่นำโดยพระสงฆ์และกลุ่มนักศึกษาก็ตาม

ในการประท้วงเมื่อปลายเดือน ก.ย. แสดงให้เห็นว่า ฝ่ายค้านแข็งแกร่งมากขึ้น เพราะรัฐบาลทหารเริ่มมีความหวาดกลัวแล้ว เนื่องจากว่าทางการไม่ได้ให้ความเคารพต่อสถาบันศาสนาอีกต่อไป และขู่จะยิงทุกคน หากพวกเขารู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย

บรรดาผู้ประท้วงได้ไปเยี่ยมค่ายแกนนำเรียกร้องประชาธิปไตยท้องถิ่นตามแนวชายแดนไทย ก่อนเดินทางกลับพม่า ภาพการทุบตีพระสงฆ์ที่แพร่หลายในพื้นที่ชนบท ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อความรู้สึกของประชาชน ซึ่งมองว่า รัฐบาลทหารไม่เคารพต่อระเบียบทางศาสนา และไม่ลังเลที่จะยิงใครก็ตามที่พวกเขารู้สึกว่าเป็นภัยคุกคาม

ชาวนาที่รู้สึกโกรธเคืองอาจเป็นแกนนำประท้วงต่อต้านรัฐบาลรอบใหม่ เพราะอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วระหว่างฤดูเพาะปลูกกับฤดูเก็บเกี่ยว ส่งผลให้การลงทุนของพวกเขาแทบจะสูญเปล่า และขณะนี้พวกชาวนากำลังรอเวลาที่เหมาะสม    (เดลินิวส์, กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 03/11/2550)

       ชาวพม่านับพันคนจัดการชุมนุมสนับสนุนรัฐบาลและรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ชาวพม่านับพันคนจัดการชุมนุมและเดินขบวนทั่วประเทศในสัปดาห์นี้เพื่อสนับสนุนรัฐบาล และรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เพิ่งร่างเสร็จ  สมาชิกของรัฐบาลทหารพม่ายังใช้โอกาสนี้ต่อต้านสหรัฐที่แทรกแซงกิจการภายในของพม่า หลังจากสหรัฐกำหนดมาตรการคว่ำบาตรพม่าอย่างกว้างขวางเมื่อต้นเดือนนี้ เพื่อลงโทษที่พม่าปราบปรามการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยที่นำโดยพระสงฆ์เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามรัฐบาลของชาติตะวันตกส่วนใหญ่ไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของพม่าเนื่องจากไม่มีตัวแทนของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยของนางออง ซาน ซู จี เข้าร่วมด้วย (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ วันที่ 01/11/2550)

พม่าเรียกพบเจ้าอาวาส กำชับพระลูกวัดห้ามชุมนุม 

            สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อ 1 ต.ค. พระรูปหนึ่งในเมืองปาคุกกู เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์เสียงประชาธิปไตยแห่งพม่า (DVB) ว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลทหารพม่าในเมืองปาคุกกูเรียกเจ้าอาวาสวัดของวัดระดับสูง 5 แห่งเข้าพบ และเตือนไม่ให้พระสงฆ์เดินขบวนอีก แต่ไม่มีการเชิญพระสงฆ์ในวัดทั้ง 5 แห่ง ให้ร่วมการหารือด้วยแต่อย่างใด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่รัฐบาลไม่ได้ระบุว่าจะมีมาตรการต่อพระสงฆ์อย่างไร หากพวกเขายังเดินหน้าจัดการชุมนุมต่อไป

เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ที่ผ่านมา พระสงฆ์ในเมืองปาคุกกู ทางตอนเหนือของพม่ากว่า 200 รูป ออกมาชุมนุมเดินขบวนและสวดมนต์ไปตามท้องถนนราว 1 ชั่วโมง จึงแยกย้ายกันกลับวัด นับเป็นการชุมนุมประท้วงครั้งแรกของพระสงฆ์พม่าหลังถูกรัฐบาลทหารปราบปรามอย่างรุนแรงช่วงปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา และมีขึ้นก่อนที่นายอิบราฮิม กัมบารี ผู้แทนสหประชาชาติ (ยูเอ็น) จะเดินทางกลับเข้าไปเยือนพม่าอีกครั้งในสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ เพื่อกระตุ้นให้รัฐบาลทหารพม่าเดินหน้าปฏิรูปประชาธิปไตยและปล่อยนักโทษทางการเมือง

สำหรับเมืองปาคุกกู เป็นเมืองศูนย์กลางการศึกษาด้านพุทธศาสนาของพม่า ตั้งอยู่ห่างจากทิศเหนือของกรุงย่างกุ้ง 630 กิโลเมตร การเดินขบวนเมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ทหารได้ยิงปืนขู่และทุบตีพระ จนกลุ่มพระตอบโต้จับตัวเจ้าหน้าที่ความมั่นคงไว้หลายชั่วโมง(ไทยรัฐ วันที่ 02/11/2550)

 กองทัพพม่าบังคับเด็กชายที่อายุต่ำกว่า 18 ปี หลายพันคน เข้าเป็นทหารของกองทัพ

นายโจ เบคเกอร์ เจ้าหน้าที่ด้านการส่งเสริมสิทธิเด็ก ของกลุ่มฮิวแมน ไรต์ วอตช์ ซึ่งเป็นกลุ่มสิทธิมนุษยชนในสหรัฐฯ เปิดเผยรายงานที่ระบุว่า กองทัพพม่าได้บังคับเกณฑ์เด็กชายที่อายุต่ำกว่า 18 ปี หลายพันคน เข้าเป็นทหารของกองทัพ หลังเกิดการขาดแคลนชายฉกรรจ์ที่จะเข้ามาอาสารับใช้ชาติ

กลุ่มทหารที่ทำหน้าที่เกณฑ์แรงงานเด็ก จะหาเด็กชายตามสถานที่สาธารณะ เช่น ตลาด และสถานีขนส่งรถบัส หรือรถไฟ ก่อนที่จะข่มขู่ และทำร้ายร่างกายเด็กที่ขัดขืน จนกว่าเด็กจะยินยอม

เจ้าหน้าที่ระดับสูง ได้ใช้เงินซื้อ และติดสินบนด้วยวิธีการต่างๆต่อกลุ่มทหารที่ทำหน้าที่เกณฑ์แรงงานเด็ก เนื่องจากต้องการเด็กชายเข้ามาทำงานในสังกัดกองพันของตน ขณะที่นายพลระดับสูงในรัฐบาลทหารพม่าก็ละเลย และไม่มีมาตรการลงโทษอย่างจริงจังต่อนายทหาร ที่ประพฤติผิดวินัยในกรณีดังกล่าว จึงส่งผลให้ปัญหาการบังคับเกณฑ์เด็กชายเข้าเป็นทหารขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ

ทางด้าน หม่อง ซอว์ อู วัย 16 ปี หนึ่งในเด็กที่ถูกขายให้กับกองทัพพม่าเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ใช้กำลังตบตี เพื่อบังคับให้เขากรอกในใบสมัครว่า เขาอายุ 18 ปี พร้อมทั้งระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้กรอกใบสมัครแทนเด็กชายหลายคน โดยเด็กเหล่านั้น ไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับข้อความในใบสมัคร ขณะที่ เด็กชายรายหนึ่งกล่าวว่า เขาถูกเกณฑ์มาเป็นทหารตั้งแต่อายุ 11 ปี โดยขณะนั้นเขาสูงเพียง 1.30 เมตร และมีน้ำหนักตัวเพียง 31 กก. เท่านั้น

พร้อมกันนี้ เบคเกอร์ ได้เรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติหรือยูเอ็นเอสซี มีมาตรการที่จริงจังในการคว่ำบาตรต่อผู้นำรัฐบาลทหารพม่า ในด้านการค้าอาวุธ การทหารและการเดินทางออกนอกประเทศ หลังจากที่มีการประกาศเตือนว่าจะใช้มาตการดังกล่าวเรื่อยมา แต่กลับไม่เคยมีการลงโทษอย่างเป็นรูปธรรม 
 (สยามรัฐ วันที่ 03/11/2550)

ปาร์ ปาร์ เลย์ ดาราตลกชื่อดังของพม่าได้รับการปล่อยตัวแล้ว 
          นายเนียน วิน โฆษกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดี แถลงว่า นาย ปาร์ ปาร์ เลย์ ดาราตลกขวัญใจชาวพม่า ได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันอังคารที่ 29 ที่ผ่านมา พร้อมด้วยคนอื่น ๆ อีก 31 คน ที่ถูกจับกุมเมื่อปลายเดือนกันยายน จากการมีบทบาทร่วมการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาล และยังมีสมาชิกพรรคเอ็นแอลดีอีกกว่า 100 คน ที่ถูกจับกุมหลังการปราบปรามผู้ประท้วง ยังถูกคุมขังไว้ในเรือนจำทั่วประเทศ

          ปาร์ปาร์ เลย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกคณะตลกสามเกลอที่มีชื่อว่า ‘มัสทาช บราเธอร์’ ถูกจับกุมเมื่อวันที่25 กันยายน และถูกนำตัวไปคุมขังไว้ที่เรือนจำ โอห์โบ ในเมืองมัณฑะเลย์ หลังจากที่เขาเข้าร่วมกับพระสงฆ์ 3 หมื่นรูปในเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่พระสงฆ์ในนครย่างกุ้งนำประชาชนนับแสนลุกฮือขึ้นประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ที่สุดในพม่าในรอบ 20 ปี

นักการทูตในย่างกุ้งบอกว่า มีประชาชนที่ถูกรัฐบาลทหารกวาดจับได้รับการปล่อยตัวมาแล้วเกือบ 120 คน แต่ยังมีอีกหลายร้อยคนถูกคุมขังอยู่ ซึ่งคาดว่าเรื่องนี้จะเป็นประเด็นสำคัญของการหารือระหว่างรัฐบาลทหารพม่ากับนาย อิบราฮิม กัมบารี ทูตพิเศษของสหประชาชาติ ที่มีกำหนดจะเดินทางมาเยือนพม่ารอบสองในวันเสาร์ที่ 3 นี้

(กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 01/11/2550)

รัฐบาลทหารพม่ารับรองการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำพม่าแล้ว  

            รัฐบาลทหารพม่ารับรองการแต่งตั้งนายคิม ซอก โชล นักการทูตวัย 52 ปีชาวเกาหลีเหนือเข้าเป็นเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำพม่าแล้ว เสร็จสิ้นกระบวนการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอีกครั้งของทั้ง 2 ฝ่าย หลังจากตัดสัมพันธ์ทางการทูตเป็นเวลา 24 ปีเต็ม

ก่อนหน้านี้ ทางการพม่าแต่งตั้งนายเต็ง ลวิน อดีตเอกอัคราชทูตพม่าประจำจีนเข้ารับตำแหน่งเอกอัครราชทูตพม่าประจำเกาหลีเหนือไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

พม่าตัดสัมพันธ์การทูตกับเกาหลีเหนือเมื่อปี 2526 ภายหลังเหตุการณ์สายลับเกาหลีเหนือวางระเบิดลอบสังหารอดีตประธานาธิบดีชุน ดู ฮวาน แห่งเกาหลีใต้ขณะเยือนกรุงย่างกุ้ง มีผู้เสียชีวิต 21 คน แต่นายชุนปลอดภัย ปัจจุบันยังมี 1 ใน 3 สายลับเกาหลีเหนือต้องโทษในคดีดังกล่าวในเรือนจำอินเส่งของพม่า

(ศูนย์ข่าวแปซิฟิค วันที่ 31/10/2550)

ข่าวตั้งแต่ 30.  ถึง  3. 2550

ภาพเหตุการที่เกิดขึ้น

สถาณการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้นในพม่าขณะนี้

ภาพ:2007 Myanmar protests.jpg

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E:2007_Myanmar_protests.jpg

             

          

            การประท้วงเพื่อต่อต้านรัฐบาลทหารพม่า คือการประท้วงที่นำโดยคณะพระภิกษุสงฆ์ แม่ชี นักศึกษาและประชาชน ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2550 จากการไม่พอใจของประชาชนต่อการประกาศขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเกือบเท่าตัว และขึ้นราคาก๊าซหุงต้มถึง 5 เท่าอย่างฉับพลันโดยมิได้ประกาศแจ้งบอกของรัฐบาลทหารพม่า[1] การประท้วงเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยมา จนถึงวันที่ 5 กันยายน มีการชุมนุมประท้วงที่วัดแห่งหนึ่งในเมืองพะโคกกุ ทางตอนกลางของประเทศ เจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุม และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก รวมทั้งพระสงฆ์จำนวน 3 รูป

คณะพระภิกษุ ซึ่งเป็นสถาบันที่ได้รับความเคารพอย่างสูงจากชาวพม่า ประกาศ "ปฐม นิคหกรรม" ไม่รับบิณฑบาตจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลทหารพม่า ทหาร และครอบครัว และเรียกร้องให้ทางการพม่า ขอโทษองค์กรสงฆ์อย่างเป็นทางการภายในวันที่ 17 กันยายน แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง ภิกษุสงฆ์จึงเริ่มเข้าร่วมการประท้วงด้วย ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน เมื่อรวมผู้ประท้วงแล้วมากกว่า 1 แสนคน การประท้วงต่อต้านรัฐบาลเผด็จการครั้งนี้จึงนับว่าเป็นการประท้วงต่อต้านครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่การประท้วงเมื่อปี พ.ศ. 2531 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตกว่า 3,000 คน ในการใช้กำลังทหารเข้าสลายการประท้วง [2]

เมื่อวันเสาร์ที่ 22 กันยายน คณะสงฆ์และประชาชนได้เดินทางไปยังบ้านพักนางออง ซาน ซูจี ผู้นำประชาธิปไตยในพม่า ซึ่งนางอองซานได้ออกมาปรากฏตัวเป็นเวลา 15 นาที โดยการเปิดประตูเล็กของประตูบ้าน พร้อมกับพนมมือไหว้พระสงฆ์ที่กำลังให้พร การปรากฏตัวครั้งนี้นับเป็นการปรากฏตั้วต่อหน้าสาธารณชนครั้งแรกในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2546 [3]

จนถึงวันที่ 27 กันยายน รัฐบาลพม่าได้แถลงการณ์ออกมาแล้วว่ามีผู้เสียชึวิตจากเหตุการณ์แล้ว 9 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นช่างภาพชาวญี่ปุ่นที่ทำงานให้กับสำนักข่าวเอพีเอฟ นายเคนจิ นะงะอิ (長井 健司) [4] [5] พร้อมกันนั้นรัฐบาลพม่าได้จับกลุ่มผู้ชุมนุมและพระสงฆ์ไปเป็นอีกจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 29 กันยายน ทูตพิเศษของสหประชาชาติ นายอิบราฮิม กัมบารี ได้เดินทางถึงพม่าแล้ว โดยมีจุดมุ่งหมายคือเจรจากับรัฐบาลพม่าเรื่องดังกล่าว และนำสารจากเลขาธิการสหประชาชาติมาให้ นอกจากนั้นนายอิบราฮิมยังกล่าวว่าเขาหวังที่จะเข้าพบกับบุคคลที่สมควรพบทุกคนอีกด้วย [6]

ปฏิกิริยาของนานาชาติต่อเหตุการณ์

 สิงคโปร์ - โฆษกรัฐบาลสิงคโปร์ ได้ออกแถลงการณ์ผ่านอีเมลว่า วิตกต่อข่าวการใช้กำลังสลายกลุ่มผู้ชุมนุมในพม่าเป็นอย่างยิ่ง และเรียกร้องให้รัฐบาลพม่าใช้ความอดกลั้น พร้อมกับขอให้ทุกฝ่ายหาทางสร้างความปรองดองและหลีกเลี่ยงการกระทำที่เป็นการยั่วยุ พร้อมประกาศแนะให้ชาวสิงคโปร์ที่อาศัยอยู่ในพม่าไปลงชื่อในเว็บไซต์ของกระทรวงต่างประเทศ เพื่อจะได้ให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุจำเป็นขึ้นมา [7]

              ญี่ปุ่น - รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น นายมะซะฮิโกะ คุมุระกล่าวว่า ญี่ปุ่นในฐานะเป็นผู้บริจาครายใหญ่ให้แก่พม่ากำลังกดดันให้ทางรัฐบาลพม่าแสดงความอดกลั้นในการตอบโต้ผู้ประท้วง และทางญี่ปุ่นจะยังคงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดต่อไป

              มาเลเซีย - รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย นายซายเอ็ด ฮามิด อัลบาร์ ซึ่งอยู่ระหว่างการร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา กล่าวว่ามาเลเซียเชื่อว่ามาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อพม่านั้นไม่น่าจะเป็นวิธีการที่ดี แต่หนทางที่ดีสุดในการแก้ไขปัญหาคือให้พยายามสร้างความสมานฉันท์พร้อมให้ดำเนินการจัดร่างรัฐธรรมนูญต่อไป พร้อมหวังว่าสถานการณ์คงไม่เลวร้ายลงไปจนต้องให้สหประชาชาติมาแทรกแซง [8]

            สหราชอาณาจักร - นายกรัฐมนตรีอังกฤษ นายกอร์ดอน บราวน์ เรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจัดประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในพม่าในทันที พร้อมเสนอให้สหประชาชาติส่งผู้แทนพิเศษไปยังพม่า [9]

           สหรัฐอเมริกา - ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นายจอร์จ ดับเบิลยู บุช กล่าวต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชาติว่า สหรัฐฯ จะบังคับใช้มาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจต่อทั้งผู้นำรัฐบาลและผู้ให้การสนับสนุนทางด้านการเงินนอกจากนี้ พร้อมประกาศว่าจะเพิ่มมาตรการห้ามออกวีซ่ากับคณะผู้นำรัฐบาลพม่าที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน [10]

           จีน - นายกรัฐมนตรีจีน นายเวิน เจีย เป่า ระบุผ่านแถลงการณ์กระทรวงต่างประเทศจีนว่าหลังได้หารือทางโทรศัพท์กับนายกอร์ดอน บราวน์ของอังกฤษ ทางจีนหวังว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในพม่าจะใช้ความอดทนอดกลั้น และใช้สันติวิธีทำให้สถานการณ์กลับคืนสู่ความสงบเรียบร้อยโดยเร็วที่สุด รวมถึงสนับสนุนการสร้างความสมานฉันท์และประชาธิปไตยในชาติ [11] ถึงอย่างไรก็ตาม ทางจีนก็มิได้พูดถึงเรื่องพม่าเลยในการประชุมสหประชาชาติ [12]

          ทิเบต - องค์ทะไลลามะ ได้กล่าวว่าสนับสนุนกลุ่มพระสงฆ์ที่เรียกร้องเพื่อการอิสรภาพและประชาธิบไตย พร้อมให้พรกับกลุ่มผู้ประชุม และนางอองซานซูจี [13]

สหภาพยุโรป - โฆษกของนายฮาเวียร์ โซลานา ผู้ดูแลนโยบายด้านการต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) เปิดเผยว่า นายเฮลกา ชมิดต์ รองผู้ดูแลนโยบายด้านการต่างประเทศของอียู ได้เรียกนาย ฮาน ตู่ อุปทูตพม่าประจำกรุงบรัสเซลส์เข้า โดยนายชมิดท์ได้เตือนว่าอียูกำลังเตรียมขยายการคว่ำบาตรกับรัฐบาลทหารพม่า พร้อมกับเตือนว่าตอนนี้อียูกำลังประสานงานกับทั้งจีน และอินเดีย ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของพม่าในเรื่องนี้อยู่ นอกจากนั้นนักการทูตยุโรปในกรุงบรัสเซลส์ก็กำลังหารือกับตัวแทนประเทศอาเซียนทั้งหมด เพื่อกระตุ้นให้ประเทศเหล่านี้ออกมากดดันพม่าด้วย ขณะเดียวกันอียูก็กำลังวางแผนให้การช่วยเหลือชาวพม่าโดยตรงอีกด้วย [14]

แหล่งอ้างอิง

http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9500000100787 พม่าอ้างขึ้นราคาน้ำมันเพื่อแบ่งเบาภาระประเทศ

http://www.voanews.com/thai/2007-09-20-voa2.cfm พระสงฆ์หลายร้อยรูปในพม่า เดินขบวนประท้วงรัฐบาลทหารเป็นครั้งที่ 2

http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ContentID=9658&SystemModuleKey=HilightNews&System_Session_Language=Thai การปรากฏตัวครั้งแรกในรอบ 4 ปี ออง ซาน ซูจี

http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=281901&lang=T http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=281901&lang=T

http://www.sanspo.com/shakai/top/sha200709/sha2007092801.html ミャンマーで邦人カメラマン死亡…デモ取材中の長井健司さん", 2007-09-28.

http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=282040 สิงคโปร์เผยทูตพิเศษยูเอ็นอยู่ที่สิงคโปร์รอวีซ่าเข้าพม่า

http://www.komchadluek.net/2007/09/26/a001_156527.php?news_id=156527 ต่างชาติเตือนรัฐบาลพม่า

http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?lang=th&newsid=281669 มาเลเซียไม่หนุนคว่ำบาตร ศก.พม่า

http://www.titv.in.th/World/ "บราวน์" นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เรียกร้องคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติจัดประชุมด่วนเรื่องพม่า

http://www.titv.in.th/World/ "บุช" ประกาศคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจพม่า

http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=282136&lang=T นายกฯจีนเรียกร้องรบ.พม่าแก้ปัญหาในปท.อย่างสันติ

http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=282138&lang=T จีนไม่พูดถึงเรื่องพม่าเลยบนเวทียูเอ็น

http://www.tibet.com/NewsRoom/hhburma1.htm His Holiness supports call for democracy in Burma

http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?lang=th&newsid=282201 อียูเรียกอุปทูตพม่าเข้าพบ ขู่ซ้ำเรื่องขยายการคว่ำบาตร

ขอขอบคุณทุกเว็ปไซที่เราได้นำมาเป็นแหล่งข้อมูลเพื่อเป็นการศึกษาหาความรู้

1. สถานการณ์ในประเทศพม่าจากแหล่งข่าว

1.1 หน่วยงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมชี้ให้เห็นว่ามีการลักลอบขนส่งไม้จากพม่า เข้ามาทางพรมแดน  จีน   ตัวแทนองค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งหนึ่งของพม่า เปิดเผยว่าปัจจุบันยังคงมีไม้แปรรูปจำนวนมากถูกขนส่งจากหมู่บ้านไลซาทางตอนเหนือของกรุงย่างกุ้งของพม่าราว 1,000 กิโลเมตร เข้าสู่พรมแดนจีน โดยพบว่าไม้บางส่วนถูกแปรรูปมาจากต้นไม้ที่ยังโตไม่ได้ขนาด ซึ่งชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันไม่มีต้นไม้ขนาดใหญ่เหลืออยู่ในป่าอีกแล้ว

อุตสาหกรรมไม้แปรรูปเป็นแหล่งรายได้สำคัญของรัฐบาลพม่า แม้ที่ผ่านมาทางการจีนได้พยายามยุติการซื้อขายไม้กับพม่าจากปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน ทว่ามาตรการดังกล่าวกลับไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย ทำให้ยังคงมีไม้จากพม่าจำนวนมากสามารถเล็ดลอดเข้าสู่จีน

ด้านนักวิเคราะห์ชี้ว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมการก่อสร้างและการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไม้ในจีนทำให้ความต้องการใช้ไม้แปรรูปในจีนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้บริษัทเอกชนจีนจำนวนไม่น้อย อาศัยช่องโหว่ของกฎหมายเพื่อนำเข้าไม้จากพม่าโดยอาศัยความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ทุจริต โดยเฉพาะวิธีกว้านซื้อที่ดินในพื้นที่ป่าและตัดไม้ทั้งหมดในที่ดินผืนนั้น ซึ่งในอนาคตจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างสาหัส

(ศูนย์ข่าวแปซิฟิค วันที่ 15/07/2550)

1.2 บริษัทในพม่ามีเพียงร้อยละ 10 เท่านั้นที่เปิดดำเนินการจริง สื่อมวลชนในพม่ารายงานว่าปัจจุบันมีบริษัทธุรกิจในประเทศเพียงร้อยละ 10 ของบริษัทจดทะเบียนทั้งสิ้นที่เปิดดำเนินการจริง และอยู่ในสภาพที่มีเงินทุนประกอบการน้อย อีกทั้งไม่มีเครือข่ายตลาดในต่างประเทศ
    

           หนังสือพิมพ์นิว ไลท์ ออฟ เมียนมาร์ ฉบับวันที่ 15 ก.ค. รายงานอ้างตัวเลขของทางการพม่าว่า ปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนทั่วประเทศราว 40,000 แห่ง แต่จำนวนบริษัทที่เปิดดำเนินการจริงมีเพียงประมาณ 4,000 แห่ง โดยกระจุกอยู่ในเมืองใหญ่ ๆ เช่น กรุงย่างกุ้ง และเมืองมัณฑะเลย์ ส่วนเมืองขนาดเล็กจะมีบริษัทจดทะเบียนเพียงเมืองละ 1-2 แห่งเท่านั้นอย่างไรก็ตามทางการพม่าระบุว่า ทางการพร้อมให้ความช่วยเหลือเพื่อเพิ่มจำนวนบริษัทธุรกิจในประเทศที่สามารถดำเนินธุรกิจในระดับโลก แต่ไม่ได้เปิดเผยมาตรการช่วยเหลือ  ทั้งนี้พม่าถูกสหรัฐและประเทศต่างๆในยุโรปคว่ำบาตรทางการเศรษฐกิจ เพื่อกดดันให้พม่าปรับปรุงปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและยอมมอบอิสรภาพแก่นางออง ซาน ซู จี ผู้นำฝ่ายค้านในพม่า และเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ

(สำนักข่าวไทย วันที่ 15/07/2550)

1.3 รัฐบาลพม่าจะจัดการประชุมเพื่อร่างรัฐธรรมนูญแห่งชาติในวันพุธนี้

             รัฐบาลพม่ากำหนดที่จะเปิดการประชุมเพื่อร่างรัฐธรรมนูญแห่งชาติในวันพุธนี้ โดยมีผู้แทนฝ่ายต่างๆกว่า 1,000 คนเข้าร่วมประชุม ซึ่งระหว่างการประชุมที่คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ผู้แทนทั้งหมดจะได้รับอนุญาตให้ออกจากบริเวณสถานที่ประชุมน้อยมากและไม่ให้ติดต่อกับโลกภายนอก

การประชุมดังกล่าวถือเป็นก้าวแรกของแผนประชาธิปไตย7 ขั้นตอน แต่ถูกสหภาพยุโรป สหรัฐและสหประชาชาติวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นความล้มเหลว เนื่องจากนางอองซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมประชุมด้วย

 ทั้งนี้พรรคสันนิบาติแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยของนางซูจีได้คว่ำบาตรการประชุม เพื่อประท้วงที่นางซูจีถูกกักบริเวณอยู่ภายในบ้านพัก โดยการประชุมร่างรัฐธรรมนูญพม่าจัดขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว

(สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ วันที่ 16/07/2550)

1.4 รัฐบาลทหารพม่าเตรียมร่างรัฐธรรมนูญต่อ
   

              เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม รัฐบาลทหารพม่าประกาศว่าจะมีการเปิดการเจรจารอบสุดท้ายในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ในวันที่ 18 กรกฎาคม ซึ่งนักวิเคราะห์ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเครื่องมือที่จะทำให้รัฐบาลทหารอยู่ในอำนาจได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น  ตัวแทนในการร่างรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลทหารเป็นผู้เลือกเองนั้นได้มีการประชุมพบปะกันและหยุดพักเป็นช่วงๆ มาตั้งแต่ปี 2536 เพื่อร่างแนวทางของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่อ้างว่าเป็นบันไดขั้นแรกของการก้าวไปสู่ประชาธิปไตยที่รัฐบาลทหารได้วางไว้ แต่รัฐบาลไม่ได้มีการกำหนดเงื่อนเวลาสำหรับการเลือกตั้ง และนักวิเคราะห์หลายรายมองว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะถูกใช้เพียงเพื่อเป็นการกำหนดบทบาทอย่างเป็นทางการของกองทัพในรัฐบาล  การเจรจาร่างรัฐธรรมนูญครั้งล่าสุดซึ่งมีขึ้นเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วไม่ได้รับการยอมรับจากสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกาและสหประชาชาติ เนื่องจากไม่มีนางออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้าเข้าร่วมเจรจาด้วย

นักการทูตเอเชียคนหนึ่งในย่างกุ้งซึ่งไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้กล่าวว่า การร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ได้รับการยอมรับจากประชาคมโลกซึ่งได้เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนางออง ซาน ซูจี ครั้งแล้วครั้งเล่า ขณะที่นายออง เนง อู นักวิเคราะห์การเมืองพม่าซึ่งอยู่ในไทย กล่าวว่ากระบวนการในการร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมดไม่เป็นประชาธิปไตยเนื่องจากถูกกำกับควบคุมโดยรัฐบาลทหาร

(มติชน วันที่ 17/07/2550)

1.5พม่าเปิดประชุมร่างรัฐธรรมนูญรอบใหม่หวังได้ข้อสรุปในครั้งนี้

           พลจัตวาจอ ซัน รัฐมนตรีกระทรวงสารนิเทศของพม่า กล่าวว่าการประชุมวันนี้เริ่มขึ้นหลังจากชะงักไป 7 เดือนคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนครึ่งจึงจะเสร็จสิ้น มีตัวแทนกว่า 1,000 คนจากทั่วประเทศร่วมประชุมที่ศูนย์การประชุมนวงนาปิน ห่างจากกรุงย่างกุ้ง เมืองหลวงเชิงพาณิชย์ไปทางเหนือราว 45 กิโลเมตร 

การประชุมระดับชาตินี้เป็นการประชุมเพื่อจัดทำแนวทางสำหรับการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พม่าไม่มีรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่ปี 2531 เมื่อทหารชุดปัจจุบันเข้ายึดอำนาจและยุติการใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2517 ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยวิจารณ์ว่าเป็นกระบวนการที่น่าละอาย เพราะผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่เป็นผู้ที่รัฐบาลเลือกมา และไม่มีตัวแทนของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยของนางออง ซาน ซู จี การประชุมครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ตั้งเป้าจะสรุปขั้นแรกของแผนสันติภาพ 7 ขั้น ด้วยการผ่านความเห็นชอบแนวทางสำหรับมาตราในรัฐธรรมนูญอีก 7 มาตรา จากทั้งหมด 15 มาตรา และแก้ไขบางมาตราที่เห็นชอบไปแล้ว

ฝ่ายวิจารณ์ระบุว่ารัฐบาลจงใจให้การประชุมครั้งสุดท้ายนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการประชุมสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ในเดือนนี้ เพื่อจะได้อ้างว่ามีความคืบหน้าในเรื่องนี้ รัฐบาลพม่าเริ่มประชุมระดับชาติครั้งแรกเมื่อปี 2536 แต่ต้องระงับไปเมื่อปี 2539 เนื่องจากพรรคของนางซู จี เดินออกจากห้องประชุม โดยอ้างว่าทหารบงการการประชุม จากนั้นจึงได้เริ่มการประชุมใหม่เมื่อปี 2547

 (กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 18/07/2550)

1.6พม่าเปิดประมูลอัญมณีครั้งใหญ่ที่สุด

 หนังสือพิมพ์มิร์เรอร์ของทางการพม่า รายงานข่าวว่ารัฐบาลทหารได้จัดงานประมูลอัญมณีล้ำค่าครั้งที่ 3 ในรอบปีนี้เป็นครั้งใหญ่ที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยทางการพม่าไม่ได้เปิดเผยรายได้จากการประมูลขายในครั้งนี้ แต่คาดว่าน่าจะอยู่ที่หลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐฯ งานประมูลอัญมณีครั้งใหญ่ของพม่านี้จัดขึ้น 13 วัน สิ้นสุดลงเมื่อวันจันทร์ที่ 16 ก.ค. มีการนำหยก ไข่มุก และอัญมณีต่างๆ อาทิไพลินและทับทิมอันเลื่องชื่อ ถึงร้อยละ 70 ของจำนวนที่มีอยู่กว่า 6,400 ชิ้นออกมาประมูลขาย รายงานยังระบุว่ามีลูกค้ากว่า 4,000 รายมาร่วมแย่งประมูลสินค้าในงานนี้ ทั้งจากจีนและไทย รายงานข่าวระบุว่าไทยเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดในตลาดอัญมณีของพม่า ตามปกติแล้วพม่าจะจัดงานใหญ่แบบนี้ปีละ 2 ครั้งเพื่อสกัดการนำอัญมณีออกขายในตลาดมืด ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ระบุว่ามีมูลค่าอย่างน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของระบบเศรษฐกิจพม่า

(สยามรัฐ วันที่ 18/07/2550)

1.7 พม่าจัดงานฉลองวันแห่งวีรบุรุษอย่างยิ่งใหญ่เพื่อรำลึกถึงบิดาของซูจี  

              เอเอฟพีรายงานว่ารัฐบาลทหารพม่าจัดงานรำลึกนายพลออง ซาน บิดาผู้ล่วงลับของนางออง ซาน ซู จี ผู้นำฝ่ายค้านในพม่า โดยนางซูจีไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมพิธีรำลึกครั้งนี้ เพราะยังอยู่ระหว่างถูกรัฐบาลทหารพม่ากักบริเวณในบ้านพัก โดยทุกปีนางซู จี จะไปวางดอกไม้ที่หลุมศพของบิดา ยกเว้นในช่วงที่ถูกกักบริเวณตั้งแต่พ.ค.2546 ทหารพม่าเชิญพี่ชายนางซู จี ไปร่วมงานแทน  เจ้าหน้าที่และนักการทูตราว 100 คน ได้เดินทางมาที่สุสานผู้เสียสละเพื่อชาติ ซึ่งเป็นสถานที่ฝังศพของนายพลอองซาน วีรบุรุษผู้ประกาศเอกราชให้กับพม่า ใกล้กับเจดีย์ชเวดากองในวันนี้ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาเพื่อร่วมพิธีรำลึกถึงนายพลอองซานและคนอื่นๆอีก 8 คนที่ถูกยิงเสียชีวิต ขณะกำลังร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2490 หรือเพียง 1 ปี หลังพม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษขณะที่รัฐบาลทหารพม่าไม่ยอมให้นางซูจีที่ยังถูกกักบริเวณไว้ในบ้านพักมาเข้าร่วมในพิธีครั้งนี้ แต่เชิญนายออซาน อู พี่ชายของเธอ ที่อาศัยอยู่ในสหรัฐมาร่วมงานแทน และอนุญาตให้พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดีของนางซูจีส่งตัวแทนมาร่วมงาน ขณะที่นายอูไม่ได้กล่าวอะไรในระหว่าง 10 นาทีของพิธีดังกล่าว

พลเอกอองซาน เป็นผู้นำชาวพม่าต่อสู้กับอังกฤษซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคมและญี่ปุ่นที่เข้ายึดครองพม่าในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองจนกระทั่งได้รับเอกราชจากอังกฤษในที่สุด ทางการพม่าจึงกำหนดให้วันดังกล่าวเป็นวันรำลึกถึงวีรบุรุษที่สำคัญที่สุดของพม่า

(ข่าวสด , สำนักข่าวไทย, สำนักข่าวเนชั่น วันที่ 20/07/2550)

2. การค้าชายแดน

กระทรวงพลังงานเดินหน้า ‘เขื่อนฮัจจี’ ในพม่า

นายพรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า แม้มติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะเตรียมเสนอต่อรัฐบาลให้ กฟผ. ระงับการก่อสร้างเขื่อนฮัจจี ในแม่น้ำสาละวิน แต่ในแง่ กฟผ. และกระทรวงพลังงาน ได้พิจารณาถึงความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทย พึ่งพาก๊าซธรรมชาติเพื่อผลิตไฟฟ้าถึง 70% ขณะที่ก๊าซธรรมชาติในประเทศเริ่มลดลง และมีแนวโน้มแพงขึ้นตามราคาน้ำมัน จึงต้องแสวงหาเชื้อเพลิงอื่นๆ รวมทั้งพลังน้ำจากลาวและพม่า

ในส่วนของพม่า หากไม่มีการลงทุน ไม่มีการพัฒนา ชาวบ้านตามแนวชายแดนจะยังคงยากไร้ การอพยพของชาวพม่าเข้ามาในประเทศไทยจะสูงขึ้น จากปัจจุบันมีนับเป็นล้านคน

โดยตามแผนการสร้างเขื่อนฮัจจี กฟผ.ได้เข้าสำรวจเรื่องผลกระทบของชาวบ้านในฝั่งพม่า และได้เตรียมงบประมาณ 120 ล้านบาท ในการช่วยเหลือด้านสาธารณสุข การสร้างโรงเรียน การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการจ้างงาน ซึ่งนับว่าเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจของสองประเทศ อย่างไรก็ตาม จากปัญหาความไม่สงบในพม่า ได้ทำให้ต้องชะลอโครงการเขื่อนฮัจจี

ทั้งนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนได้จัดงานสัมมนา ‘เขื่อนฮัจจีกับการมีส่วนร่วมของประชาชน’ โดยเชิญเครือข่ายชุมชนจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำสาละวิน หน่วยงานภาคประชาชน มาแสดงความคิดเห็น แต่ไม่ได้เชิญตัวแทน กฟผ. หรือกระทรวงพลังงานเข้าร่วมแต่อย่างใด

ขณะที่ผู้เข้าร่วมสัมมนาส่วนใหญ่คัดค้านการสร้างเขื่อน ด้วยเหตุผลเรื่องการทำลายธรรมชาติ วิถีชีวิตชาวบ้าน เกรงปัญหาน้ำท่วมบ้านสบเมยฝั่งไทย

ตลอดจนมองว่าที่ผ่านมา ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจน และยังหวั่นเกรงว่า หากไทยร่วมมือกับรัฐบาลทหารพม่า ก็อาจถูกโจมตีจากนานาชาติว่าให้การสนับสนุนรัฐบาลทหารพม่า กระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังนั้น คณะกรรมการสิทธิได้มีมติเสนอต่อรัฐบาลให้ กฟผ. ระงับการก่อสร้างเขื่อนฮัจจี

ด้านนายทวีวงศ์ ศรีบุรี ผู้อำนวยการวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากการเข้าไปสำรวจพื้นที่สร้างเขื่อนฮัจจีในพม่า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มียังมีความขัดแย้งระหว่างกลุ่มกะเหรี่ยงดีเคบีเอและกลุ่มเคเอ็นยู ทางผู้นำกลุ่มเหล่านี้สนับสนุนการสร้างเขื่อน แต่ขอให้มีการพัฒนาด้านคุณภาพชีวิตชาวบ้าน

จากการสำรวจพบว่า ต้องมีการอพยพชาวพม่า 42 ครัวเรือน เพราะจะได้รับผลกระทบน้ำท่วม ขณะที่ กฟผ.ได้เตรียมงบประมาณ 120 ล้านบาทในการเข้าช่วยเหลือ ส่วนฝั่งไทยยังไม่มีการสำรวจผลกระทบอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ โครงการเขื่อนฮัจจีจะมีกำลังผลิตไฟฟ้า 800-2,000 เมกะวัตต์ โดยเป็นการร่วมลงทุนระหว่าง กฟผ.และบริษัท ชิโนไฮโดร รัฐวิสาหกิจจากจีน

(กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 31/10/50)

2.2 ประเทศพม่าตั้งเป้าค้าขายชายแดนปีละ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ 

 พันเอกผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17 อำเภอแม่สอดจังหวัดตาก ในฐานะประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น ( ไทย - เมียนม่าร์ ) แม่สอด - เมียวดี ทีบีซี. เป็นประธานในที่ประชุมทีบีซี.ร่วมกับพันโทวินโก่โก่ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 28 จังหวัดเมียวดี ของพม่าตรงข้ามอำเภอแม่สอด ในฐานะประธานทีบีซี.ฝ่ายพม่า ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น ครั้งที่ 27 หรือ ครั้งที่ 1 ประจำปีพ.ศ.2550

โดยมีคณะกรรมการชายแดนไทย - พม่าทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนมากเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้งสองฝ่ายเข้าร่วมประชุม ขณะที่ฝ่ายพม่าได้นำนายอูอ่อง โซเต็ง หัวหน้าควบคุมการค้าชายแดนของพม่าเข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งการประชุมดังกล่าวได้อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพเฉพาะก่อนเข้าสู่วาระการประชุมเท่านั้น โดยที่ประชุมได้พูดคุยกันถึงเรื่องการเฉลิมฉลองสะพานมิตรภาพไทย-พม่า ซึ่งครบรอบ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2550 และเรื่องเกาะพิพาทไทย-พม่า บริเวณใต้สะพานมิตรภาพไทย-พม่า บ้านริมเมย ตำบลท่าสายลวด พร้อมปัญหาการกระทบกระทั่งตามแนวชายแดนไทย-พม่า

การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักคือ การพบปะคุยกันเพื่อทำความเข้าใจกัน ส่วนประเด็นอื่นๆได้คุยกันบ้าง แต่เป็นปัญหาเล็กน้อย นอกจากนี้ได้ประสานกับพม่าเพื่อฉลองสะพานมิตรภาพไทย-พม่าร่วมกัน โดยฝ่ายพม่ารับข้อเสนอไปประสานหน่วยเหนือ ซึ่งคาดว่าทางพม่าคงให้ความร่วมมือ ส่วนปัญหาเรื่องเกาะพิพาทไทย-พม่าบริเวณใต้สะพานมิตรภาพไทย-พม่านั้นจะได้นำเรื่องนี้ไปสู่การประชุมคณะกรรมการส่วนภูมิภาคไทย - พม่า

 นายอูอ่อง โซเต็ง หัวหน้าควบคุมการค้าชายแดนของพม่าบอกว่าทางรัฐบาลพม่ามีนโยบายตั้งเป้าส่งออกในปี 2550 จำนวน 200 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา (US) และส่งเสริมการส่งออก จะส่งสินค้าผ่านสะพานมิตรภาพไทย -พม่า อย่างถูกต้อง โดยต้องการส่งสินค้าเกษตรเข้าไทย เช่น ถั่ว ข้าวโพดเป็นต้น

(สำนักข่าวเนชั่น วันที่ 18/07/2550)

2.3 ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีหารือโครงการเส้นทางเศรษฐกิจราชบุรีสู่อันดามันกับทหาร ก่อนพูดคุยกับพม่า

นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่าตนและคณะทำงานได้ร่วมหารือเกี่ยวกับโครงการเส้นทางเศรษฐกิจสู่อันดามันกับ พ.อ.วันชัย ชัยประภา ผู้อำนวยการกองการชายแดนไทย-พม่า และผู้แทนกรมการทหารช่าง ซึ่งการหารือดังกล่าวเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลในการดำเนินโครงการ โดยทาง พ.อ.วันชัยได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับรัฐบาลพม่าว่าในการพิจารณาโครงการใหญ่ๆจะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้บัญชาการสูงสุดของรัฐบาลพม่า เช่นเดียวกับโครงการเส้นทางเศรษฐกิจราชบุรีสู่อันดามันที่ทางจ.ราชบุรีต้องมีข้อมูลด้านต่างๆอย่างชัดเจน

           ก่อนหน้านี้คณะทำงานของจ.ราชบุรี และบริษัทสหวิริยาฯได้สำรวจพื้นที่การก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกในสหภาพ พม่าก็เห็นว่ามีความเหมาะสม รวมไปถึงเส้นทางจากราชบุรีไปสู่อันดามันก็มีศักยภาพกว่าพื้นที่อื่นๆ อย่างไรก็ดีเรื่องนี้ทางคณะทำงานจะต้องมีการเจรจากับทางการพม่าให้เกิดความชัดเจนต่อไป ก่อนนำเสนอข้อมูลกับรองนายกรัฐมนตรีในการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา

(มติชน วันที่ 18/07/2550)

2.4แม่ฮ่องสอนอนุญาตนำเข้าสิ่งประดิษฐ์ไม้จากพม่า

นายดิเรก ก้อนกลีบ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่าขณะนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้อนุญาตให้มีการนำเข้าสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดที่ทำด้วยไม้เข้ามาในราชอาณาจักรไทย ด่านพรมแดนบ้านน้ำเพียงดิน ต.ผาบ่อง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน โดยใช้บริเวณสถานีตำรวจภูธรบ้านน้ำเพียงดิน ต.ผาบ่อง อ.เมือง และด่านพรมแดนบ้านห้วยผึ้ง ต.ห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอนโดยใช้สถานที่ศูนย์บ้านร่องแห้ง ต.ห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เป็นสถานที่ตรวจสอบสิ่งประดิษฐ์ ฯ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน 12 หน่วยงานเข้ามาตรวจสอบการนำเข้าสิ่งประดิษฐ์

การนำเข้าสิ่งประดิษฐ์ดังกล่าวให้สหกรณ์สิ่งประดิษฐ์บ้านทุ่งกองมู เป็นผู้ดำเนินการทั้งนี้เพื่อให้สมาชิกกว่า 100 คน ได้มีรายได้จากการนำสิ่งประดิษฐ์นำมาแปรรูปให้มีความสวยงามและจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มีคำสั่งลงวันที่ 18 กรกฏาคม 2550 ให้มีการนำเข้าสิ่งประดิษฐ์ ฯ เข้ามาในราชอาณาจักรไทย

ทางด้านนายสรุชาย สุวกุล นายด่านศุลกากรแม่ฮ่องสอนเปิดเผยว่า วันที่ 19 กต.ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่ฮ่องสอนได้จัดเก็บภาษีปากระวางสิ่งประดิษฐ์ที่นำเข้าได้ประมาณ 68,000 บาท ซึ่งการนำเข้าสิ่งประดิษฐ์ ฯ ดังกล่าวจะสร้างฐานการจัดเก็บภาษีปากระวางให้แก่ประเทศชาติได้เป็นอย่างดี ซึ่งการนำเข้าสิ่งประดิษฐ์ก็จะทำให้ราษฎรในพื้นที่รวมทั้งองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยผา เจ้าของตลาดนัดบ้านร่องแห้งมีรายได้อีกด้วย 

ทางด้านนายเดช เยาวโสภา ประธานสหกรณ์สิ่งประดิษฐ์บ้านทุ่งกองมู ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า จากนี้ไปสมาชิกสหกรณ์สิ่งประดิษฐ์บ้านทุ่งกองมุ กว่า 100 คน จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการนำสิ่งประดิษฐ์มาแปรรูปให้มีความสวยงาม เพื่อจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเที่ยวบ้านทุ่งกองมู

(กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 20/07/2550)

3. แรงงานข้ามชาติ

3.1  แรงงานจำนวนมากถูกล่อลวงไปเป็นทาสบนเรือประมง

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 ก.ค. ที่โรงแรมเอเชีย มูลนิธิกระจกเงาจัดสัมมนา "วิกฤติแรงงานทาส... ธุรกิจเถื่อนบนเรือประมง" โดยน.พ.พลเดช ปิ่นประ ทีป รมช.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานเปิด

น.พ.พลเดชกล่าวว่า ปัญหาภาวะขาดแคลนแรงงานประมงนอกน่านน้ำอย่างหนัก ทำให้เกิดขบวนการนายหน้าออกปฏิบัติการล่อลวงและนำพาแรงงานเพื่อขายให้เรือประมงทั้งจังหวัดชายฝั่งภาคตะวันออก ภาคใต้ของไทย โดยจะถูกบังคับให้ทำงานเยี่ยงทาสในพื้นที่จำกัดกลางทะเลลึกในน่านน้ำอินโดนีเซียเป็นเวลาหลายปี หรือการขายแรงงานต่อเนื่องให้กับเรือลำอื่น บางคนไม่ได้กลับมาอีกเลยหรือกระโดดน้ำลอยคอหนีออกมา ทั้งนี้ยังมีแรงงานที่ติดอยู่ในเรือกลางทะเลอีกหลายพันถึงหมื่นคน ทางออกคือต้องวางแนวทางป้องกันไม่ให้แรงงานถูกล่อลวงไปในกระบวนการค้าแรงงานทาส ผู้เสียหายต้องเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ความช่วยเหลือ กระทรวงพม.พร้อมเป็นเจ้าภาพแก้ปัญหา โดยต้องพูดคุยกับสมาคมนอกน่านน้ำประมงไทย ผู้ประกอบการเรือประมง เพื่อควบคุมตรวจสอบเรือแต่ละลำ และแก้ไขช่องโหว่และจุดอ่อนของปัญหา

ด้านนายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา กล่าวถึงสถานการณ์และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหา การลักพาตัวและการล่อลวงเพื่อบังคับใช้แรงงานทาสบนเรือประมงว่า ขณะนี้มูลนิธิช่วยเหลือเหยื่อจำนวน 19 ราย เป็นชายไทยอายุเฉลี่ย 23 ปี อายุต่ำสุด 15 ปี สูงสุด 53 ปี ถูกล่อลวงไปเป็นแรงงานทาสบนเรือประมง แต่ละลำมีลูกเรือประมาณ 20-40 คน โดยวิธีการมีตั้งแต่นายหน้าเข้ามาตีสนิทบอกว่ามีงานสบาย รายได้ดี การโปะยาสลบ หรือใส่ยาในอาหารและน้ำให้กินจนหมดสติแล้วเอาตัวไป ล่าสุดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จ.สมุทรปราการ กินกาแฟแล้วหมดสติถูกนำตัวไปขายไต้ก๋งเรือประมง รูปแบบใหม่ที่พบคือการพาไปเที่ยวสถานบริการ ร้านคาราโอเกะให้เหยื่อกินดื่มเหล้าจนเมามายหมดสติแล้วเอาตัวไปขาย หรือให้ใช้บริการการค้าประเวณีแล้วบังคับให้ชดใช้เงินโดยต้องลงเรือไปใช้หนี้

เหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นคนต่างจังหวัดที่เข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ คนเร่ร่อนไร้บ้าน พื้นที่ต้นทาง เช่นสถานีขนส่งหมอชิต หัวลำโพง สนามหลวง วงเวียนใหญ่ สวนสาธารณะมหาชัย ถนนนครนอก จ.สงขลา โดยจะหลอกไปขายปลายทางย่านท่าเรือ เช่น อ.มหาชัย จ.สมุทรสาคร จ.สมุทรปราการ จ.สมุทรสงคราม จ.นครศรีธรรมราช จ.ปัตตานี โดยแหล่งใหญ่ คือตลาดปลามหาชัย และสงขลา เมื่ออยู่บนเรือจะถูกใช้แรงงานทาส ถูกทุบตี ไม่ได้ค่าจ้างหรือได้ไม่ครบ เจ็บป่วยได้กินแค่ยาพารา นอกจากนั้นยังมีแรงงานต่างชาติ ทั้งพม่า ลาว เขมรที่ตกเป็นเหยื่อด้วย หลายคนถูกค้ามนุษย์ซ้ำซาก อยู่ในเรือประมง 6 ลำช่วง 1-2 ปี โดยไม่มีโอกาสกลับเข้าฝั่งเลย บางรายอยู่บนเรือนานถึง 3 ปีกว่าจะได้กลับบ้าน

ปัญหาเกิดจากไม่มีการตรวจสอบใบอนุญาตการนำเรือออกจากฝั่ง ไม่มีการตรวจสอบหนังสือเดินทาง และมีการสวมสิทธิ ธุรกิจแรงงานเถื่อนหาเงินง่าย เพียงไต้ก๋งโทรศัพท์มาซื้อแรงงาน นายหน้าซึ่งมีเครือข่ายทั้งวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่สงขลา หรือมหาชัย แท็กซี่ป้ายดำย่านหมอ ชิตที่จะเข้าไปล่อลวงเหยื่อ เพื่อจัดส่งให้ได้เงินรายหัวประมาณ 20,000 บาท แบ่งให้เครือข่าย 2,000-3,000 บาท โดยขบวนการนายหน้าไม่ถูกควบ คุมหรือตรวจสอบแต่อย่างใด

นายสมพงศ์ สระแก้ว ผอ.เครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) กล่าวว่ากระบวนการนายหน้ามีความซับซ้อน โดยย่านศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จ.สมุทรสาคร เป็นแหล่งใหญ่ที่เหยื่อจะเข้ามาจึงมีนายหน้าตัวใหญ่ๆ ไม่ต่ำกว่า 100 ราย เข้ามาล่อลวง เห็นเหยื่อแบกสัมภาระเข้ามาก็เป็นที่รู้กันว่ามาหางานทำก็จะเข้าไปหลอกมาลงเรือ โดยมีเจ้าหน้าที่ของรัฐอยู่เบื้องหลัง ทั้งนี้วิธีการล่าสุดจะพาเหยื่อไปเที่ยวคาราโอเกะ ซื้อประเวณี ครั้งละ 10 คน 1 วัน 1 คืน อ้างติดหนี้ 2 แสน ต้องหาเงินมาใช้โดยการไปทำงานกับเรือประมงหรือการหลอกให้เล่นพนัน โดยการจัดนายหน้าหลอกลวงเหยื่อจะโยงใยกันชัดเจน ทั้งนี้เหยื่อหลายรายที่เรือไม่ต้องการหรือไม่อยากจ่ายค่าแรงให้ ก็จะนำตัวไปทิ้งไว้ตามเกาะ เช่น เกาะตวน ในอินโดนีเซีย ที่น่าห่วงที่สุดคือเรือเถื่อนที่ตรวจสอบไม่ได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งเข้าไปหามาตรการดูแลแก้ปัญหาโดยด่วน

(ข่าวสด วันที่ 17/07/2550)

3.2 ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเตรียมนำปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองชาวโรฮิงญาในอำเภอแม่สอด เข้าหารือกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ

พลเอกบุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกล่าวภายหลังเข้าหารือกับนายดำรง กะลำคาร ประธานกรรมการอิสลามประจำ จ.ตาก ที่มัสยิดอันซอร อ.แม่สอด เกี่ยวกับปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองชาวโรฮิงญาในพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า ด้านจ.ตากว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่สามารถผลักดันบุคคลเหล่านี้ซึ่งมีอยู่กว่า 100 คน กลับออกไปได้ เนื่องจากเมื่อมีการผลักดันออกไปชาวโรฮิงญาไม่สามารถกลับถิ่นฐานเดิมได้ ทำให้มีการลักลอบกลับเข้ามาอยู่ในอ.แม่สอดอีกก่อให้เกิดปัญหาขึ้นในพื้นที่ จะได้นำปัญหาดังกล่าวเข้าหารือกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

สำหรับชาวโรฮิงญาเหล่านี้ถูกจับกุมตัวได้ทางด้านจ.ระนอง แล้วถูกส่งตัวมาผลักดันกลับทางด้านอ.แม่สอด ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการอิสลามประจำจ.ตากได้เข้ามาช่วยเหลือในเบื้องต้น ด้วยการจัดหาที่พักอาศัย อาหาร และเครื่องนุ่งห่มให้ในระหว่างที่ภาครัฐกำลังหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวอยู่

(สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ วันที่ 20/07/2550)

3.3 คณะกรรมาธิการแรงงานและสวัสดิการสังคม สภานิติบัญญัติ ลงพื้นที่จังหวัดระยอง ตรวจติดตามปัญหาด้านแรงงานต่างด้าว หวั่นก่อปัญหาสังคมและความมั่นคงของชาติ

พล.อ.สมชาย อุบลเดชประชารัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการแรงงานและสวัสดิการสังคม สภานิติบัญญัติ พร้อมคณะฯ ตรวจติดตามปัญหาแรงงานต่างด้าวที่จังหวัดระยอง และเข้าฟังบรรยายสรุปด้านแรงงานต่างด้าวของทางจังหวัดระยอง โดยมีนายสุนทร รัตนวราหะ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ให้การต้อนรับและชี้แจงฯตอบข้อซักถามต่างๆ ประธานคณะกรรมาธิการแรงงานและสวัสดิการสังคม สภานิติบัญญัติ ได้กำชับให้ทางจังหวัดดูแลปัญหาแรงงานต่างด้าวอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะอาจจะเข้ามาก่อปัญหาทางสังคม เช่นอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ที่มีการจ้างแรงงานต่างด้าวเถื่อนรวมทั้งด้านความมั่นคงของชาติด้วย และหากจะให้ทางคณะกรรมาธิการแรงงานและสวัสดิการสังคม สภานิติบัญญัติ นำเรียนปัญหาการแก้ไขที่ทางจังหวัดเห็นว่าจะทำอย่างไรกับปัญหาแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ พร้อมนำเสนอรัฐบาลแกไขโดยด่วนต่อไป

ด้านรองผู้ว่าราชการจังหวัดระยองเปิดเผยว่าแรงงานต่างด้าวในจังหวัดระยองมีกว่า 9,000 คน มีการจ้างมากสุดคือในภาคประมง ส่วนปัญหาที่อยากให้แก้ไขคือขั้นตอนการขึ้นทะเบียนต้องการลดขั้นตอนการขึ้นทะเบียน เช่น อาจเป็นปีละครั้ง รวมทั้งค่าใช้จ่ายยังสูง เป็นต้นเหตุให้นายจ้างในจังหวัดไม่ยอมมาต่อทะเบียนแรงงานต่างด้าว ส่งผลให้มีการจ้างแรงงานต่างด้าวเถื่อนเพิ่มมากขึ้น