• บิสกิตโรล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunshine_0494@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-21
  • จำนวนเรื่อง : 16
  • จำนวนผู้ชม : 3809
  • จำนวนผู้โหวต : 139
  • ส่ง msg :
ฝ่ายบริหาร
เราจะหาสิ่งที่มีแต่ความรู้ มาให้คุณได้ติดตามกันต่อไปนะคะ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/administrative
วันพฤหัสบดี ที่ 15 พฤศจิกายน 2550
ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์และสาเหตุที่เกืดขึ้นในประเทศพม่า
Posted by บิสกิตโรล , ผู้อ่าน : 204 , 18:45:49 น.  
พิมพ์หน้านี้


บทวิเคราะห์สถานการณ์ที่ประเทศพม่า เรื่อง วิกฤติการเมืองครั้งใหม่ในพม่า

ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่ ประเทศ พม่า

 ทฤษฎี 1. ของ ลาเล่ย์  คือ ใครที่ครอบครองอำนาจทางทะเล ผู้นั้นจะครอบครองอำนาจทางการค้าทะเล และการค้า ครองอำนาจทางการค้าโลก ผู้นั้นครอบครองความมั่งคลั่งโลก ผู้ใดครอบครองความมั่งคลั่งโลก ผู้นั้นครอบครองโลก  และ                                                                                                      

 ฤษฎีที่ 2  คือ ใครที่ครอบครองยุโรปตะวันออก(ตะวันออกอยู่ด้านไหนระหว่างขวา/ซ้าย) (ด้านขวา) ใครที่ครอบครองยุโรปตะวันออกผู้นั้นครอบครองใจโลก ผู้ใดครอบครองใจโลกผู้นั้นควบคุมโลก ใช้ไหมครับ นี้เป็นทฤษฎีที่ 2 ให้ความสำคัญกับใจโลก Heart land

 ทฤษฎีที่ 3 ใครที่ครอบคลุมขอบดินแดนที่เรียกว่า ริม ใครที่ควบคุมขอบดินแดนได้ผู้นั้นผู้นั้นควบคุมยูโรเซีย (ยุโรป + เอเชีย)

       รวมทั้งสามทฤษฎี กล่าวคือ

ทางด้านการเมือง การที่ พระสงฆ์ นักศึกษา ประชาชน ออกมาประท้วง สาเหตุ ประการหนึ่งก็คือ การเรียกร้องประชาธิปไตยที่ประเทศพม่า ถูก ทหารควบคุม หรือ เรียกว่า รัฐบาลทหาร ปกครอง แบบ คอมมิวนิสต์มานาน  เมื่อ นางออง ซานซูจี ออกมาพูด หรือ ต้องการให้มีการเลือกตั้งแบบ ประชาธิปไตย ทำให้เป็น การปลุกระดมความต้องการ ของประชาชนที่ต้องการมีมานาน ทำให้เกิด การประท้วงขึ้น จาก ประชาชน และ นักศึกษา บางคนอาจคิดว่าแล้วเหตุผลใดที่ พระสงฆ์จึงออกมาร่วมประท้วงกับ เหตุการณ์นี้ เพราะ เมื่อประชาชน อยู่ไม่ได้ ไม่มีอะไรจะกิน พระสงฆ์เองก็เช่นเดียวกับประชาชน เพราะพระสงฆ์ต้องบิณฑบาตจาก ประชาชน และ ศาสนา กับพระสงฆ์ ก็เป็น ศูนย์ร่วม แห่ง ศรัทธาของ ชาวพม่า จึงไม่แปลก อะไรที่พระสงฆ์จะ ออกมาประท้วง

ทางด้านเศรษฐกิจ เนื่องจาก เหตุการณ์ที่ประเทศพม่า ทำให้ สหประชาชาติ ต้องออกมาประกาศให้คณะผู้ปกครองทหารของพม่ายินยอมให้นายอิบราฮิม กัมบารี ผู้แทนของสหประชาชาติเดินทางเข้าพม่าโดยเร็วที่สุด พร้อมกับใช้ความยับยั้งชั่งใจในการแก้ปัญหาการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาล และ พม่าเองยังเป็นสมาชกอาเซียอีก ทำให้เกิดปัญหามากมาย  แม้แต่ สหรัฐ  จีน ญี่ปุ่น ยังหันมาให้ความสนใจกับเรื่องนี้ และ พร้อมจะมาช่วยเหลือ พม่า เพราะ ได้เล็งเห็นว่าที่ ประเทศพม่านั้นเป็นแหล่งที่มีทรัพยากรเป็นจำนวนมาก ซึ่ง พม่าเองนั้นยังไม่ได้นามาใช้ เพราะยังขาดเทคโนโลยีที่ทันสมัย นี้ก็จัดเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ นานา ประเทศ ให้ความสนใจ เพราะ ทรัพยากร น้ำมัน พลัง จัดเป็นสิ่งที่ทุกประเทศต้องการครอบครอง หากสามารถ ครอบครองไว้ได้เศรษฐกิจของประเทศตนก็จะเจริญรุ่งเรือง ในขณะที่พม่านั้นยังไม่ได้นำมาใช้เลย  ซึ่งเป็นสายหลักทางเศรษฐกิจเลยก็ว่าได้ ซึ่งนำมาวิเคราะห์กได้ทั้ง 3 ทฤษฎี ของ ลาเล่ย์

 ทางด้านสังคม  หากประเทศพม่าเปลี่ยนการปกครองมาเป็น ระบอบประชาธิปไตยได้นั้น เมื่อการเมืองของ พม่ามีความเข้มแข็ง และมี เสถียรภาพมากขึ้น ก็ย่อมส่งผลต่อ การค้าของ พม่า เพราะพม่ามีทรัพยากรมากมาย ต่างประเทศก็ยากเข้ามาร่วมการค้าด้วย ส่วนความเป็นอยู่ ของประชาชนก็จะมีความ กินดีอยู่ดีมากขึ้นสังคมก็จะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ จนอยู่ในระดับที่ทุกคนพอใจ ไม่เกิดความวุ่นวายให้เห็น

การประท้วงในพม่าเริ่มบานปลายลุกลามเป็นเหตุการณ์รุนแรง เมื่อตำรวจปราบจลาจลใช้กระบอง แก๊สน้ำตาและยิงปืนขู่เพื่อสลายการชุมนุมของกลุ่มผู้ประท้วง ซึ่งมีพระและแม่ชีเป็นแกนนำที่หน้าพระเจดีย์ ชเวดากองในกรุงย่างกุ้ง หลังกลุ่มผู้ประท้วงฝ่าฝืนคำสั่งห้ามการชุมนุมที่ประกาศใช้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ท่ามกลางความวิตกกังวลของนานาชาติที่เกรงกันว่า รัฐบาลทหารพม่าจะใช้กำลังทหารปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงอีก ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2531 ซึ่งครั้งนั้นมีรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตมากถึง 3,000 คน   

 การประท้วงในพม่าเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม  ที่ผ่านมา หลังรัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงหลายเท่าตัว ในขณะที่รายได้ของประชาชนไม่เพิ่มขึ้น ชีวิตความเป็นอยู่ยังแร้นแค้น กระแสกดดันดังกล่าวส่งผลให้การประท้วงขยายตัวลุกลามจากกรุงย่างกุ้งออกไปหลายเมือง รวมทั้งเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 และเป้าหมายของการประท้วงการปรับขึ้นราคาน้ำมันได้กลายเป็นการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล โดยมีพระสงฆ์ซึ่งเคยมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้เพื่อให้พม่า พ้นจากการเป็นอาณานิคมของอังกฤษและอำนาจเผด็จการเป็นแกนนำ ต่อมาก็มีแม่ชีเข้าร่วมการชุมนุมด้วยเป็นครั้งแรก

การประท้วงในช่วงแรก    เป็นเพียงการเดินขบวนสวดมนต์เพื่อสันติภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของ   ประชาชนโดยมีการรวมตัวกันที่พระเจดีย์ชเวดากองและพระเจดีย์ซูเล ซึ่งเป็นศูนย์รวมทางด้านจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า แต่เมื่อมีนักศึกษาและประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มผู้ประท้วงจึงเริ่มเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการเจรจากับพรรคฝ่ายค้านเพื่อสร้างความปรองดองในชาติ และปล่อยตัวนักโทษการเมืองทั้งหมด รวมทั้งนางออง ซาน ซูจี ผู้นำเรียกร้องประชาธิปไตย และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมเดินขบวนต่อต้านรัฐบาลในกรุงย่างกุ้งมากถึง 100,000 คน มากที่สุดนับตั้งแต่เกิดการลุกฮือขึ้นต่อต้านรัฐบาลเมื่อปี 2531

การประท้วงครั้งล่าสุด  ทำให้รัฐบาลต้องออกประกาศเตือนพระสงฆ์ที่เข้าร่วมการประท้วงหลายพันคนไม่ให้เข้าร่วมในกิจที่ไม่เกี่ยวกับพระและกลับวัดโดยเร็ว ทางการพม่ายังได้ส่งรถบรรทุกทหารเต็มคันประมาณ 10 คันเตรียมพร้อมรักษาความปลอดภัยตามถนนสายสำคัญต่างๆ แต่กลุ่มผู้ประท้วงก็ไม่ได้ให้ความสนใจต่อการประกาศเตือนของรัฐบาลแต่อย่างใด และเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา รัฐบาลได้ออกคำสั่งห้ามการชุมนุมในกรุงย่างกุ้งและเมืองมัณฑะเลย์เกินกว่า 5 คน พร้อมกับประกาศห้ามประชาชนออกนอกเคหะสถานตั้งแต่เวลา 21.00 น.- 05.00 น. เป็นเวลานาน 60 วัน และมีรายงานว่า มีการสั่งย้ายสถานที่กักบริเวณนางซูจี จากบ้านพักไปยังเรือนจำอิน เส่งด้วย ขณะที่กองกำลังความมั่นคงได้เคลื่อนกำลังเข้าไปดูแลบริเวณโดยรอบพระเจดีย์ชเวดากองและซูเลด้วย แต่ก็ไม่สามารถยับยั้งการชุมชนของเหล่า

             พระสงฆ์ นักศึกษาและประชาชนที่รวมตัวกันชุมนุมอีกมากถึง 100,000 คนเมื่อวานนี้ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาความมั่นคงใช้กระบอง แก๊สน้ำตา ยิงปืนเตือน ก่อนที่จะยิงขู่เพื่อสลายการชุมนุม แต่ต่อมา พระสงฆ์และประชาชนก็กลับมารวมตัวประท้วงอีกประมาณ 10,000 คน ซึ่งแหล่งข่าวจากโรงพยาบาลและวัดแจ้งว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้มีพระมรณภาพ 2 รูป ประชาชนเสียชีวิต 1 คน และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ มีพระสงฆ์รวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังมีข่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวพระสงฆ์ไปหลายสิบรูป แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันตัวเลขทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ประท้วงยังยืนกรานที่จะจัดการประท้วงต่อไปจนกว่าจะได้มาซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและรัฐบาลยุติการกดขี่ข่มเหงประชาชน
ขณะที่รัฐบาลพม่าได้ออกแถลงการณ์ผ่านทางโทรทัศน์ว่า เจ้าหน้าที่ได้พยายามใช้มาตรการที่นุ่มนวลที่สุดคลี่คลายสถานการณ์เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่ไม่พึงปรารถนาและปกป้องชีวิตของประชาชน

อย่างไรก็ตาม       คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งจัดการประชุมฉุกเฉิน เมื่อเวลา 02.00 น. ที่ผ่านมาได้แถลงเรียกร้องให้คณะผู้ปกครองทหารของพม่ายินยอมให้นายอิบราฮิม กัมบารี ผู้แทนของสหประชาชาติเดินทางเข้าพม่าโดยเร็วที่สุด พร้อมกับใช้ความยับยั้งชั่งใจในการแก้ปัญหาการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาล แต่ไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการประณาม และยังไม่ได้พิจารณามาตรการลงโทษพม่าด้วย ในขณะที่จีนยืนกรานว่า การออกมาตรการลงโทษพม่าไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาและจะไม่ช่วยให้สถานการณ์ในพม่าคลี่คลายลง ส่วนรัสเซียเห็นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพม่าเป็นกิจการภายในและรัสเซียเชื่อว่า สถานการณ์จะกลับสู่สภาพปกติในเร็วนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้สหรัฐและสหภาพยุโรปได้ประกาศที่จะใช้มาตรการลงโทพม่าที่เข้มงวดยิ่งขึ้น พร้อมกับขอให้จีน อินเดียและสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออก เฉียงใต้หรืออาเซียนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพม่าทั้งทางด้านการทหารและการเมืองใช้อิทธิพลโน้มน้าวให้รัฐบาลทหารพม่าผ่อนปรนนโยบายแข็งกร้าวและยุติการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงด้วย ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองแสดงความเห็นว่า หากมีการเพิ่มมาตรการลงโทษพม่าอย่างเข้มงวดแล้ว ก็ควรจะต้องใช้มาตรการทางทูตเพิ่มความกดดัน โดยเฉพาะจากจีน อินเดียและอาเซียนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและเกิดผลที่เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น .

http://www.loxonline.com

  สาเหตุการประท้วงในประเทศพม่า

              สถานการณ์การชุมนุมในประเทศพม่า เกิดขึ้นเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา รัฐบาลทหารพม่าซึ่งผูกขาดการจำหน่ายเชื้อเพลิงแต่เพียงผู้เดียว และเคยให้เงินอุดหนุนเพื่อพยุงราคาน้ำมัน ได้ขึ้นราคาดีเซลจากเดิม 1,500 จ๊าต หรือราว 38 บาท เป็น 3,000 จ๊าตหรือ 76 บาท ต่อแกลลอน หรือประมาณ 3 ลิตรกว่า ๆ ส่วนก๊าซชนิดบรรจุถังขนาด 65 ลิตร ขึ้นราคาจาก 500 จ๊าต หรือประมาณ 13 บาท เป็น 2,500 จ๊าต หรือประมาณ 64 บาท แม้จะไม่มีการให้เหตุผลของการขึ้นราคาอย่างกระทันหันออกมาอย่างเป็นทางการ แต่หลายคนก็เชื่อว่าเป็นเพราะรัฐบาลขาดแคลนเงินตราต่างประเทศที่จะนำไปซื้อเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ พม่าประสบภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงเนื่องจากต้องจำกัดการผลิตน้ำมันภายในประเทศและมีปัญหาเรื่องเงินทุนสำรองต่างประเทศ โดยมีการขึ้นราคาเชื้อเพลิงในพม่ามีขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2548 

จากการขึ้นราคาน้ำมันดังกล่าวทำให้มีประชาชนจำนวนมาก นำโดยนายมิน โก นาย ออกมาเดินขบวนประท้วงที่เมืองย่างกุ้งเป็นกลุ่มแรก เนื่องจากการขึ้นราคาน้ำมันสะท้อนให้เห็นความยากลำบากที่ประชาชนกำลังเผชิญหน้าอยู่ ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถจ่ายค่าโดยสารรถเมล์และแท็กซี่ได้ ต่อมาก็มีประชาชนออกมาเคลื่อนไหวเป็นระยะ สาเหตุของการออกมาประท้วงของประชาชนยังเป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่รัฐบาลทหารพม่าได้ปราบปรามเข่นฆ่าประชาชนชาวพม่าและชนกลุ่มน้อยผู้บริสุทธิ์ การจับกุมคุมขังผู้นำนักศึกษา นักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย รวมทั้งนางอองซานซูจี นับตั้งแต่ปี 2531 เป็นต้นมา ได้ปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปัญหาทั้งทางเศรษฐกิจที่ทับถมทบทวีความอดอยากยากจน ในขณะที่ชนชั้นนำในรัฐบาลกลับร่ำรวยแตกต่างราวฟ้ากับดิน  แต่จุดเปลี่ยนที่สำคัญ คือ ในระหว่างนั้นเองรัฐบาลทหารพม่าได้มีการจับกุมผู้ประท้วงจำนวนมาก จนทำให้ประชาชนหลายคนทนไม่ไหวออกมาประท้วงเพิ่มขึ้น ประกอบกับในระหว่างนั้นเองเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2550 มีพระสงฆ์กลุ่มหนึ่งในอำเภอปะโคะกู่ ศูนย์กลางสำคัญของการเรียนรู้ของศาสนาพุทธ ที่ออกมาประท้วงได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารเข้าสลายการประท้วง และเกิดการปะทะกันขึ้น ทำให้พระจำนวน 3 รูปถูกเจ้าหน้าที่ทำร้ายจนได้รับความบาดเจ็บ โดยผู้ดูแลเจดีย์ Phaungdawoo ซึ่งเห็นเหตุการณ์เล่าว่า พระจำนวนสามรูปถูกทางเจ้าหน้าที่มัดตัวติดไว้กับเสาไฟฟ้าและตีด้วยด้ามปืนและดิ้ว โดยพระรูปหนึ่งชื่อพระอูส่านดิมะ (U Sandima) ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างหนัก ขณะที่มีข่าวลือว่าพระรูปหนึ่งได้รับบาดเจ็บจนเสียชีวิต โดยพบว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารส่วนใหญ่เป็นการรวมตัวของสมาคมเอกภาพและกลุ่ม paramilitary group Swan Arr Shin เพื่อเข้าขัดขวางกลุ่มผู้ประท้วง ทำให้พระสงฆ์ในกลุ่มเกิดความโกรธแค้นไม่พอใจเจ้าหน้าที่ จนในที่สุดพระสงฆ์บางรูปได้บุกเข้าไปทำลายร้านค้าของชาวบ้านที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลเผด็จการทหารพม่าที่เมืองพะโค ทางตะวันออกเฉียงเหนือของย่างกุ้ง นี้ยังไม่นับกรณีที่รัฐบาลทหารพม่ายังได้ใช้แก๊สน้ำตา ยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อขู่พระสงฆ์ประมาณ 1,000 รูปที่เดินขบวนประท้วงในเมืองซิททเว(Sittwe)ให้ยุติการประท้วง หรือการที่ทางการพม่าในเมืองมิตจีนา เมืองหลวงของรัฐคะฉิ่นได้สั่งห้ามพระสงฆ์ออกจากวัด เนื่องจากพระสงฆ์ในเมืองมิตจีนาได้ออกมาเดินขบวนประท้วงให้รัฐบาลขอขมาที่ใช้ความรุนแรงสลายการประท้วงของพระสงฆ์ในอำเภอปะโคะกู่ด้วย

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวทำให้พระสงฆ์จำนวนมากในประเทศพม่าขู่ที่จะไม่รับบาตรจากทหาร จนกว่ารัฐบาลทหารจะยอมขอโทษที่ทำร้ายร่างกายพระสงฆ์ในวันที่ 17 กันยายน การไม่รับบาตรจากทหารถือเป็นการประท้วงที่รุนแรงมากต่อกองทัพ แต่พอถึงวันที่ 17 รัฐบาลก็ไม่ยอมขอขมาต่อพระสงฆ์ ทำให้กลุ่มพระสงฆ์กลุ่มดังกล่าวเรียกร้องให้พระสงฆ์ทั่วประเทศงดรับบิณฑบาตและของถวายจากคณะรัฐบาลทหารพม่าตั้งแต่วันที่ 17 กันยายนเป็นต้นไป พร้อมทั้งเรียกร้องให้พระสงฆ์เริ่มทำการประท้วงในวันอังคารที่ 18 กันยายนต่อเนื่อง

Burma Peace Group ฉบับที่ 1: สาเหตุการประท้วงในประเทศพม่าและบทวิเคราะห์กรณีที่พระสงฆ์ออกมาเคลื่อนไหว 

Friday, 05 October 2007 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12
DrDanai วันที่ : 20/11/2007 เวลา : 23.52 น.
http://www.oknation.net/blog/DNT

ผมยังเห็นว่า
1.การเมืองเป็นเรื่อง ของอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นทหาร พลเรือน ศาสนา ล้วนแล้วตกอยู่กับการปกป้องอำนาจและสถานะแห่งผลประโยชน์ของกลุ่มตน
2.ปัจจุบัน สิ่งต่อไปนี้ เงิน ปืน เทคโนโลยี น้ำมัน และ ความรู้-โนว์ฮาว์ ยังเป็นคำตอบของการนำสู่เส้นทางของอำนาจได้ทุกประเทศ
3.พม่าเป็นที่ ๆ มีทรัพยากรมาก จึงเป็นที่ต้องการของชาติมหาอำนาจ ซึ่งไม่แน่ใจว่า อาจจะมีแร่ธาตุสำคัญด้านอาวุธ หรือ น้ำมัน
ความคิดเห็นที่ 11
red_ant วันที่ : 20/11/2007 เวลา : 17.29 น.
http://www.oknation.net/blog/captant
 Iไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา...ไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไปI

-ในยุคนี้ผู้ใดครอบครอง ข้อมูลข่าวสาร และข่าวกรองได้ผู้นั้นมีอำนาจ
-เคยทราบมาว่า หน่วยข่าวกรองพม่าติด 1 ใน 10 ของโลกเก่งพอกับประเทศมหาอำนาจเลยครับ
-คนพม่าประท้วงต้องการผู้นำทางจิตใจ
-ผมชื่นชมคนไทยมากกว่าในต่อสู้ แม้ว่าจะรักสงบแต่ก็สู้ยิบตาเมื่อถึงคราวที่จะต้องสู้ครับ
ความคิดเห็นที่ 10
มหาเนชั่น วันที่ : 19/11/2007 เวลา : 21.53 น.
http://www.oknation.net/blog/mhanation

ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องพม่าด้านอื่นมากนักครับ นอกจากด้านพระพุทธศาสนา แต่เท่าที่จะมีข้อมูลในหัวอยู่บ้างก็เรื่องน้ำมันน่าจะเป็นประเด็นสำคัญเพราะว่าพม่ายังมีแหล่งน้ำมันอยู่มากถ้าข้อมูลไม่ผิดนะ
ความคิดเห็นที่ 9
สายสืบภาคประชาชน วันที่ : 19/11/2007 เวลา : 18.42 น.
http://www.oknation.net/blog/Anti-Corruption

อย่างไรก็ตาม พูดถึงเรื่องทฤษฎี ผมเชื่อในทฤษฎีเก่าที่ว่า ผู้ใดครองเทคโลโลยี ผู้นั้นครองอำนาจ รวมทั้งทฤษฎีใหม่ที่ว่า ผู้ใดครองสื่อ ผู้นั้นครองอำนาจ และทฤษฎีใหม่กว่าที่ว่า ผู้ใดครองพลังงาน ผู้นั้นครองโลกครับ...
ความคิดเห็นที่ 8
Dogstar วันที่ : 19/11/2007 เวลา : 17.06 น.
http://www.oknation.net/blog/dogstar

การที่พม่ามีแต่ความวุ่นวายต้องโทษมาแต่สมัยอังกฤษโน่นนนะคะ
ทําเอาวุ่นไปทั่วด้วยนโยบายแบ่งแยกและปกครอง
ตั้งแต่แถบอาหรับก้มีอังกฤษไปปกครองแบ่งเป้นส่วนๆแล้วเอา
พวกหัวหน้าแห่งหนึ่งไปปกครองอีกแห่งและยุให้รบกันเอง
โดยที่ตัวเองหนุนหลังเหมือนกับพม่า สัญาว่าจะให้แคว้นเล็กแคว้นน้อย
เป้นอิสระปกครองกันเองแต่พอให้เอกราชพม่าแล็วก้ลืมเสียดื้อๆ
ดูแต่อินเดียก้ต้องแตกเป็นสามประเทศปากีฯเอย บังกลาฯเอย
เขาอยุ่กันดีๆพอพวกมหาอํานาจเข้าไปต้องรบกันนองเลือดสร้างปัญหาแต่ไม่ยอมแก้
คนที่เคยเป้นพี่เลี้ยงของด้อกสตาร์บอกว่าบุญของคนไทยที่มีพระเจ้าอยุ่
หัวเป้นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจคนพม่าไม่มีใครสักคน พวกไทยใหญ่ถ้ามีลูกชายต้องให้บวชพระหนีทหาร เวลาทหารพม่าจะปราบชนกลุ่มน้อยก้จะมาเกณท์ชาวบ้านไปเป็นลูกหาบช่วยพวกทหารไม่ได้เงินไม่มีอาหารเลี้ยง
dogstar ว่ายังต้องใช้เวลาอีกนานปีที่จะเปลี่ยนการปกครองในพม่า
นางอองซาน ซูจีเผลอๆอาจจะตายไปเสียก่อนที่จะเห็นพม่าเป็นประชาธิปไตย
ยากค่ะยากมาก ถ้าเปลี่ยนการปกครองล้มรัฐบาลทหารได้คิดว่าคงจะมีการนองเลือดใหญ่แบบที่ไม่กล้าคิดเลยและคนแต่ละรับของพม่าก็เป็นเอกเทศยึดผลประโยชน์ของตัวเป้นหลักไม่ได้คิดว่าเป้นอันหนึ่งอันเดียวกัน It 's very long road to go.
ความคิดเห็นที่ 7
บิสกิตโรล วันที่ : 19/11/2007 เวลา : 16.40 น.
http://www.oknation.net/blog/administrative

หนูขอขอบคุณสำหรับทุกๆๆความคิดเห็นนะ ทุกความคิดเห็นนั้นสำคัญต่อหนูมาก
ความคิดเห็นที่ 6
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 19/11/2007 เวลา : 16.06 น.
http://www.oknation.net/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

การปกครองแบบๆไหนดี เพลโตกับอริสโตเติล ถกกันมาเมื่อราว ๓,๐๐๐ ปีมาแล้วครับ ผมเชื่อว่าไม่มีทฤษฏีใดเหมาะกับแผ่นดินใดโดยเฉพาะ เพราะแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน คงต้องใช้หลายทฤษฎีเป็นยารักษาโรค แต่สุดท้ายกระบี่อยู่ทีใจครับ
ความคิดเห็นที่ 5
wullopp วันที่ : 19/11/2007 เวลา : 14.32 น.
http://www.oknation.net/blog/health2you

ทีนี้ถ้าพูดถึงทฤษฎีสงครามแล้ว... เราไม่ควรลืมว่า จีนสะสมอาวุธมากมาย แล้วจีนจะทำอะไรกับกองทัพขนาดยักษ์ (กองทัพบกน่าจะมีอานุภาพสูงที่สุดในโลกก็ว่าได้)... // ทฤษฎีสงครามหนึ่งกล่าวถึงช่องแคบทางทะเลว่า ใครคุมช่องแคบได้ คนนั้นจะชนะสงคราม // ทุกวันนี้ช่องแคบมะละกากำลังแออัด และบอบบาง เช่น อาจมีผู้ก่อการร้ายทำการจมเรือปิดช่องแคบ หรือใช้ระเบิดทำลายท่าเรือ ฯลฯ // ทุกวันนี้... ประเทศที่อาจจะเป็น "ทางเลือก" ของทางผ่านแทนช่องแคบมะละกาที่สำคัญคือ ยุทธศาสตร์ "คอคอดกระ" ที่จะผ่านไทยหรือพม่า > พม่ากับไทยจึงเสี่ยงมากๆ ที่จะถูกรุกรานในระยะยาว เพื่อใช้เป็นทางผ่านแทนช่องแคบมะละกา... // ขอให้ทหารพม่า และประชาชนพม่ามีความสุข มีความเจริญ และได้สำนึกทางจริยธรรม รีบแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไปโดยทุกคนทุกฝ่ายเดือดร้อนน้อยที่สุด... ขอให้พม่ามีความสุข ความสงบ และความเจริญสืบไปครับ //
ความคิดเห็นที่ 4
wullopp วันที่ : 19/11/2007 เวลา : 14.26 น.
http://www.oknation.net/blog/health2you

เรียนคุณบิสกิตโรล... ผมมองเรื่องนี้แบบหนังสือ 'The third wave' หรือ "คลื่นลูกที่สาม" ของอัลวิน ทอฟฟ์เลอร์ // ท่านกล่าวว่า สงครามมี 3 ยุค / (1). ยุคเกษตร > ใช้แรง+อาวุธพื้นฐาน เช่น หอก ดาบ ช้าง ม้า ฯลฯ... ยุคนี้ผู้ชายตัวใหญ่ แรงดี ขี่ม้าเก่ง ยิงธนูไกลจะได้เปรียบ / (2). ยุคอุตสาหกรรม > ใช้เทคโนโลยี เช่น เรือปืน ปืนกล ปืนใหญ่ ฯลฯ > ยุคนี้คือ ยุคล่าอาณานิคม / (3). ยุคข้อมูลข่าวสาร + กฎหมาย + เงิน > ยุคนี้ใครกุมสื่อมวลชน + เงินมาก หรือคุมระบบยุติธรรมได้จะชนะ // ทหารพม่าได้รับชัยชนะเด็ดขาดมาแล้วในการรบยุคที่ 2 นั่นคือ มีอาวุธในมือ + มีอำนาจ + มีแก๊สธรรมชาติที่ทำเพื่อนบ้านหัวหด สยบราบคาบ... // พระและประชาชนพม่าซึ่งมีแต่กำลังใจดูน่าจะแพ้แล้ว ทว่า... กลับชนะในสงครามสื่อมวลชนทั่วโลกได้ โดยเฉพาะบนโลกอินเตอร์เน็ต และ TV // การประท้วงในพม่าครั้งนี้... (1). ทหารพม่าชนะการรบไปแล้ว (2). พระและประชาชนพม่าชนะสงครามสื่อมวลชน... // ถ้าทหารพม่าฆ่าคนพม่าให้หมดประเทศไม่ได้... ระยะยาวพระและประชาชนจะชนะครับ... // ประวัติศาสตร์อนาคตของพม่า (future history of Myanmar) บอกเราว่า คนที่ชนะสงครามข้อมูลข่าวสารจะชนะในการต่อสู้ที่ยืดเยื้อยาวนาน...
ความคิดเห็นที่ 3
wullopp วันที่ : 19/11/2007 เวลา : 14.17 น.
http://www.oknation.net/blog/health2you

คุณเป๊ปซี่ให้ข้อคิดเห็นว่า ทำไมราคาน้ำมันในพม่า 25 บาท แต่ขายกัน 40 บาทต่อลิตร // ผมขอเรียนเสนอว่า ระบบปันส่วนน้ำมันของพม่าส่วนใหญ่ไม่ค่อยพอใช้... คนส่วนหนึ่งถือครองรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ไว้ เพื่อใช้สิทธิ์ในการปันส่วนน้ำมัน แล้วนำไปขายต่อในตลาดมือ (ยกเว้นในย่างกุ้ง ห้ามประชาชนใช้มอเตอร์ไซค์ นัยว่า เพื่อป้องกันการประท้วง) // ผมเคยไปรอคิวปันส่วนน้ำมันมาแล้วที่ชานเมืองมัณฑเลย์ ตอนนั้นจ้างแท็กซี่ไป-กลับพุกาม... ตลาดมืดอยู่ในเมืองมัณฑเลย์ตามตึกแถว เวลาไฟไหม้เลยดุเดือดหน่อย...
ความคิดเห็นที่ 2
wullopp วันที่ : 19/11/2007 เวลา : 14.12 น.
http://www.oknation.net/blog/health2you

ขอขอบคุณ... คุณบิสกิตโรล // แวะไปโหวตให้อีก 1 คะแนน แล้วค่อยมาให้ข้อคิดเห็น...
ความคิดเห็นที่ 1
เป๊ปซี่ วันที่ : 19/11/2007 เวลา : 10.41 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8

76 บาท ต่อ 3 ลิตร....ตกลิตรละ 25 บาท...ถูกกว่าน้ำมันในไทยอีกครับนะเนี่ย....!!!
แต่เท่าที่ผมรู้มาน้ำดีเซลในประเทศพม่าจะตกราวลิตรละ 40 บาท....ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร....ช่วยหาข้อพิสูจน์หน่อยครับ...
การบอยคอตจากต่างประเทศคงทำได้ไม่เต็มที่....ตราบใดที่ชาวพม่าเองยังไม่มีพลังพอที่จะต่อสู้....แม้จะทราบดีว่าพี่เบิ้มสองยักษ์ใหญ่อย่างจีนกับอินเดียให้การสนับสนุนอยู่...รวมทั้งชาติในอาเซียนอีก....แต่ทั้งนี้ก็ยังมีประเทศอื่นๆที่เข้าไปทำมาหากินในพม่าอีกมากมายทั้งญี่ปุ่นและประเทศตัวตั้งตัวตีอย่างดี เช่น อเมริกา ....ทั้งนี้เพราะทุกประเทศก็ยังไม่อยากจะเป็นหนังหน้าไฟ....หากทำเป็นเก่งกาจไม่คบหาสมาคมกับพม่าถอนการลงทุนในพม่า...ในขณะที่ชาติอื่นมือถือสากปากถือศีล....เข้ามะรุมมะตุ้มกินเค้กก้อนโตอยู่....โดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งมีพรมแดนติดกัน....มีการทำมาหากินค้าขายกับพม่าอยู่ในระดับหลายหมื่นล้านบาทต่อปี...ที่สำคัญเราได้กำไรและไม่มีการกีดกันการค้าเหมือนในยุโรปและอเมริกา....ชาวพม่าเองยังเข้ามาทดแทนแรงงานชั้นล่างแทนชาวอีสานดั้งเดิมที่เดี๋ยวนี้ไม่ยอมเป็นกรรมกรกันแล้ว..สินค้าไทยที่ส่งไปขายในพม่าถือเป็นสินค้าชั้นดีคนมีฐานะเท่านั้นที่จะซื้อใช้....คนมีสตางค์น้อยต้องไปซื้อของอินเดียและจีนแทน...ฉะนั้น การที่จะให้ไทยเป็นหัวหอกในเรื่องนี้ต้องคิดดูดีๆและคิดให้รอบคอบให้ทันเล่ห์เหลี่ยมการเมืองการค้าของประเทศยักษ์ใหญ่เหล่านั้นด้วย.....
แสดงความคิดเห็น

  ล๊อกอินเข้าสู้ระบบ คลิกที่นี่   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณ OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

รัฐซ้อนรัฐ ในกรอบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กับรัฐไทย

รัฐซ้อนรัฐ ในกรอบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กับรัฐไทย

View All
<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30