พิมพ์หน้านี้
|
อะไรคือผลประโยชน์ของจีนในพม่า มองจีนมองไทย : ดร. เหตุการณ์ความไม่สงบในพม่าที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ประท้วงที่บานปลาย จนเกิดการใช้กำลังเข้าปราบปรามผู้ชุมนุม ไม่มีใครรู้ว่าจะจบลงอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่หลายฝ่ายคาดหวังและเรียกร้อง คือ การขอให้รัฐบาลจีนเข้ามามีบทบาท และเป็นตัวแปรสำคัญในการยุติสถานการณ์ความรุนแรงครั้งนี้ เป็นที่รู้กันในแวดวงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศว่า รัฐบาลจีนได้ให้การสนับสนุนรัฐบาลทหารพม่า และได้กลายเป็นพันธมิตรที่มีความใกล้ชิดที่สุดของพม่า ทำให้หลายประเทศ เช่น สหรัฐ และกลุ่มสหภาพยุโรป ได้ออกมาเรียกร้องและต้องการให้ทางการจีนเข้ามามีบทบาท เพื่อเตือนให้พม่ายุติการใช้ความรุนแรงกับประชาชน เสียงเรียกร้องจากนานาชาติ ทำให้ปัญหาของพม่าในขณะนี้ ได้กลายเป็นโจทย์ท้าทายทางการทูตครั้งสำคัญของผู้นำจีน แม้ว่าโฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน ได้เริ่มออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลทหารพม่าใช้ความอดกลั้นในการรับมือการประท้วง แต่จีนก็มิได้ประณามการใช้กำลังกวาดล้างผู้ชุมนุม และจีนยืนยันในนโยบายไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น ขณะที่รัฐบาลนานาประเทศกลับมีท่าทีต่อเหตุการณ์ในพม่า ที่ค่อนข้างจะตรงไปตรงมามากกว่าจีน ทำไมท่าทีของรัฐบาลจีนต่อพม่าจึงช่างนุ่มนวล (นุ่มนิ่ม) เช่นนี้ ทำให้เกิดคำถามตัวโตๆ ว่า อะไรคือผลประโยชน์ของจีนในพม่า ก่อนที่จะตอบคำถามข้างต้นนี้ คงต้องขอออกตัวก่อนว่า ดิฉันไม่ใช่นักรัฐศาสตร์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่จากประสบการณ์ในการเดินทางไปเก็บข้อมูล และสำรวจภาคสนามเส้นทางเชื่อมโยงไทย-พม่า-จีนตอนใต้ โดยผ่านเส้นทางถนน R3W ในพม่า (เส้นทางแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก-เชียงตุง-เมืองลา-ต้าหลั่ว-เชียงรุ่ง) และการเดินทางโดยเรือสินค้าจีนล่องมาตามแม่น้ำโขง โดยลัดเลาะพรมแดนของพม่า รวมทั้งข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์และพูดคุยกับนักวิชาการจีนในยูนนาน และนักวิชาการพม่าที่ได้เคยร่วมเวทีสัมมนาระหว่างประเทศด้วยกัน ทำให้พอจะมีข้อมูลของภาพความสำคัญของพม่า ในสายตาจีน มาเล่าสู่กันฟังในคอลัมน์วันนี้ค่ะ ในเชิงยุทธศาสตร์ พม่า ประเทศเพื่อนบ้านทางตอนใต้ของจีน เป็นทางออกทะเลด้านมหาสมุทรอินเดียที่สำคัญของจีนตอนใน และเป็นเส้นทางเลือกสำหรับการขนส่งทรัพยากรน้ำมัน ซึ่งปัจจุบันจีนต้องอาศัยช่องแคบมะละกาเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น เส้นทางเดินเรือแห่งใหม่ ที่สามารถมาทดแทนช่องแคบมะละกา ย่อมจะเป็นทางเลือกทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญสำหรับจีนอย่างแน่นอน จีนยังต้องการเข้าถึงแหล่งก๊าซธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของพม่า เพื่อรองรับเศรษฐกิจที่โตวันโตคืน และกำลังกระหายพลังงานเป็นอย่างมากของจีน นอกจากนี้ จีน คงจะไม่สามารถมองข้ามพม่าในฐานะที่เป็นประเทศร่ำรวยไปด้วยทรัพยากรป่าไม้ แร่ธาตุ และทรัพยากรการเกษตรต่างๆ ซึ่งในปัจจุบัน จีนได้เริ่มเข้าไปทำสัญญาในลักษณะ contract farming เพื่อปลูกพืชเศรษฐกิจหลายชนิดในพม่า โดยเฉพาะพืชที่สำคัญที่สุด และอาจจะมีผลต่อประเทศไทยต่อไป คือ การขยายพื้นที่ปลูกยางพาราในพม่า โดยรัฐบาลจีนได้ให้การสนับสนุนการปลูกยางพาราเพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น หรือพืชที่นำไปผลิตยาเสพติดประเภทต่างๆ ผลประโยชน์ของจีนในพม่าจึงมีทั้งประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ในการออกสู่ทะเลทางมหาสมุทรอินเดีย และการเข้าไปเสาะแสวงหาแหล่งพลังงาน รวมทั้งวัตถุดิบเพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจจีนเอง ในด้านการค้า จากข้อมูลของสำนักงานศุลกากรแห่งชาติของจีน ในปีที่ผ่านมา (2006) การค้าระหว่างจีน-พม่า มีมูลค่าประมาณ 1,158 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นการส่งออกไปพม่าราว 936 ล้านดอลลาร์ และการนำเข้าจากพม่าประมาณ 222 ล้านดอลลาร์ จีนจึงเป็นฝ่ายเกินดุลจากการส่งออกไปพม่ามากกว่านำเข้าเกือบ 5 เท่า ส่วนการลงทุน จีนได้เข้าไปลงทุนในพม่าแล้วประมาณ 194 ล้านดอลลาร์ และรัฐบาลจีนยังได้ให้เงินช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจแก่พม่าไปแล้ว กว่า 200 ล้านดอลลาร์ รวมทั้งการเข้าไปช่วยซ่อมแซม และสร้างถนน รางรถไฟ สนามบิน ท่าเรือ เขื่อนต่างๆ ทั่วทั้งประเทศพม่า และให้ความช่วยเหลือในโครงการพัฒนาต่างๆ เช่น แผนช่วยพม่าฟื้นฟูถนนยุทธศาสตร์สายสำคัญ ซึ่งจะเชื่อมโยงกับจีนตอนใต้ เพื่อเป็นเส้นทางออกสู่มหาสมุทรอินเดีย นอกจากนี้ พม่ายังได้กลายเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของมณฑลยูนนาน จากสถิติการค้ายูนนาน-พม่าพบว่า ยูนนาน (มณฑลที่ไม่มีทางออกทะเล) ได้มีการนำเข้าสินค้าอาหารทะเลและอัญมณี (หยก) จากพม่าเป็นมูลค่ามหาศาล โดยมีจุดการค้าสำคัญที่เขตเศรษฐกิจพิเศษรุ่ยลี่ของจีน ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนพม่า และนับตั้งแต่ปี 2001 สองประเทศนี้ได้มีการร่วมจัดงานแสดงสินค้าชายแดนจีน-พม่าเป็นประจำทุกปี โดยสลับกันเป็นเจ้าภาพ สรุปแล้ว แม้ว่าหลายประเทศกำลังเรียกร้องให้รัฐบาลจีนออกมามีบทบาทมากกว่านี้ ในการยับยั้งไม่ให้สถานการณ์ในพม่าบานปลาย หากแต่ผลประโยชน์อันมหาศาลของจีนในพม่า คงจะเป็นอีกหนึ่งคำอธิบายว่า ทำไมรัฐบาลจีนจึงไม่แสดงท่าทีที่แข็งกร้าวต่อพม่า (อย่างที่ควรจะเป็น) นะคะ หมายเหตุ พม่าเป็นประเทศแรกนอกค่ายคอมมิวนิสต์ ที่ประกาศรับรองประเทศจีน ในการเป็น "สาธารณรัฐประชาชนจีน" ในปี 1949 และพม่าเป็นประเทศแรกที่ทำสนธิสัญญามิตรภาพ และไม่รุกรานกัน และปักปันชายแดนกับจีนเสร็จในปี 1961 นอกจากนี้ พม่ายังเป็นประเทศแรกที่คงความสัมพันธ์กับจีนหลังการปฏิวัติทางวัฒนธรรมในปี 1977 http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2007q4/2007october04p2.htm |
| บิสกิตโรล | ||
กลุ่มที่ 11 คะ |
||
|
View All |
||
| รัฐซ้อนรัฐ ในกรอบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กับรัฐไทย | ||
รัฐซ้อนรัฐ ในกรอบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กับรัฐไทย |
||
|
View All |
||