• อาโป
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-10
  • จำนวนเรื่อง : 25
  • จำนวนผู้ชม : 5851
  • จำนวนผู้โหวต : 21
  • ส่ง msg :
<< ธันวาคม 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



more
วันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม 2551
สุข,ทุกข์.....อยู่ที่ใด
Posted by อาโป , ผู้อ่าน : 34 , 05:38:26 น.  
พิมพ์หน้านี้


  อันความสุขที่ประสบแก่คนทั้งหลายท่านแยกไว้เป็น ๒ คือ  สุขทุกข์ที่ท่านแสดงไว้มี ๒ คือ  สามิสสุข  สุขที่ประกอบด้วยอามิส  หรือที่มีเหยื่อเป็นเครื่องล่อ  ๑,  นิรามิสสุข  สุขที่ปราศจากอามิส  หรือที่ไม่มีเหยื่อเป็นเครื่องล่อ ๑;  สามิสทุกข์  ทุกข์ที่ประกอบด้วยอามิส ๑,  นิรามิสทุกข์  ทุกข์ที่ไม่ประกอบด้วยอามิส ๑.          อามิส  บางแห่งท่านแสดงว่า  รูป  เสียง   กลิ่น  รส  โผฏฐัพพะ  หรือนับธรรมเข....

อ่านต่อ

วันอังคาร ที่ 25 พฤศจิกายน 2551
....ปั้นทราย...สายลม
Posted by อาโป , ผู้อ่าน : 77 , 06:28:04 น.  
พิมพ์หน้านี้


.......ยิบดินปั้นก่อของชอบ.....ทะลายชังยิบน้ำปั้นฝน.......ให้แล้งหายยิบฟ้าปั้นเฆม.....ให้ร้อนคลายยิบกายปั้นรู้......ฤดูกาลฯ.....ยิบลมพัดผ่านให้หายร้อนยิบก้อนเนื้ออยาก.....ลากอาหารยิบหิวกินซาก......ทิ้งวานฯยิบทานความหิว.....วานทิ้งประทับตนฯ........................ ....

อ่านต่อ

วันเสาร์ ที่ 22 พฤศจิกายน 2551
......หลงโลก.....
Posted by อาโป , ผู้อ่าน : 77 , 08:50:28 น.  
พิมพ์หน้านี้


......หลงโลก.............ที่ทุ่งกว้างกลางนาขวัญ      หมู่กลุ่มเด็กน้อยนั่นเขาปั้นโลกด้วยความคิดจิตเศร้าโศก       เขาจะปั้นโลกใบใหม่ให้โสภี......อนิจจาข้านั่นมอง         เด็กน้อยต้องลมภูตผีเขาไม่เห็นโลกที่มี            เลยถากถางที่ให้ผีอ่ำฯ ....

อ่านต่อ

วันอาทิตย์ ที่ 16 พฤศจิกายน 2551
........รอยทางย่างเดิน
Posted by อาโป , ผู้อ่าน : 103 , 06:44:17 น.  
พิมพ์หน้านี้


....ล้อเกวียนเวียนหมุนรอยล้อก่อกฎบางเบาบางลดรอยล้อหดหายบางลึกรอยล้อเพราะตมอ่อนให้ร่องรอยหดหายแห้งแล้งกันด้านฯ.....นุ่มนวลมากนักขี้ปลักติดล้อแข็งด้านเกิดก่อรอยล้อหดหายเพียงพอ....พอดีดินลมน้ำไฟรอยล้อสดใสเดินไปด้วยธรรมฯhttp://84000.org/supatipanno/way.html....

อ่านต่อ

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน 2551
ฤดู......ดาว
Posted by อาโป , ผู้อ่าน : 98 , 08:51:29 น.  
พิมพ์หน้านี้


....ฤดูกาลย่อมผันเปลี่ยนเวียนตามเหตุหากไครเจตนาทุกข์ปลุกความฝันเติมความอยากลากพาหาเวียนวันใส่ความฝันอัตตาตัวกลัวความจริงฯ.....ดินกับน้ำลมกับแสงแรงผันแปรคิดกันแต่สมมุติตามนิยามฝันสร้างโลกาหานิยามความจริงกันเวียนผกผันวันคืนตื่นความจริงฯ.....ฤดูใจไหลตามกามสังคมนิยามนิยมขบกัดอัดกระแสสร้างพวงออกดอกช่อก้านน่าแลวันคืนแปลเปลียนทางร่วงร้างลาฯ ....

อ่านต่อ

วันอาทิตย์ ที่ 19 ตุลาคม 2551
สุภาษิต พระอาจารย์ประทานโลก
Posted by อาโป , ผู้อ่าน : 183 , 10:04:20 น.  
พิมพ์หน้านี้


 เมื่อกิเลส ไหลนอง ยึดครองโลก มันสุดแสน โสโครก ที่โกรกไหล เมื่อกระแส ไฟตัณหา ไหม้พาไป ทิ้งซากไว้ ระเกะระกะ อนิจจัง  กลับยกย่อง ว่านั้นสิ่ง ศิวิไลซ์ ยั่วความใคร่ เพิ่มเหยื่อ แก่เนื้อหนัง เป็นเครื่องล่อ กามา บ้าติดตัง ทั่วโลกครั้ง ก็ยิ่งคล้าย อบายภพ  ทั้งแก่เฒ่า สาวหนุ่ม ล้วนจมกาม เกลียดศีลธรรม เห็นเป็นหนาม ระคายขบ อาชญากรรม ลุกลาม สงครามครบ ร้อนตลบ โลกกิเลส สังเวชจริงฯhttp:....

อ่านต่อ

วันจันทร์ ที่ 13 ตุลาคม 2551
มัตตัญญู.....รู้ประมาณ ชีวิตพอเพียง
Posted by อาโป , ผู้อ่าน : 130 , 05:25:20 น.  
พิมพ์หน้านี้


     รู้ประมาณ  หรือมัตตัญญุตาความเป็นผู้รู้ประมาณ.  ประมาณหมายเอาพอเหมาะพอดี  เช่นจะทำอะไรก็ทำให้พอเหมาะพอดี  จะบริโภคปัจจัย ๔ก็ให้รู้จักประมาณว่าควรรับเพียงเท่านั้นควรบริโภคเท่านั้น  ควรจ่ายแจกเท่านั้น.  รู้จักความพอเหมาะพอดีในการรับ  ในการใช้  ตลอดถึงทำอะไรให้พอเหมาะพอดี  เรียกว่ามัตตัญญูผู้รู้ประมาณ  หรือ  มัตตัญญุตา  ความเป็นผู้รู้ประมาณ. ..................................................

อ่านต่อ

วันพุธ ที่ 24 กันยายน 2551
ฆราวาสธรรม
Posted by อาโป , ผู้อ่าน : 209 , 09:12:41 น.   | หมวดหมู่ : ให้ธาตุ-คืนทาง  
พิมพ์หน้านี้


 ฆราวาสธรรม  มี ๔ ประการคือ :  สัจจะ ซื่อสัตว์แก่กัน,  ทมะ รู้จักข่มจิตของตน, ขันติ อดทน,  จาคะ สละให้ปันสิ่งของ ๆ ตนแก่คนที่ควรให้ปัน.  ในธรรม ๔ ประการนั้น สัจจะ ข้อต้นเมื่อว่าตามศัพท์ ก็คือความจริง ถ้าจำแนกโดยอาการที่เป็นไปเป็น ๒ คือ  จริงวาจาอย่าง ๑ จริงใจอย่าง ๑. จริงวาจานั้น คือ เมื่อ....

อ่านต่อ

วันอังคาร ที่ 9 กันยายน 2551
ทุกขะ ชาติชรา
Posted by อาโป , ผู้อ่าน : 256 , 21:13:50 น.   | หมวดหมู่ : ธาตุ-ทาง  
พิมพ์หน้านี้


ทุกขะ ท่านหมายความสองอย่าง: อย่างหนึ่งหมายว่า ทนอยู่ไม่ได้คือทนอยู่อย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ ต้องแปรปรวนเปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอเหมือนอนิจจะหรืออนิจจตา ต่อเมื่อรวมเข้าเป็นตอน ๆ จึงเห็นได้ ส่วนที่เห็นได้เป็นตอน ๆ นั้น เป็นทุกขลักขณะ.อีกอย่างหนึ่ง ทุกข์ หมายถึงทุกขเวทนาคือกิริยาที่เสวยทุกข์ แต่ในสามัญญลักขณะนี้หมายถึงทุกข์อย่างต้น เพราะถ้าหมายถึงทุกขเวทนาก็ไม่ทั่วไปเพราะสุขเวทนาก็มี อทุกขเวทนาก....

อ่านต่อ


/3