
พิมพ์หน้านี้
|
บทบรรณาธิการ: คุณสมบัตินายกรัฐมนตรี Friday, January 04, 2008 02:59 แม้พรรคพลังประชาชน จะได้ ประกาศจัดตั้งรัฐบาลผสม ร่วมกับพรรคต่ำสิบอีก 3 พรรค ซึ่งมี ส.ส.รวมกัน 254 คน และสนับสนุนให้นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค พลังประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ก็ยัง มีปัญหาข้อกฎหมาย ที่นักกฎหมายยังถกเถียงกันอยู่ ว่านายสมัครมีคุณสมบัติครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่? มีทั้งฝ่ายที่เห็นว่าเป็นได้ และฝ่ายที่เห็นว่าเป็นไม่ได้ ในทางการเมือง นายสมัครอาจได้รับเลือกจากสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ของประเทศไทยได้ ถ้า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรอง ว่าได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. และได้รับการสนับสนุน จาก ส.ส.เกินกึ่งหนึ่ง แม้จะมีเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับคุณสมบัติด้านวุฒิภาวะความเป็นผู้นำ ว่าเหมาะสมหรือไม่ ในยุคที่สังคมเรียกร้องความสมัครสมานสามัคคี แต่ในทางกฎหมาย มีข้อเท็จจริงอยู่ว่า นายสมัครต้องคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ จำคุกเป็นเวลา 2 ปี ในความผิดฐานหมิ่นประมาท โดยไม่มีการรอลงอาญา และมีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 174 (4) ระบุว่า ผู้ที่จะเป็นรัฐมนตรี ต้อง ไม่เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุก โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึง 5 ปี ก่อนได้รับการ แต่งตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำ โดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ นักกฎหมายบางคนเห็นว่า นายสมัครมีคุณสมบัติที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้ เพราะเป็น ส.ส. แม้จะต้องคำพิพากษาให้จำคุก แต่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ซึ่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 182 (3) ยกเว้นไว้ว่า ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ต่อเมื่อต้องคำพิพากษาให้จำคุก เว้นแต่ในกรณี ที่คดียังไม่ถึงที่สุด หรือมีการรอการลงโทษ ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษหรือหมิ่นประมาท แต่นักกฎหมายอีกฝ่ายหนึ่งเห็น ว่า นายสมัครขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 174 (5) ซึ่งเป็นมาตราที่กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ของผู้ที่จะเข้าดำรง ตำแหน่งรัฐมนตรี เนื่องจากต้องคำพิพากษาให้จำคุก และยังไม่พ้นโทษจำคุก เพราะอยู่ในระหว่างการอุทธรณ์ และมาตรานี้ยกเว้นให้แต่ เฉพาะความผิด ที่กระทำโดยประมาท และลหุโทษ เท่านั้น ไม่ได้ยกเว้นความผิดฐานหมิ่นประมาท ยิ่งกว่านั้น นายสมัครยังถูก คตส. ชี้มูลความผิด ในคดีการจัดซื้อรถดับเพลิง กทม. อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ชี้ว่า ถ้าคดีนี้ไปถึง ป.ป.ช. เพื่อให้ไต่สวนตามกระบวนการถอดถอน ถ้า ป.ป.ช.มีมติว่าเป็นข้อกล่าวหาที่มีมูล แม้จะได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว นายสมัครก็จะต้องห้ามไม่ให้ ปฏิบัติหน้าที่อีกต่อไป แต่ถ้าคดีไปถึงศาลฎีกา ยังทำหน้าที่ได้จนกว่าจะมีคำพิพากษา คุณสมบัติและลักษณะไม่ต้องห้ามของการเป็นรัฐมนตรี อาจเป็นปัญหาข้อ กฎหมายที่ถกเถียงกันต่อไป และอาจจะมีผู้ยื่นเรื่องราวให้องค์กรใดองค์กรหนึ่ง เป็นผู้วินิจฉัย อาจจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอื่นๆที่มีอำนาจ กล่าวโดยสรุป แม้หัวหน้าพรรคพลังประชาชน จะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี ก็อาจยังมีวิบากกรรม เกี่ยวกับปัญหากฎหมาย อาจต้องเทียวขึ้นศาล หรือองค์กรอื่นที่เกี่ยวข้อง.--จบ-- ที่มา: http://www.thairath.co.th |