• อริยวรรต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : teensonline99@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-29
  • จำนวนเรื่อง : 118
  • จำนวนผู้ชม : 11849
  • จำนวนผู้โหวต : 17
  • ส่ง msg :
tutor_at_Simon_center พญาไท สุขุมวิท50
วิญญาณครูหรือวิญญาณเงิน แน่ใจหรือว่าจะมาเรียนให้ได้ดี
Permalink : http://www.oknation.net/blog/aj-simon
วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม 2551
thai politics เฉือนดินแดนไทย ความดัน ความเค็ม โป๊บ
Posted by อริยวรรต , ผู้อ่าน : 82 , 20:16:49 น.  
พิมพ์หน้านี้


Foreign investors say Thai politics is less stable than its neighbors
By Manager Online16 May 2008 17:51
       
May 16, 2008
Bangkok - Foreign investors wanted Thai government to deal with political stability, oil prices and economic problems respectively, according to a survey.
       
       Mr. Dusit Nonthanakorn, vice president of the Thai Chamber of Commerce, revealed 156 foreign investors were surveyed during May 12-14.
       
       13.6% expressed concerns over Thai politics while 10.7% over oil prices and 10.3% over economic problems.
       
       Most investors said Thai politics (5.4) was less stable than its neighbors like Singapore (7.3), Vietnam (6.6) and Malaysia (6.3).
       
       36.5% viewed Thai political situation was bad while 20.3% believed Thai politics affected the economic growth more than the oil prices.
       
       33.3% of investors delayed their investments in Thailand while 27.8% would invest in the fourth quarter.
       
       52.9% thought the economic growth rate would be medium in the next six months.

คนไทย 11 ล.เผชิญความดันฯ สูง สธ.เผยตาย ชม.ละ 5 ราย
โดย ผู้จัดการออนไลน์16 พฤษภาคม 2551 13:35 น.
       สธ.พบคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 11 ล้านคน กำลังเผชิญโรคความดันโลหิตสูง เสียชีวิตชั่วโมงละ 5 ราย ชี้โรคนี้ไม่มียารักษาหายขาด เตือนผู้ที่ยังไม่เป็นโรคให้ตรวจวัดความดันโลหิตทุกปี ลดกินอาหารเค็มจัด มันจัด ออกกำลังกาย หากมีอาการ “ปวดหัว เวียนหัว มึนงง เหนื่อยง่าย ตามัว หรือแน่นหน้าอก นอนไม่หลับ” ควรรีบพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
       
       นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า วันที่ 17 พฤษภาคม ทุกปี สมาพันธ์โรคความดันโลหิตสูงโลก กำหนดให้เป็นวันโรคความดันโลหิตสูงโลก เพื่อกระตุ้นเตือนให้ประชาชนตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ ป้องกันโรคความดันโลหิตสูงซึ่งได้รับการขนานนามว่า เป็นเพชฌฆาตเงียบ (Silent killer) เพราะโรคจะก่อตัวขึ้นทีละน้อย ค่อยเป็นค่อยไป ไม่แสดงอาการเหมือนการติดเชื้อโรค ทำให้เป็นโรคโดยไม่รู้ตัว เมื่อป่วยแล้วไม่มียารักษาหายขาด ขณะนี้คนทั่วโลกเป็นโรคความดันโลหิตสูง คือสูงกว่าระดับ 140/90 มิลลิเมตรปรอท ประมาณ 1,000 ล้านคน คาดอีก 17 ปี จำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มเป็น 1,600 ล้านคน
       
       ในส่วนของประเทศไทย ผลสำรวจสุขภาพครั้งล่าสุดในปี 2547 พบประชาชนที่มีอายุ 15 ขึ้นไปที่มีประมาณ 51 ล้านคน มีความดันโลหิตสูงเฉลี่ยร้อยละ 22 หรือมีประมาณ 11 ล้านคน กล่าวได้ว่า พบคนมีความดันโลหิตสูงได้ 1 คนในเกือบทุกๆ 5 คน กลุ่มที่ตรวจพบนี้ร้อยละ 71 ไม่เคยตรวจวัดความดันโลหิตมาก่อน และในผู้ที่เป็นโรคนี้มีการดูแลตัวเอง ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ระดับปกติไม่ถึงร้อยละ 20
       
       นพ.สุพรรณ กล่าวว่า โรคนี้หากไม่ได้รับการรักษาหรือควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ จะมีผลทำให้หลอดเลือดแดงตีบแคบลง มีผลร้ายแรงต่ออวัยวะสำคัญ คือ ไต หัวใจ สมอง โดยมีโอกาสเสียชีวิตจากหัวใจวาย ถึงร้อยละ 60-75 เนื่องจากหัวใจต้องทำงานหนักในการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย มีโอกาสเสียชีวิตจากเส้นเลือดสมองแตกหรืออุดตันร้อยละ 20-30 และมีโอกาสเสียชีวิตจากไตวายร้อยละ 5-10 ส่วนคนที่รอดชีวิตจะมีโอกาสเป็นอัมพาตมากกว่าคนที่ความดันโลหิตปกติถึง 5 เท่า เนื่องจากเนื้อสมองตาย โดยมีคนไทยเสียชีวิตจากผลพวงของโรคความดันโลหิตสูงปีละ 48,000 ราย เฉลี่ยชั่วโมงละ 5 ราย และมีคนไทยเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ประมาณ 250,000 คน
       
       ในการป้องกันโรคนี้ ประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปควรตรวจวัดความดันโลหิตทุกปี และสังเกตอาการผิดปกติในร่างกาย โดยอาการที่เป็นสัญญาณเตือนภัยว่าอาจเป็นโรคความดันโลหิตสูง ที่พบบ่อยได้แก่ ปวด วิงเวียนศีรษะ มึนงง ตาพร่ามัว เหนื่อยง่ายผิดปกติ หรือแน่นหน้าอก นอนไม่หลับ หากมีอาการเหล่านี้ ขอให้ไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อรับการตรวจและการดูแลรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งจะป้องกันไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมาภายหลัง นายแพทย์สุพรรณกล่าว
       
       กลุ่มที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ได้แก่ ผู้ที่อายุมากกว่า 40 ปี ผู้ที่กินอาหารรสเค็ม คือกินเกลือแกงมากกว่าวันละ 6 กรัมต่อวัน กินผักผลไม้น้อย ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ใช้ชีวิตแบบนั่งๆ นอนๆ ไม่ออกกำลังกาย หรือผู้ที่มีความเครียดเรื้อรัง คนอ้วน สำหรับผู้ที่เป็นโรคนี้แล้ว ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ไม่มียารักษาให้หายขาด มีเพียงยาควบคุมอาการ ซึ่งมีคนจำนวนมากที่เข้าใจผิดว่า โรคนี้รักษาหายขาด พอกินยาจนความดันโลหิตเป็นปกติแล้วก็เลิกกินยา ทำให้โรคกำเริบรุนแรงขึ้น เกิดปัญหาแทรกซ้อน อาการรุนแรงขั้นเสียชีวิตได้

เฉือนดินแดนไทยจ่ายเป็นค่าสัมปทาน!
โดย สิริอัญญา15 พฤษภาคม 2551 18:18 น.
หลังจากนายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้นำความเรื่องแผนอุบาทว์ที่จะยกอธิปไตยของชาติบริเวณเขาพระวิหารให้กับกัมพูชาเพื่อแลกกับการได้มาซึ่งสัมปทานแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยจากกัมพูชาของกลุ่มทุนการเมืองแล้ว ก็มีเสียงโหวกเหวกโวยวายกันเป็นการใหญ่
       
       พวกที่รักชาติก็โหวกเหวกโวยวายประณามก่นด่าพวกชั่วครองเมืองว่าผลาญแผ่นดิน ผลาญชาติ ในขณะที่ท่านนายกฯ สมัคร สุนทรเวช ซึ่งปัจจุบันนี้สื่อมวลชนขนานนามใหม่ว่าไอ้หัวถอก กับนายนพดล ปัทมะ ซึ่งสื่อมวลชนก็ได้ขนานนามว่าไอ้เหล่ ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเป็นเรื่องบ้า ๆ ทั้งนั้น จะไม่ยอมเสียดินแดนให้กับใครเป็นอันขาด
       
       ความสับสนก็เกิดขึ้น แต่ในที่สุดหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ประจำวันอังคารที่ 13 พฤษภาคม 2551 ก็ได้ต่อความยาวสาวความยืดในเรื่องนี้ โดยได้รายงานข่าวที่หนังสือพิมพ์เขมรไปสัมภาษณ์รัฐมนตรีเขมร ความว่าฝ่ายไทยได้ผูกเรื่องแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยเข้ากับเรื่องการแก้ไขปัญหาพิพาทดินแดนเขาพระวิหาร
       
       เป็นการตอกย้ำในสิ่งที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้พูดไว้ ซึ่งความจริงในวงการเขาก็รู้กันอยู่ทั่วไปว่าเป็นเช่นนั้น เป็นแต่ว่าสื่อมวลชนของรัฐพยายามปัดและบิดเบือนข่าวสารเรื่องนี้
       
       เพราะรู้ดีว่าคนไทยเรานั้นถึงจะชั่วจะดีอย่างไรก็ไม่มีใครยอมเสียดินแดนที่บรรพบุรุษไทยได้สร้างสมมาให้กับชาติอื่น ยิ่งเป็นการเสียดินแดนให้เป็นค่าสัมปทานเพื่อผลประโยชน์ที่เอกชนบางรายจะได้รับสัมปทานจากเขมรแล้วไม่มีใครยอมได้เป็นอันขาด และเห็นจะเกิดเรื่องแน่
       
       ดังนั้นการบิดเบือนบิดตะกูด รวมไปถึงการปิดปากคนสำคัญในกระทรวงการต่างประเทศ และความพยายามหาทางวางคนของตัวลงไปเพื่อไปทำงานเรื่องนี้ให้เป็นผลสำเร็จตามแบบประสาชั่วครองเมืองก็ยังคงดำเนินต่อไป
       
       ก็ต้องบอกกันไว้ตรงนี้ว่าถ้ายังปล่อยให้พวกชั่วครองเมืองทำการเรื่องนี้ไปเรื่อย ๆ ในที่สุดประเทศไทยก็จะเสียดินแดนครั้งใหม่ คือดินแดนพื้นที่เขาพระวิหารประมาณ 10 ตารางกิโลเมตร เพื่อจ่ายเป็นค่าสัมปทานแก่เขมร ตอบแทนที่เขมรจะให้สัมปทานแก่เอกชนไทยบางรายในการหาผลประโยชน์ในแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย
       
       มาทำความเข้าใจเรื่องนี้กันให้ถ่องแท้ เพราะเมื่อรู้เท่าทันความจริงแล้ว ใครก็จะหลอกลวงไม่ได้ แล้วจะได้ทำหน้าที่ปกปักรักษาดินแดนของบรรพบุรุษไทยเอาไว้สืบไป
       
       ซึ่งต้องทำความเข้าใจรวม 3 เรื่อง คือ เรื่องหลักกฎหมายปิดปากเรื่องหนึ่ง, เรื่องแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยเรื่องหนึ่ง และเรื่องดินแดนเขาพระวิหารที่กำลังจะถูกรวมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องขอจดทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกของเขมรอีกเรื่องหนึ่ง
       
       รับรองว่าถ้าเข้าใจ 3 เรื่องนี้ดีแล้วก็จะเข้าใจแผนอุบาทว์ชาติชั่วได้อย่างชัดเจน!
       
       เรื่องแรก คือเรื่องหลักกฎหมายปิดปาก ซึ่งมีหลักการใหญ่อันใช้บังคับในทางกฎหมายระหว่างประเทศว่า ถ้าประเทศใดอยู่ในวิสัยที่จะโต้แย้งคัดค้านข้อเท็จจริงใดแล้วเพิกเฉยไม่โต้แย้งคัดค้านข้อเท็จจริงนั้น ให้ถือว่าประเทศนั้นยอมรับข้อเท็จจริงนั้นแล้ว
       
       คำพิพากษาศาลโลกที่เป็นตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คือคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารนั่นแหละ ในเรื่องนี้ศาลโลกตัดสินว่าเมื่อครั้งที่ฝรั่งเศสยึดครองกัมพูชา และได้ทำแผนที่เขตแดนไทย-กัมพูชานั้น ได้ระบุว่าปราสาทพระวิหารอยู่ในดินแดนเขมร ซึ่งประเทศไทยไม่ได้คัดค้านหรือโต้แย้ง ดังนั้นจึงอาศัยหลักกฎหมายปิดปากนี้ตัดสินว่าปราสาทพระวิหารเป็นของเขมร
       
       เดชะบุญที่การทำแผนที่เขตแดนคราวนั้น ฝรั่งเศสไม่ได้ระบุปราสาทอีกหลายหลัง รวมทั้งทางขึ้น ตลอดจนดินแดนอันเป็นเขตเขาพระวิหารว่าเป็นของกัมพูชาด้วย ดังนั้นปราสาทเหล่านี้รวมทั้งทางขึ้นและดินแดนเขตเขาพระวิหารจึงยังคงเป็นของประเทศไทย
       
       ดินแดนอันเป็นบริเวณรวมของปราสาทเขาพระวิหารมีขนาดประมาณ 2.5 ตารางกิโลเมตร และยังมีพื้นที่รอบนอกอีกประมาณ 8 ตารางกิโลเมตร ซึ่งขณะนี้เป็นอุทยานแห่งชาติพระวิหาร จึงรวมเป็นพื้นที่ประมาณ 10.5 ตารางกิโลเมตร ยังคงเป็นดินแดนและอธิปไตยของประเทศไทย
       
       แต่ดินแดนส่วน 2.5 ตารางกิโลเมตรนั้นเขมรได้เข้ามาล้อมรั้ว ปลูกเพิงขายของ ตลอดจนปักธงเขมรเป็นบางส่วน และขณะนี้ก็ได้ว่าจ้างบริษัทญี่ปุ่นให้ทำแผนที่ภูมิประเทศที่ชัดเจน รวมพื้นที่ทั้ง 10.5 ตารางกิโลเมตรว่าเป็นดินแดนของเขมร
       
       ซึ่งขณะนี้แนวแผนที่ใหม่นี้ก็มีการแจกจ่ายให้กับสื่อมวลชนไทยบางราย และเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2551 สื่อมวลชนดังกล่าวก็ได้ตีพิมพ์แผนที่นั้นว่าอาณาเขต 10.5 ตารางกิโลเมตรนั้นเป็นดินแดนเขมรไปแล้ว
       
       สื่อมวลชนดังกล่าวอยู่ในเครือข่ายของกลุ่มการเมืองที่มีอำนาจอยู่ในปัจจุบันนี้ ไปดูกันเองก็แล้วกัน!
       
       ดังนั้นกองทัพไทยจึงร้อนใจในปัญหาการรุกล้ำอธิปไตยและเคยออกแถลงการณ์เรื่องนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ปัจจุบันนี้กลับถูกไอ้โม่งสั่งการให้สงบปากสงบคำนิ่งเฉยเสีย
       
       แต่นายทหารระดับสูงในกองบัญชาการทหารสูงสุดทนรับสภาพดังกล่าวไม่ไหว จึงได้ให้สัมภาษณ์คัดค้านและเร่งรัดให้รัฐบาลไทยจัดการปัญหาดินแดนส่วนนี้ เพราะหากเพิกเฉยต่อไปก็จะถูกกฎหมายระหว่างประเทศปิดปากและจะทำให้เสียดินแดน 10.5 ตารางกิโลเมตรนี้
       
       เรื่องที่สอง
เป็นเรื่องแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ซึ่งกฎหมายระหว่างประเทศถือว่าในน่านน้ำหรือทะเลหลวงห่างจากเขตแดนประเทศใดไม่เกิน 200 กิโลเมตรเป็นดินแดนของประเทศนั้น
       
       ปรากฏว่าในอ่าวไทยตรงจุดหนึ่งมีแหล่งก๊าซธรรมชาติที่มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เฉพาะมูลค่าที่นายนพดล ปัทมะ ยอมรับและแถลงแล้วคือ 5 ล้านล้านบาท ในขณะที่แหล่งข่าวบางแหล่งระบุว่ามูลค่าที่แท้จริงประมาณ 20 ล้านล้านบาท เป็นอย่างต่ำ
       
       แหล่งก๊าซธรรมชาติตรงจุดนี้อยู่ในระยะ 200 เมตรจากชายฝั่งของประเทศไทย และเขมรด้วย จึงเป็นพื้นที่ทับซ้อนและมีปัญหาพิพาทกันมานานแล้ว
       
       ในที่สุดทั้งสองประเทศก็ได้ใช้ต้นแบบการหาประโยชน์ร่วมกันแบบเดียวกับที่ไทยและมาเลเซียทำความตกลงแบ่งผลประโยชน์แหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยตรงจุดพื้นที่ทับซ้อนไทย-มาเลเซีย โดยแบ่งพื้นที่และให้แต่ละฝ่ายขุดเจาะก๊าซธรรมชาติไปใช้ได้ฝ่ายละครึ่ง คงเหลือแต่ว่าการแบ่งพื้นที่นั้นยังไม่แล้วเสร็จเรียบร้อย แต่หลักการใหญ่คือขุดเจาะไปใช้ฝ่ายละครึ่งนั้นตกลงกันเรียบร้อยแล้ว
       
       ฝ่ายไทยที่จะได้สัมปทานขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในส่วนของประเทศไทยก็คงเป็นบริษัทค้าน้ำมันใหญ่ที่ถูกแปรรูปจากรัฐวิสาหกิจไปให้ทุนการเมืองใหญ่ถือหุ้นนั่นแหละ ซึ่งต้องจับตาดูว่าผลประโยชน์มหาศาลนี้ประเทศไทยจะได้ค่าสัมปทานเท่าใดกันแน่
       
       แต่ในส่วนของเขมรนั้นมีหลายชาติขอสัมปทานขุดเจาะ แต่เขมรไม่สนใจรายอื่นเพราะมีนักลงทุนไทยบางรายเสนอให้ผลประโยชน์ดีกว่า คือนอกจากค่าสัมปทานเป็นตัวเงินเท่า ๆ กับที่ชาติอื่นให้แล้ว ยังแถมดินแดนอันเป็นอธิปไตยของประเทศไทยบริเวณเขาพระวิหารประมาณ 10.5 ตารางกิโลเมตร ให้เป็นค่าสัมปทานอีกโสตหนึ่งด้วย
       
       การเจรจาค้างอยู่เพราะมีการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 แต่ในพลันที่พรรคพลังประชาชนชนะเลือกตั้ง ก็นายกรัฐมนตรีเขมรนั่นแหละที่กระตือรือร้นส่งสาส์นแสดงความยินดีก่อนใคร ก็หวานหมูเขานี่! คือได้ทั้งค่าสัมปทาน ได้ทั้งดินแดนของประเทศไทย และได้ค่านิยมทางการเมืองภายในเขมรอีกส่วนหนึ่งด้วย
       
       นี่ไงที่ฝ่ายเขมรเขาระบุว่าฝ่ายไทยเป็นฝ่ายที่โยงสองเรื่อง คือเรื่องแหล่งก๊าซกับเรื่องเขาพระวิหารเข้าด้วยกัน
       
       เรื่องที่สาม คือเรื่องขอจดทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก เรื่องนี้เดิมรัฐบาลของทั้งสองประเทศตกลงกันว่าปราสาทพระวิหารเป็นของเขมร แต่ดินแดนเป็นของไทย ดังนั้นจะต้องยื่นขอจดมรดกโลกร่วมกันและได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน
       
       นั่นคือการใช้หลักการจัดการแก้ไขปัญหาอย่างเดียวกับการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนในทะเลนั่นเอง ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ทั้งสองฝ่ายก็เป็นเจ้าของเรื่องร่วมกัน ได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน และเป็นเรื่องที่ยอมรับได้
       
       ในการนี้ ประเทศไทยจะต้องยื่นขอจดทะเบียนมรดกโลกในเดือนกุมภาพันธ์ 2551 แต่เมื่อรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศเรื่องนี้ก็ถูกเหยียบจมธรณีไว้ จนกระทั่งใครบางคนออกมาแถลงข่าวว่าการจดทะเบียนมรดกโลกไทยไม่เกี่ยว ให้เขมรจดไปฝ่ายเดียว
       
       โดยผลทางกฎหมายคือไทยสละสิทธิ์และอธิปไตยเหนือดินแดน 10.5 ตารางกิโลเมตร โดยหลักกฎหมายปิดปาก ให้เขมรเป็นเจ้าของทั้งปราสาทพระวิหาร รวมทั้งปราสาทอื่นและทางขึ้น และรวมทั้งดินแดน 10.5 ตารางกิโลเมตรไปแต่ฝ่ายเดียว
       
       เขมรย่อมยินดีแน่ เพราะได้ดินแดนและได้ครอบครองดินแดนอันเป็นที่ตั้งปราสาทพระวิหาร รวมทั้งพื้นที่ข้างเคียงเป็นส่วนแถมค่าสัมปทานแหล่งก๊าซธรรมชาติโดยอัตโนมัติ
       
       ในกรณีอย่างนี้ ประเทศไทยมีทางแก้ไขปัญหาโดยสันติ 2 ทางเท่านั้น คือ คัดค้านการที่เขมรยื่นขอจดทะเบียนมรดกโลกฝ่ายเดียวอย่างหนึ่ง กับยื่นขอจดทะเบียนมรดกโลกร่วมกันอีกอย่างหนึ่ง จึงจะรักษาดินแดนอธิปไตยและผลประโยชน์แห่งชาติเอาไว้ได้
       
       หาไม่แล้ว ก็จะเกิดสงครามไทย-กัมพูชา ขึ้นในสักวันหนึ่ง นี่คือผลจากการชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน เพื่อประโยชน์ส่วนตนที่จะได้สัมปทานแหล่งก๊าซในอ่าวไทยจากฝ่ายเขมร และจะมีผลให้แหล่งก๊าซธรรมชาติทั้งหมดอยู่ในอำนาจอิทธิพลของคนเพียงคนเดียวหรือคณะเดียวในที่สุด
       
       ท่านนายกฯ หัวถอก และท่านรัฐมนตรีตาเหล่ กรุณาพูดเรื่องนี้ให้ชัดหน่อยได้ไหมว่าข้อเท็จจริงในเรื่องนี้เป็นอย่างที่ว่ามานี้หรือว่าเป็นอย่างไรกันแน่? ทำไมกระทรวงการต่างประเทศจึงไม่คัดค้านหรือไม่ยื่นขอจดทะเบียนมรดกโลกร่วมกับเขมร? และพวกท่านจะรักษาอธิปไตยและดินแดน 10.5 ตารางกิโลเมตรนี้ต่อไปอย่างไร?
       
       ถ้าไม่ทำอะไร เอาแต่จะแก้รัฐธรรมนูญอย่างเดียวแล้ว ก็ต้องบอกกันตรงๆ ว่าแผ่นดินประเทศไทยไม่อาจรองรับพวกขายชาติให้มีอำนาจในบ้านเมืองได้อีกต่อไป!

Pope advises Thai bishops to respect Buddhists

Vatican City (dpa) - Pope Benedict XVI on Friday urged Thailand's Roman Catholic bishops to continue working with Buddhists in combating secularism and other "disturbing" aspects of globalisation.

"You have readily expressed to me your great respect for the Buddhist monasteries and the esteem you have for the contribution they make to the social and cultural life of the Thai people," Benedict told the visiting bishops in a meeting at the Vatican.

The pontiff noted how Thailand's "small and scattered" Catholic community coexisted with the Asian nation's Buddhist majority against a backdrop of globalisation which forces humanity between "two poles."

"On the one hand there is the growing multitude of economic and cultural bonds which usually enhance a sense of global solidarity and shared responsibility for the well-being of humanity.

"On the other there are disturbing signs of a fragmentation and a certain individualism in which secularism takes a hold, pushing the transcendent and the sense of the sacred to the margins and eclipsing the very source of harmony and unity within the universe," Benedict said.

The pontiff told the bishops that together with Buddhists, they should promote respect for traditions amongst Thailand's youth and teach ethical values linked to spirituality and prayer.

Benedict also highlighted the "remarkable contribution" by Catholic schools and colleges in Thailand and how Buddhist parents also turned to such institutions for their children.

He praised efforts by Thailand's tiny Catholic community - estimated to number 292,000 or 0.46 per cent of the population - to combat prostitution and the trafficking of women and children.

While poverty was at the root of such human exploitation, Benedict also said another factor should be blamed.

"The trivialisation of sexuality in the media and entertainment industries which fuels a decline in moral values and leads to the degradation of women, the weakening of fidelity in marriage and even the abuse of children," he said.

 

Apirak discusses quake measures for Bangkok

(BangkokPost.com) - Bangkok governor Apirak Kosayodhin held a meeting with 50 district chiefs on Friday to draft measures to respond to natural disaster including earthquakes and storms.

Mr Apirak advised that the chiefs should inspect high rises in their areas and educational institutions to prevent losses in case disasters happen.

The chiefs are banned from leaving the country this month as there are reports that several areas will be hit by storms.

Bangkok Metropolitan Administration (BMA) takes this matter more seriously after neighbouring Burma was hit by Cyclone Nargis and China's Sichuan province was affected by a major earthquake.

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
ธีร์/อันมัย วันที่ : 16/05/2008 เวลา : 20.25 น.
http://www.oknation.net/blog/teeanmai
GIVE ME A SPACE

change your color, please
ความคิดเห็นที่ 1
บิ๊กกัน191 วันที่ : 16/05/2008 เวลา : 20.24 น.
http://www.oknation.net/blog/biggun191



แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31