• หมีน้ำแข็ง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : s_ice_s@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-06-08
  • จำนวนเรื่อง : 20
  • จำนวนผู้ชม : 27032
  • จำนวนผู้โหวต : 8
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8 คน

วันเสาร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2556
Posted by หมีน้ำแข็ง , ผู้อ่าน : 638 , 00:01:52 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน อะหนึ่ง , SW19 และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

คลิปวิดีโอด้านบนเป็นการเล่าเรื่องราวการทำสารคดีข่าวเรื่อง No Go Britain ของ Channel 4 ประเทศอังกฤษ ซึ่งนำไปสู่การรณรงค์เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนเพื่อให้คนพิการเดินทางได้สะดวก 

ความน่าสนใจของการทำสารดีเชิงสืบสวนตัวนี้คือ การใช้ social media ในการ crowdsource ข้อมูลของคน...นี่ืคืออีกขั้นของการใช้ social media ในกระบวนข่าว...ไม่ใช่เพื่อความเร็ว แต่เพื่อเชิงลึกและขยายผลที่ "สร้างความเปลี่ยนแปลงได้"

ล่าสุดที่ Channel 4 ได้รางวัล The Royal Television Society awards สาขา 'innovative news' จากสารคดีเชิงสืบสวนเรื่อง "No Go Britain" เกี่ยวกับระบบขนส่งสำหรับคนพิการ

Anna Doble, head of online เล่าให้ฟังถึงการใช้ social media ในการ crowdsourcing ข้อมูลที่ทำให้สารคดีนี้สมบูรณ์

"ถ้านักข่าวจะใช้วิธีนี้ในการทำการรณรงค์ หรือเจาะข่าวแบบ crowdsource สิ่งที่ต้องทำคือ 
หา community ให้เจอ รู้ว่าใครกำลังพูดเรื่องนั้น ใครมีเรื่องจะเล่า เชื่อมโยงคนและข้อมูลเหล่านั้น และใช้ social media ให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด"

หน้าที่ของนักข่าวคือการทำให้ส่วนต่างๆ ของเรื่องมันมารวมกันเป็นภาพใหญ่ได้ และ social media ก็เป็นเครื่องมือที่ดีมากในการช่วยทำสิ่งนั้นให้เกิดขึ้นได้

จุดเริ่มต้นของสารคดีนี้

สารคดีนี้เริ่มต้นจากการที่ นักกีฬาพาราลิมปิก Baroness Grey-Thompson ต้องโยนรถเข็นและคลานเอาตัวเองออกมาจากรถไฟเพราะไม่มีใครช่วยเธอที่ชานชาลา คำถามของ CH4 คือ แล้วคนพิการคนอืนเจอแบบนี้ไหม

ทีมที่ทำสารคดีนี้ก็เลยทวิตเรื่องนี้เพื่อดูปฏฺิกิริยา และหาคนพิการที่มีเรื่องราวความลำบากในการใช้ขนส่งสาธารณะ

สิ่งหนึ่งที่ทีมทำสารคดีเรียนรู้คือ "ต้องหา community ที่มีอยู่บน social media ให้เจอ" นั่นจะทำให้ได้เสียงที่มีพลังมากขึ้น

ซึ่งก็พบว่ามี community ที่เรียกร้องเรื่องนี้และก็เป็นข่าวนสพ.อยู่บ้าง ทีมสารคดีพยายามที่จะ engage กับกลุ่มคนเหล่านี้ และเชื่อมโยงกับอีกหลายๆ community ด้วย

จากการที่โลกนี้มีการใช้ social media ทีมสารคดีพบว่า มีกลุ่มคนที่พูดเรื่องนี้ กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปบนโลกออนไลน์ แชร์ข้อมูล ทวิต และอัพ youtube อยู่แล้ว

สิ่งที่ทำคือหาให้เจอว่าเขาอยู่ที่ไหน เข้าไปมีส่วนกับเขา คุยกับเขา สิ่งที่ได้ไม่ใช่ข้อมูลเพื่อสารคดีเรื่องเดียว แต่นำไปสู่การรณรงค์เป็นโครงการหนึ่งได้เลย

 

Channel 4 ใช้ social media อย่างไร?


ส่วนหนึ่งของการรณรงค์ที่ทำคือ มีวันหนึ่งในเดือนเมย.ที่บอกให้คนพิการทวิตเล่าประสบการณ์การใช้ขนส่งสาธารณะและการเดินทางของพวกเขา ด้วย #nogobritain และ @nogobritain มีคนกว่า 1000 คนมาแชร์ประสบการณ์



เรื่องอาจเป็นเรื่องเล็กๆ ถ้าคุณฟัง 1 คนเล่า แต่ถ้ามันเกิดขึ้น 5 ครั้งต่อวัน เกิดซ้ำๆ กับคนจำนวนมาก นี่คือปัญหาที่สังคมต้องหันกลับไปมอง

หลังจากนั้น คนส่วนหนึ่งได้รับคำเชิญให้มาออกรายการข่าวของ Channel4 เย็นวันนั้นเพื่อเล่าประสบการณ์ผ่านสื่อกระแสหลัก 3 สัปดาห์ต่อมา Channel4 เชิญผู้บริหารขนส่งสาธารณะ 3 รายมานั่งคุยในรายการพร้อมกับผู้พิการ มันคือการเผชิญหน้าเพื่อเปิดโอกาสเรียกร้องโดยที่คนพิการเหล่านี้ไม่เคยได้รับ

Doble บอกว่า "นี่คือตัวอย่างของการใช้ทักษะด้านข่าวที่มีอยู่กับ social media เพื่อให้ดึงคนจากทั่วประเทศมามีส่วนร่วม มันสร้าง impact ของเรื่องได้ดีกว่า ถ้าแค่มาออกทีวี แล้วปัญหามันจบไป แต่การที่ social media buzz คนบนออนไลน์มา engage กัน นั่นผลักดันประเด็นให้ใหญ่ขึ้นได้

ซึ่งเมื่อเรื่องถูกดึงให้ใหญ่ขึ้นแล้ว สื่อก็ถอยออกมาได้ แต่การคุยเพื่อหาทางแก้และเรียกร้องสิ่งนั้นยังดำเนินไปอย่างเข้มแข็งได้

Social Media มีพลังในการใช้งานกับงานข่าวมากกว่าแค่ความเร็ว..

Social Buzz และการมีส่วนร่วมของคนต่อข่าวนั้นๆ สามารถผลักดันประเด็นให้ได้รับการแก้ไขได้

 

อ่านเพิ่มเติมได้ที่

Channel 4 News 'No Go Britain' campaign wins award

Your tweets tell the story of 24 hours in No Go Britain

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
wullopp วันที่ : 24/02/2013 เวลา : 09.44 น.
http://www.oknation.net/blog/health2you

ไอเดียดีมากๆ ครับ ---- //// ---- เรื่องที่น่ารู้เช่นกัน คือ คนพิการขาขาด-อัมพาตในไทย ดูจะมาจากอุบัติเหตุมากถึง 1/2, ที่เหลือเป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน อัมพาต ฯลฯ //// ---- //// การรณรงค์ "เมาไม่ขับ-ง่วงไม่ขับ-ขับไม่เร็ว" จะป้องกันได้ตั้งแต่ต้นน้ำ ----

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 24/02/2013 เวลา : 00.25 น.
http://www.oknation.net/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

เนชั่นน่าทำข่าวแบบนี้นะครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ภาษาหลากสี วันที่ : 23/02/2013 เวลา : 20.22 น.
http://www.oknation.net/blog/pasalarksee
นิดนรี

น่าสนใจมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
วัติธนวิทย์ วันที่ : 23/02/2013 เวลา : 17.54 น.
http://www.oknation.net/blog/songer

เห็นด้วยครับ...สื่อ social media ไปเร็วและลึกได้อีกมาก...ตอนนี้กำลังชอบแอพ ฯ อีกตัวหนึ่งคือ isnap ของ Nation นี่แหละครับ !!...

ความคิดเห็นที่ 1 อะหนึ่ง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 23/02/2013 เวลา : 08.04 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
@OKnation ทุกคนเป็นนักข่าวได้

อีกขั้นของการใช้ social media ในกระบวนข่าว...ไม่ใช่เพื่อความเร็ว แต่เพื่อเชิงลึกและขยายผลที่ "สร้างความเปลี่ยนแปลงได้"

สื่อบ้านเราดูเหมือนจะหยุดยั้งเพียงแค่ ความเร็วข่าว จริงหรือไม่จริง ค่่อยไปตรวจสอบเอาในภายหลัง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน