*/
  • อาคม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2007-03-15
  • จำนวนเรื่อง : 4034
  • จำนวนผู้ชม : 5922727
  • จำนวนผู้โหวต : 1232
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1232 คน
Shelldon2

การแสดงเชลล์ดอนที่สยาม โอเชี่ยน เวิล์ด

View All
<< มิถุนายน 2022 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณคิดว่าจังหวัดเชียงใหม่มีเสน่ห์และจุดขายที่ไหน
อุปนิสัยของคนเชียงใหม่
41 คน
ประวัติศาสตร์
18 คน
วัฒนธรรม
56 คน
สิ่งแวดล้อม-บรรยากาศ
136 คน
แหล่งธรรมชาติ
23 คน
แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
4 คน
แหล่งบันเทิง
7 คน

  โหวต 285 คน
วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน 2565
Posted by อาคม , ผู้อ่าน : 529 , 04:12:11 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ห้วงเวลาที่พัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศเป็นไปอย่างก้าวกระโดด ในขณะเดียวกันมนุษยชาติก็กำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่ในการจัดการความเสี่ยงนอกโลกจากการมีอยู่อย่างมหาศาลของ “ขยะอวกาศ”
#ขยะอวกาศ (#Space #debris หรือ #Space #junk)

คือวัตถุที่โคจรอยู่ในวงโคจรอวกาศรอบโลกโดยไม่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็น ดาวเทียมที่หมดอายุการใช้งาน ยานอวกาศที่ปลดระวางแล้ว ชิ้นส่วนที่ถูกสลัดทิ้งระหว่างภารกิจขึ้นสู่อวกาศ รวมไปถึงเศษซากชิ้นส่วนที่เกิดขึ้นจากการชนกันหรือการบุสลายของวัตถุอวกาศ สร้างผลกระทบและความเสียหายต่อการดำเนินการบนห้วงอวกาศในหลายด้าน เป็นความเสี่ยงและภัยคุกคามที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ทรัพยากรไร้เขตแดนที่สร้างโอกาสและขุมทรัพย์ให้กับมนุษย์มากมายอย่าง ”วงโคจรอวกาศ” วันนี้คับคั่งไปด้วยการจราจรอย่างไร้ทิศทางของชิ้นส่วนขยะอวกาศที่ลอยเคว้งมานานนับสิบปี ข้อมูลจากรายงาน Space Environment ปี ค.ศ. 2021 ขององค์การอวกาศยุโรป (European Space Agency) หรือ ESA ได้เปิดเผยสถานการณ์ขยะอวกาศในปัจจุบัน มาดูกันว่ามีประเด็นใดบ้างที่น่าติดตาม
.
#ดาวเทียมถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศมากเป็นประวัติการณ์
นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2020 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่แห่งกิจการอวกาศทั่วโลก (New Space) มีการปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศจำนวนมาก โดยเฉพาะดาวเทียมขนาดเล็กในวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit) ที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ จากความต้องการใช้ประโยชน์ข้อมูลในภาคธุรกิจที่สูงขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาดาวเทียมที่มีขนาดเล็ก ส่งผลให้สามารถปล่อยดาวเทียมขนาดเล็กจำนวนมากได้พร้อมกันในการขนส่งสู่อวกาศแต่ละครั้ง

โดยในปี ค.ศ. 2021 พบว่ามีการขนส่งวัตถุอวกาศขึ้นสู่วงโคจรพร้อมกันในจำนวนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งสามารถลดต้นทุนในการดำเนินการต่อดาวเทียมได้ และส่งผลให้ระบบดาวเทียมแบบ Constellation มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น มีการเปิดให้บริการด้านการสื่อสารและประยุกต์ใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้นจำนวนมาก แม้ว่าการมีดาวเทียมจำนวนมากจะสร้างคุณประโยชน์มากมาย แต่ก็ท้าทายกับการจัดการปัญหาขยะอวกาศในระยะยาว

#วงโคจรอวกาศแออัดคับคั่งไปด้วยดาวเทียม
ในขณะที่เศษซากวัตถุอวกาศที่ปลดระวางแล้วจำนวนมากในปัจจุบันยังไม่ถูกกำจัดออกไปจากวงโคจร แต่จรวดและดาวเทียมดวงใหม่ๆ ถูกปล่อยขึ้นสู่วงโคจรอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้วงโคจรอวกาศ โดยเฉพาะวงโคจรต่ำ (LEO) แออัดคับคั่งไปด้วยวัตถุอวกาศ ทั้งที่ยังทำงานอยู่และที่กลายเป็นขยะอวกาศไปแล้ว สุ่มเสี่ยงต่อการชนปะทะและสร้างความเสียหายให้กับดาวเทียมที่ยังทำงานอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการรบกวนช่องสัญญาณดาวเทียม รบกวนการสื่อสารของนักบินอวกาศและสถานีอวกาศนานาชาติ เป็นภัยคุกคามต่อกิจการอวกาศ และอาจนำไปสู่ความเสียหายในระดับที่ส่งผลต่อความมั่นคงของโลก

แนวโน้มปริมาณขยะอวกาศในวงโคจรยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันสามารถตรวจจับและติดตามขยะอวกาศได้มากกว่า 30,000 ชิ้น สิ่งที่น่ากังวลคือชิ้นส่วนของขยะอวกาศเหล่านั้นมีการแตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ปะปนอยู่ในชั้นบรรยากาศ ดาวเทียมที่ยังทำงานอยู่ในวงโคจรต้องถูกควบคุมให้หลบเลี่ยงการปะทะกับชิ้นส่วนที่ล่องลอยกระจัดกระจายอยู่บนนั้นมานานนับสิบปี โดยหากวัดจากชิ้นส่วนของวัตถุที่มีขนาด 1 เซนติเมตรขึ้นไป ตามโมเดลของ ESA จะมีชิ้นส่วน “ขยะอวกาศ” ที่ลอยละล่องอยู่ในชั้นบรรยากาศกว่า 1 ล้านชิ้นเลยทีเดียว! และยิ่งการชนปะทะเกิดขึ้นต่อเนื่อง ก็อาจนำไปสู่สถานการณ์ที่มีจำนวนเศษซากชิ้นส่วนขยะอวกาศในวงโคจรมากขึ้น เพิ่มโอกาสในการชนปะทะเป็นทวีคูณ หากวันหนึ่งเราไปถึงจุดนั้นกันจริงๆ วงโคจรต่ำ (LEO) อาจไม่เอื้ออำนวยให้วัตถุอวกาศชิ้นใหม่ขึ้นไปโคจรเพิ่มได้อีก

#ความท้าทายในการจัดการขยะอวกาศ

ที่ผ่านมามีความพยายามในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมจัดการปัญหาขยะอวกาศ แต่อาจยังไม่เพียงพอต่อปัญหาที่แสนจะท้าทายนี้ เพราะตัวเลขจำนวนดาวเทียมใหม่ยังคงเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่องและไม่ได้รับการควบคุมมาตรฐานอย่างเพียงพอ โดยจากรายงานพบว่า ในวงโคจรระดับต่ำ มักพบการชนกันของดาวเทียมขนาดเล็กและกลุ่มดาวเทียมแบบ Constellation และในวงโคจรระดับที่สูงขึ้น มักพบเศษซากชิ้นส่วนจากการชนปะทะของดาวเทียมล่องลอยด้วยความเร็วสูง ในส่วนของจรวดขนส่งวัตถุอวกาศนั้น จะสามารถเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศหรือสลายตัวเองตามธรรมชาติได้ภายใน 25 ปี ต่างจากเศษซากดาวเทียมที่ยังคงเป็นโจทย์ที่ท้าทาย

การปฏิรูปวงโคจรอวกาศจำเป็นต้องมีการควบคุมอัตราการเติบโตของขยะอวกาศให้ได้ เศษซากชิ้นส่วนขนาดใหญ่จำเป็นต้องถูกนำออกจากวงโคจรก่อน เพื่อลดโอกาสในการชนและแตกเป็นเศษซากกระจัดกระจาย นอกจากนี้ วัตถุอวกาศที่ถูกปล่อยในปัจจุบันต้องเป็นไปตามข้อกำหนด ระบบควบคุมภาคพื้นดินต้องสามารถตรวจจับขยะอวกาศได้แม่นยำเพื่อหลบหลีกการชน และวัตถุอวกาศที่ปลดระวางต้องสามารถกำจัดออกจากวงโคจรได้อย่างเป็นระบบ โดยทาง ESA ได้เปิดตัวโครงการสร้างดาวเทียม ClearSpace-1 ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจแรกของโลกในการกำจัดเศษซากขยะอวกาศ มีการพัฒนาประสิทธิภาพของระบบให้สามารถติดตามและตรวจจับชิ้นส่วนขยะอวกาศที่มีขนาดเล็กลงได้ โดยมีกำหนดส่งขึ้นสู่ห้วงอวกาศในปี 2025

#บทบาทของ_GISTDA_กับการรับมือภัยคุกคามจากวัตถุอวกาศ
GISTDA ให้ความสำคัญอย่างมากกับการรับมือภัยคุกคามจาก “ขยะอวกาศ” โดยได้พัฒนาระบบ “ZIRCON” ระบบการจัดการจราจรอวกาศเพื่อติดตามและแจ้งเตือนการชน สำหรับบริหารจัดการความเสี่ยง ลดและหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับดาวเทียมในความดูแล ทั้งดาวเทียม THEOS และดาวเทียม THEOS-2 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ผ่านมาระบบ ZIRCON ได้ปฏิบัติการวิเคราะห์และแจ้งเตือนการพุ่งชนได้อย่างแม่นยำ ทำให้ GISTDA สามารถวางแผนรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบ ZIRCON พัฒนาโดยทีม AstroLab มีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์อวกาศจากหน่วยงาน Combined Space Operations Center (CSpOC) และแจ้งเตือนการพุ่งชนของวัตถุอวกาศกับดาวเทียม THEOS ล่วงหน้าได้ถึง 7 วัน รวมไปถึงการวิเคราะห์ความเสี่ยง วิเคราะห์แนวทางการปรับวงโคจร เพื่อการประหยัดเชื้อเพลิง และลดความเสี่ยงในการชนวัตถุอวกาศได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังสามารถลดงบประมาณในการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเป็นการยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีอวกาศของประเทศไปอีกขั้น

การพัฒนากิจการอวกาศจำเป็นต้องดำเนินไปเพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ แน่นอนว่าเมื่อความต้องการเพิ่มมากขึ้น ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดก็ลดน้อยลง การพัฒนาจึงต้องอยู่ในแนวทางที่สมดุล คำนึงถึงความยั่งยืน เพื่อให้สามารถให้ประโยชน์จากทรัพยากรอวกาศได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ที่มา : Gistda


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน