• alanna
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : anna191_2@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-07
  • จำนวนเรื่อง : 12
  • จำนวนผู้ชม : 1979
  • จำนวนผู้โหวต : 9
  • ส่ง msg :
alanna
รวบรวมบทความ ความคิดเห็น ด้านการเมืองเพื่ออิสระแก่การแสดงความคิดเห็น
Permalink : http://www.oknation.net/blog/alanna
วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม 2550
การศึกษานอกระบบ : ธุรกิจจากการศึกษาหรือเปล่า 2.
Posted by alanna , ผู้อ่าน : 207 , 14:02:22 น.  
พิมพ์หน้านี้


หลังจากคราวที่แล้วผู้เขียนได้นำเสนอเกี่ยวกับ การปิดกั้นสิทธิ์ในด้านการแสดงออกและความเสมอภาคทางความคิดเกี่ยวกับการคัดค้านเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ

( พรบ )การแปรสภาพของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เข้าสู่การเป็นมหาวิทยาลัยนอกระบบ ซึ่งก่อให้เกิดเสียงคัดค้านตามมาจากกลุ่ม สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ( สนนท ) และ นักศึกษาจากสถาบันดังกล่าว ซึ่งผลที่ได้รับกลับมาจากเหล่าผู้มีอำนาจในการตัดสินใจครั้งนั้นเป็นอย่างไรก็ได้ก็คงเป็นที่ได้ทราบกันแล้ว

หากจะให้กล่าวถึงคำว่า มหาวิทยาลัยนอกระบบ ที่จริงเรื่องนี้มีไม่ใช่ประเด็นที่ใหม่อะไรเลยสำหรับผู้ที่อยู่ในแวดวงการศึกษา แต่กลับเป็นนโยบายที่มีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2507 ซึ่งบรรดาผู้บริหารและคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยได้ทำเรื่องยื่นหลักการต่อ จอมพล ถนอม กิตติขจร ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น แต่ก็ไม่ได้รับความเห็นชอบ เพียงแต่ได้อนุมัติให้มีการจัดตั้ง

"

ทบวงมหาวิทยาลัย" ขึ้นเพื่อดูแลมหาวิทยาลัยต่างๆแทนสำนักนายกรัฐมนตรี แต่อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยเหล่านั้นก็จะยังคงอยู่ภายใต้ระเบียบจากระบบของทางราชการ

ก่อนที่เราจะมาวิเคราะห์ถึงเหตุผลการคัดค้านในครั้งนี้นั้น คงต้องขอกล่าวถึงความหมายของคำว่า " มหาวิทยาลัยนอกระบบ " ที่ นายปฐมพงศ์ นฤพฤฒิพงศ์ ได้ให้ไว้ในวารสารรัฐสภาสาร ฉบับที่ 8 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2543 เสียก่อน ดังนี้

"

มหาวิทยาลัยนอกระบบ หรือเรียกอีกอย่างว่า มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ " หมายถึง การที่มหาวิทยาลัยของรัฐจะต้องมีการเปลี่ยนระบบการบริหารและจัดการภายในมหาวิทยาลัยจากเดิมที่เป็นไปตามระเบียบราชการที่รัฐบังคับใช้กับทุกหน่วยราชการไปเป็นการบริหารจัดการตนเองโดยอยู่ในกำกับของรัฐ ซึ่งมหาวิทยาลัยจะมีอิสระมากขึ้นทั้งในด้านการบริหารบุคคลและระเบียบการเบิกจ่างเงินในระบบราชการเดิม โดยทบวงมหาวิทยาลัยมีหน้าที่เพียงกำกับดูแลเฉพาะส่วนนโยบายและแผนงานเป็นหลัก และมีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีงบประมาณ นอกจากนี้มหาวิทยาลัยนอกระบบยังเป็นสถาบันที่เปลี่ยนแปลงปรับปรุงระบบบริหารวิชาการให้สอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐที่ให้ความเป็นอิสรเสรีภาพในการแสวงหาความเป็นเลิศทางวิชาการอย่างเอกเทศอีกด้วย

ซึ่งจากความหมายที่ได้กล่าวไปแล้วนั้นแสดงออกให้เห็นถึงความศรัทธาอันน้อยนิดที่มีให้แก่ระบบข้าราชการไทยที่มีลักษณะเฉื่อยชา ล้าหลังและขาดประสิทธิภาพ เป็นอย่างมาก

เมื่อมีการนำเอามหาวิทยาลัยของรัฐออกนอกระบบได้นั้นแน่นอนว่าทางฝ่ายบริหารจะมีอิสระและอำนาจมากขึ้นทั้งในส่วนของการเบิกจ่ายและด้านการจัดการภายในองค์กรรวมทั้งระบบสวัสดิการในด้านต่างๆเพราะรัฐจะทำหน้าที่เพียงเข้ามาดูแลเฉพาะในส่วนของนโยบายและแผนงานเท่านั้น อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นเพื่อให้เกิดการพัฒนาของบุคลากรภายในองค์กรเพราะจะต้องมีการถูกตรวจสอบและประเมิณผลงานกันอย่างอย่างเข้มงวดมากขึ้นซึ่งจะต่างจากระบบราชการที่ถึงแม้จะมีการประเมิณผลงานกันทุกปีแต่เท่าที่ผ่านมาก็ไม่แน่ใจนักว่าผลที่ได้จากการประเมิณนั้นจะมีส่วนในการนำมาใช้พัฒนาบุคลากรภายในองค์กรมากแค่ไหนเพราะก็อย่างที่เรารู้เห็นกันอยู่ว่าระบบราชการนั้นเรียกได้ว่ามีสวัสดิการรองรับและหลักประกันมากที่สุด หากทำงานไปจนถึงอายุ 60 ผลงานดีไม่ดีอย่างน้อยก็ได้เลื่อนขั้นแน่นอน 1 ขั้นทั้งยังมีบำเหน็จบำนาญรองรับหลังเกษียน จึงทำให้บุคลากรบางส่วนในระบบ ทำงานในลักษณะ " เช้าชามเย็นชาม " หรือไม่ก็ใช้คำว่า " อาจารย์มหาวิทยาลัย " บังหน้าเพื่อหารายได้พิเศษจากทางอื่น ซึ่งถ้าจะให้กล่าวว่าบุคลากรไม่ว่าจะในส่วนที่" มีคุณภาพ "และที่ " ด้อยคุณภาพ " ส่วนหนึ่งส่วนใดมีมากหรือน้อยกว่ากันนั้นผู้เขียนคงไม่ขอกล่าวถึงเพราะภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเราตลอดมานั้นเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นได้เป็นอย่างดี

และถึงแม้ว่างบประมาณในบางส่วนจะยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐแต่ก็จะเป็นในอัตราส่วนที่น้อยลง แน่นอนว่าผลกระทบที่ตามมาคือภาระด้านค่าใช้จ่ายที่จะใช้ในการศึกษาจะต้องเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับระบบสวัสดิการที่ดีและบุคลากรที่มีความพร้อมความสามารถมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อนักศึกษา ที่ยังไม่มีรายได้อะไรมากมายนักซึ่งเปรียบเสมือนกับเป็นการปิดกั้นโอกาสทางการศึกษาแก่ผู้มีรายได้น้อยทางอ้อม และถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา แต่ค่าใช้จ่ายที่ได้ในแต่ละเดือนนั้นนับว่าไม่มากนัก ซึ่งเหมือนเป็นภาระให้นักศึกษาที่ไม่ได้อยู่ในฐานะมีอันจะกินต้องทำงานพิเศษเพิ่มขึ้น เพื่อหาเงินมารองรับกับรายจ่าย ซึ่งมั่นใจว่าถึงแม้ว่าการสนับสนุนให้นักศึกษารู้จักหารายได้พิเศษนั้นเป็นสิ่งที่ดีแต่ถ้าเกิดบีบให้เหมือนว่าเป็นภาระที่หนักหนามากเกินไปนั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อตารางเวลาและผลการเรียนเป็นแน่

รวมทั้งความความเสมอภาคทางด้านสาขาวิชาที่อาจส่งผลให้ขึ้นอยู่กับกลไกของการตลาดมากเกินไปซึ่งอาจทำให้บางสาขาวิชาบางแขนง อาจจะมีคนเรียนน้อยลงเพราะคิดว่าเรียนไปแล้วอาจจะไม่เกิดประโยชน์อะไรในภายหน้า แม้ว่าพื้นฐานสาขาวิชานั้นๆ อาจจะมีส่วนช่วยในการพัฒนาสังคม ซึ่งหากจะให้วัดกันด้วยเงินนั้นอาจจะทำให้บางรายวิชาที่มีนักศึกษาน้อยต้องปิดตัวลงเพราะงบประมาณด้านการใช้จ่ายที่อาจจะไม่สามารถจัดหาเงินมาเพื่อใช้ในการบริหารได้อย่างเพียงพอ ซึ่งต่อไปในอนาคตเราอาจจะได้ยินการเปรียบเทียบผลจากการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบว่าเป็น " ธุรกิจทางการศึกษา" ก็เป็นได้

อีกทั้งด้านการจัดการเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณทั้งระเบียบของการออกค่าหน่วยกิต สื่อโสตวัสดุอุปกรณ์ด้านการศึกษา อัตราค่าจ้างบุคลากร รวมทั้งค่าบริหารจัดการในด้านอื่นๆผู้บริหารเองนั้นจะตั้งเกณฑ์ขึ้นมาอย่างไร เพื่อให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมและเป็นที่ยอมรับได้ของผู้ที่อยู่ภายในองค์กร ทั้งระบบที่จะบริหารนั้นจะมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้มากน้อยแค่ไหนเพราะอย่าลืมว่าต่อไปอำนาจจะตกไปอยู่ในส่วนฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัยเกือบทั้งหมดแม้ว่าจะมี คตส. คอยควบคุมดูแลอยู่ก็ตาม

ผู้เขียนยอมรับว่าบางครั้งการเปลี่ยนแปลงในบางเรื่องนั้นนับว่าเป็นสิ่งที่ดีแต่ในทางปฏิบัติตอนนี้ประเทศเราพร้อมแล้วหรือเพราะในทุกครั้งที่มีการกล่าวถึงเรื่องนี้ขึ้นก็มักจะตามมาด้วยกลุ่มนักศึกษาที่ออกมาคัดค้าน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ควรจะมีการทำความเข้าใจถึงหลักการและเหตุผลอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของวิชาการและในแง่ของการบริหารอีกทั้งยังควรจัดการลงประชามติภายในมหาวิทยาลัยให้เสร็จสิ้นเสียก่อนที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาเพื่อออกเป็นพระราชบัญญัติ หรือทุกครั้งที่มีเสียงคัดค้านท่านจะทำเป็นว่า " เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ " จนไม่สนใจคำทัดทานจากนักศึกษาตาดำๆเลย

แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกแย่กับเรื่องนี้มากที่สุดคงจะเป็นเหตุผลทางด้านงบประมาณซึ่ง ทั้งที่จริงแล้วการศึกษานั้นเป็นปัจจัยพื้นฐานในการเพิ่มศักยภาพของมนุษย์เพื่อที่ต่อไปจะได้นำองค์ความรู้ที่ได้มานั้นไปใช้ในการพัฒนาประเทศจึงควรและจำเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐในทุกรัฐบาลจะเล็งเห็นถึงคุณค่าและความสำคัญในการที่จะสนับสนุนด้านการศึกษาให้กระจายไปสู่กลุ่มชนทุกระดับให้ได้มากที่สุด ซึ่งอาจจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลแต่แน่นอนว่าผลในระยะยาวนั้นเราจะสามารถมองเห็นได้ถึงความเจริญของประเทศที่เพิ่มมากขึ้นเพราะการพัฒนาที่เกิดจากบุคลากรที่มีความสามารถอย่างแน่นอนแต่ใน พรบ . ฉบับนี้นั้นนอกจากจะไม่ส่งเสริมแล้วยังผลักภาระไปให้แก่นักศึกษา แถมยังส่งเสริมนักศึกษามองเห็นภาพลักษณ์ทุกอย่างเป็นเศรษฐกิจไปซะหมดจนลืมไปว่าค่าของความเป็นคนนั้นไม่ได้ชี้วัดกันเพียงแค่ตัวเลขทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 10/10/2007 เวลา : 20.08 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สวัสดีค่ะ ... ขอบคุณสำหรับเรื่องราวที่แบ่งปัน

มีความสุขยามค่ำนะคะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31