พิมพ์หน้านี้
![]() ......เดียวดายร่ำสุราใต้แสงจันทร์ พร่ำรำพันบทโศกแด่เงากาย มีหมู่ดาวร่วมวงเป็นสหาย มิเมามายมิเลิกร้างร่ำเมรัย ใช้เหล้ายาสมานแผลในใจจิต เพราะพานพบพิษรักจักมัวหมอง แม้มิอาจมีเจ้าเป็นคู่ครอง ทั้งเฝ้ามองน้องยาช้ำอาดูร ......ฤา โลกนี้เหลือเพียงแต่สุรา ที่นำพาความสำราญสู่ใจกู แม้คืนผันวันเปลี่ยนมิอยากรู้ ข้าขออยู่เสพเมรัยให้สิ้นกัลป์ ดั่งศิลาผาหินแผ่นดินตั้ง ข้ายังมั่นรักเจ้ามิเสื่อมหาย รู้เจ้าร้ายไร้รักหักมลาย แม้นข้าวายกายดับมิหักใจ ......สุรารินร่ำไห้ดั่งสายน้ำ อุปาทานเปรียบดั่งน้ำตาไหล จอกแล้วเล่าร่ำรินกินเข้าไป ไม่เมามายมิคลายโศกอับโชคชนม์ ฟ้ามิอาจขีดชะตาคร่าชีวิต ปราชญ์พินิจเปรยเปรียบเทียบเคียงไว้ แต่เทวาเคืองข้าเพราะเหตุใด ใยคร่าใจรักข้าทุกกาลกรรม ......จันทร์ทรงกลดลดแสงแห่งดารา และเมฆากั้นกลางฟากฟ้าฝัน ไร้ดาราพาแสงแห่งชีวัน ไร้คืนวันอันแพรวพราวคราวคู่เคย กายเดี่ยวเปลี่ยวเปล่าไร้ทรามเชย ข้านิ่งเฉยเพียรสงบจบชั่วกัลป์ เพียรตั้งจิตพินิจธรรมด้วยใจมั่น ด้วยธรรมนั้นชำระโศกทั้งโลกเอย ....................................................................................................... kiwikawee.multiply.com
|