*/
  • หมีน้อยเยอรมัน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2008-07-17
  • จำนวนเรื่อง : 33
  • จำนวนผู้ชม : 77415
  • จำนวนผู้โหวต : 37
  • ส่ง msg :
  • โหวต 37 คน
<< สิงหาคม 2012 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 3 สิงหาคม 2555
Posted by หมีน้อยเยอรมัน , ผู้อ่าน : 3517 , 03:25:38 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน หมีน้อยเยอรมัน , ชบาตานี และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

มาเยือนแค้วนนี้อย่างผู้ไม่เคย ของมันไม่เคยเลยไม่กล้าจะพูดมาก เดี๋ยวจะกลายเป็นเอามะพร้าว
ห้าวมาขายสวน ด้วยเห็นคนไทยหรือต่างชาติเองไม่น้อยที่ไปแถบนี้มาจนพรุนแล้ว ส่วนเราเป็น
แค่ผู้มาเยือนรุ่นหลัง(ถึงอายุไม่น้อยแล้วก็ตาม)


ด้วยบาเยิ่นอยู่ไกลเหลือเกินประมาณ 670 กิโลเมตรจากบ้านเรา นั่นหมายถึงเสียเวลาขับรถทั้งวัน
พลขับของเราถูกออกแบบมาให้ขับรถได้แค่ 3 หรือ 4 ชั่วโมงติดกันเท่านัน เราเลยต้องแวะพัก
ค้างคืนที่เมือง Nürnberg หนึ่งคืนก่อนที่จะขับรถเข้าเมืองหลวงของบาเยิ่น






มาถึงเมืองนี้ตอนบ่ายสองกว่าๆ มีเวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าพระอาทติย์จะตกดิน ไปเดินชมเมืองกันดีกว่า







เขาบอกว่าที่นี่เป็นต้นแบบของตลาดเทศกาลคริสมาสต์ ถ้ามาหน้าเทศกาลคงได้เห็นบรรยากาศ วันเปิดงาน
โดยมี Nuremberg Christmas Angel เป็นคนเปิดงาน นางฟ้าคริสมาสต์จะถูกเลือกทุกๆ 2 ปี จากเด็กสาวอายุ
ระหว่าง 16-18 ปี
 





เราเห็นใครๆก็มาหมุนวงแหวนนี้ มารู้ภายหลังว่าเขามาหมุนอธิฐานขอพรแล้วจะได้สบปราถนา




Kaiserburg








ตอนแรกรู้สึกไม่พอใจที่รถเบียร์คันนี้มาจอดบดบังการถ่ายรูปของเรา แต่พอเอารูปมาดูอีกทีชอบรูปนี้มาก เพราะเบียร์
ทูแคร์เป็นเบียประจำเมืองเนินเบิร์ก และโบสถ์ Frauenkirche ตั้งอยู่หน้าตลาด ( Main Market Square )





รถชมเมือง ไม่ได้นั่งเพราะเราเอารถมาเอง แต่ก็ไม่ได้ขับมากเพราะหาที่จอดยาก เอาเข้าไปจอดอาคารแล้วใช้สองขาพาไป








อากาศร้อนมาก 32 องศา แดดเปรี้ยงๆ ที่เราเห็นคนส่วนใหญ่มาจากต่างถิ่น มีคนเอเชียบ้าง อเมริกาบ้าง





เดินไปเรื่อยๆเกือบชนเจ้าหนูพิกชี่ พิกชี่เป็นหนังสือเล่มเล็กๆสำหรับเด็ก เด็กที่บ้านชอบอ่านมาก พ่อเขาก็ชอบ
เพราะหนังสือเล่มเล็กอ่านเสร็จเร็ว ตัวหนังสือไม่เยอะ นี่เป็นของฝากล้ำค่าสำหรับเด็กสองคนนั่นเชียวล่ะ ได้หนังสือ
ก็ดีใจยิ้มแก้มปริแล้ว




ของตกแต่งบ้าน ตกแต่งสวน ไม่คิดจะซื้อนะแต่ยืนมองอยู่นาน สำรวจราคา







แม่น้ำไหลผ่านเมืองนี้







Marriage Roundabout




เราใช้เวลาแค่สองชั่วโมงในการเดินชมเมือง เวลาที่เหลือหมดไปกับหาที่กิน เราขับรถออกนอกเมืองมาทานข้าวที่นี่
ร้านอาหารหัวหิน อร่อยดีแต่รู้สึกไม่ควรมาทานอาหารไทยที่นี่ เพราะมาถึงบาเยิ่นทั้งทีจะมานั่งทานอาหารไทยทำไมกัน



พอหอมปากหอมคอกับเมืองนี่ ถึงเราจะใช้เมืองนี้เป็นแค่ทางผ่าน แต่ถือได้ว่าเป็นเมืองแรกของแคว้นบาเยิ่นที่ฉันมาเยือน
เราคงไม่ลืมเมืองเนินเบิร์ก ตราบใดที่ยังต้องย่างใส้กรอกเนินเบิร์กให้เด็กๆทานอยู่เนืองๆ


เรานอนหลับเต็มที่ที่เมืองเนินเบิร์ก เพราะใส่เบียร์ทูแคไปครึ่งลิตร ตื่นมาประเดิมด้วยอาหารเช้าที่โรงแรมจนเต็มพุง
แล้วเราก็จากเมืองนี้ไปในเวลาต่อมา มุ่งหน้าไปยังมิวนิค เมืองหลวงของแคว้นบาเยิ่น

เราเข้าพักที่โรงแรมเดียวกันกับที่เนินเบิร์ก






หลังจากพักผ่อนเอาแรง ซึ่งก็ไม่ได้เหนื่อยมาก เพราะขับรถมาแค่สองชั่วโมง ดื่มชาทานอาหารว่างนิดหน่อย
แล้วเราก็ต่อกันเลย

จะเข้าวังค่ะ Nymphenburg เป็นพระราชวังฤดูร้อน




คงจะจริงอย่างเขาว่า ว่าที่นี่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เพราะเราเห็นรถทัวร์คันใหญ่จอดหน้าวังหลายคัน มีทั้งนักท่องเที่ยว
ชาวเอเชียและอเมริกัน





ด้านบนเพดานของ Great Hall








ห้องบรรทมของพระเจ้า  Ludwig II ของบาเยิ่น



สถาปนิกส์ที่ออกแบบเป็นชาวอิตาลี่



สวนด้านหลังพระราชวัง









เดินให้แดดเผาที่วังอยู่นาน เพราะใหญ่มากเดินไม่ถึงที่หมายสักที แล้วขับรถมานั่งพักเอาแรงที่นี่
เติมน้ำหล่อลื่นชดเชยที่สูญเสียไปกับแดดเมื่อสักครู่


The Hall of Fame หน้าฮอลจะมีรูปปั้นบาวาเรียใหญ่มหีมา สูงกว่า 18 เมตร เราเคยสงสัยว่าทำไม
ชื่อแคว้นบาเยิ่นในภาษาอังกฤษถึงใช้คำว่า บาวาเรีย พอมาที่นี่จึงถึงบางอ้อ




รูปปั้นบาวาเรีย ถูกสร้างขึ้นในสมัยของ พระ Ludwig I แห่งบาวาเรีย




รูปปั้นบาวเรียเป็นหญิงยืนคู่กับสิงโตตัวใหญ่ บนมือซ้ายของเธอถือพวงมาลัยใบโอลีฟ เบื้องหน้าของเธอนั้น
เป็นลานกว้าง บริเวณนี้เป็นที่จัดงานเทศกาลเดือนตุลาคม Oktoberfest





ก่อนจะไปไหนต่อมาหาที่จอดรถกันก่อนดีกว่า ที่จอดรถอยู่ติดกับอาคารหลังนี้ นี่เป็นห้างชื่อ Hirmer
ถามคุณผู้หญิงอาจจะไม่รู้จัก ถ้าถามผู้ชายน่าจะน้อยคนที่ไม่ทราบ ส่วนถามเรานอกเหนือจาก
ตลาดนัดจัตุจักรแล้วก็รู้อยู่ไม่กี่ห้าง





ตั้งใจจะมาไหว้พระที่นี่ โบสถ์พระแม่ Fauenkircher สถปัตยกรรมแบบโกทิค ที่ต้องแหงนหน้าดูหรือจะให้แน่ก็นอนราบกับพื้น
ไปเลยจะได้ดื่มด่ำกับความสูงและความงามได้ถ้วนทั่ว หรืออีกตัวเลือกหนึ่งคือเดินไปไกลเป็นกิโลเมตรก็ยังมองเห็นอยู่
หน้าโบสถ์ด้านหนึ่งถูกซ่อมแซมเลยห่อผ้าขาวเอาไว้





ภายใน เริ่มเห็นจนชินตา เลยรู้สึกว่าโบสถ์พระแม่ที่เดรสเดนสวยงามวิจิตรกว่า แต่ไม่ว่าที่ไหนๆและถึงแม้
เราจะเป็นชาวพุทธแบบไม่มีสิ่งเจือปน เราก็รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้มานั่งหน้าพระ ไม่ว่าจะเป็นพระเจ้า หรือพระพุทธเจ้า






ส่วนคนไร้ศาสนา เธอมานั่งริมบ่อนี้ เราก็เอาเท้ามาจุ่มน้ำบ่อเย็นๆนี่เหมือนกัน อากาศร้อนจัด 31 องศาใครๆก็มานั่งรับไอน้ำ






ฝรั่งเขามุงอะไรกัน เราไม่ได้มุงกับเขาเพราะเป็นคนไทยไม่ชอบมุง แค่เดินผ่านไปใกล้จึงรู้ว่า เขามองดูคนวาดรูปบนผ้าผืนใหญ่
ที่น่าจะห่มช้างได้สองตัว ข้างๆผืนผ้ามีกระป๋องให้หยอดตังค์นะคะ ใครมีจิตศรัธราช่วยหยอดด้วยอย่าดูอย่างเดียว





เดินมาเรื่อยตามที่โทรศัพท์บอก เดี๋ยวนี้ไม่ต้องอ่านแผนที่ให้เมื่อยกันแล้ว จ้องหน้าจอแล้วเดินตาม ส่วนเราจ้องตูดคนนำอย่าให้
คลาดเคลื่อนเป็นดีที่สุด 


ไม่รู้ใครเป็นเหมือนเราหรือเปล่า ไปเที่ยวเมืองไทยถ้าไม่ได้ไปทาวน์ฮอล หรือ Neues Rathaus เหมือนวิ่งไปไม่ถึงเส้นชัย







บริเวณลานกว้างใหญ่หน้าทาวน์ฮอลคือ Marienplatz





ทำอะไรกันอีกล่ะ เราก็ยิ่งเป็นคนขี้สงสัย ส่วนคนนำทางก็เดินลิ่วๆ คนยิ่งเยอะๆเดี๋ยวก็ได้หลงกันพอดี





นี่เป็ Altes Rathaus อยู่ไม่ห่างกับอันใหม่มากนัก





เดินถัดกันมาเรื่อยๆ จะเป็นตลาด ยามเทศกลาคริสมาสบริเวณนี้ก็จะเปลี่ยนเป็นตลาดคริสมาสทันที Weihnachtsmarkt
หน้าร้อนก็จะเป็นลานเบียร์ ร้านอาหาร ที่ขายของ









ตั้งใจว่าจะมาหาขาหมูเจ้าถิ่นกินที่นี่ แต่มีที่ไหนว่างบ้างค่ะ มาไกลนะคะลุกให้ฉันนั่งหน่อยได้ไหมค่ะ
ครั้นจะตะโกนบอกไปแบบนั้นก็เกรงว่าเขาจะหาว่าบ้า เลยเดินดูเงียบๆ




เขาบอกว่าต้นพฤษภาต้นแรก กำเนิดขึ้นที่เมืองมิวนิค






ของประดับประตูหน้าต่าง ตกแต่งบ้านแบบนี้ ถ้าจะซื้อต้องไปคนเดียว ถ้าไปกับเจ้าของเงินเธอจะไม่ห้ามเป็นภาษาพูด
แต่ส่ายจนหัวแทบหลุด กลัวเธอไม่มีหัวเลยไม่ซื้อติดมือมา



ก็เห็นด้วยละ เพราะมันไม่ได้ไร้สาระอย่างเดียว แพงด้วยพวงนั้นน่ะ เส้นล่ะ 18 ยูโร






อย่างที่รู้กันว่าขาหมูเยอรมันเป็นอาหารประจำแคว้นบาเยิ่น ถ้าจะว่าไปก็คงเหมือนกันส้มตำที่จะรื้อฟื้นหาต้นตำหรับ
ต้นตอว่ามาจากที่ใดนั้นก็ยากแล้ว เพราะมีทั่วไปทุกที่ไม่ว่าภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้ ก็คงเป็นเรื่องเล่าในตำนาน
ที่บอกว่าส้มตำเป็นอาหารอีสาน

ขาหมูที่นี่ก็คงไม่ต่างจากที่อื่นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นรสชาติหน้าตาหรือเครื่องเคียง แต่จะต่างคงเป็นปริมาณและราคา



อย่ากระนั้นเลย เราจะยังอยู่ที่บาเยิ่นอีกสามวัน วันนี้เลยสั่งจานนี้มาแทนขาหมูที่รัก ที่อกหักไม่ได้กินตอนเดินตลาด


 จานนี้เป็นของคนนำทาง





จานนี้เป็นของเรา จำชื่อไม่ได้แต่จำรสชาติและหน้าตาได้ หน้าตาแบบนี้เล่นไม่ยาก เป็นมันฝรั่งต้มกึ่งสุกแล้วเอาไปทอด
เจียวเบคอนกับหอมใหญ่ และเนื้ออกไก่หั่นเต๋าให้สุก แล้วเอามันฝรั่งทอดเสร็จมาคลุกเคล้ากัน แล้วโป๊ะด้วยไข่ดาว
ที่อธิบายมายาวเหยียดแบบไม่เว้นระยะหายใจนี่คือเดาเอานะคะ เพราะดูจากหน้าตาแล้วไม่น่าผิดจากนี้ สรุปอร่อยแต่ไม่หมด
เพราะให้มาเยอะมาก






ด้วยเมืองที่เราอยู่ไม่มีที่สูงๆต่ำ ราบเรียบจนไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น ก็อยากเห็นเขาเห็นภูกับเขาบ้าง เบื้องหน้าเป็น
แนวเทือกเขาแอลป์ที่อยู่ในส่วนของประเทศเยอรมันนี เรียกขานเป็นภาษาดอชย์ว่า Alpen




เราจึ่งมุ่งหน้าเพื่อที่จะไปทักทายเจ้าชายแอลป์ ฉันหลงรักเจ้าชายมานานตั้งแต่หาข้อมูลเที่ยว ประหนึ่งสาวบ้านนา
ตาดำๆอยากเจอเจ้าชายรูปงามผู้สูงส่ง





ด้วยเป็นคนใฝ่สูงมาตลอด เพราะเมื่อต้นปีนี้ก็ไปยืนชูสองนิ้วถ่ายภาพกับสูงสุดแดนสยามมาแล้ว(2.565 เมตร จากระดับน้ำทะเล)
และจะมาบาเยิ่นทั้งทีก็ไม่อยากพลาดมาเยือนที่นี่ Zugspitze Top of Germany





เบื้องหน้าที่เห็นนี่คือเจ้าชายแอลป์ที่ฉันโหยหา ซุกซปิสเซอร์ (ซ โซ่เยอะจัง ถ้าไม่อยากเห็น ซ โซ่มากก็หันไปอ่าน
คำภาษาดอชย์เอานะคะ) Zugspitze สูงสุดแดนดอชย์

ภาพหน้าตรงของชายแอลป์ ยังเห็นปลายยอดอยู่ลิบๆ




ฉันดีใจและตื่นเต้น ในที่สุดก็มาถึงตีนเขา อีกแค่ไม่กี่อึดใจฉันก็จะได้ขึ้นยืนที่ยอดปลายนั่น และจะได้ยลโฉมแนวยอดเขา
เป็นร้อยๆลูก ฉันจะได้ขึ้นไปสูดอากาศบางๆบนนั้น ฉันจะได้มองไปให้ไกลสุดตา ดูท้องฟ้าครามตัดกับสีเขียวยอดเขา
ฉันจะมองให้ทุลุไปถึงออสเตรีย สวิสเชอแลนด์ฝรั่งเศส และอิตาลี่ เท่าที่ความสามารถของสายตาและกล้องส่องทาง
ไกลจะไปถึง




แค่คิดฉันมีความสุขแล้ว ฉันไม่ค่อยที่จะถ่ายรูปอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า แต่กับเจ้าชายแอลป์ฉันกดแล้วกดอีก เหมือนกัน
เด็กที่ได้กินขนมแล้วหยุดไม่ได้ แม้กระทั่งระหว่างทางเดินไปขึ้นกระเช้าไฟฟ้า ก็ยังอุสาส์หันหลังกลับมาถ่ายรูปนี้
โดยที่ฉันไม่คาดคิดและไม่ล่วงรู้เลยว่า นี่เป็นภาพที่สวยที่สุดที่สามารถถ่ายได้ในวันนี้ เพราะหลังจากนี้หนึ่งชั่วโมงฉัน
ก็ไม่สามารถถ่ายอะไรได้อีก





อาคารขึ้นกระเช้าไฟฟ้า





ฉันเป็นคนแรกของขบวน เพราะขบวนก่อนหน้าฉันเป็นคนสุดท้าย และเขาไม่รับฉันไปด้วย เราเลยต้องรอขบวนถัดมา
จะว่าไปฉันก็เป็นคนที่สอง เพราะปล่อยให้ท่านผู้นำสอดบัตรเข้าไปก่อน จะได้ทำตามแบบไม่อายคนข้างหลัง เพราะ
ขนาดรถไฟฟ้าบีทีเอส ฉันยังสอดผิดสอดถูก ยืนยันนะคะว่าไม่ได้โง่ แค่สวยนิดหน่อยเท่านั้นเอง






จากที่กระหยิ่มยิ้มย่องมาตั้งแต่ตีนเขา พอเข้ามาที่กระเช้าใจฉันเริ่มสลาย เพราะเจ้าชายแอลป์ที่ฉันหลงรัก
อุสาห์ฉันเดินทางมาเกือบเก้าร้อยกิโลเมตร นอกจากจะไม่สบตาฉันแล้ว เธอยังพาผองเพื่อนเมฆหมอกดำ
มาบดบังอำพรางตัวจากฉัน ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนถูกสลัดรักจากคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
ไม่ถึงกับเศร้าโศกาน้ำตาร่วง แต่จะให้ทำใจเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นนั้นมันลำบาก



ทะเลสาบ Eibsee ระดับที่ถ่ายภาพนี้ยังอยู่บนกระเช้า เขาเรียกว่าระดับความสูงตรงนี้ว่า ระดับกระตุกต่อมเสียว ตอนซื้อตั๋ว
ขึ้นกระเช้าเหลือบไปเห็นแผ่นโบชัว เป็นภาษาไทยเลยขอติดมาด้วย





สูงขึ้นมาอีกเรื่อยๆ ยิ่งสูงหมอกยิ่งหนา ก่อนขึ้นมาท้องฟ้ายังเปิดอยู่เลย ตอนนี้ต่อให้กินยาทัมใจไปหลายซอง
ก็ยังทำใจไม่ได้ แต่จะทำอย่างไรได้เล่า มาถึงเกือบครึ่งทางแล้วจะลงไปได้ง่ายได้ยังไง ประตูเขาไม่เปิดให้หรอก






เป็นอันว่าไม่ต้องลุ้นอะไรทั้งนั้น ท้องฟ้าปิดสนิท หวนให้คิดถึงสองวันที่ผ่านมาที่เนินเบิร์กและมิวนิค แดดจัดชัดเจน
ไม่มีแม้แต่เมฆบางบนท้องฟ้า เรื่องของอากาศถ้ามัวแต่ไปยึดติดย่อมเป็นเหตุแห่งทุกข์แน่นอน


ฉันเป็นคนไม่ใฝ่ทุกข์และชอบความสุขเลยต้องหาอะไรทำบนนี้ เลยเดินดูให้ทั่ว เดินผ่านศิลาจารึกพวกนี้ ใครไปใครมา
ก็มาทิ้งลายมือเอาไว้





ขอสักหน่อยนะจ๊ะที่รัก ฉันรักเธอถึงได้มาหา สูง 2950 เมตรจากระดับน้ำทะเล สูสีสูงสุดแดนสยาม กินกันแค่สามร้อยเมตร
แบบไม่มีนัยสำคัญ

ในใจตอนนั้น อยากจะมีไดร์เป่าผมอันใหญ่มหึมาแล้วเป่าพัดพาเมฆหมอกนี้ให้หายไป แต่ทีทำได้คือยืนโพสท่าให้สวยเข้าไว้





ฉันใช้เวลาสำรวจดินแดนนี้อยู่ชั่วโมงกว่า หัวชื้นจนรู้สึกได้เพราะเดินผ่านหมอกตลอดเวลา ถึงหมอกจะหนาจัดก็ยังอนุญาติให้
คนไต่เขาไปส่วนปลายแหลมสุด ฉันมองเห็นคนเดินลางๆ นี่ท่านไม่กลัวอะไรกันเลยรึหมอกหนาขนาดนี้ ก็ใช่อยู่ว่ามีแนวรั้วให้
พยุงตลอดจนถึงปลายแหลม แต่หมอกจัดขนาดนี้ฝนจะตกลงมาเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าฝนตกก็ลื่นเพราะเป็นภูเขาหิน และยังมีน้ำ
แข็งเกาะอยู่ถึงจะเป็นหน้าร้อนก็ตาม

เบื้องหน้าจินตนาการเอาว่าเป็นยอดหลายร้อยลูก ด้วยเจ้าชายแอลป์กินพื้นที่หลายประเทศ





ด้วยทำอะไรไม่ได้แล้วนอกจากนั่งกุมมือกันท่ามกลางหมอกขาวขุ่น เราจึงมาต่อแถวลงดีกว่า แผลในใจฉันเริ่มสมานแล้ว
เพราะถึงแม้เจ้าชายจะไม่อยากสบตาฉัน ฉันก็ยังมีที่หมายอื่นที่สวยไม่แพ้กัน เป้าหมายต่อไปของฉันคือ ปราสาทนอยส์
ซวานสไตน์ เหมือนฟ้ายังมีใจอยู่บ้าง พอลงมาได้ขึ้นรถพอดีฝนลูกใหญ่ก็ตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาเป็นเวลาเกือบ
ชั่วโมง แต่เราไม่เปียก



เราวางแผนจะไปปราสาทกันในวันพรุ่ง วันนี้เราจะเดินทางไปพักที่เมือง อินส์บรูก(Innsbruck) ออสเตรีย ตลอดทางยังเป็น
เทือกเขาแอลป์






อินส์บรูก เป็นเมืองหลวงของแคว้น Tyrol ประเทศออสเตรีย ขับรถมาจากซุกซปิทส์เซอร์ใช้เวลาเพียงชั่วโมงกว่าๆ เราเห็นว่า
ที่นี่มีโรงแรมน่าพัก และสามารถเดินทางไปปราสาทนอยส์ซวานสไตส์ได้เร็วว่าที่จะกลับไปพักที่มิวนิค และได้เดินชมเมืองนี้ด้วย
ไปในตัว


ด้วยความที่ชอบภูเขา อะไรๆที่อยู่รอบรอบด้วยหุบเขาดูเหมือนจะงดงามไปหมดในสายตาฉัน เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆมีหุบเขารอบ
ล้อมทุกทิศ





พอเก็บของเข้าที่พัก ฉันก็เริ่มกางแผนที่หาจุดชมเมืองทันที ด้วยความที่ผิดหวังมาหมาดๆ หมอกดำและฝนเริ่มหายไป แดดแรง
เข้ามาแทนที่ ฉันจึงไม่อยากเสียเวลาที่จะสำรวจเมืองนี้





ม้าจอดไฟแดง รถม้านี่ไม่ใช่รถธรรมดาแต่เป็นรถนั่งชมเมือง






อินส์บรูกตั้งอยู่ในหุบเขาทีชื่อว่า อินน์






Midtown Innsbruck เมืองนี้เคยเป็นเจ้าภาพแข่งขันโอลิมปิกหน้าหนาว เมื่อ 35 ปีก่อนในปี 1976
นั่นคือฉันเพิ่งเกิด





ฉันพกหนังสือเดินทางมาด้วย คนนำทางย้ำนักหนาอย่าลืมเพราะเราจะข้ามแดน ข้ามแดนมาออสเตรียง่ายเหมือนขับรถ
ผ่านสี่แยกไฟแดง เพราะไม่มีด่านตรวจคนเข้าเมือง ไปซื้อสติกส์เกอร์ขอใช้ถนนราคา 8 ยูโรมาติดหน้ารถเป็นอันเสร็จพิธี
จะอยู่นานกี่วันกี่คืนก็ได้ แต่ห้ามอยู่แบบถาวร






ถ้าถามว่ามีคนลักไก่ไม่ติดสติกเกอร์เข้าเมืองบ้างไหม เดาว่าน่าจะมีบ้างล่ะนะ แต่ถ้าโดนจับได้ก็จ่ายมากแบบได้ไม่คุ้มเสีย
ไปตามระเบียบ คนขับอดใจมาเติมน้ำมันแบบปริมถังที่นี่ เพราะราคาถูกกว่าที่เยอรมันตั้ง 10 เซ็นต์


อากาศเย็นสบายน่าเดิน ผู้คนไม่วุ่นวายเป็นเมืองเล็กๆที่น่ารัก ฉันชอบเมืองนี้นอกจากจะธรรมชาติรอบด้านสวยงามแล้ว
เป็นเมืองที่ไม่ต้องปรับตัวอะไรเลย พูดเข้าไปเถอะเยอรมัน เขาเข้าใจคุณเพราะใช้ภาษาเดียวกัน อุณหมิก็ไม่แต่กต่าง
ทีวีบางช่องก็เหมือนกัน




Goldenes Dach บ้านหลังคาสีทอง ถือเป็นแลนด์มาคของเมืองนี้ ข้างในเป็นพิพิธภัณฑ์








โดมเซ้นต์จาคอบ



ภายใน











เป็นป้ายร้านค้า ร้านอาหาร 





ทางไปขึ้นเขา ใจก็อยากไปยอดเขาที่สูงที่สุดของเมืองนี้ เพราะอากาศดีขึ้นแล้ว เหมือนกำลังสะบักสะบอม
ไม่พร้อมที่จะเจ็บ ถ้าในอีกชั่วโมงฝนลงเม็ดมาล่ะ ไม่อยากคิดขอเดินเล่นรับลมเย็น ให้แสงแดดที่ไม่รู้ว่า
จะหมดไปตอนไหนโลมเลียดีกว่าที่จะเสี่ยง









แม่น้ำนี้ชื่อว่า อินน์ และคำว่าบรูก ย่อมาจากคำที่มาจากภาษาเยอรมันคือ Brücke แปลว่า สะพาน
จึงเป็นที่มาของชื่อเมือง Innsbruck แปลว่า สะพานข้ามแม่น้ำอินน์




น้ำไหลเชี่ยวมากๆ เข้าใจว่าเป็นเพราะฝนเพิ่งตกเสร็จหมาดๆ







มีใครเห็นอะไรในตึกนี้ไหม เราเห็นธงชาติออสเตรียที่หน้าต่าง





เมืองที่มีแม่น้ำไหลผ่าน มีภูเขาล้อมรอบ แล้วจะเรียกร้องอะไรอีก เราเป็นเพียงผู้มาเยือนยังสุขใจได้ถึงเพียงนี้
รู้สึกว่าผู้คนเมืองนี้ช่างโชคดีนัก





กางแผนที่เห็นมีรูปกล้องที่ไหน ก็เดินตามพิกัดมาเรื่อยๆ บริเวณส่วนนี้เป็นส่วนของเมืองเก่า






จะว่าไปเมืองนี้เขามีชื่อเสียงมากเรื่องนี้สกี ก็ไม่น่าแปลกใจเพราะหน้าบ้านก็เขา หลังบ้านก็เขาหิมะตกมา
ก็กลายเป็นที่ไถสกีดีๆนี่เอง นี่คือ Ski jump stadium







ขับรถมาทั้งวันจากซุกซปิทเซอร์ มาถึงทานของว่างที่โรงแรมนิดหน่อย แล้วก็เดินยาวเลยแบบทำเวลา
เริ่มหิว เป้าหมายเราไม่อยู่ที่รูปกล้องในแผนที่แล้่ว แต่เป็นรูปช้อนซ่อมแทน ร้านนี้ไม่อยู่ในแผนที่


ถ้าไม่ได้คนนำทาง จะไม่รู้เลยว่าที่นี่คือร้านอาหาร ตอนเปิดประตูยังกล้าๆกลัวๆเพราะมันดูเก่าและขลังมาก





เข้าไปแล้วจึงรู้สึกดี คนคับคั่งเสียงเพลงไพเราะ เฟอร์นิเจอเก่าได้อารมณ์ ส่วนนี้เป็นห้องสำหรับคนไม่สูบบุหรี่ คน
ส่วนใหญ่ไปกองกันที่ห้องสูบบุหรี่หมด





มาถึงออสเตรียทั้งที่ก็ต้องลองจานนี้ Wiener Schnitzel (วีนเนอร์ซนิทเซิล) เมืองเวียนนา ภาษาดอชย์เรียก วีน
เป็นอันว่าอาหารจานนี้มีต้นตำหรับที่นั่น ถ้าเป็นที่บ้านจะทำหมูหนากว่านี้

ของแท้ที่วางอยู่ต่อหน้านี้ หมูจะถูกหมูให้บางๆก่อนเอาไปเคลือบและทอด แผ่จนเกือบเต็มจาน เสริฟมากับสลัดมันฝรั่ง
และแยมบลูเบอร์รี่ ตอนแรกก็งง แยมนี่นะทานกับหมูทอด  แต่พอเอาเข้าปากเท่านั้นล่ะ โอ้ลั่นล่า แม่เจ้ามันเข้ากันๆ
ลงตัวที่สุด หมูก็นุ่มแยมก็ออกหวานๆเปรี้ยวเล็กน้อย





อิ่มแล้วก็เดินกันต่อ สายเคเบิลที่พันกันอยู่บนนั้น เป็นเคเบิลสำหรับรถไฟรถราง






คืนนี้เรานอนหลับสบายที่อินส์บรูก ได้ดูรายการทีวีทำอาหารของอาจาย์ยิ่งศักด์ด้วย ไปมาหลายที่เพิ่งเห็นโรงแรมมีช่อง
ทีวีไทย

ตอนสายๆหมอกเริ่มสลายตัวขึ้นสู่ท้องฟ้า เป็นสัญญาณบอกว่า พื้นโลกอุ่นขึ้นแล้วและแสงแดดกำลังจะมาในไม่ช้า





หลังจากทานอาหารเช้าที่โรงแรม และพักผ่อนเก็บข้าวของเราเตรียมตัวมุงหน้าไปจุดหมายสุดท้าย ปราสาทนอยส์ซวานสไตน์
เราไม่คิดจะเดินทางกลับไปตั้งหลักที่เยอรมัน ดูเหมือนจะเป็นเส้นทางเดียวที่ดีที่สุด เราจะมุ่งหน้าเลียบเลาะแนวเขาแอลป์ไป
ในส่วนของออสเตรีย






ขับรถไปด้วยความลำบากเพราะฝนตก ถนนลื่นทั้งชันและโค้งพันเลี้ยว ถนนมีสองเลนส์ สองข้างทางเป็นเขาและเหวลึก
แต่ความสวยงามของเหล่าหุบเขายอดเขา ทำให้เราลืมข้อด้อยของเส้นทางไปโดยสิ้นเชิง รู้สึกคุ้มมากกว่าที่เลือกเส้นทางนี้






เราใกล้จะถึงเส้นชัยเข้ามาทุกที มองดูท้องฟ้าเบี้องหน้าฝั่งเยอรมันเริ่มมีแสงจ้าขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ทางเรายังมืดมัวอยู่
และอีก 50 กิโลเมตรสุดท้ายเราก็จะถึงที่หมาย รถเริ่มเคลื่อนตัวช้าลงเรื่อยๆ จนต้องจอด จีพีเอส บอกเราว่ารถติดเบื้องหน้า
เป็นระยะทาง 20 กิโลเมตร และต้องใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงถึงจะหลุด




พอรถบอกเช่นนั้น ผู้นำทางท่านก็เริ่มประมวลภาพทั้งหมด ใช้เวลาแค่ไม่ถึง 4 นาทีเธอหมุนพวงมาลัยลับทันที
เพราะระยะทางจากนี่ถึงที่พักที่มิวนิคใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงกว่า จะให้รถติดอยู่บนเขาแบบหาทางไปไม่ได้
อยู่สองชั่วโมงเธอไม่สามารถรับได้



ความผิดหวังเริ่มเขามาเยือนเป็นครั้งที่สอง เราต่อรองกับคนนำทางให้นำเราไปถึงฝั่ง แต่เขาไม่เล่นด้วย
ด้วยบอกว่ามันไร้สาระที่จะรอ ทำยังกับว่าชีวิตนี้เธอไม่เคยทำเรื่องไร้สาระอย่างนั้นล่ะ เรื่องโง่ๆมากกว่านี้
ก็เคยทำแล้วไม่ใช่หรือ ฉันเถียงออกไปก็เพื่อกลบความเศร้าที่คุกรุ่นอยู่ในใจ


แต่ลึกๆแล้วก็เห็นด้วยกับเขา เพราะถึงแม้ไปถึง ถ้าฝนตกเราก็คงไม่สามรถขึ้นไปชมปราสาท
ได้เหมือนเดิม ต้องรอให้ฝนหยุด จะกลายเป็นต้องรอแล้วรอเล่า เสียเวลาอยู่ทั้งวันโดยที่ไม่ได้อะไรเลย





รถติดอย่างหนักแทบไม่ขยับ ฉันอยากมีเฮลิปคอปเตอร์ไม้ใผ่ ของโดเรมี้สักอัน จะบินข้ามรถพวกนี้ไปยังที่หมาย จะให้ทิ้ง
คนขับรถให้ถอยหลังกลับคนเดียว แล้วเจอกันที่ทางขึ้นปราสาท



พอกลับถึงที่โรงแรมที่มิวนิค เรามีเวลาเยอะพอสมควรที่จะทำทัวร์ให้ทั่วเมืองมิวนิค ในส่วนที่เรายังไม่ได้ไป แต่อารมณ์นี้
ฉันไม่อยากไปไหนทั้งนั้น ฉันอกหักสองวันติดกัน ไม่มีกะจิกะใจจะดูหรือไปไหนต่อ ฉันขอนอนแช่น้ำอุ่น นอนกลางวัน
ใช้เวลาที่เหลือพักผ่อนให้มากที่สุดดีกว่า จะได้มีแรงไปต่อสู้กับสองลิงที่บ้าน



ไม่มีอารมณ์แม้จะไปกินขาหมูอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ ฉันบอกลาบาเยิ่นด้วยความเศร้า และบอกกับตัวเองว่า มันจะเป็นการบอก
ลาเพื่อที่จะมาพบกันใหม่ในอีกครั้ง









อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ก่อนแก่ วันที่ : 10/01/2013 เวลา : 22.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dadamost

ตามมาเที่ยวเยอรมันและออสเตรียด้วยไม่ผิดหวังจริงๆๆคะ ภาพสวยน่าชวนหลงไหลจริงๆๆเหมือนได้มาเที่ยวเองนะคะ จะแวะมาเที่ยวตามบ่อยๆๆนะคะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
cm_coffee วันที่ : 22/08/2012 เวลา : 18.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cm-arabica
"ลุงรภ"

วิว ทิวทัศน์ สวยงาม น่าสนุก
ชอบใจที่ได้ขับรถเที่ยวถูกใจครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
หมีน้อยเยอรมัน วันที่ : 22/08/2012 เวลา : 18.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/alexluknoi


ญ่าดา ดีใจค่ะที่ชอบ

หนูโคม พอดีล่ะหนูเรียนจบคู่หมั้นหนูก็เข้า ปอ หนึ่ง พอดี

ครูทิพย์ เราหน่ะไปดูคุณครูล่องเรือมาแล้วล่ะ แต่ไม่ได้ทิ้งร่องรอยเอาไว้ แอบอิจฉาคุณครูได้ไปเที่ยวที่สวยๆค่ะ

คุณนักเดินทาง ขอบคุณค่ะ ไปเที่ยวกับคุณนักเดินทางมาหลายรอบแล้วค่ะ

คุณชบาตานี วันนี้ทำอะไรกินเอ๋ย เดี๋ยวจะไปลอกการบ้าน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ชบาตานี วันที่ : 19/08/2012 เวลา : 13.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

บ้านเมืองเค้าน่าอยู่มากๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ครูอุ้ย วันที่ : 19/08/2012 เวลา : 10.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lammai

สวัสดีค่ะ

สถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากค่ะ


ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นักเดินทางตัวเขื่อง วันที่ : 19/08/2012 เวลา : 10.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/navigaty

ตามมาสวัสดีและเที่ยวชมเยอรมันค่ะ..คุณหมีน้อยเยอรมัน
ภาพสวย และสถานที่ก้อสวยมากค่ะ ..ดูกันแบบจุใจเลย..

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ครูทิพย์ วันที่ : 19/08/2012 เวลา : 07.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Tip2
Every minute is precious if every minute I have you. ทุกนาทีจะมีค่า หากทุกเวลาฉันมีเธอ 

สวัสดีค่ะ ตามหนูโคมทองมาแวะเยี่ยมชมบ้านนี้นะคะ

เข้ามาแล้วไม่ผิดหวังเลยค่ะ...เหมือนได้มาเที่ยวเมืองบาเยิ่นด้วยตนเองเลยทีเดียว...ภาพสวยมากและชอบสไตล์การบรรยายภาพที่สอดแทรกอารมณ์ขันอยู่ตลอดเวลา แสดงว่าเป็นคนอารมณ์ดีมากๆ นะคะ

ครูได้ไปเที่ยวเมือง Morbach เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมานี้...คงไกลกันกับบาเยิ่นมากใช่ไหมคะ
.............................................................

ล่องเรือบรรยากาศแสนโรแมนติก...ชมไร่องุ่นสุดลูกหูลูกตา @ Mosel River, Germany
http://www.oknation.net/blog/Tip2/2012/08/01/entry-1

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
โคมทอง วันที่ : 19/08/2012 เวลา : 04.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ji2551

ภาพสวยจังค่ะ บรรยากาศจริงต้องสวยกว่าในภาพพันเท่า สาบานได้ว่าสวยจริงๆ อยากไปๆ เยอรมันนี้มีสถานที่สวยๆ หลายแห่งนะค่ะ โดยเแพาะปราสาทราชวังนี้สุดยอดสถาปัตยกรรมเลย แห่ะๆ ไม่เคยไปค่ะ แค่อ่านตามคอลัมษ์ ในหนังสือท่องเที่ยว และอยาก

ป.ล. มาตตามหาคู่หมั้นค่ะ สบายดีกันนะค่ะ ช่วงนี้พอมีเวลานิดๆ แต่อีกเดียวคงเรียนหนักค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ย่าดา วันที่ : 17/08/2012 เวลา : 18.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

ภาพสวยมากค่ะ น่าไปเที่ยวจัง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน