• สายลมที่ผ่านมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-09-16
  • จำนวนเรื่อง : 56
  • จำนวนผู้ชม : 17975
  • จำนวนผู้โหวต : 57
  • ส่ง msg :
<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



วันอังคาร ที่ 16 ตุลาคม 2550
กระสุนนัดนั้น (จบ) ................
Posted by สายลมที่ผ่านมา , ผู้อ่าน : 345 , 01:35:05 น.  
พิมพ์หน้านี้


(2) ผมยาวหยักศกถูกรวบไว้ด้านหลังเจ้าของไหล่หนากว้าง

ผิวที่คล้ำลง ผิดกับเด็กหนุ่มวัยคะนองที่ชั้นเคยพบ มีเพียง

รอยยิ้มละมุนตาที่คุ้นเคย นัฐยืนรออยู่ตรงระเบียงบ้านพัก

ปีกไม้หลังใหญ่

“เฮ้ย!! เป็นไง สบายดีป่าว” นัฐทักฉันเสียงใส

“ไอ้นัฐ โหยอ้วนนะมึงไม่เห็นอดเห็นอยากอย่างที่ว่า

คิดถึงหวะเป็นไงบ้าง” ฉันทักตอบแทบจะถลาไปหา

“มาเฮ้ย ขึ้นบ้านอาบน้ำอาบท่าก่อน เอื้อง พาคุณไปที่

ห้องพักที” นัฐชวนฉันขึ้นบ้าน

“เดี๋ยวเรียบร้อยแล้วมากินข้าวเย็นกัน เดี๋ยวชั้นไปดูหน้างาน

หน่อย คนงานมาตาม” นัฐชวนและบอกกล่าวที่ไม่ได้อยู่รับแขก

เอื้องสาวน้อยอายุไม่น่าจะเกิน 15 ปี ผิวพรรณผุดผ่องแบบ

คนเหนือ เธอพาฉันไปยังห้องพัก หนึ่งในสามห้องที่อยู่

ถัดไปจากโถงหน้าบ้าน ประตูห้องเยื้องกับประตูหน้าบ้าน

ทำให้มองเห็นต้นไม้ร่มรื่นหน้าบ้านได้อย่างชัดเจน ห้องของ

นัฐอยู่ติดกับห้องฉัน

ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่หลังจากที่ฉันได้อาบน้ำและเผลอหลับไป

เมื่อตื่นขึ้นมาสิ่งที่ฉันเห็นเป็นสิ่งแรก เอื้องนั้งหน้าเปื้อนยิ้ม

อยู่ที่ปลายเท้า เธอยิ้มให้ฉันแก้มป่อง ก่อนเปล่งเสียงใส ๆ

 บอกฉันว่า

“นายให้มารอคุณไปกินข้าวค่ะ”

“ไปสิ เดี๋ยวล้างหน้าหน่อย” หลังจากล้างหน้าแล้วฉันเดินตาม

เธอไปอย่างว่าง่าย

ค่ำนั้นที่ริมระเบียงหน้าบ้าน  ฉันกับนัฐเรานั่งกินเหล้าคุย

กันและเล่าเรื่องเก่า นัฐเล่าให้ฟังถึงเรื่องในวันที่เราจากกันว่า

นัฐรับงานจากแรกพี่พล งานที่ว่ามันคืองานขับรถมอเตอร์ไซด์

ให้กับมือปืน เพื่อไปตามเก็บเสี่ยคนหนึ่ง  แต่มือปืนพลาด

ผลของความผิดพลาดคือความตาย

นัฐก็เช่นกัน แม้ว่าจะรอดมาได้แต่ก็ถูกกระสุนจากสมุน

เสี่ยใหญ่เข้าที่ไหล่หนึ่งนัด ดีที่ว่ากระสุนมันไม่โดนจุดสำคัญ

ทะลุออกไปจากร่าง ไม่อย่างนั้นนัฐอาจจะไม่ได้มานั่งคุยกับ

ฉันอยู่อย่างนี้ก็ได้

หลังจากที่นัฐมากับพี่พล ๆ พานัฐไปรักษาพิษกระสุนที่บ้าน

เสธฯ ทหารคนหนึ่งในต่างจังหวัด  จากนั้นนัฐก็ได้เข้าซุ้ม

เป็นมือปืนในสังกัดของเสธฯ คนนั้น แต่ไม่นานนัก  เสธฯ

คนดังกล่าวตายเพราะผลของคมกระสุนที่ตามทันในชาตินี้

และเพราะนัฐเบื่อที่จะอยู่ในซุ้มมือปืนอีกต่อไป นัฐจึงขอย้าย

สังกัดไปช่วยนายใหม่ทำงานในปางไม้ด้วยความช่วยเหลือ

ของพี่พล 

นัฐทำงานแทนหูแทนตานายทั้งหมดที่นี่ ที่ปางไม้นี้เองที่

นัฐรู้สึกว่ามันปลอดโปร่งและปลอดภัยกว่าการกำด้ามปืนอยู่

ข้างนอก ที่นี่อาจจะกันดารและแล้งร้อนสำหรับใครอื่น แต่ใจ

นัฐกลับชุ่มชื่นด้วยไม่ต้องเข้นฆ่าใครเหมือนเมื่ออยู่ซุ้มอีก

ถ้าไม่จำเป็น

“ทำไมนัฐต้องรับงานนี้จากพี่พลหละ” ฉันถามนัฐ ความหมาย

ของมันคืองานที่ทำให้นัฐเกือบตายในวันนั้น

“แม่เราเป็นมะเร็งน่ะแก้ว  ฟังดูน้ำเน่ามั้ย  เราไม่มีอะไร

จะเสียแล้วในตอนนั้น แต่สุดท้ายเราก็เสียไปหมดทุกอย่าง

จริง ๆ สุดท้ายแม่เราก็ไม่รอด เราเองก็ไม่มีอนาคต ไม่แม้

กระทั้งจะอยู่ดูใจแม่เรา และท้ายสุดเราก็ต้องมาอยู่ที่นี่” 

นัฐพูดพ้อ

“ช่างเถิดหวะ แม่งเรื่องของโลกนะชั้นว่า อย่างน้อยแกก็ยัง

มีชีวิตนี่หว่า อย่างน้อยแกก็มีชั้นหละตอนนี้อ่ะ” ฉันพูดติด

ตลก แม้แต่เรื่องของฉันเอง ฉันก็ยังว่า “แม่งเรื่องของโลก” 

ฉันว่ามันดูยิ่งใหญ่ดีแล้วในตอนนั้น

“แล้วชั้นจะเอาแกมาทำอะไรหละ” นัฐขำ รอยยิ้มสดใส

นัฐที่ฉันรู้จักกลับมาอีกหน

“แก้เหงามั้งแก เลี้ยงแก้เหงา ถึงชั้นจะเห่าไม่ได้ ชั้นก็พูดได้

นะโว้ย  ทนรำคาญหน่อยแล้วกัน” ฉันกระเซ้า

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”  เราหัวเราะร่วมกันอีกครั้ง

“เออออออ สรุปว่าซวยกู เอ้อ! แล้วเรื่องของแกหละ แกจะจัดการ

ยังไง ต้องให้ชั้นช่วยมั้ย” นัฐถามพร้อมยื่นความช่วยเหลือ

“ไม่เป็นไรแก เรื่องขี้หมา แค่ตอนนี้อยากหาที่พักกายพักใจ

ซักพักชาร์ตไฟ” ฉันจิบเหล้าในมือพลางบอกนัฐ

“ก็ตามใจแก แต่พูดตรง ๆ ชั้นก็ไม่อยากให้แกอยู่ที่นี่นาน ๆ

หรอกนะ เมื่อตอนเย็นชั้นไปที่หน้างาน ได้ข่าวไม่ค่อยดี

เท่าไหร่ พวก ๆ กันมันมาบอกว่าทหารพม่าจะรุกเข้าตีตาม

ตะเข็บชายแดนอีกระลอกแล้ว ดีไม่ดีชั้นอาจจะต้องส่งแกกลับ

ก่อนที่แกจะชาร์ตไฟเต็ม” นัฐพูดด้วยสีหน้ากังวล

“ทำไมอ่ะ แล้วมันเกี่ยวอะไร” ฉันถามเพราะความไม่รู้

“มันอันตรายน่ะสิ บางครั้งไอ้พวกกระเหรี่ยงดีไม่ดีก็พวก

ไอ้หม่องเองน่ะหละ มันเฉ่งกันมาก ๆ มันก็เลยมาปล้นปาง

เอาเป็นของแถม ต้องคอยดูกันเอาไว้ นี่มันเขตชายแดนนะ

เว้ยอย่าลืม”นัฐอธิบายพร้อมคำขู่เสร็จสรรพ

“เออ!!! ถึงตอนนั้นแกก็บอกชั้นและกัน” ฉันรับปากทำหน้า

เซ็ง ๆ ก็กว่าจะนั่งเครื่องนั่งรถมานี่มันหลายชั่วโมง มายัง

ไม่ทันหายคิดถึงเพื่อนจะไล่กลับเสียแล้ว

คืนนั้นก่อนนอน นัฐพาฉันไปที่ห้อง สิ่งที่นัฐมอบให้และ

ฉันไม่อยากจะรับมันคือ มัจจุราชสีดำ sub compact 

"baby glock" 9 มม.

“ยังใช้เป็นใช่มั้ย เอาไปไว้กับตัวก่อนพรุ่งนี้จะเปลี่ยนสปริง

นกสับให้มันลั่นไกนิ่มกว่าเดิมอีกหน่อย” นัฐบอกชั้นก่อน

ที่เราจะแยกย้ายกันไปนอน

เช้านั้นหลังอาหารนัฐเรียกให้ฉันเอาปืนที่ให้ไว้เมื่อคืน

ออกมา เพื่อจะทำการเปลี่ยนสปริงนกสับให้ นัฐขันน๊อต

ตรงแนวหลังด้ามปืน ที่สวมไว้กับก้านที่ยันนกสับ งัดเอาก้าน

ออกมา ถอดสปริงของเดิมออกและใส่ของใหม่เข้าไป จับเอา

ก้านเก็บเข้าที่เดิม ปิดแก้มประกับด้ามขันน๊อตอย่างชำนาญ

นัฐกว้านมือไปในทางตรงข้ามกับที่ฉันนั่งอยู่แล้วลั่นไก

ปืนไม่มีลูก เสียงกริ๊ก

“อะเรียบร้อย ชั้นว่ามันนิ่มขึ้นแล้วหละคงไม่มีปัญหาหละ

ชั้นว่าแรงระดับนี้มันยิงกระสุนแตกแน่” นัฐส่งยิ้มและ

ปืนให้ฉัน

“ต้องใส่ลูกให้ด้วยมั้ย ใส่เป็นมั้ยเนี่ย มะเอามา อ้อ แล้ว

ไม่ต้องเซฟไว้นะ เตรียมพร้อมไว้ก่อนดีกว่า” นัฐดึงปืนออกไป

จากมือฉันอีกครั้ง

“เฮ้ย !! ไม่เซฟเดี๋ยวมันปุ้งปั้งใส่ชั้นทำไงหละแก ชั้นยังไม่ได้

แต่งงานนะโว้ย” ฉันโวยวายหลังจากได้ยิน ที่นัฐบอกว่า

ไม่ต้องเซฟปืน

เขาบรรจงใส่กระสุนอย่างรวดเร็วก่อนส่งมันกลับมาให้ฉัน

อีกครั้งหนึ่ง

“เอาหนะ!! ยังไงแกก็คงไม่ได้แต่งอยู่แล้ว ถ้าหนีตามคงไม่แน่

 เห็นว่าชอบวิวาห์เหาะไม่ใช่เหรอ จะได้ไม่เปลืองงบประมาณ

 หึ หึ หึ เอาเป็นว่าเดี๋ยวชั้นลดนกชิดโครงปืนให้ก็แล้วกัน” 

นัฐยังขำฉันไม่หาย

“อ้าวไอ้นัฐ ถ้าชั้นทำปืนตกแล้วมันลั่น ไอ้ที่แกทำอ่ะจะช่วย

ให้เปอร์เซ็นต์ตายชั้นน้อยลง หรือศพสวยขึ้นหรือไงวะนั้น” 

ฉันยังคงโวยวายต่อไปไม่ยอมรับปืน

“แหม!! ไอ้นี่ไหนบอกไม่กลัวตาย แค่ปลดเซฟปืนแค่นี้โวย

ซะแล้ว  ชั้นง้างนกไม่ให้นกชิดกับเข็มแล้ว เวลาปืนตก

กระแทกพื้น นกมันไม่ไปกระแทกท้ายเข็มให้ปืนลั่นหรอก”

เข็มที่นัฐพูดถึงหมายถึงเข็มแทงชนวน

“ชั้นทำแบบนี้ไว้ เผื่อว่ามีอะไร แกจะได้ยิงได้ทันทีไง ไม่ต้อง

รอปลดเซฟ” นัฐหันมาทำหน้าจริงจังพร้อมกับส่งปืนให้ฉัน

“ไม่ตายหรอกน่ะ แต่จำไว้หน่อยก็ดี ปืนมันก็เหมือนงูน่ะ

หละแก มันแว้งฉกแกได้ทุกเวลา ถ้าแกหาตัวอย่างไม่ได้

มองมาที่ชั้นแล้วกัน ไม่จำเป็นชั้นจะไม่ให้แกแตะมันหรอกนะ” 

นัฐมองหน้าฉันด้วยสายตาที่ฉันแปลความหมายไม่ถูก

แต่กลับมีความหมายอะไรบางอย่างกับฉันในเวลาต่อมา

เผลอแป๊บเดียวฉันใช้ชีวิตอยู่ในปางไม้ที่นี่นานกว่าสัปดาห์

แล้ว ต้องยอมรับว่าวันแรก ๆ นั้นหนักสำหรับฉันจริง ๆ

ความที่ไม่ชินกับเสียงโหวกเหวกยามค่ำคืน แม้นแต่

เสียงปืนยามดึกสงัด หรือเสียงเคาะประตูของนัฐที่มา

พร้อมเสียงคุ้นหู

“อยู่ในห้องนะ อย่าออกไปไหน เดี๋ยวชั้นมา เอื้องดูคุณด้วย” 

นัฐกำชับเอื้อง ก่อนจะก้าวเท้าลงจากเรือนไป  ซึ่งตอนนี้เอื้อง

ปวรณาตนมาเป็นคนสนิทของฉันไปเสียแล้ว

งานเอกสารบัญชีที่ปางไม้นี่ง่ายกว่าที่คิด ฉันจึงมีเวลาออกไป

เดินเล่นในปางบ้าง หรือไปซ้อมยิงปืนกับนัฐบ้างถ้านัฐว่างที่

จะสอน และฉันอยากที่จะเรียนเวลาที่ผ่านไปกับสิ่งแปลกใหม่

ที่เข้ามาทำให้ฉันหลงลืมเรื่องราวที่ฉันหนีมาจากในเมืองเสีย

เกือบหมด

“นิ้วโป้งเหยียดแนบข้างตัวปืนอยู่เหนือด้ามปืน นิ้วชี้แตะไก

ใช้ส่วนกลางของนิ้วข้อปลายแตะแรก ๆจะขัดหน่อย นิ้วมันบิด

แต่แกต้องพยายามแก้การบิดนิ้วไปก่อน อย่าเลื่อนมือเพราะ

ถ้าแกเลื่อนมือให้แตะไกสะดวก แกจะจับปืนผิด จับให้มัน

ถูกหน่อยสิว๊า” นัฐโวยวายลูกศิษย์สอนยากอย่างฉัน

และตามมาด้วย

“นิ้วชี้ยังไม่ใช้งานให้แนบอยู่ข้างปืนเหนือโกร่งไกก่อน 

แกจะเอาเข้าไปรอทำไมเนี่ย” ไอ้เด็กโง่เอ้ย ฉันคิดแทนนัฐ

ในใจฉันคิดว่า กูจบบัญชีนะมึงไม่ใช่จบอาวุธศาสตร์

“ยกปืนขึ้น หายใจเข้า พอปืนถึงจุดที่ตั้งเป้าหมาย หายใจ

ออกจนถึงจุดที่หยุดการหายใจ” สิ้นเสียงนัฐ ฉันถามในใจ

(((แล้วกูจะขาดใจตายก่อนมั้ยล่ะเนี้ย)))

“เวลาเล็งต้องใช้เวลาไม่เกิน 10 วิ ถ้ายิงไม่ได้ให้เอาใหม่

ไกปืนต้องค่อย ๆ กดเบาๆ จนกว่าปืนจะลั่นเอง ไม่กระตุก

ไม่กระชาก แล้วก็รีบยิงก่อนที่แนวเล็งจะเคลื่อนออกจากเป้า

ก่อนกระสุนออกจากลำกล้อง” นัฐยังพูดต่อไปโดยไม่สังเกต

ว่าฉันค้อนใส่ไปสามตลบก่อนลั่นไกไปสามนัด

“เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง..........” กระสุนวิ่งเข้าสู่เป้าหมายแต่มัน

คงแหกโค้งระหว่างทาง หรือไม่ก็สะดุ้งเสียงหัวเราะของเอื้อง

มันจึงพลาดไปอย่างหวุดหวิด

“มือกำแน่นไปมั้ยแก้ว ศูนย์หน้าตรงบากหลัง เสมอสันบากหลัง

วางกลางเป้า หรือยังแก้ว” นัฐสั่งเป็นชุด

เอาอีกแล้ว ฉันเกลียดจริง ๆ ไอ้คำนี้ “ศูนย์หน้าตรงบากหลัง

เสมอสันบากหลัง วางกลางเป้า” ไม่ใช่เพราะคำนี้หรือที่ทำให้

นัฐต้องระเห็ดมาอยู่ชนแดนแบบนี้ ชั้นเกลียดคำนี้ ก่อนที่

สมองจะยั้งคิด ฉันเปล่งถ้อยคำที่ทำให้ฉันต้องเสียใจ

“โว้ย!! มาทำบัญชีนะโว้ย ไม่ได้มาเป็นมือปืนซุ้มแก แกจะเอา

อะไรกับชั้นนักว่ะ แกจะส่งชั้นไปรบหรือไงวะเนี่ย” ฉันแหว๋

ใส่นัฐ

ยามใดก็ตามที่เราคิดอยู่ในใจ เราจะเป็นนายคำพูด แต่เมื่อ

เราพูดออกมาแล้วมันก็ช่วยไม่ได้ที่คำพูดจะเป็นนายเรา 

เมื่อสติคืนมา ฉันจึงได้รู้ว่าฉันพลาดไปเสียแล้ว ฉันแหงน

มองหน้านัฐพร้อมเอ่ยคำขอโทษ

“นัฐชั้นขอโทษ ชั้นไม่ได้ตั้งใจ” นัฐมองหน้าฉัน สีหน้าบอก

ไม่ถูก

“อือ แกพูดถูกแก้ว แกมีหน้าที่ทำบัญชี......เท่านั้น ไม่ใช่

ไปรบ ชั้นคงกลัวไปเอง  เดี๋ยวแกก็กลับแล้ว ชั้นลืมไป” 

สิ้นเสียงนัฐหันหลังออกก้าวเดินไปจากตรงนั้น

และหยิบบุหรี่ขึ้นจุดไฟ

“ขอมวนดิ” ฉันเดินตามนัฐมา และเอ๋ยขอบุหรี่จากนัฐ

“ไหนว่าเลิกแล้วไง” นัฐยังคงยื่นบุหรี่ให้เหมือนที่ผ่าน ๆ มา

“ก็ว่าจะเลิกนะ แต่เสียดายหวะ กว่าจะเป็นหลายตังค์” นัฐมอง

หน้าฉันแล้วยิ้ม มุกนี้ทำหน้าที่เรียกรอยยิ้มได้ดีเสมอจาก

คนรอบข้าง ไม่ว่านัฐหรือคนไกลที่จากมา

“เดี๋ยวชั้นจะออกไปดูหน้างานหน่อย แกกลับกับเอื้องก็แล้ว

กันนะแก้ว ไม่ต้องรอกินข้าวกินกันไปก่อนเลย” นัฐพูดขึ้น

ลอย ๆ แล้วเดินไปยังรถที่จอดอยู่ ก่อนที่จะขับมันออกไป

หลายวันต่อมาฉันพบนัฐนั่งขลุกอยู่ที่โต๊ะกลางห้องโถง

“ทำไรนัฐ ไม่ไปหน้างานเหรอ” ฉันถามที่เห็นผิดสังเกต

เพราะเวลานี้ส่วนใหญ่นัฐจะอยู่ “หน้างาน”

“ยังแก้ว จัดการปืนก่อน” ชีวิตของนัฐเหมือนจะอยู่คู่กับ

ไอ้ของสิ่งนี้อย่างแยกกันไม่ออก

“กินไรยังหละ แล้วมันเป็นอะไรละถึงต้องถึงกับจัดการน่ะ” 

ฉันถามเพราะด้วยความสงสัยตอนใกล้เที่ยง

“มันไม่เป็นอะไรหรอก แต่ชั้นต้องเปลี่ยนเข็มน่ะ” 

ฉันไม่ถามต่อ คงเป็นเพราะเสียงปืนเมื่อคืน หมู่นี่เสียงปืน

จากภายนอกดังใกล้ขึ้นทุกที ฉันพอจะเรียนรู้มาบ้างว่าการ

เปลียนเข็มแทงชนวนทั้ง ๆ ที่มันไม่ได้เป็นอะไร เกิดขึ้นได้

ด้วยกรณีใดบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการต้องการปกปิด

อาวุธสังหาร

“จำไว้นะ ปืนแต่ละกระบอกนี่น่ะ มันจะมีลายนิ้วมือของตัวเอง

หนึ่งคือรอยขูดขีดของลำกล้องที่จะติดไปกับหัวกระสุน

และรอยตีของเข็มที่กระสุนปืน ถ้าอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง

เปลี่ยนไปหรือทั้งสองอย่าง เท่ากับว่าเป็นการใช้ปืนคนละ

กระบอกกัน ตำรวจจับไม่ได้หรอก ถึงจับได้ก็ต้องพิสูจน์กัน

นาน นานจนบางทีแม่งเลิกพิสูจน์ไปเอง” เสียงพี่พลก้องอยู่

ในหัว

นัฐหมุนเกลียวออกเพื่อยกศูนย์หลังขึ้น ปืนหนึ่งกระบอก

เปลี่ยนลำกล้อง เปลี่ยนเข็มแทงชนวน ปรับศูนย์เสียนิดหน่อย

ก็กลายเป็นปืนกระบอกใหม่ แล้วทำไมคนหนึ่งคน ผ่านเรื่อง

ราวร้อยพัน ไม่คาดฝัน ในเจตจำนงค์แห่งกรรมดี ทำไมคน

ถึงเปลี่ยนไม่ได้แบบนั้น  ในเรื่องนี้ฉันคงทำได้แต่ปลง

“เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง ............” ท่ามกลางความมืดคืนนี้เสียง

ปืนดังสนั่นอยู่ภายนอก นัฐตรงเข้ามาเคาะประตูห้อง

ฉันอย่างแรง

“แก้วอย่าออกมานะ อยู่ในห้อง” คืนนี้เสียงนัฐดูร้อนรนกว่า

ทุกวัน ไม่ต่างกับเอื้องที่วิ่งปิดหน้าต่างในห้องฉันทุกบาน

ปิดท้ายด้วยการลงดานประตูแน่นหนา  เร็วเท่าความคิดฉัน

หยิบปืนประจำตัวมาไว้คู่กายโดยไม่กลัวว่ามันจะลั่นใส่

เหมือนก่อน

เสียงกระสุนปืน เสียงอึกทึก เสียงคนวิ่งไปรอบบ้าน  ก่อนหน้า

นี้ไม่กี่วันนัฐบอกให้ฉันกลับกรุงเทพฯ เพราะสถานการณ์

ด้านนี้ไม่สู้จะดีนัก แต่ฉันปฏิเสธใจหนึ่งยังไม่พร้อมที่จะกลับ

ไปเผชิญความจริง อีกใจเป็นห่วงนัฐ

ในที่สุดเสียงปืนก็สงบลง เสียงนัฐแว่วมาจนได้ยิน

“ไปดูรอบ ๆ ซิ มีใครเป็นอะไรบ้างหรือเปล่า เคลียร์พื้นที่ด้วย” 

“ครับนาย” เสียงคนวิ่งไปรอบบริเวณบ้าน

“เรียบร้อยแล้วแก้ว จะออกมาก็ออกมาได้แล้ว” 

เสียงนัฐรอดช่องประตูเข้ามา  ฉันรีบลนลานไปเปิดประตู

สิ่งที่ฉันเห็นภายนอกประตูห้องของฉัน

ชายคนหนึ่งผ่านประตูหน้าบ้านเข้ามา ในมือถือปืนเตรียม

ยกขึ้นจรดเป้า แน่นอนเป้าหมายของมันคือ นัฐ ซึ่งหันหลัง

ให้และกำลังมองมาที่ฉัน

“เปรี้ยง.........” เสียงกระสุนทะลุผ่านอากาศไปยังเป้าหมาย

คมกระสุนพุ่งเจาะหน้าผากเหยื่อเคราะห์ร้าย

เลือดสาดกระจายเต็มห้อง หยดเลือดแดง ๆ ที่ฉันจำมันได้ติดตา

 มันพุ่งเป็นสายไปทางด้านหลังศีรษะที่ต้องกระสุน

ชายที่ฉันไม่รู้จักทรุดตัวลงกองกับพื้น ไม่มีแม้นเสียงสั่งลา 

สองมือที่กำด้ามปืนของฉันตกลงข้างตัว ปืนหล่นลงพื้น

“ศูนย์หน้าตรงบากหลัง เสมอสันบากหลัง วางกลางเป้า” 

ก้องอยู่ในหัวฉัน

ขณะที่ตัวฉันสั้นจนแทบยืนไม่อยู่ นัฐถลันเข้ามาประคองและ

กอดชั้นไว้แนบอก ฉันยังคงสั้น

“นายยยยย เกิดอะไรขึ้น” 

ชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่งซึ่งฉันจำได้ว่าเป็นหัวหน้าคนงานใน

ปางของนัฐ 3 -4 คน ก้าวขึ้นมาบนบ้าน  หนึ่งในนั้นใช้ตีน

เขี่ยหน้าชายผู้ไร้ชีวิตเพื่อมองดู

“ไอ้เพิ่มนี่นาย   ผมจำได้ไอ้เหี้ยนี่ได้ แม่งเป็นมือปืนซุ้ม

เสี่ยกำชัยที่เราเก็บไปวันก่อน หาที่ตายนะไอ้นี่ ดีให้แม่งตาย

อย่างหมาจะได้ตามนายมันไปเป็นขี้ข้านายพล 

ว่าแต่ใครเป่ามันหละนี่นาย แม่นฉิบหายเข้าแสกหน้าเลย”

สมองของฉันปั่นป่วนไม่แพ้กระเพาะที่จวนจะอาเจียน

ฉันพร่ำเรียกชื่อนัฐ เหมือนวันที่นัดถูกยิง ต่างกันที่คำถาม

ต่าง ๆ นานา ที่ถูกกระแทกด้วยก้อนสะอืนจนต้องกลืนลง

ไปในลำคอ 

ความกลัวเข้ามาครองสติฉันจนนัฐต้องเรียกให้มันกลับมา

“ไม่เป็นไรแก้ว ไม่เป็นไร ชั้นไม่เป็นไร” เสียงของนัฐก้อง

อยู่ในหัวใจเหมือนอย่างที่มันเคยเป็น แต่ฉันรู้ว่ามันไม่ได้

เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป น้ำตากลบดวงตาฉันจนหมดสิ้น

ฉันมองไม่เห็นอะไรอีกนอกจากน้ำตา

นัฐมองดูฉัน เอื้อมมือมาปาดน้ำตาที่ข้างแก้ม

มือที่พรุ่งนี้ต้องกลับไปเป็นตัวแทนของเจ้าของซุ้มมือปืนที่นี่

มือที่พรุ่งนี้ต้องเปลี่ยนลำกล้องหรือเข็มแทงชนวนปืนที่ฉันยิง

ฉันเริ่มเข้าใจแววตาของนัฐแล้วในตอนนี้  กระสุนปืนมันได้

พรากบางสิ่งไปจากชีวิตนัฐ

กระสุนนัดนั้น ไม่เพียงแต่พรากวิญญาณของชายมือปืน

ผู้ที่ฉันไม่รู้จัก

แต่มันได้พรากบางส่วนไปจากชีวิตฉันเฉกเช่นกัน

 .......จิตวิญญาณ

หากความดีในเรื่องนี้มีขึ้นบนโลก

ฉันขอมอบให้..........

นายนัฐพงษ์ เพื่อนรักที่เสียชีวิตจากการถูกถล่มยิงบนเส้นทางสายตากแม่ฮ่องสอน 

นางสาวเกล็ดแก้ว  ผู้สูญเสียเศษเสี้ยวของจิตวิญญาณ

และชายมือปืนผู้ที่ฉันไม่รู้จัก


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 20
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 23/10/2007 เวลา : 11.24 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ  http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2


ความคิดเห็นที่ 22
แม่หมี วันที่ : 17/10/2007 เวลา : 08.58 น.
http://www.oknation.net/blog/mamaomme
ip : 58.8.44.107

เศร้านะ
ความคิดเห็นที่ 19
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 23/10/2007 เวลา : 11.23 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ  http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2


ความคิดเห็นที่ 47
star612 วันที่ : 19/10/2007 เวลา : 14.17 น.
http://www.oknation.net/blog/star612
ip : 202.69.139.92

เศร้า...
มายิงปืนกันเถอะ...
ความคิดเห็นที่ 18
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 23/10/2007 เวลา : 11.22 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ  http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2


ความคิดเห็นที่ 45
ฅนผ่านทาง วันที่ : 18/10/2007 เวลา : 21.48 น.
http://www.oknation.net/blog/konphantang
เรื่องราวระหว่างทางของ ฅ น ผ่ า น ท า ง
ip : 124.120.19.181

อารมณ์ได้เลยครับ
แต่อ่านจนมันออโต้ล็อกเอ้าท์
จนต้องล็อกอินอีกครั้งเพื่อคอมเม้นท์

รายละเอียดชัดเจนดีครับ
ไม่ว่าจะเป็นแค่เรื่องเล่า หรือเรื่องสั้น
ความคิดเห็นที่ 17
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 23/10/2007 เวลา : 11.21 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ  http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2


ความคิดเห็นที่ 42
บัวบูชา วันที่ : 18/10/2007 เวลา : 18.47 น.
http://www.oknation.net/blog/kaimoog
...บัวบูชา...
ip : 124.120.130.3

อ่านจนจบ
สื่อความรู้สึกได้ดีจนเครียดตามเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 16
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 23/10/2007 เวลา : 11.21 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ  http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2