• สายลมที่ผ่านมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-09-16
  • จำนวนเรื่อง : 59
  • จำนวนผู้ชม : 20012
  • จำนวนผู้โหวต : 59
  • ส่ง msg :
<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        



วันจันทร์ ที่ 1 กันยายน 2551
สัตว์ป่า........สืบ นาคะเสถียร
Posted by สายลมที่ผ่านมา , ผู้อ่าน : 409 , 06:37:42 น.   | หมวดหมู่ : หนึ่งในใจใครคนนี้  
พิมพ์หน้านี้


"สัตว์ป่า"

เสียงปืนที่ดังลั่นตัวแม่นั้นต้องสิ้นใจ
ลูกน้อยที่แบกไว้ กระดอนไปเพราะแรงปืน
ฝืนใจเข้ากอดแม่ หวังแก้ให้แม่ฟื้น
แม่จ๋าเพราะเสียงปืน จึงไม่คืนชีวิตมา
โทษไหนจึงประหาร ศาลไหนพิพากษา
ถ้าลูกท่านเป็นสัตว์ป่า ใครเข่นฆ่าท่านยอมไหม
ชีวิตใครใครก็รัก ท่านประจักษ์หรือไม่ไฉน
โปรดเถิดจงเห็นใจ 

สัตว์ป่าไซร้ก็เหมือนกัน

บทกลอนได้รางวัลจากการประกวดคำขวัญด้านสัตว์ป่า-ป่าไม้ครั้งที่ ๓ ของ สืบ นาคะเสถียร
ซึ่งจัดโดยคณะวนศาสตร์ และกลอนบทนี้สามารถสะท้อนความรู้สึกของสืบ ที่มีต่อสัตว์ป่าได้ชัดเจนที่สุด

ผมคิดว่า ชีวิตผมทำได้ดีที่สุดแล้วเท่าที่ผมมีชีวิตอยู่
ผมคิดว่า ผมได้ช่วยเหลือสังคมดีแล้ว
ผมคิดว่า ผมได้ทำตามกำลังของผมดีแล้ว
และ...ผมพอใจ ผมภูมิใจสิ่งที่ผมทำ ...

 ๑ กันยายน ๒๕๓๓ เมื่อเจ้าหน้าที่คนหนึ่งของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ไขกุญแจเข้าไปในบ้านพักของสืบ นาคะเสถียร ก็พบกระดาษแผ่นหนึ่งบนเตียงนอนมีข้อความว่า

ผมมีเจตนาที่จะฆ่าตัวเอง โดยไม่มีผู้ใดเกี่ยวข้องในกรณีนี้ทั้งสิ้น

ลงชื่อ สืบ นาคะเสถียร ผู้ตาย
(นายสืบ นาคะเสถียร)
๓๑ ส.ค. ๓๓

กระดาษอีกแผ่นหนึ่งมีข้อความว่า

ยงยุทธ
ถุงกอล์ฟ รองเท้ากอล์ฟ กล่องของของน้ำฝน กระเป๋าเอกสาร กล่องใส่เอกสาร หลักฐานต่าง ๆ กระเป๋ากุญแจบ้าน...กุญแจรถ กระเป๋าดำสารคดี ขอให้คุณยงยุทธนำคืนพร้อมรถโฟล์กให้แก่พ่อของผมด้วย โดยติดต่อ

คุณสลับ นาคะเสถียร ๑๗ หมู่ ๑๒ ถนนปราจีนอนุสรณ์ ต. ท่างาม อ. เมือง จ. ปราจีนบุรี โทร. ป.จ. ๐๓๗-๒๑๑๔๘๓ (ทุกเวลา)

สืบ นาคะเสถียร
๓๑ ส.ค. ๓๓
ปล. กระเป๋าสตางค์ และของพี่ฝากไว้กับหม่อม
สืบ นาคะเสถียร
๐๒.๐๐
๑ ก.ย. ๓๓



การเสียสละด้วยชีวิต

เช้ามืดวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2533 สืบ นาคะเสถียร ตัดสินใจผ่าทางตัน ด้วยการสั่งเสียลูกน้อง คนสนิท และเขียนจดหมายสั่งลา 6 ฉบับ ชำระสะสางภาระรับผิดชอบ และทรัพย์สินส่วนตัวที่คั่งค้าง มอบหมาย เครื่องใช้ และอุปกรณ์ในการศึกษาวิจัยด้านสัตว์ป่า ให้สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว ตั้งศาลเพื่อแสดงความคารวะต่อดวงวิญญาณของเจ้าหน้าที่ซึ่งพลีชีพรักษาป่าห้วยขาแข้ง แล้วสวดมนต์ไหว้พระจนจิตใจสงบ ขณะที่ฟ้ามืดกำลังเปิดม่านรับวันใหม่ เสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่งในราวป่าลึก ที่ห้วยขาแข้ง สืบ นาคะเสถียร ก็ปิดม่านชีวิตของเขาลง และเป็นบทเริ่มต้น ตำนานนักอนุรักษ์ไทย สืบ นาคะเสถียร ผู้ที่รักป่าไม้ สัตว์ป่าและธรรมชาติ ด้วยกายวาจา

และหลังจากนั้นอีกสองอาทิตย์ต่อมา ห่างจากบริเวณที่เกิดเสียงปืนดังขึ้นไม่กี่สิบเมตรบรรดาเจ้าหน้าที่ ระดับสูงของกรมป่าไม้ รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด นายทหาร นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ นายอำเภอ ป่าไม้เขต และ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ อีกนับร้อยคน ต่างกุลีกุจอมาประชุมกันที่ห้วยขาแข้ง อย่างแข็งขัน เพื่อหามาตรการป้องกันการบุกรุก ทำลายป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง สืบ นาคะเสถียร รอวันนี้มาตั้งแต่วันแรกที่เขามาดำรงตำแหน่ง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งนี้แล้ว แต่หากไม่มีเสียงปืนนัดนั้น การประชุมดังกล่าวก็คงไม่เกิดขึ้นเช่นกัน...

การจากไปของ สืบ นาคะเสถียร ได้ส่งผลสะเทือนอย่างล้ำลึกต่อผู้คนที่รักธรรมชาติ และแสวงหาความเป็นธรรมในสังคม ทั้งนี้เพราะว่าในยามที่ยังมีชีวิตอยู่ สืบมิได้เป็นเพียงข้าราชการอาชีพที่มีภาระการงานเกี่ยวกับการพิทักษ์ป่า และสัตว์ป่าเท่านั้น หากเป็นผู้นำคนสำคัญของขบวนการอนุรักษ์ธรรมชาติในประเทศไทย เป็นผู้ที่เคยต่อสู้เพื่อปกปักรักษาทรัพยากรป่าไม้ และสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ โดยไม่คำนึงภัยอันตรายใด ๆ การจากไปของเขานับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ และเป็นความสูญเสียที่นักอนุรักษ์ธรรมชาติทุกคน ไม่อาจปล่อยให้ผ่านพ้นไป โดยปราศจากความทรงจำ

แนวความคิดเรื่องการอนุรักษ์และการพัฒนา

แต่อย่างไรก็ตาม การอนุรักษ์ทรัพยากรอย่างใดอย่างหนึ่ง มิได้หมายถึงการเก็บรักษาโดยไม่นำมาใช้ประโยชน์ แต่เป็นการใช้อย่างถูกต้อง โดยวิธีที่จะใช้ทรัพยากรที่เหลืออยู่ดังกล่าว สามารถอำนวยประโยชน์ไม่เฉพาะทางใดทางหนึ่ง แต่สามารถอำนวยประโยชน์ให้ในทุก ๆ ด้าน และยังคงมีเหลืออยู่มาก พอที่จะเป็นทุนให้เกิดการพอกพูนขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้อีก และยั่งยืนต่อไปในอนาคต. ดังนั้น ผลที่จะเกิดขึ้นจากการอนุรักษ์ มิได้เป็นประโยชน์เฉพาะคนที่อยู่ในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังคงสามารถอำนวยประโยชน์ต่อไปชั่วลูกชั่วหลานต่างหาก 

หนังสือเสียงเพรียกจากพงไพร. ธันวาคม 2533

ผมอยากเห็นว่า เราควรจะเปลี่ยนแนวทางที่จะพัฒนา ในความเห็นส่วนตัว ผมไม่เห็นด้วยกับ การดำเนินการพัฒนาโดยใช้ทรัพยากรที่เหลืออยู่น้อยนิดนี้ ผมไม่เห็นด้วยที่มัวพูดกันว่า เราจะใช้ทรัพยากรอย่างไรเพื่อการพัฒนาประเทศ แต่เราควรจะหันมาสนใจว่า เราจะรักษา สภาวะแวดล้อมหรือทรัพยากรที่เหลืออยู่จำกัดได้อย่างไร เราต้องประหยัดการใช้ใช่ไหม เราจะต้องหามาตรการควบคุมในทางปฏิบัติให้ได้

สารคดี ฉบับ 65หน้า 95, กรกฎาคม 2533

จะเป็นไปได้ไหมที่รัฐบาลจะเปิดใจกว้าง โดยการให้ทุกฝ่าย ทั้งประชาชน ผู้นำในท้องถิ่น ผู้แทนราษฎร นักวิชาการที่เกี่ยวข้อง มาพูดคุยร่วมกัน คือบางคนอาจจะต้องรับสถานภาพของบางกลุ่ม ข้าราชการอาจต้องยอมรับสถานภาพของประชาชน คือ ลดตัวลง ในขณะเดียวกันก็เพิ่มฐานะของเขาให้ขึ้นมามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาร่วมกัน แทนที่จะพูดกันคนละที 

สารคดี ฉบับ 65 หน้า 99, กรกฎาคม 2533

ผมคิดว่ามันหมดยุคแล้ว มันควรจะมาถึงยุคที่ทุกคนมีความเสมอภาคในการแสดงความคิดเห็น ช่วยกันแก้ปัญหา เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมมันไม่ได้เกิดขึ้นกับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

สารคดี ฉบับ 65 หน้า 99, กรกฎาคม 2533

แนวความคิดเรื่องการรักษาป่า

ผมว่าประเทศไทยถ้าสามารถเก็บป่าธรรมชาติเอาไว้ได้ประมาณร้อยละ ๒๐ แล้วเราใช้อย่างถูกต้อง หมายถึง เก็บเอาไว้เพื่อให้มันอำนวยประโยชน์ในแง่ ของการควบคุมสภาวะแวดล้อมอะไรต่าง ๆ เป็นแหล่งผลิตของธาตุอาหาร หรือความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่ลุ่มน้ำตอนล่าง ถ้าเราใช้ป่าทั้งหมดที่เป็นแหล่งกำเนิด ของความอุดมสมบูรณ์ไปแล้ว เราจะไปหาความอุดมสมบูรณ์ได้ที่ไหน

สารคดี ฉบับ 68 หน้า 105, ตุลาคม 2533

สิ่งที่ผมมักพูดอยู่เสมอก็คือ ป่าเราเก็บไว้เฉย ๆ ก็เป็นการอนุรักษ์ที่เราได้ประโยชน์ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องตัดมาใช้ ต้นไม้ให้อากาศ ให้น้ำ...นี่เป็นการใช้ใช่ไหม ใช้โดยที่เราไม่ต้องไปตัดเอาส่วนของมันมาใช้

สารคดี ฉบับ 65 หน้า 93, กรกฎาคม 2533

ในความรู้สึกของผม เราไม่ต้องมานั่งเถียงกันหรอกว่า เราจะใช้ป่าไม้อย่างไร เพราะมันเหลือน้อยมากจนไม่ควรใช้ จึงควรจะรักษาส่วนนี้เอาไว้ เพื่อให้เราได้ประโยชน์ที่เป็นประโยชน์ทางอ้อม...มันจะต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องว่า การอนุรักษ์ การใช้ประโยชน์ จะต้องมองว่ามีการใช้ทั้งทางตรงทางอ้อม ป่าที่เก็บไว้ในรูปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติควรจะใช้ประโยชน์ในทางอ้อม”

สารคดี ฉบับ 65 หน้า 94, กรกฎาคม 2533

ถ้าเผื่อเรามีทรัพยากรที่เป็นลุ่มน้ำอยู่มาก แล้วเรารักษาป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ได้บางส่วน ใช้ไปบางส่วน เหมือนสมัยที่เรามีป่ามาก เราอาจจะสร้างเขื่อนได้บางแห่ง แต่ในปัจจุบัน ลักษณะของพื้นที่ที่เป็นลุ่มน้ำที่เหมาะจะสร้างเขื่อนให้ได้ปริมาณน้ำมาก ๆ เอามาผลิตกระแสไฟฟ้ามันเหลือน้อย และการที่เราสร้างเขื่อนไปก่อน แล้วค่อยตามแก้ไขผลกระทบทีหลัง ผมคิดว่ามันไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ ในทางปฏิบัติ...เดี๋ยวนี้เขื่อนเริ่มจะเข้าไปในพื้นที่อนุรักษ์แล้ว เพราะว่าป่าข้างนอกหมดแล้ว อย่างที่เขาใหญ่ก็เริ่มจะพูดถึงการสร้างเขื่อนในพื้นที่อนุรักษ์ หากว่าการสร้างเขื่อน เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้ายังทำได้อีกต่อไป ผมคิดว่าป่าอนุรักษ์ในอนาคตคงไม่มีความหมายอะไร เหลือแต่ชื่อเอาไว้ว่า เคยเป็นป่าอนุรักษ์มาก่อน

สารคดี ฉบับ 65 หน้า 96, กรกฎาคม 2533

ถึงแม้จะมี พ.ร.บ.ป่าไม้ แต่ป่าไม้เมืองไทยก็ยังลดลงตลอดเวลา นโยบายป่าไม้แห่งชาติ จึงออกมาเพื่อควบคุม พ.ร.บ.ป่าไม้อีกที โดยเขาแบ่งป่าออกเป็น ๒ ลักษณะ คือ ป่าอนุรักษ์กับป่าเศรษฐกิจ โดยให้ป่าเศรษฐกิจ ๒๕% กับป่าอนุรักษ์ ๑๕% ซึ่งจะทำให้พื้นที่ป่าไม้ของประเทศทั้งหมด ๔๐% ซึ่งมองแล้วมันดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันจะเพิ่มในแง่ของป่าเศรษฐกิจ พวกยูคาลิปตัส ซึ่งไม่ได้เน้นในเรื่องของระบบนิเวศวิทยา การที่เราปลูกไม้โตเร็ว ๒-๓ ชนิด แล้วไปตัดไม้ในป่าธรรมชาติ ผมคิดว่ามันไม่มีทางรักษาป่า หรือทำให้เป็นป่าธรรมชาติได้อีก สำหรับป่าธรรมชาติตอนนี้เหลืออยู่เพียง ๑๙% ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นป่าอนุรักษ์ต้นน้ำ ลำธาร อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ประมาณ ๙% ส่วนอีกไม่ถึง ๑๐% เป็นป่าสงวนที่อยู่รอบ ๆ ป่าอนุรักษ์ ตัวนี้แหละที่ถูกราษฎรบุกรุกอยู่ทุกวันโดยอ้างว่าไม่มีที่ดินทำกินและมีการซื้อขายอย่างผิดกฏหมาย โดยพวกนายทุนที่อยู่ในเมืองหรือมีอิทธิพล หนทางแก้ไข มันต้องหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งอันนี้ต้องมีการประสานกันทุกฝ่าย หน่วยงานของรัฐทุกแห่ง ต้องรับรู้นโยบายกันบ้าง แล้วก็ทำให้ชาวบ้านรู้สึกว่า ถ้าเขาขายที่ดินอันนี้ไปแล้ว เขาไม่มีทางไปอีกนั่นแหละจึงจะสามารถหยุดปัญหานี้ได้

พีเพิล ฉบับ 21 หน้า 61, สิงหาคม 2533

ถึงแม้จะหยุดป่าสัมปทานแล้วก็ตาม แต่ราษฎรที่บุกรุกอยู่ในเขตป่าสงวนตอนนี้ ล้านกว่าครอบครัว ป่าไม้ที่ไหนจะเหลือ นอกจากความจริงใจของรัฐบาล เค้าบอกว่าจะต้องรักษาป่าให้ได้โดยการจำแนกพื้นที่ออกมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และบอกเลยว่าป่าสงวนตรงนี้ห้าม ห้ามมีกรรมสิทธิ์ ห้ามเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น ตอนนี้ป่าหมดเพราะอะไรรู้ไหม เพราะป่าสงวนหมดสภาพ สามารถเปลี่ยนแปลง เป็นป่ายูคาลิปตัสได้ ผมไม่อยากจะเรียกป่า เพราะมันไม่ใช่ป่า

อิมเมจ ฉบับ 3 หน้า 32, มีนาคม 2533


แนวความคิดเรื่องการอนุรักษ์สัตว์ป่า

การอนุรักษ์สัตว์ป่าในประเทศไทย จะสามารถประสบผลสำเร็จได้ต้องอาศัยความเข้าใจ และความจริงใจต่อการอนุรักษ์ป่าธรรมชาติที่ยังเหลืออยู่ประมาณร้อยละ ๒๐ ของพื้นที่ทั้งประเทศ ไม่เช่นนั้นแล้วจำนวนชนิดของสัตว์ป่าที่หายากและกำลังจะสูญพันธุ์เหล่านี้ก็จะต้องสูญไป พร้อมกับการบุกรุกทำลายป่า ทั้งในรูปแบบของการพัฒนาที่ต้องตัดป่า ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าออกและรวมถึงการยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าเพื่อกิจการอื่น ๆ

เอกสารประกอบการสัมมนาสิ่งแวดล้อม ๓๓ หน้า ๔๒

ปัญหาของการอนุรักษ์สัตว์ป่าที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ ช่องว่างของกฏหมายที่อนุญาต ให้บุคคลมีสัตว์ป่าไว้ครอบครองโดยไม่ต้องขออนุญาต สิ่งนี้เป็นช่องทางให้การล่าสัตว์ มันเหมือนกฎหมายสัตว์ป่าที่คุณบอกว่า คุณสามารถที่จะมีเก้ง มีกวาง มีเสือ มีหมาไน หมาจิ้งจอก เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พวกนี้มีไว้ในครอบครองได้ ถ้าไม่เกินปริมาณที่กำหนด ทำไมในเมื่อเราคุ้มครองแล้ว ทำไมเราไม่คุ้มครองมันทุกตัว แก้กฎหมายสิ

อิมเมจ ฉบับที่ ๓ หน้า ๓๑,มีนาคม ๒๕๓๓

สัตว์ป่าที่ถูกเลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก ๆ ถ้าสามารถรอดชีวิตมาได้จนโต จะคุ้นเคยกับคน จนไม่สามารถปล่อยให้มีชีวิตอยู่ต่อไปในป่าได้ตามลำพังอีก... และส่วนมากลูกที่เกิดจากพ่อแม่ที่อยู่ในกรง ก็มักจะไม่แข็งแรง และเมื่อมันโตขึ้นก็จะเกิดการผสมกันเองในครอบครัวเดียวกัน... เรากำลังพูดกันมากว่าจะอนุรักษ์กันอย่างไร แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าการรักษาชีวิตสัตว์ให้รอดอยู่ แตกต่างอย่างมากมายกับการอนุรักษ์พันธุ์ของสัตว์ป่าชนิดนั้น ๆ

เอกสารประกอบการสัมมนาสิ่งแวดล้อม ๓๓ หน้า ๔๓-๔๔

พวกที่ชอบล่าสัตว์ป่าและพวกชอบกินเนื้อสัตว์ป่า ผมขอเถอะ พวกที่ชอบซื้อสัตว์ป่ามาเลี้ยงก็เช่นกัน ธรรมชาติเขาเลี้ยงได้ดีกว่าอยู่แล้ว

สารคดี ฉบับ ๖๕ หน้า ๑๐๐,กรกฎาคม ๒๕๓๓

ในแง่ของการอนุรักษ์ คือการที่เราจะช่วยเหลือไม่ให้มันสูญพันธุ์ การทำให้มันมีประชากรเพิ่มขึ้น จะเป็นในกรงเลี้ยงหรืออะไรก็ตาม ถ้าเราไม่สามารถปล่อยมันคืนไปในป่าธรรมดา ให้มันปรับตัวแลัวเพิ่มประชากรโดยตัวของมันเองได้ นั่นไม่ถือว่าเป็นการอนุรักษ์ แล้วพันธุ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติมีวิวัฒนาการ ปรับตัวให้อยู่ได้ในสภาพธรรมชาติ แต่ถ้าเราเอามันออกมาทำให้มีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น แต่พันธุ์ไม่ได้รับการพัฒนา สัตว์ที่ถูกจำกัดให้อยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ มันก็จะผสมพันธุ์กันเอง ซึ่งจะทำให้เกิดลักษณะด้อยเพิ่มขึ้น

สารคดี ฉบับ ๖๘ หน้า ๑๐๕,ตุลาคม ๒๕๓๓

ขอคารวะแด่วิญญาณไพร ด้วยใจ

สายลมฯ

ขอบคุณ

 http://www.rakbankerd.com

http://www.sarakadee.com

http://www.youtube.com

http://www.sanook.com


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 52
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 22/09/2008 เวลา : 09.26 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

ข้อมูลยอดเยี่ยมเลย
ความคิดเห็นที่ 51
ฟ้าจรดน้ำ วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 22.58 น.

นัดหนึ่ง ทะลุกลางใจใครหลายคน
ความคิดเห็นที่ 50
ครูเก๋ วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 21.03 น.
http://www.oknation.net/blog/clear


ชื่อเรื่องซ้า แต่เขามา อ้าวไม่ใช่ที่คิดแฮะ
ความคิดเห็นที่ 49
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 20.20 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ  http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2


สายลมฯ กลับคิดว่าท่านเป็นยิ่งกว่าสุภาพบุรุษค่ะ
ความคิดเห็นที่ 48
อย่าหลอกกัน วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 20.03 น.
http://www.oknation.net/blog/nomnam

ผู้ชายที่เป็นสุภาพบุรุษค่ะ
ความคิดเห็นที่ 47
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 19.44 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ  http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2


เช่นกันค่ะพี่ สืบทอดเจตนา ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหน

ขอบคุณค่ะ
ความคิดเห็นที่ 46
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 19.30 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ  http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2


ใช่ค่ะความตายอันทรงคุณค่า

มิใช่เพียงแต่เน่าเปื่อยผุพังไปโดยไม่ได้อะไร

อย่างน้อยที่สุด ก็ปลุกกระแสการอนุรักษ์ได้ในระดับหนึ่ง

ขอคารวะด้วยใจค่ะ
ความคิดเห็นที่ 45
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 19.28 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ  http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2


หวังไว้เช่นกันค่ะ อย่างน้อยจำได้ปีละหนึ่งหนก็ยังดี ดีกว่าไม่จดจำอะไรเลย
ความคิดเห็นที่ 44
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 19.26 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ  http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2


นั้นสิค่ะพี่ ตอนนี้ธรรมชาติถึงได้เริ่มเอาคืน แล้วไงค่ะ อนาถนะค่ะพี่ คนทำก็ทำไป คนทำลายก็ไม่วายเว้น เห้ออออ

แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีใครทำอะไรว่ามั้ยค่ะพี่
ความคิดเห็นที่ 43
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 19.19 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ  http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2


เขาเขียนดีอยู่แล้วค่ะ ก็เลยเอามาเรียบเรียงให้อ่านกัน รวบรวมมาน่าจะได้ประโยชน์กว่า
ความคิดเห็นที่ 42
BlueHill วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 17.15 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ชมรม OK NATURE @ Save Nature Save Life

ภาวะการเมือง ทำให้หลายท่านอาจลืมไปว่า วันนี้เมื่อ 18 ปีก่อน ได้เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น

ผมดีใจครับที่เขายังตรึงอยู่ในใจพวกเรา
ความคิดเห็นที่ 41
Yamalee วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 16.49 น.
http://www.oknation.net/blog/MusicAndMovie

+1เลย
ความคิดเห็นที่ 40
ส.สนสอาดจิต วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 16.31 น.
http://www.oknation.net/blog/dreamup
ส.สนสอาดจิต

หนึ่งชีวิตที่สูญเสีย

มีค่ายิ่งใหญ่

สืบ นาคะเสถียร
ความคิดเห็นที่ 39
skinhead วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 15.46 น.
http://www.oknation.net/blog/skinhead
          ส     กิ     น     เ     ฮ     ด         

หลายคนไม่รู้ยังจำได้ไหมหนอ
ความคิดเห็นที่ 38
วาสนา วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 15.13 น.
http://www.oknation.net/blog/wassa

เกือบเท่าอายุหนูเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 37
buppha วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 15.04 น.
http://www.oknation.net/blog/supermom

สิบเก้าปีแล้วนะ..

มาโหวดนะ....
ความคิดเห็นที่ 36
naitiwa วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 14.36 น.
http://www.oknation.net/blog/naitiwa
...ที่เห็น ที่เป็นไป ใช่ ไม่ใช่ ไม่สำคัญ...

หนึ่งสิ้นนับหมื่นสืบ
เพื่อโลกคืบเพื่อผู้คน
หนึ่งชีพเพื่อชาวชน
จารึกชื่อ ณ ทางชันฯ

สวัสดีครับ
ความคิดเห็นที่ 35
WiKi วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 14.35 น.
http://www.oknation.net/blog/wiki
   (◡) ๑۩۞۩๑ⓦⓘⓚⓘ & ⓝⓘⓝ ๑۩۞۩๑ ♫ ♬ ♪   [ปล.ไอคอนนี้สวยด้วยโฟโต้ชอป..จูนเป็นแรงบันดาลใจในการกระทำนี้]

แค่ไม่อยากให้การเสียสละของคนหนึ่งคนเสียเปล่า
แวะมาโหวตก๊าบบบบบบ
ความคิดเห็นที่ 34
roselobster วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 13.59 น.
http://www.oknation.net/blog/Memyself
" บทกวีไม่ได้เป็นของคนแต่ง....แต่เป็นของคนที่ต้องการมันต่างหาก " 

ให้ไปเลย 1 โหวต

กับเอ็นทรี่นี้

ความคิดเห็นที่ 33
tengpong วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 13.50 น.
http://www.oknation.net/blog/tengpong

คนดีของชาติ ที่ต้องบันทึกไว้ตลอดกาล
ความคิดเห็นที่ 32
ศุภศรุต วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 13.04 น.
http://www.oknation.net/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักมานุษยวิทยา

ร่วมรำลึก

คนดีแห่งแผ่นดิน

จะร่วม "สืบ"สาน วิญญาณแห่งชนเสรี

ปกป้องพงไพรปฐพี

ในวันนี้ และทุกวันไป




ความคิดเห็นที่ 31
กรมกุชะ วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 12.52 น.
http://www.oknation.net/blog/cradm

คารวะมหกรรมความตายที่เอกอุด้วยคุณค่า...
ความคิดเห็นที่ 30
Kibangkok วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 12.40 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..

คนดี จะกี่ปีกี่ชาติ คนก็ไม่เคยลืมครับ คนดีศรีแผ่นดิน
ความคิดเห็นที่ 29
สงราษฎร์ วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 12.25 น.
http://www.oknation.net/blog/Leo

ตาย 1 เกิดแสน...แต่..คนที่จ้องทำลายธรรมชาติ ..มันเกิดนับล้าน....อนิจจา..ประเทศไทย...เมืองพุทธ...แต่ปล่อยให้วัตถุนิยมครอบงำจิตใจ...กันได้ปานนี้
ความคิดเห็นที่ 28
jonathan_seagull วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 11.35 น.
http://www.oknation.net/blog/seagull

ขอบคุณครับที่เรียบเรียงมาให้อ่าน
ความคิดเห็นที่ 27
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 11.31 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ  http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2


ดีจังพี่

พี่ก็เป็นแรงบันดาลใจให้หนูนะ

ว่าแต่ว่า

"เมื่อไหร่เราจะไปปั่นจักรยานชมกรุงฯ กันอ่ะพี่"
ความคิดเห็นที่ 26
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 11.29 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ  http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2


ใช่พี่ "วัยรุ่น"

แต่เป็น "รุ่นแรก" นะ อิอิอิ
ความคิดเห็นที่ 25
เสือจุ่น วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 11.28 น.
http://www.oknation.net/blog/tigerjun
หนาวแล้วเนอะ

ปี 33 ผมไปเข้าค่ายที่ห้วยขาแข้ง

พบพี่ ผู้ใหญ่ใจดี ที่พูดแทนสัตว์ป่า
และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผมเดินในเส้นทางนี้ครับ
ความคิดเห็นที่ 24
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 11.28 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ  http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2


ใช่คาที่ เรียกร้องให้คนกลับมาสนใจธรรมชาติและปลุกกระแสการอนุรักษ์ได้ทั้งประเทศเลยทีเดียว

เสียอย่างเดียว กลัวแต่ว่าจะถูกลืมเลือนไปเหมือนเสียงปืนที่ค่อย ๆ เบาไป
ความคิดเห็นที่ 23
คนโทใส่น้ำ