ไว้อาลัย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ขัติยราชนารีผู้ทรงคุณแห่งแผ่นดิน รวมพระราชนิพนต์
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประสูติเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 ณ เมืองเอดินบะระ ประเทศอังกฤษ เป็นพระธิดาพระองค์แรกใน สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
| เมื่อแรกประสูติทรงพระนามในสูติบัตรว่า May ตามที่โรงพยาบาลตั้งถวาย ต่อมาเมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตั้งพระนามว่า หม่อมเจ้าหญิงกัลยาณิวัฒนา มหิดล (คำว่า "วัฒนา" ในพระนาม ทรงตั้งตามพระนามาภิไธยของสมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า (สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี) ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา
| **ความผูกพันครอบครัว มหิดล ** ในปี พ.ศ.2467 สมเด็จพระบรมราชชนกเสด็จพร้อมกับครอบครัวเล็ก ๆ ไปยังประเทศเยอรมนี เพื่อรักษาพระองค์ และในวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ.2468 พระอนุชาพระองค์แรกได้ประสูติ ณ โรงพยาบาลเมืองไฮเดลเบิร์ก ประเทศเยอรมนี และได้รับพระราชทานพระนามจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า หม่อมเจ้าอานันทมหิดล
| สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ได้ตรัสถึงพระอนุชาซึ่งทรงเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัวในหนังสือ เจ้านายเล็ก ๆ ยุวกษัตริย์ ว่า ข้าพเจ้าเองจำเหตุการณ์สำคัญนี้ไม่ได้เลย เพราะอายุเพียง 2 ขวบ 4 เดือน แต่คงยินดีอย่างมากที่ได้น้อง ซึ่งคงไม่เป็นเรื่องธรรมดานัก เพราะในหลายครอบครัวลูกคนโตมักจะอิจฉาน้องที่อ่อนกว่าไม่มากนัก เพราะพ่อแม่มักให้ความสำคัญแก่ลูกคนใหม่ แต่ทูลหม่อมฯแม่และแหนน (นางสาวเนื่อง จินตตุล พระพี่เลี้ยง ภายหลังได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น ท้าวอินทรสุริยา) คงได้อธิบายเรื่องน้องที่จะเกิดไว้อย่างดี ข้าพเจ้าจึงรู้สึกรักและอยากช่วยเลี้ยงน้อง
| ต่อมาในปี พ.ศ.2469 ครอบครัวราชสกุลมหิดลเสด็จยังสหรัฐอเมริกา สมเด็จพระบรมราชชนกทรงศึกษาต่อจนได้รับปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิต มีเหตุการณ์ที่สำคัญเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อพระอนุชาพระองค์ที่สองได้ประสูติเมื่อวันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2470 ณ โรงพยาบาลเคมบริดจ์ ประเทศสหรัฐอเมริกา พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ได้พระราชทานพระนามว่า พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภูมิพลอดุลเดช ทั้งสามพระองค์พี่น้องในราชสกุลมหิดล ต่างสนิมสนมรักใคร่ผูกพันทรงเติบโตขึ้นท่ามกลางความเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ สมเด็จพระบรมราชชนนีทรงอบรมดูแลให้ทุกพระองค์ช่วยเหลือตนเอง มีระเบียบวินัย และเอื้อเฟื้อต่อผู้ด้อยโอกาสกว่า จนเป็นพื้นฐานสำคัญในพระอุปนิสัยของทุกพระองค์ ในวันที่ 24 กันยายน พ.ศ.2472 สมเด็จพระบรมราชชนกประชวนและทรงจากครอบครัวไป ทูลหม่อมฯสิ้นพระชมน์เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2472 ข้าพเจ้าจำวันนี้ได้ดี ข้าพเจ้ากำลังเล่นอยู่ที่หน้าตำหนัก โดยเดินอย่างดัง ๆ บนขอบถนน...ก็มีคนมาบอกให้เงียบ ๆ และให้ขึ้นไปหาแม่ที่ห้องแต่งตัวของแม่ แม่นั่งอยู่บนม้ายาวหน้าหน้าต่าง แม่ดึงตัวข้าพเจ้าไปกอด และพูดอะไรที่ข้าพเจ้าจำไม่ได้ และร้องไห้ ข้าพเจ้าก็ร้องไห้ไปด้วย เพราะความตกใจที่เห็นแม่ร้องไห้มากกว่าอื่น
| **พระพี่นางของ 2 พระมหากษัตริย์ ** ในวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ.2477 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสละราชสมบัติ ด้วยความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรได้อัญเชิญพระวงวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดลขึ้นครองราชย์ ด้วยเหตุนี้พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา จึงทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ ในรัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรี และเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเสด็จสวรรคตอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2487 ท่ามกลางสถานการณ์ที่หนักหน่วงเกินกว่าพระหทัยดวงหนึ่งจะรับไหว สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอในพระมหากษัตริย์พระองค์นี้ ทรงเป็นกำลังใจสำคัญเคียงข้างสมเด็จพระบรมราชชนนีและพระอนุชาพระองค์เล็ก ซึ่งต้องรับพระราชภาระแห่งบ้านเมืองในฐานะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9
| วันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ทรงเจริญพระชนมายุครบ 72 พรรษา เสมอด้วยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายในเป็นพระองค์แรกในรัชกาล ทรงพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฎว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
| **การศึกษา** สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ทรงเข้ารับการศึกษาชั้นต้นที่อนุบาลปาร์คสกูล( Park School) ระหว่างปี พ.ศ.2469-2471 ในช่วงที่ตามเสด็จสมเด็จพระบรมราชชนก ซึ่งเสด็จไปทรงศึกษาวิชาการแพทย์ และรักษาพระองค์ที่บอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ในชั้นเรียนมีการใช้ภาษาอังกฤษซึ่งไม่เป็นที่คุ้นเคยสำหรับพระองค์ท่าน นักเรียนพระองค์น้อยนี้จึงไม่รับสั่งอะไรเลยเป็นเวลานาน ครูผู้สอนมีจดหมายถึงสมเด็จพระบรมราชชนนีในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2471 ว่า ช่วงแรกทรงไม่เข้าพระทัยในสิ่งที่ครูและนักเรียนในชั้นพูดกัน แต่ทรงเรียนรู้ได้เร็ว และสามารถตรัสคำว่า Yes , No , Good morning และ Good-bye ได้ แต่ยังไม่สามารถที่จะรับสั่งเป็นประโยคยาว ๆ ได้ ทรงเล่นอย่างเงียบ ๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง มีหิมะตก ทรงตื่นเต้นและรับสั่งคำว่า Snow ออกมาเป็นคำแรก และตามด้วยอีกหลายประโยคในเวลาต่อมา จนรับสั่งเป็นภาษาอังกฤษได้คล่องที่สุด และไม่ทรงลืมภาษาอังกฤษอีกเลย เมื่อคราวตามเสด็จพระบรมราชชนกและสมเด็จพระบรมราชชนนีกลับมาประทับในเมืองไทย เมื่อช่วงพ.ศ.2471-2476 ทรงเข้ารับการศึกษาระดับประถมที่โรงเรียนราชินี ซึ่งเคยรับสั่งเล่าถึงช่วงที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนราชินีว่า เสด็จไปเรียนเพียงครึ่งวัน เพราะสมเด็จพระบรมราชชนนีทรงเห็นว่าเด็กยังต้องนอนพักผ่อน และในตอนบ่ายก็ทรงจัดให้ครูมาสอนภาษาอังกฤษ เพื่อที่จะไม่ทรงลืม ในช่วงแรกทรงเรียนตามเพื่อน ๆ ไม่ค่อยทัน แต่เมื่อปรับตัวได้ก็ไม่มีปัญหาอะไร ทรงเรียนอยู่จนถึงชั้นประถมปีที่ 3 สอบได้ที่ 2 ได้รับรางวัลจากกระทรวงศึกษาธิการ เป็นกระเป๋าผ้าน้ำมัน ซึ่งสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าทรงส่งตามไปให้ภายหลัง เมื่อเสด็จประทับอยู่กับสมเด็จพระบรมราชชนนีที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หลังจากที่เสด็จจากประเทศไทยกลับมาประทับที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์แล้ว พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าหญิงกัลยาณิวัฒนาทรงศึกษาต่อในระดับเตรียมมัธยมที่โรงเรียนเมียร์มองต์ ( Miremont) ระยะหนึ่ง ก่อนที่จะทรงสอบเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนมัธยมสตรีประจำเมืองเลซาน Ecole Superieure de Jeunes Filles de la Ville de Lausanne ซึ่งเป็นของรัฐบาล เมื่อพ.ศ.2478
| ในปีพ.ศ.2485 ทรงศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมี มหาวิทยาลัยโลซาน แม้จะถนัดด้านศิลปะศาสตร์ แต่ทำคะแนนทางวิทยาศาสตร์ได้ดีกว่า จึงเลือกสาขาวิชาเคมี และได้รับ diplome de chimiste et pedagogiques ไปพร้อมกัน อันประกอบด้วยวิชาต่าง ๆ ในสาขาการศึกษา วรรณคดี ปรัชญา และจิตวิทยา **ชีวิตสมรส** สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ทรงสมรสกับพันเอก อร่าม รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ มีพระธิดาหนึ่งคนจากการเสกสมรสกับพันเอกอร่าม คือท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม ต่อมาสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯทรงเสกสมรสอีกครั้งกับ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช (พระโอรสในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธารดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย และหม่อมระวี ไกยานนท์)
| ในฐานะพระมารดาทรงเลี้ยงดูพระธิดาด้วยพระองค์เองโดยให้ความรักและดูแลเอาพระทัยใส่อย่างใกล้ชิด และเมื่อท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม ได้สมรสกับนายสินธู ศรสงครามมีบุตร คือร้อยเอก จิทัศ ศรสงคราม ในฐานะ สมเด็จยาย ของพระนัดดา พระองค์ก็ทรงให้ความรักและห่วงใยเสมอมา
| **พระปณิธาน** ด้วยพระปณิธานอันแน่วแน่ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตลอด 84 ปีที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ทรงมีพระกรณียกิจที่ทรงอุทิศพระองค์เพื่อส่วนรวมในหลายแขนง ตั้งแต่เสด็จกลับเมืองไทยในปี พ.ศ.2493 ทรงเริ่มต้นเป็นอาจารย์สอนนิสิตนักศึกษาที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยอื่น ๆ อีกหลายแห่ง ภาพที่ประชาชนไทยต่างคุ้นเคยและอยู่ในความทรงจำมาจนทุกวันนี้ คือเมื่อครั้งที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนียังทรงเจริญพระชนชีพ ได้เสด็จไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรตามท้องถิ่นทุรกันดารอยู่เสมอ พร้อมกับทรงนำแพทย์อาสาไปให้การรักษาผู้เจ็บป่วย โดยมีสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตามเสด็จอยู่เคียงข้าง
| แม้เมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้เสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว นอกจากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จะทรงสืบพระปณิธานแล้ว ยังมีอีกหลายหน่วยงานที่ทรงอุปถัมภ์ บางองค์กรทรงก่อตั้งด้วยพระองค์เอง รวม 63 มูลนิธิ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สุขแห่งปวงราษฎรไทยสืบไปทั้งสิ้น
| ข้อมูลและภาพจาก : หนังสือ แสงหนึ่งคือรุ้งงาม หนังสือเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในโอกาสเจริญพระชนมายุ 84 พรรษา
|
พระราชนิพนต์ของท่าน ตลอดระยะเวลากว่า 84 พรรษาของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ นอกจากพระองค์จะทรงประกอบพระกรณียกิจอันน้อยใหญ่นานัปการ ในการขจัดทุกข์บำรุงสุขให้กับพสกนิกรชาวไทย เคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และยังรับหน้าที่สานต่อพระราชปณิธานของสมเด็จย่าอันเป็นที่รักของปวงชนชาวไทยแล้ว พระกรณียกิจที่สำคัญอีกประการหนึ่งของพระองค์ ที่ถือได้ว่าสร้างคุณูปการแด่อนุชนรุ่นหลังให้ได้ศึกษาหาความรู้ และเพื่อนำไปใช้อ้างอิงในภายภาคหน้าต่อไปได้ ก็คือ "พระนิพนธ์" ในสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ที่ได้ทรงนิพนธ์ในวาระต่างๆ พระอัจฉริยภาพด้านอักษรศาสตร์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยเฉพาะภาษาฝรั่งเศส ไม่เพียงเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของประชาชนชาวไทยเท่านั้น แต่เป็นที่รับทราบของชาวต่างประเทศด้วย จนเมื่อปี พ.ศ. 2535 องค์การยูเนสโกมอบเหรียญวิกเตอร์ อูโก (Victor Hugo) ในฐานะที่ทรงปรีชาสามารถทางด้านอักษรศาสตร์ฝรั่งเศส ทรงได้รับเหรียญเป็นลำดับที่ 4 ซึ่ง 3 ดับแรกเป็นชาวฝรั่งเศสทั้งสิ้น ส่วนผลงานที่พระองค์ได้ทรงนิพนธ์ไว้นั้น ล้วนนิพนธ์ขึ้นมาในโอกาสต่างๆกันไป อาทิ พระนิพนธ์เกี่ยวกับพระราชวงศ์ เท่าที่ได้รวบรวมไว้ ขณะนี้มีทั้งหมด 11 เรื่อง ดังนี้
| | | พระนิพนธ์เกี่ยวกับราชวงศ์ |
|  |  | จุฬาลงกรณ์ราชสันตติวงศ์ พระนามราชโอรส ธิดา และพระราชนัดดา , แม่เล่าให้ฟัง , พระราชธิดาในรัชกาลที่ 5 , เวลาเป็นของมีค่า Busy Fingers , เจ้านายเล็กๆ ยุวกษัตริย์ , ไปรษณียบัตรเจ้าฟ้า Postcard Games , เจ้าฟ้าทหารเรือ พ.ศ. 2454ถึง พ.ศ. 2458 (ค.ศ. 1933 ถึง ค.ศ.1936 ) ,ตราแผ่นดิน ตราราชสกุลและสกุล อักษรพระนาม และนามย่อ ,สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ และงานศิลปะ Prince Mahidol and Art , จดหมายเหตุชาวบ้าน ข่าวสมเด็จย่าสวรรคตจากหนังสือพิมพ์ Popular chronicle From The Press, The Demise of the Princess Mother และ ส่งเสด็จสมเด็จย่า ประมวลเรื่องจากหนังสือพิมพ์ โดยแต่ละเรื่องที่พระองค์นิพนธ์ล้วนเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่างวาระกัน แต่แฝงไว้ด้วยความหมายอย่างลึกซึ้งหาที่เปรียบมิได้ เช่น เรื่อง จดหมายเหตุชาวบ้าน ข่าวสมเด็จย่าสวรรคต จาก หนังสือพิมพ์ พระองค์ทรงนิพนธ์ไว้ในปี พ.ศ. 2539 โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับภาพความประทับใจในหน้าหนังสือพิมพ์ ที่ได้ลงข่าวการสวรรคตของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพระประวัติอย่างละเอียด แล้วทำให้พระองค์รู้สึกประทับใจ และประสงค์ที่จะเก็บหนังสือพิมพ์เหล่านี้ไว้เป็นที่ระลึก และทำเป็นรูปเล่ม โดยหนังสือพิมพ์ที่ใช้มี 5 ฉบับ 3 ฉบับเป็นภาษาไทย อีก 2 ฉบับเป็นภาษาอังกฤษ แต่ก่อนหน้านั้นพระองค์เคยนิพนธ์หนังสือเกี่ยวกับราชวงศ์ไว้อีกหลายเรื่อง ไม่เรื่อง แม่เล่าให้ฟัง เป็นเรื่องราวที่พระองค์ได้ถ่ายทอดพระราชจริยวัตรอันงดงามและการเสียสละอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชนนีในการดูแลอบรมพระโอรสและพระธิดาเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ อันเป็นที่มาแห่งการดำเนินชีวิตที่น่าเทิดทูนยิ่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
|  | | | พระนิพนธ์ด้านสารคดีท่องเที่ยว |
|  | เวลาเป็นของมีค่า Busy Fingers พระนิพนธ์เล่มนี้ตีพิมพ์ในปี 2530 โดยเนื้อเรื่องในพระนิพนธ์พระองค์พยายามฉายให้เห็นภาพความสำคัญของเวลาว่า เวลาเป็นของมีค่า เพราะพระองค์ได้รวบรวมพระจริยวัตรของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เริ่มตั้งแต่งานอดิเรกต่างๆ คือ มีการปั้นเครื่องกระเบื้อง เครื่องเคลือบดินเผา การปั้นพระพุทธรูป เมื่อทรงปั้นเสร็จแล้วมักจะมีการลงพระนามาภิไธย และลงวันที่กำกับไว้ทุกครั้ง มาไว้ในหนังสือเล่มดังกล่าว ถัดมาก็ได้ทรงนิพนธ์เรื่อง "เจ้านายเล็กๆ ยุวกษัตริย์" เป็นหนังสือพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อทรงพระเยาว์ ที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ นิพนธ์ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ( 5 ธันวาคม 2530) แบ่งเนื้อหาเป็น 3 ภาค ภาคแรก กล่าวถึงสมัยที่รัชกาลที่ 8 และ รัชกาลที่ 9 ยังทรงเป็นเจ้านายเล็กๆ ภาคที่ 2 กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของพระองค์พี่เป็นยุวกษัตริย์ และภาค 3 กล่าวถึง การเป็นยุวกษัตริย์ จนถึงพระองค์น้องต้องมาเป็นยุวกษัตริย์องค์ต่อไป โดยในหนังสือพระองค์ทรงรวบรวมภาพประกอบไว้มากถึง 800 ภาพ ในปี 2538 ก็ทรงมีผลงานนิพนธ์เรื่อง ไปรษณียบัตรเจ้าฟ้า Postcard Games หนังสือเล่มนี้สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ทรงเรียบเรียงขึ้นเป็นรูปเล่มของหนังสือ สาระในเล่มมีรูปภาพไปรษณียบัตรของพระบรมวงศ์ษานุวงศ์หลายๆ พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปศึกษาต่อ ณ.ต่างประเทศ หรือเสด็จเยือนต่างประเทศเพื่อเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับนานาอารยประเทศ และได้ทรงส่งไปรษณียบัตรเหล่านี้กลับเมืองไทยและกราบถวายบังคมทูลเรื่องราวต่างๆ ระหว่างทรงพำนักอยู่ ณ.ต่างประเทศ เพราะฉะนั้นหนังสือเล่มนี้จึงเปรียบเสมือนจดหมายเหตุที่บันทึกเรื่องราวในอดีตต่างๆ ในหลายๆยุคสมัยตั้งแต่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา
| ทั้งนี้จากการที่พระองค์ได้เสด็จเยือนประเทศต่างๆ ทั้งในทวีปยุโรป อเมริกา อาฟริกา เอเชีย และ ตะวันออกกลาง โดยการเสด็จเยือนแต่ละครั้ง นอกจากจะมีส่วนช่วยส่งเสริมสัมพันธไมตรี กระชับความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศไทยและประเทศต่างๆให้แน่นแฟ้นใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นแล้ว พระองค์ยังได้ทรงนิพนธ์เรื่องราวที่ได้พบเห็น บางครั้งก็ได้ให้นักวิชาการและผู้ตามเสด็จไปค้นคว้าข้อมูล และรวบรวม จัดทำเป็นหนังสือสารคดี ที่มีคุณประโยชน์อย่างยิ่งยวดในวงวิชาการด้านต่างๆ อาทิ 1 โหลในเมืองจีน , ยูนาน Yunnan, สายธารอารยธรรมจีน : 7 ธานีแห่งอาณาจักรกลาง ,จากโคริโอสู่โคเรีย , และ 8 วันในสาธารณารัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี เป็นต้น ผลงานนิพนธ์ด้านสารคดีท่องเที่ยว อย่างเรื่อง ที่ไซบีเรียหนาวไหม IS IT COLD IN SIBERIA เป็นผลงานที่พระองค์ได้นิพนธ์ขึ้นหลังจากที่เสด็จเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต ระหว่างวันที่ 11 - 18 กรกฏาคม พ.ศ.2532 ซึ่งเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ประกอบด้วยความรู้เรื่องประเทศรัสเซียโดยสังเขป ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ สภาพปัจจุบัน ความเป็นอยู่ และมีเรื่องราวการเยือนสถานที่ต่างๆ แต่ละวัน โดยเนื้อหาแบ่งเป็น 3 บท บทที่ 1 มอสโก บทที่ 2 โนโวซีเบียร์สค์ และบทที่ 3 เอียร์คุทส์ค์ ทุกบทเขียนภายในโครงสร้างกรอบเดียวกัน คำบรรยายประกอบภาพเป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ซึ่งผลงานเล่มนี้พระองค์ทรงนิพนธ์เมื่อปี พ.ศ. 2533
|  | | | ผลงานที่ทรงเป็น "บรรณาธิการิณี" |
|  | พระปรีชาสามารถอีกประการหนึ่งที่พระองค์ทรงมีไม่น้อยไปกว่าการเป็นนักเขียน ก็คือการทำหน้าที่เป็นนักแปลผลงานวรรณกรรม ในขณะที่พระองค์มีพระชันษาเพียง 9 ปีเท่านั้น นับว่าเป็นเรื่องไม่ธรรมดานักสำหรับเด็กไทยส่วนใหญ่ที่ไปใช้ชีวิตและเติบโตในต่างแดน ในการที่จะใช้ความเพียรพยายามใช้ภาษาไทยอย่างมุ่งมั่น โดยระหว่างที่ประทับ ณ วังสระปทุม ในปี พ.ศ.2475 พระองค์ทรงแปลนิทานสำหรับเด็กจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ซึ่งหนังสือเล่มนั้นมีชื่อว่า นิทานสำหรับเด็ก พิมพ์แจกในงานวันประสูติสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวสามาตุจฉาเจ้า เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ.2475 ในขณะเดียวกันพระองค์ยังทรงเป็น บรรณาธิการนิตยสาร รื่นรมย์ ซึ่งคิดทำขึ้นเอง เริ่มจากซื้อสมุดธรรมดาด้วยราคาราว 10 สตางค์ เขียนด้วยลายมือสมาชิกกองบรรณาธิการประกอบด้วยข้าราชบริพารรุ่นเยาว์วัยเดียวกันช่วยกันเขียน แต่ปรากฏว่าออกวางตลาดได้เพียงครั้งแรกและครั้งเดียวเท่านั้น นิตยสารเล่มนี้ก็มีเหตุต้องปิดตัวลงไปเพราะ เหนื่อยเสียเหลือเกิน ข้อมูลและภาพจาก : หนังสือ แสงหนึ่งคือรุ้งงาม หนังสือเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในโอกาสเจริญพระชนมายุ 84 พรรษา
|
ข้อมูลทั้งหมดจากผู้จัดการ **************************************************************************************************** ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า amalit1990
|